- หน้าแรก
- เหรียญมรดกโคตรดี ผมนี่แหละเทพทรูตัวจริง
- บทที่ 25-26 ห้ามพูด 7 วัน, คิวปี้หลัว
บทที่ 25-26 ห้ามพูด 7 วัน, คิวปี้หลัว
บทที่ 25-26 ห้ามพูด 7 วัน, คิวปี้หลัว
บทที่ 25 ห้ามพูด 7 วัน
หลังจากที่เฉินเสี่ยวจิ่ววางสายจากพวกมิจฉาชีพ เดิมทีเขาคิดว่ามันจะเป็นแค่เรื่องเล็กน้อย แต่เขาไม่คิดเลยว่าเรื่องนี้จะกระตุ้นเหรียญเทพขึ้นมาได้
เฉินเสี่ยวจิ่วได้รับภารกิจใหม่ทันที "ภารกิจจำกัดเวลา - การหลอกลวงทั้งหลายคือบาป เปิดโปงความจริงของผู้หลอกลวง ยิ่งเปิดโปงมากเรื่อง ยิ่งส่งผลกระทบมากครั้ง ยิ่งได้รับรางวัลมากขึ้น"
เหนือเหรียญเทพปรากฏช่องวัดค่าเสมือนจริงที่กะพริบ นี่คือตัวนับภารกิจ
ในใจของเฉินเสี่ยวจิ่วดีใจ ในที่สุดภารกิจก็มาจนได้ แต่ภารกิจนี้แปลกๆ เขาไม่สามารถใช้ประโยชน์จากเหรียญเทพเพื่อทำให้สำเร็จได้โดยตรง เช่น การเสกเงินซื้อของ
แต่ไม่เป็นไร เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นและเป็นข่าวอยู่บ่อยครั้ง เฉินเสี่ยวจิ่วรีบแจ้งหมายเลขโทรศัพท์ของพวกมิจฉาชีพนี้ผ่านแพลตฟอร์มแจ้งเบาะแสการหลอกลวง
มีการหลอกลวงทางออนไลน์แบบนี้มากมาย แต่ความหวังในการจับกุมมีน้อยนิด พวกมิจฉาชีพสมัครหมายเลขโดยใช้บัตรประชาชนที่ซื้อมา แถมรังก็ยังอยู่ในต่างประเทศ ยากที่จะติดตาม การแจ้งเบาะแสก็เรียกได้ว่าแค่ดีกว่าไม่ได้ทำอะไร
ช่องวัดค่าเสมือนจริงบนเหรียญเทพกะพริบแสดงความก้าวหน้า แต่ขนาดที่เพิ่มขึ้นนั้นกลับยากที่จะมองเห็นด้วยตาเปล่า การเปิดเผยการหลอกลวงครั้งนี้มีผลกระทบต่อคนจำนวนน้อยเกินไป ไม่สามารถประกาศให้ทราบโดยทั่วกันได้ ดูเหมือนว่าการเปิดเผยหมายเลขโทรศัพท์ของพวกมิจฉาชีพจะไม่สามารถทำภารกิจให้สำเร็จได้ตามที่เขาหวังเสียแล้ว..
เฉินเสี่ยวจิ่วขมวดคิ้ว เขาพยายามครุ่นคิดอย่างหนักว่าจะต้องทำอะไรอีกถึงจะส่งผลกระทบมากๆ ได้
"ที่ไหนมีพวกมิจฉาชีพเยอะบ้างมั้ยนะ" เฉินเสี่ยวจิ่วพึมพำ
จู่ๆ โทรศัพท์ก็ส่งข่าวซุบซิบมา บอกว่าสตรีมเมอร์ในแพลตฟอร์มไลฟ์สดแต่งหน้าปรับผิวมากเกินไป พอจัดกิจกรรมออฟไลน์มันก็เผยธาตุแท้ออกมาทันที จากเทพธิดากลายเป็นป้า พร้อมทั้งแปะภาพสตรีมเมอร์ที่มีชื่อเสียงหลายคนจากแพลตฟอร์มโดวเซีย ตอนอยู่หน้ากล้องนั้นสวยราวกับนางฟ้า พอได้เจอในชีวิตจริงกลับดูหมองคล้ำเหมือนคนธรรมดาทั่วไป
เฉินเสี่ยวจิ่วรู้สึกเหมือนฟ้าประทานปัญญา "ใช่แล้ว สตรีมเมอร์ใช้รูปร่างหน้าตาปลอมๆ ให้ผู้ชมดูก็เป็นการหลอกลวงอย่างหนึ่งไม่ใช่เหรอ สตรีมเมอร์ในแพลตฟอร์มไลฟ์สดมีเยอะแยะ แถมพวกเธอมีแฟนคลับเยอะด้วย ถ้าฉันไปเปิดโปงความจริงของพวกเธอ.. ความก้าวหน้าของภารกิจจะต้องดีมากแน่ๆ!"
