- หน้าแรก
- เหรียญมรดกโคตรดี ผมนี่แหละเทพทรูตัวจริง
- บทที่ 33-34 พี่เฉินเป็นผู้ชายที่ดีที่สุดในโลก, มายบัคแบบเร่งด่วน
บทที่ 33-34 พี่เฉินเป็นผู้ชายที่ดีที่สุดในโลก, มายบัคแบบเร่งด่วน
บทที่ 33-34 พี่เฉินเป็นผู้ชายที่ดีที่สุดในโลก, มายบัคแบบเร่งด่วน
บทที่ 33 พี่เฉินเป็นผู้ชายที่ดีที่สุดในโลก!
"เถียนเถียน ผมเรียกเธอแบบนี้ไม่ว่าอะไรใช่ไหม" เฉินเสี่ยวจิ่วกล่าว
"ได้ค่ะ ครอบครัวและเพื่อนๆ ของหนูก็เรียกหนูแบบนี้" หวังเถียนเถียนก้มหน้ากล่าว
"ขอถามอย่างเสียนึงได้มั้ย เธอมีแฟนหรือยัง"
ที่เฉินเสี่ยวจิ่วถามแบบนี้ก็เพื่อหยั่งเชิง ถ้าหวังเถียนเถียนมีแฟนแล้ว เขาก็จะล้มเลิกการเข้าจีบ เขาไม่อยากทำเรื่องที่ขุดกำแพงบ้านคนอื่น เพราะตัวเองก็รู้ถึงความเจ็บปวดแบบนั้นดี
"ยังค่ะ ยังไม่เจอคนที่ใช่" หวังเถียนเถียนกล่าว
"โห ไม่มีหรอ เธอสวยขนาดนี้ ไม่มีแฟนได้ยังไงเนี่ย"
"เรื่องจริงนะคะ ตอนเรียนพ่อแม่ไม่ให้มี พอเรียนจบออกมาก็ยุ่งกับการทำงานมาก ไม่มีเวลาไปคบใครหรอกค่ะ"
"หา เธออย่าบอกนะว่าเธอยังไม่เคยมีความรักเลย" เฉินเสี่ยวจิ่วรู้สึกว่าเหลือเชื่อมาก
"อืม..." หวังเถียนเถียนเงยหน้ามองเขา "คุณจะไม่รังเกียจหนูเพราะเรื่องนี้ใช่ไหมคะ"
"จะ..จะรังเกียจได้ยังไงล่ะ"
เฉินเสี่ยวจิ่วถึงกับวางใจ แถมยังมีเรื่องที่น่ายินดีอย่างไม่คาดคิดอีกด้วย ในยุคที่วุ่นวายแบบนี้ สาวสวยใสซื่อแบบนี้ที่ไม่มีประสบการณ์ความรักเป็นสิ่งมีค่าที่หายากมาก
เขายกเบียร์กระป๋องขึ้นดื่มจนหมด ตัดสินใจที่จะบุกโจมตีก่อน เขาขยับไปนั่งใกล้หวังเถียนเถียน.. มองเธออย่างตรงไปตรงมา.. แล้วกล่าวว่า "เถียนเถียน เธอสวยจริงๆ!"
"ขะ ขอบคุณค่ะ!" หวังเถียนเถียนที่เจอการสารภาพรักแบบตรงๆ เป็นครั้งแรกก็ทำอะไรไม่ถูกเลย
จู่ๆ เฉินเสี่ยวจิ่วก็จับมือของหวังเถียนเถียนและสัมผัสถึงมือที่อ่อนนุ่มราวกับไร้กระดูก หวังเถียนเถียนดิ้นเล็กน้อยด้วยความเขินอาย แต่เฉินเสี่ยวจิ่วจับแน่นพอสมควร เธอก็เลยปล่อยให้เฉินเสี่ยวจิ่วจับต่อไป
หวังเถียนเถียนก็รู้สึกว่าหัวใจเต้นรัวเหมือนลูกม้าดีดจากข้างใน เธอหายใจเข้าลึกๆ ในที่สุดก็ตัดสินใจอะไรบางอย่าง จากนั้นก็รวบรวมความกล้าแล้วกล่าวว่า "พี่เฉิน หนูรู้ว่าคุณเป็นคนดี ช่วยเหลือหนูถึงสองครั้ง ยอมที่มีเรื่องกับคนอื่น หนูก็รู้สึกขอบคุณมาก"
"มันเป็นสิ่งที่ควรทำอยู่แล้ว..." เฉินเสี่ยวจิ่วพูดตามมารยาทโดยสัญชาตญาณ
"ไม่ค่ะ!" จู่ๆ หวังเถียนเถียนก็เอามือปิดปากเฉินเสี่ยวจิ่ว "หนูหวังว่าคุณจะทำแบบนี้ก็เพราะเป็นหนูจริงๆ!"
