เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 6 อันลู่ซาน

ตอนที่ 6 อันลู่ซาน

ตอนที่ 6 อันลู่ซาน


ขุนนางทั้งหมดตะลึง

พวกเขาจะส่งกองทัพไปโจมตีอาณาจักรโม่จริงเหรอ?

แม้อาณาจักรโม่จะเสียทหารไปสองแสนและม้า พวกเขาก็ยังมีทหารเหลืออีกสี่แสน ซึ่งมากกว่าอาณาจักรเซี่ยอีก!

เอาทหารสองแสนนายของตัวเองไปสู้กับทหารสี่แสนนาย นี่ไม่เท่ากับการเอาไข่ไปกระทบหินเหรอ?

ยิ่งไปกว่านั้น ทั้งอาณาจักรกำลังเสียหาย ถ้าไปยั่วยุเขา นั่นไม่เท่าเอาตัวเองไปให้ยำเหรอ?

ถ้าประชาชนไม่ระบายกับเจ้า แล้วจะไประบายใส่ใคร?

นี่คือสิ่งที่สมองมนุษย์จะคิดได้?

“ฝ่าบาท ไม่ได้เด็ดขาด!”เหล่าขุนนางพูดด้วยความกลัว

หลินเป่ยฟานขมวดคิ้ว“ทำไม?”

ขุนนางเฒ่ายืนขึ้น“ฝ่าบาท แม้อาณาจักรโม่จะเสียทหารไปสองแสน มันก็ยังแข็งแกร่ง เรากำลังจะไปยั่วยุพวกเขา มันไม่ฉลาดที่จะโจมตี โปรดคิดให้ถี่ถ้วนด้วย ฝ่าบาท!”

หลินเป่ยฟานยิ้ม“แม้ศัตรูจะแข็งแกร่งและเราอ่อนแอกว่า การป้องกันของอาณาจักรโม่ก็ว่างเปล่า ประตูเมืองเปิดกว้าง มันถึงเวลาที่กองทัพเราจะฉวยโอกาสนี้เข้าไป!ถ้าเราไม่ส่งกองทัพไปครั้งนี้ แล้วเราจะรอเมื่อไร?”

แม่ทัพคนหนึ่งยืน“ฝ่าบาท อาณาจักรโม่เสียทหารแค่สองแสน และคนทั้งอาณาจักรจะต้องไว้ทุกข์!ถ้าเราส่งทหารไปเวลานี้ เพื่อสงครามที่ไม่ยุติธรรม เราจะอ่อนแอก่อนการต่อสู้! และพวกมันจะต้องเปลี่ยนความเศร้าเป็นความโกรธ และขวัญกำลังใจเราจะสั่นคลอน ถ้าเราอยากเอาชนะอาณาจักรโม่ โอกาสเราบางเบามาก โปรดคิดให้ถี่ถ้วนด้วย ฝ่าบาท!”

หลินเป่ยฟานยิ้มเหยียด“สงครามที่ไม่ยุติธรรมอะไร?พวกมันฝังทหารสองแสนนายในเหมืองเหล็กของตัวเอง มันคือการลงทัณฑ์ของพระเจ้าชัดๆ สวรรค์ไม่เข้าข้างพวกมัน!ดังนนั้น เราจึงเป็นกองทัพแห่งความยุติธรรม!เราจะผงาด เพื่อลงโทษผู้ไม่บริสุทธิ์ในนามของสวรรค์ ศึกนี้เราจะชนะ!”

แม่ทัพอีกนายยืน“ฝ่าบาท พลังของชาติเราอ่อนแอ ถ้าเราทำสงครามแบบบุ่มบ่าม ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร เราจะเสียหายหนัก!เมื่อพลังชาติเราลดลง อาณาจักรอื่นจะฉวยโอกาสและมันจะสายเกินเสียใจ!ฝ่าบาท โปรดคิดให้ถี่ถ้วน!”

หลินเป่ยฟานตะโกน“มันเพราะพลังของชาติเราอ่อนแอข้าถึงอยากสู้!ถ้าเจ้าโค่นอาณาจักรโม่ได้ พลังชาติเราก็จะแกร่ง ทำไมเจ้าไม่เข้าใจความเป็นจริงง่ายๆ?”

“ฝ่าบาท…”

..

ขุนนางนับร้อยเปิดปากเพื่อโน้มน้าว

หลินเป่ยฟานโบกมือ พูดด้วยความโกรธ“หยุดพูด ข้าตัดสินใจแล้ว!ถ้าใครยังกล้าพูดอีกสักคำ ข้าจะไล่ออก!”

ขุนนางทั้งหมดปิดปาก มันไม่คุ้มที่จะเอาตำแหน่งไปแลกกับราชาโง่

แต่ มีคนหนึ่งที่ยืนขึ้น

คนคนนั้นคือแม่ทัพใหญ่แห่งราชวงศ์ ไช่หยูหลาง

เขายืนตัวตรง เชิดใบหน้า พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น’ฝ่าบาท ศึกนี้ต้องไม่เบาใจ!ก่อนอื่น แม้อาณาจักรโม่จะเสียทหารไปสองแสน ศัตรูก็ยังแข็งแกร่ง เราอ่อนแอ การใช้กองทัพครั้งนี้จะส่งผลเสียต่อชาติเรา!”