ความคิดนี้สมเหตุสมผล เฉินเสี่ยวจิ่วคิดแล้วก็ลงมือทำเลย เขารีบดาวน์โหลดแอปโดวเซียไลฟ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มไลฟ์สดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ
ในแอปเป็นรูปกุ้ง หลังจากดาวน์โหลดเสร็จภายในไม่กี่วินาทีก็ติดตั้ง เฉินเสี่ยวจิ่วสมัครบัญชีด้วยโทรศัพท์มือถือ ตั้ง ID ว่า "สำนักงานต่อต้านการหลอกลวงไลฟ์สดแห่งชาติ" แล้วเริ่มรับชมไลฟ์สด
ในหน้าแรกของแอปมีไลฟ์สดเกมต่างๆ รูปภาพหนุ่มหล่อสาวสวยมากมายจนตาลาย เฉินเสี่ยวจิ่วต้องการเปิดโปงพฤติกรรมการหลอกลวงของสตรีมเมอร์ที่ไม่ได้แสดงออกด้วยรูปร่างหน้าตาที่แท้จริง เขาจึงตรงไปยังห้องไลฟ์สดของสตรีมเมอร์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ชื่อเล่นของสตรีมเมอร์ที่ได้รับความนิยมอันดับหนึ่งในปัจจุบันชื่อว่า "ฉันมีลูกท้อลูกใหญ่" ซึ่งจงใจชวนให้คิดลึก
พอเข้าไปในห้องไลฟ์สดก็ทำให้เฉินเสี่ยวจิ่วตกใจ เขาเห็นสตรีมเมอร์ชื่อลูกท้อคนนี้มีใบหน้าขาวเหมือนผี ดวงตาใหญ่เหมือนลูกปิงปอง คางแหลมเหมือนซงจินวูที่สามารถแทงคนให้ตายได้ ดูๆ ไปก็คล้ายกับนางพญางูขาวในความทรงจำ เรียกได้ว่าทั้งตัวไม่เหมือนคนปกติไปแล้ว ไม่บอกก็รู้ว่าต้องแต่งรูปมากเกินไปแน่นอน
เฉินเสี่ยวจิ่วเห็นจำนวนคนในห้องไลฟ์สดห้าสิบกว่าล้านคน สตรีมเมอร์แบบนี้ถ้าเปิดโปงความจริงของเธอ ผลลัพธ์จะต้องดีมากแน่ๆ
ดังนั้นเฉินเสี่ยวจิ่วจึงส่งข้อความในห้องไลฟ์สดว่า "สวัสดีครับ ช่วยปิดฟิลเตอร์หน่อยได้มั้ยครับ ให้เราเห็นรูปร่างหน้าตาที่แท้จริงของคุณได้ไหม?"
แต่คำพูดแบบนี้จมหายไปอย่างรวดเร็วในห้องไลฟ์สด เฉินเสี่ยวจิ่วจึงส่งซ้ำอีกครั้ง แต่ก็ได้รับข้อความว่าถูกผู้ดูแลห้องแบนเป็นเวลา 7 วัน
"ถึงกับขัดขวางไม่ให้ผู้ชมได้รู้ความจริงเลยงั้นหรอ!"
เฉินเสี่ยวจิ่วโกรธมาก แต่เขาก็ไม่มีวิธีทำอะไรได้ ในห้องไลฟ์สดนี้เขาคงไม่มีสิทธิ์ที่จะพูดอะไรแล้ว
ดังนั้นเขาจึงเปลี่ยนห้องไลฟ์สด คราวนี้สตรีมเมอร์คนนี้ใส่เสื้อผ้าที่พองโต ราวกับมีลูกฟักสองลูกอยู่ข้างใน ไม่รู้ว่ายัดนุ่นเข้าไปมากแค่ไหนกัน
เฉินเสี่ยวจิ่วกล่าวต่อไปว่า "สวัสดีครับ ช่วยอย่ายัดนุ่นได้ไหมครับ? มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าจงใจดันออกมา"
ไม่นานนัก เฉินเสี่ยวจิ่วก็ถูกแบนอีกครั้ง แถมสตรีมเมอร์ก็ยังโกรธ ยุยงให้เพื่อนในไลฟ์สดสาดเสียเทเสียเขา ด่าว่า "สำนักงานต่อต้านการหลอกลวงไลฟ์สดแห่งชาติ" นั้นเป็นพวกโง่ หรือไม่ก็พวกขี้อิจฉา..