ในใจของเฉินเสี่ยวจิ่วกระตุกขึ้นมา นี่อาจเป็นการสารภาพรักของหวังเถียนเถียน..งั้นหรอ
"หนูรู้ว่าหนูไม่คู่ควรกับคุณ แต่หนูไม่มีอะไรอย่างอื่นที่จะขอบคุณคุณได้ มีแต่...มีแต่..."
พูดมาถึงตรงนี้ ใบหน้าของหวังเถียนเถียนก็แดงก่ำราวกับไฟไหม้ การที่สาวใสซื่อคนหนึ่งพูดคำพูดแบบนั้นออกมามันต้องใช้ความกล้าหาญอย่างมากจริงๆ
ในสถานการณ์แบบนี้ สาวงามคนนี้เขินอายอย่างมากแล้ว และการไม่ตอบสนองอะไรเลยก็คงเป็นการเสแสร้ง เฉินเสี่ยวจิ่วรีบอุ้มเธอขึ้นมา แล้วพูดตามแผนที่วางไว้ว่า "ที่นอนซิมมอนส์ที่ผมเพิ่งซื้อมานุ่มมากเลย ผมพาเธอไปลองดูนะ"
"อะ..อืม..."
หวังเถียนเถียนรู้สึกเขินอายจนใบหน้าร้อนผ่าว เธอรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นจึงหลับตาลง
เฉินเสี่ยวจิ่วก็รีบอุ้มเธอขึ้นไปข้างบน เปิดประตูห้องนอนด้วยมือข้างเดียว จากนั้นก็วางหวังเถียนเถียนลงบนที่นอน แล้วเริ่มดำเนินการอย่างใจจดใจจ่อ เมื่อดอกไม้บานก็ควรรีบเก็บ เขาไม่อยากทำให้ความปรารถนาดีของสาวงามต้องผิดหวัง
แต่ในสถานการณ์ที่สำคัญนี้ เหรียญเทพที่เงียบไปหลายวัน จู่ๆ ก็ส่งข้อความแจ้งเตือนว่า "คำเตือน! ในช่วงทดลองของเหรียญเทพ จำเป็นต้องรักษาสถานะบริสุทธิ์ผุดผ่องของชายหนุ่มไว้ จำไว้ว่าอย่ามีความสุขกับเรื่องทางเพศ ไม่เช่นนั้นการทดลองจะล้มเหลวทันที ถูกตัดสิทธิ์จากการเป็นผู้สืบทอด เมื่อค่าการพัฒนามาถึง 70% แล้ว ข้อห้ามนี้ถึงจะถูกยกเลิกได้!"
"...."
"อะไรนะ!!!"
เฉินเสี่ยวจิ่วตกใจอย่างมาก ทำไมเหรียญเทพถึงเข้ามาแทรกแซงชีวิตส่วนตัวของเขา ในเมื่อทุกอย่างมันมาถึงขนาดนี้แล้ว ทำไมจู่ๆ ถึงมีคำเตือนแบบนี้ออกมา
แต่เหรียญเทพคือรากฐานความร่ำรวยของเฉินเสี่ยวจิ่ว แน่นอนว่าเขาไม่สามารถทิ้งมันไปเพื่อความสุขชั่วครู่ชั่วยามได้..