“ประการสอง อาณาจักรโม่ตอนนี้กำลังเสียใจและโกรธ ถ้าเราส่งกองทัพไป มันจะต้องกลายเป็นที่ระบายของศัตรู!ขวัญกำลังใจของศัตรูสูง และขวัญกำลังใจเราต่ำ ศึกนี้ไม่เข้าข้างเรา”

“สาม อาณาจักรเราอ่อนแอและไม่อาจทนความสูญเสียได้!”

“เช่นนั้นแล้ว เพื่ออาณาจักรและประชาชน ฝ่าบาทโปรดถอนคำสั่งด้วย!”

หลินเป่ยฟานโกรธจนหน้าแดง“ดูเหมือนว่าคำพูดข้าจะไม่มีน้ำหนักใช่ไหม?เจ้าคัดค้านกันหมด แม้แต่แม่ทัพที่ข้าไว้ใจสุดก็ด้วย!เช่นนั้นแล้ว ท่านลุงคงเหนื่อยกับการเป็นแม่ทัพ ท่านกลับบ้านไปพักเถอะ!”

แม่ทัพไช่หยูหลางหน้าซีด“ฝ่าบาท ท่าน..”

ขุนนางคนอื่นทั้งหมดตกใจ ฝ่าบาททรงไล่แม่ทัพใหญ่?

แม่ทัพไช่หยูหลางคือหนึ่งในสองเสาหลักของอาณาจักรเซี่ย และเขากับอัครเสนาบดีเซียวกั๋วเหลียงก็คือสองวีรบุรุษของอาณาจักรเซี่ย!

เขาบัญชาการทั้งกองทัพ เป็นแม่ทัพที่ภักดี!

เจ้าขึ้นบัลลังก์ได้อย่างปลอดภัยก็เพราะเขา!

แต่เจ้ากลับไล่เขาโดยไม่ลังเล?

หลินเป่ยฟานยื่นมือออกไป“ท่านลุงไช่ ท่านไม่ใช่แม่ทัพอีกแล้ว ส่งป้ายทหารมา อย่าให้ข้าต้องพูดอีก!”

“ฝ่าบาท ท่านอยากปลดข้าออกจริงหรือ?”แม่ทัพไช่พูดด้วยความตกใจ

“เจ้าคิดว่าข้าพูดเล่นหรือไง?”หลินเป่ยฟานแค่นเสียง

แม่ทัพไช่หลับตาด้วยความผิดหวังและตอนเขาลืมตา เบ้าตาเขาก็เต็มไปด้วยเลือดและน้ำตา เขาใช้มือที่สั่นเทาหยิบป้ายทหารออกมา ประสานมือและพูด“จักรพรรดิอยากให้ข้าตาย ข้าก็จะตาย!ในเมื่อฝ่าบาทอยากได้ป้ายทหารคืน ข้าก็จะเชื่อฟัง!แต่ ข้ายังมีอีกสิ่งที่อยากพูด ศึกนี้ไม่ควรเบาใจ ไม่งั้นทั้งอาณาจักรจะตกอยู่ในอันตราย โปรดคิดทบทวนด้วย ฝ่าบาท!”

“ท่านลุง ท่านไม่ใช่แม่ทัพอีกแล้ว ไม่ต้องมายุ่ง ท่านกลับไปและดูแลตัวเองเถอะ!”

หลินเป่ยฟานรับป้ายทหารมา มองเหล่าขุนนางและทหารของราชวงศ์ และพูด“ศึกนี้ไม่อาจเลี่ยง!ใครในหมู่พวกเจ้าที่มีความสามารถและมั่นใจพอจะช่วยข้าในศึกนี้ เสนอตัวมา!”

ขุนนางทั้งหมดมองหน้ากัน ไม่มีใครกล้ายืนขึ้น

เหนือสิ่งอื่นใด โอกาสชนะเบาบางมาก ถ้าแพ้ ไม่เพียงจะแ พ้ แต่ชีวิตยังหายไปด้วย

พวกเขาคือจิ้งจอกเฒ่าในราชสำนัก พวกเขาจะไม่เอาชีวิตมาล้อเล่น

ครั้งนี้ แม่ทัพหนุ่มคนหนึ่งยืนขึ้น และพูดด้วยความตื่นเต้น“ฝ่าบาท ข้าเต็มใจนำทัพเพื่อเปิดดินแดนให้ฝ่าบาท!”

“นักรบผู้กล้า!”หลินเป่ยฟานมองอีกฝ่ายด้วยความสนใจ“ข้าชื่นชมเจ้ามาก เจ้าชื่อแซ่อะไร?”

“เรียนฝ่าบาท ผู้น้อยชื่ออันลู่ซาน!”

จบบทที่ ตอนที่ 6 อันลู่ซาน

คัดลอกลิงก์แล้ว