เฉินเสี่ยวจิ่วจึงทำได้แค่หายใจเข้าลึกๆ กดความปรารถนาในใจเอาไว้ ใส่กระดุมที่แกะออกไปกลับคืนที่เดิม
หวังเถียนเถียนหลับตาอย่างตื่นเต้น กำลังรอคอยช่วงเวลาอันศักดิ์สิทธิ์.. แต่จู่ๆ ก็รู้สึกว่าเฉินเสี่ยวจิ่วเงียบไป เธอจึงลืมตาขึ้นมอง แล้วก็เห็นเฉินเสี่ยวจิ่วยืนอยู่ที่เดิมด้วยสีหน้าที่แปลกประหลาด
"เป็นอะไรไปคะพี่เฉิน หรือว่าตัวหนู.. อะ..อาบน้ำไม่สะอาด.." หวังเถียนเถียนถามอย่างไม่มั่นใจ
"ไม่ใช่ ผมว่าเราไม่ควรมีความสัมพันธ์ที่ฉาบฉวยแบบนี้ ความรักที่แท้จริงต้องผ่านการพิสูจน์ ผมเคารพเธอ ไม่อยากให้คิดว่าที่ผมช่วยไปจะต้องตอบแทนอะไรกัน ดังนั้น ก็เลยอยากจะลองทำความรู้จักกันไปสักพักก่อน ถ้าเข้ากันได้เราก็เริ่มคบกันแบบปกติ.. ในช่วงเวลานี้ ผมจะไม่มีวันแตะต้องตัวเธอเด็ดขาด!"
เฉินเสี่ยวจิ่วทำได้แค่พูดจาเหลวไหลเพื่อกลบเกลื่อนเรื่องนี้ เขาปูผ้าห่มให้หวังเถียนเถียนอย่างสุภาพ ให้เธอนอนพักผ่อน แล้วเดินออกจากห้องไปอย่างสง่าผ่าเผย
"พี่เฉิน.. นิสัยดีที่สุดในโลกเลย!"
หวังเถียนเถียนรู้สึกประทับใจจนพูดอะไรไม่ออก เพื่อนสนิทของเธอต่างก็บอกว่าผู้ชายใช้สมองส่วนล่างในการคิด มีแต่เรื่องอย่างว่าอยู่ในหัว แต่เฉินเสี่ยวจิ่วกลับมีความมุ่งมั่นอย่างมาก ในสถานการณ์ที่เธออนุญาตแล้วเขาก็ยังไม่แตะต้องตัวเธอ ช่างเป็นผู้ชายที่ซื่อสัตย์และดีมากเลย!
แต่เธอไม่รู้หรอกว่า การที่ผู้ชายไม่กินเนื้อที่มาถึงปาก มันมักจะมีเหตุผลที่บอกไม่ได้ เฉินเสี่ยวจิ่วเองก็เป็นเช่นนั้น โดยที่มีข้อจำกัดมาจากเหรียญเทพ
เฉินเสี่ยวจิ่วออกจากห้องนอน จากนั้นก็เข้าไปในห้องน้ำ ใช้น้ำเย็นดับความอัดอั้นในใจ
เขาอยากจะลิ้มรสความงาม แต่ก็ทำได้แค่รอวันที่ค่าการพัฒนาไปถึง 70% ส่วนตอนนี้ค่าการพัฒนาเพิ่งจะ 15% เท่านั้น
ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ถึงจะได้สมหวังที่จะ "เติบโต" ไปพร้อมกับสาวงาม...
บทที่ 34 มายบัคแบบเร่งด่วน
"พี่เฉิน สวัสดีค่ะ!"
พอเฉินเสี่ยวจิ่วตื่นนอนตอนเช้าแล้วมาที่ห้องรับแขก ก็พบว่าหวังเถียนเถียนที่ผูกผ้ากันเปื้อนกำลังเตรียมอาหารเช้าอยู่
เธอวางไข่ดาวทรงกลมสวยๆ สองฟองบนโต๊ะ ด้านนอกสีขาวด้านในสีเหลือง ประณีตราวกับดวงอาทิตย์เล็กๆ มองดูแล้วก็น่ากิน จับคู่กับข้าวต้มร้อนๆ และผักสีเขียวจานหนึ่ง ใช้วัตถุดิบง่ายๆ ทำอาหารเช้า
"หวังว่าจะไม่รังเกียจว่าหนูทำอาหารไม่เก่งนะคะ" หวังเถียนเถียนกล่าวอย่างเขินอาย
"ไม่มีทาง แค่นั่งก็หอมแล้วเนี่ย" เฉินเสี่ยวจิ่วสูดดมแล้วกล่าว
เขานั่งลงที่โต๊ะอาหารกับหวังเถียนเถียน ตอนนี้ทั้งสองคนนั่งอยู่ตรงข้ามกัน พอนึกถึงเรื่องเมื่อคืน ก็มีความรู้สึกอบอุ่นอันคลุมเครือแผ่กระจายไป
"พี่เฉิน ลองชิมดูสิคะว่าหนูทำเป็นยังไง" หวังเถียนเถียนกล่าว
"อย่าเรียกผมว่าพี่เฉินเลย มันดูห่างเหิน เรียกผมว่าเสี่ยวจิ่วก็ได้"
"แบบนั้นไม่ได้นะคะ มันไม่สุภาพ เอาเป็นว่าหนูเรียกคุณว่าพี่จิ่วก็แล้วกันค่ะ" หวังเถียนเถียนกล่าว
"ก็ได้ น้องสาวผมก็เรียกผมแบบนี้"
เฉินเสี่ยวจิ่วตักข้าวต้มหนึ่งช้อน เป่าให้หายร้อน กินเข้าไปคำหนึ่ง กลิ่นข้าวหอมก็อบอวลอยู่ในปาก แค่ข้าวต้มก็สุดยอดแล้ว
พอได้ชิมไข่ดาวและผัก ก็หอมอร่อยไม่แพ้กัน อดไม่ได้ที่จะยกนิ้วให้แล้วชมว่า "อร่อยมาก น่าเสียดาย!"
"เสียดายอะไรเหรอคะ" หวังเถียนเถียนถามด้วยความตกใจ
"ผมก็แค่กลัวว่ารสชาติปากจะเปลี่ยนไป หลังจากนี้คงจะกินอาหารเดลิเวอรี่ไม่ลงแล้ว" เฉินเสี่ยวจิ่วพูดติดตลก
"งั้น...งั้นหลังจากนี้หนูทำให้คุณกินทุกวันดีไหมคะ" หวังเถียนเถียนมองสบตาอย่างมีเลศนัยแล้วถามอย่างลองเชิง เธอแค่กลัวว่าจะได้ยินคำพูดปฏิเสธจากเฉินเสี่ยวจิ่ว
ในใจของเฉินเสี่ยวจิ่วกระตุกขึ้นมา เพราะคำพูดนี้มีความหมายซ่อนอยู่ นั่นก็คือ - อยู่ด้วยกัน?
บ้านมันกว้างเกินไปจริงๆ การหาคนมาช่วยดูแลก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดี เฉินเสี่ยวจิ่วจึงส่งคำเชิญอย่างเป็นทางการ "ที่นี่ผมมีห้องว่างเยอะมาก ถ้าเธอไม่รังเกียจ ก็ย้ายเข้ามาอยู่ได้นะ พวกเราสองคนจะได้มีเพื่อนคอยดูแลกัน"
"แบบนี้...มันจะไม่เหมาะหรือเปล่าคะ ยังไงมันก็เป็นบ้านใหม่ของคุณ"
"มันมีอะไรที่ไม่เหมาะสม บ้านมันกว้างเกินไปก็เสียเปล่า เธอมาก็ถือว่าใช้พื้นที่ให้เป็นประโยชน์ก็แล้วกัน" เฉินเสี่ยวจิ่วพูดติดตลก
"อืม..."
หวังเถียนเถียนพยักหน้าอย่างเขินอาย ในชั่วพริบตาเดียวก็รู้สึกมีความสุขมาก เธอร่อนเร่ไปในที่ที่ไม่คุ้นเคยอยู่ครึ่งปี ในที่สุดก็มีที่พึ่งพิงแล้ว การอยู่กับเฉินเสี่ยวจิ่วก็ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกรังแก แถมเฉินเสี่ยวจิ่วยังเป็นผู้ชายที่ดีที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้ว เธอก็เลยวางใจ
ทั้งสองคนบรรลุเป้าหมายที่ตัวเองต้องการแล้ว มื้อนี้จึงกินกันอย่างมีความสุขมาก หลังจากกินเสร็จ หวังเถียนเถียนก็เก็บกวาดโต๊ะอาหารอย่างขยันขันแข็ง แถมยังเริ่มทำความสะอาดห้องรับแขก เรียกได้ว่าเธอขยันกว่าแม่บ้านเสียอีก
"ไม่ต้องทำอะไรพวกนี้แล้ว เธอไปเก็บของเถอะ เดี๋ยวผมจะพาเธอไปหาประธานหลี่ ไปยกเลิกสัญญา หลังจากนั้นเธอก็เป็นอิสระแล้ว" เฉินเสี่ยวจิ่วกล่าว
"ค่ะ!"
หวังเถียนเถียนพยักหน้า ไปแต่งหน้าในห้องน้ำ พอเก็บข้าวของเสร็จ เฉินเสี่ยวจิ่วก็ออกไปข้างนอกพร้อมกับเธอ
พอออกมาข้างนอก เฉินเสี่ยวจิ่วถึงได้รู้ว่ามีปัญหาใหญ่เกิดขึ้น เขาไม่มีรถส่วนตัว การนั่งรถแท็กซี่ไปเจรจาต่อรองกับบริษัทของอีกฝ่ายมันดูแย่เกินไป ออร่าของเขาจะถูกลดลงไปโดยปริยาย
เฉินเสี่ยวจิ่วจึงพูดกับหวังเถียนเถียนว่า "หรือว่าจะไปซื้อรถกับผมก่อนดี ไม่มีรถมันไม่สะดวกเลย"
"ค่ะ!" ขอแค่ได้อยู่กับเฉินเสี่ยวจิ่วก็พอ จะไปที่ไหนเธอก็ไม่ว่าอะไร
"แล้วเธอว่า รถยี่ห้อไหนดี" เฉินเสี่ยวจิ่วถามเธอ
"รถที่เข้ากับฐานะของคุณเหรอคะ...หนูว่ามายบัคก็ดีนะคะ เห็นเจ้าของธุรกิจหลายคนขับกัน" หวังเถียนเถียนขมวดคิ้วคิด แล้วกล่าว
"ดีเลย เชื่อเธอแล้วกัน มายบัค!" เฉินเสี่ยวจิ่วหัวเราะ
"อ๊ะ หนูแค่พูดไปเรื่อยนะคะ ต้องดูความชอบของคุณเองด้วยค่ะ" หวังเถียนเถียนลนลานเล็กน้อย กลัวว่าเฉินเสี่ยวจิ่วจะไม่พอใจในอนาคตแล้วมาต่อว่าเธอ
"ไม่เป็นไร แค่รถคันเดียว ขับไปก่อน ถ้าไม่ชอบค่อยซื้อคันอื่น"
เฉินเสี่ยวจิ่วเรียกรถ Didi คันหนึ่งเพื่อพาพวกเขาไปที่ร้าน Benz 4S
พอพวกเขามาถึงร้าน Benz 4S หวังเถียนเถียนก็เพิ่งยอมรับความจริงนี้ โลกของคนรวยเธอไม่เข้าใจเลย การซื้อรถของเฉินเสี่ยวจิ่วก็เหมือนกับการซื้อเสื้อผ้าหนึ่งชิ้นของเธอ ไม่จำเป็นต้องใช้เงินเก็บที่คนทั่วไปใช้มาทั้งค่อนชีวิต ดังนั้นจึงไม่เหมือนกับคนธรรมดาที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ จะซื้อก็ซื้อเลยราวกับการซื้อผักในตลาด
ตอนนี้เฉินเสี่ยวจิ่วสวมชุดสูทแบรนด์ดังทั้งตัว ข้างๆ ก็มีสาวสวยที่ใสซื่อบริสุทธิ์ยืนอยู่ คนอื่นพอมองก็รู้ว่าเป็นคนรวยพาสาวมาซื้อรถ ดังนั้นก็มีพนักงานขายชายคนหนึ่งเดินเข้ามาต้อนรับอย่างกระตือรือร้นทันที
"นายท่าน อยากดูรถรุ่นไหนดีครับ" พนักงานขายหนุ่มคนนั้นถามอย่างเคารพ
"มายบัคครับ" เฉินเสี่ยวจิ่วกล่าว
"ครับ รถคันนี้คือรุ่น S560-4MATIC ขับเคลื่อนสี่ล้อ เกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด ส่วนคันนี้คือรุ่น S680 Diao Dian Collection Edition ดูสง่างามกว่า เหมาะสมเป็นพิเศษกับนายท่านที่มีบุคลิกแบบท่านและต้องการจะขับเอง" พนักงานขายชายกำลังโปรโมทอย่างกระตือรือร้น
"หรือว่าจะเอารุ่นนี้ดีนะ" เฉินเสี่ยวจิ่วถามความเห็นของหวังเถียนเถียน
"คุณชอบก็แล้วกันค่ะ อยากหนูดูก็แค่รู้ว่ารถที่นี่ยังไงก็ดีหมดค่ะ"
หวังเถียนเถียนดูจนตาลายไปหมดแล้ว ยังไงซะมันก็เป็นรถดี รถที่พ่อของเธอขับยังเป็นรถสัญชาติจีนราคาแสนกว่าหยวน คนธรรมดาแบบเธอไม่กล้าคิดถึง Benz หรอก
"ดี งั้นก็เอารุ่น S680 นี่แล้วกัน ผมเอาคันที่พร้อมส่ง ทำเรื่องให้เร็วที่สุด ผมอยากขับไปทำธุระต่อเลย" เฉินเสี่ยวจิ่วกล่าว
"ครับท่าน เชิญทางนี้ครับ!"
พนักงานขายดีใจจนพูดติดๆ ขัดๆ เขาไม่เคยเห็นลูกค้าที่ตัดสินใจซื้อเร็วขนาดนี้มาก่อน คนอื่นเลือกแล้วเลือกอีก แถมยังต่อรองราคาด้วย แต่เฉินเสี่ยวจิ่วนั้นกลับกัน ตั้งแต่เดินเข้ามาจนถึงการตัดสินใจซื้อใช้เวลาแค่ 3 นาที นี่ทำลายสถิติการขายที่เร็วที่สุดของร้าน 4S ของพวกเขาเลย
"คนๆ นี้แหละเศรษฐีตัวจริง!" พนักงานขายชายสรุปในใจและชื่นชมอย่างมาก
ตอนนี้ในบัญชีของเฉินเสี่ยวจิ่วมีเงินหลายสิบล้าน ไม่จำเป็นต้องเอาเหรียญออกมาทำให้ใครตกใจแล้ว เขารูดบัตรจ่ายเงินอย่างง่ายดาย จ่ายสด 3.18 ล้านในคราวเดียว
ขณะที่คนของร้าน 4S กำลังทำเรื่องให้ เหยียนเต้าคนขับรถก็โทรศัพท์มาหาเฉินเสี่ยวจิ่ว "นายท่านเฉิน คุณไม่อยู่ที่วิลล่าหรอครับ"
"ผมอยู่ที่ร้าน Benz 4S ถนนเทียนหู่ คุณมาที่นี่สิ" เฉินเสี่ยวจิ่ววางสาย
อีกยี่สิบกว่านาทีต่อมา เหยียนเต้าก็ขับรถมา เฉินเสี่ยวจิ่วให้หวังเถียนเถียนรอเขาก่อน เขาจะออกไปทำธุระหน่อย
เฉินเสี่ยวจิ่วมาข้างนอก จากนั้นก็โบกมือเสกเหรียญให้เต็มคันรถ
ตอนนี้รถดั้มพ์ติดตั้งกระบะที่ปิดมิดชิด ทำให้คนภายนอกมองไม่เห็นข้างใน สามารถลดการเปิดเผยได้ ป้องกันไม่ให้ประชาชนตกใจและตื่นตระหนกกับเหรียญที่เต็มคันรถ
จากนั้นเหยียนเต้าขับรถไปฝากเงินที่ธนาคารสหกรณ์ชนบทอย่างคล่องแคล่ว ส่วนเฉินเสี่ยวจิ่วก็กลับไปที่ร้าน 4S หวังเถียนเถียนพอเห็นเขาก็ยิ้มถามว่า "ทำธุระเสร็จแล้วเหรอคะ"
"เสร็จแล้ว" เฉินเสี่ยวจิ่วตอบอย่างง่ายๆ
เป็นหวังเถียนเถียนก็คงคิดไม่ถึงหรอกว่า ในเวลาไม่กี่นาทีที่เขาออกไป เงินในบัญชีของเขาจะเพิ่มขึ้นอีก 2.5 ล้าน
ใช้เวลาชั่วโมงกว่า เรื่องการซื้อรถก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว ส่วนป้ายทะเบียนต้องใช้เวลาสักพัก ร้าน 4S จึงทำป้ายทะเบียนชั่วคราวให้ก่อน เพื่อให้เฉินเสี่ยวจิ่วสามารถขับรถออกไปได้เลย
"เถียนเถียน ไปกันเถอะ"
เฉินเสี่ยวจิ่วหยิบกุญแจ แล้วเรียกหวังเถียนเถียนออกจากร้าน
รถ มายบัค S680 คันใหม่ที่เขาซื้อจอดอยู่หน้าประตูแล้ว การพ่นสีดำสะท้อนแสงแวววาว รูปร่างรถสง่างามและแข็งแกร่ง ทำให้รู้สึกถึงความหนักแน่นที่น่าพึงพอใจ เหมาะสมกับที่นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จจะขับโลดแล่นออกไปในเมืองเป็นอย่างยิ่ง
เฉินเสี่ยวจิ่วเปิดประตูทางขวาส่งให้หวังเถียนเถียนขึ้นไปก่อน จากนั้นเขาก็มาที่ที่นั่งคนขับ
เขาลองศึกษาการสตาร์ทเครื่องแบบไร้กุญแจ ทำความคุ้นเคยกับการใช้งานพื้นฐานของรถ จากนั้นก็ขับมายบัคคันใหม่ที่ซื้อมาออกไป
รถขับได้นิ่งมาก เสียงเครื่องยนต์และการสั่นสะเทือนต่ำมาก เป็นรถที่ดีจริงๆ รถทั่วไปที่เฉินเสี่ยวจิ่วเคยขับเป็นประจำเทียบไม่ได้เลย เป็นรถจากคนละโลกกันอย่างสิ้นเชิง
"คุ้มค่าที่ซื้อรถคันนี้มาเลยนะเนี่ย!" เฉินเสี่ยวจิ่วตบพวงมาลัยแล้วกล่าว "ต้องขอบคุณเธอนะเถียนเถียน ที่แนะนำรถดีๆ ให้"
"ไม่ใช่หรอกค่ะ หนูแค่พูดตามที่คิด"
หวังเถียนเถียนยิ้มอย่างเขินอาย เมื่อได้รับคำชมจากเฉินเสี่ยวจิ่ว ในใจของเธอก็รู้สึกหวานชื่นขึ้นมา
หลังจากนั้นเฉินเสี่ยวจิ่วก็ขับรถไปยัง "บริษัท Tongda Entertainment" ที่หวังเถียนเถียนเซ็นสัญญาไว้ พอลงจากรถ หวังเถียนเถียนก็คล้องแขนของเฉินเสี่ยวจิ่วอย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งสองคนเดินเข้าไปในบริษัทด้วยกัน
พอมีคนเห็นหวังเถียนเถียนและเฉินเสี่ยวจิ่วอยู่ที่หน้าประตู พวกเขาก็รีบโทรศัพท์แจ้งไปข้างบน คาดว่ากำลังรายงานให้ประธานหลี่ทราบ
แต่ด้านเฉินเสี่ยวจิ่วมีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมก็ได้เดินเข้าไปอย่างสง่าผ่าเผย!!