บทที่ 26 คิวปี้หลัว
เฉินเสี่ยวจิ่วโกรธมาก เขาเติมเงินหลายหมื่นหยวนทันที จากนั้นก็ส่งซูเปอร์จรวดรัวๆ ห้าลูกให้สตรีมเมอร์หญิงคนนี้ ทำให้สตรีมเมอร์หญิงคนนี้ดีใจรีบเอ่ยชื่อขอบคุณ จากนั้นสตรีมเมอร์หญิงก็ทำตามกฎของห้องสตรีม ยกเลิกการแบนเฉินเสี่ยวจิ่ว แถมยังได้รับสิทธิ์ในการแอด WeChat ของสตรีมเมอร์ด้วย
เฉินเสี่ยวจิ่วส่งข้อความผ่าน WeChat ถามทันทีว่าเธอสามารถสตรีมแบบไม่ใส่ฟองน้ำดันทรงได้ไหม
แต่สตรีมเมอร์หญิงกลับหลีกเลี่ยงคำถามนี้ และส่งข้อความตอบกลับที่แปลกประหลาดมาว่า "ถ้าส่งซูเปอร์จรวดรัวๆ ยี่สิบลูก สามารถเจอกันเป็นการส่วนตัวได้หนึ่งครั้ง ถ้าสามารถจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินให้ และสามารถไปยังสถานที่ที่เธอเลือกได้ สตรีมเมอร์จะทำให้คุณมีค่ำคืนที่แสนวิเศษ..."
เฉินเสี่ยวจิ่วถึงกับงง เขาไม่คิดว่าการเปย์ของเขาโดยไม่ได้ตั้งใจจะกระตุ้นกฎลับของวงการสตรีมนี้ได้ แค่มีเงิน สตรีมเมอร์หญิงหลายคนพร้อมจะให้เขาเอื้อมมือไปคว้ามาได้ แต่เฉินเสี่ยวจิ่วไม่ได้ต้องการล่าแต้ม เขาแค่ต้องการทำภารกิจ ในเมื่อสตรีมเมอร์หญิงคนนี้ไม่ให้ความร่วมมือ เขาก็แค่เปลี่ยนคน
ต่อจากนั้นเฉินเสี่ยวจิ่วก็ไปเยี่ยมห้องสตรีมต่างๆ จู่ๆ ก็พบว่ามีห้องสตรีมหนึ่งที่มีคนดูเยอะมาก สิ่งที่แปลกคือสตรีมเมอร์หญิงคนนี้ใช้รูปการ์ตูนคนเล็กๆ บังหน้า ฟังจากเสียงแล้วเป็นสาวน้อยน่ารัก ชื่อสตรีมของเธอใช้ชื่อว่า "องค์หญิงคิวปี้หลัว"
สตรีมเมอร์คนนี้ก็น่าสนใจดี อ้างว่าตัวเองเป็นสตรีมเมอร์ที่เน้นหน้าตา แถมในห้องสตรีมยังติดป้ายประกาศว่า ถ้าเปย์ของขวัญแสนหยวนจะสามารถเจอกันเป็นการส่วนตัวได้ แล้วถ้ามีผู้ติดตามถึงแสนคน เธอจะเปิดเผยใบหน้า
เฉินเสี่ยวจิ่วจึงถามเธอโดยตรงว่า "ผมเปย์แสนหยวน ไม่ขอเจอ แต่สามารถเปิดหน้าสดในห้องสตรีมได้ไหม"
แล้วองค์หญิงคิวปี้หลัวคนนี้ก็มาเยาะเย้ย "ก็เปย์สิ เปย์ก่อนแล้วค่อยว่ากัน!"
เมื่อเห็นดังนั้น เฉินเสี่ยวจิ่วก็ส่งซูเปอร์จรวดรัวๆ ไป 50 ลูกทันที รวมแล้วมูลค่ากว่าหนึ่งแสนหยวน และในเวลาอันรวดเร็ว ทั้งแพลตฟอร์มโดวเซียก็เต็มไปด้วยข่าวที่ว่า "สำนักงานต่อต้านการหลอกลวงไลฟ์สดแห่งชาติ" มอบซูเปอร์จรวดรัวๆ ให้ "องค์หญิงคิวปี้หลัว"
เรื่องนี้ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง และเขาก็กลายเป็นอันดับหนึ่งในชาร์ตผู้สนับสนุนสตรีมเมอร์ไปแล้ว
"เป็นยังไง เปิดหน้าได้หรือยัง" เฉินเสี่ยวจิ่วถามทันที
"แหม แบบนี้ทำให้หนูทำใจไม่ได้ไปพักนึงเลยนะคะ!" สตรีมเมอร์คิวปี้หลัวที่สวมเสื้อคลุมลายจุดขาวดำพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
เฉินเสี่ยวจิ่วรู้สึกอึดอัดในใจอย่างบอกไม่ถูกถึงสาเหตุที่คิวปี้หลัวคนนี้ปิดบังใบหน้า มันดูเสแสร้ง เขาไม่ชอบเรื่องแบบนี้เลย แต่เพื่อทำภารกิจให้สำเร็จ เขาจึงเร่งเร้าให้อีกฝ่ายเปิดหน้าโดยเร็ว จิตใต้สำนึกของเขาบอกเขาว่า สตรีมเมอร์หญิงคนนี้ต้องปิดบังอะไรบางอย่างจากผู้ชมแน่ๆ
เมื่อส่งของขวัญไปแล้ว องค์หญิงคิวปี้หลัวก็บิดไปบิดมา บอกว่ายังไม่ได้เตรียมตัว รอมีวาสนาแล้วค่อยเปิดหน้า
"แล้วนี่ไม่ใช่การหลอกลวงเหรอ" เฉินเสี่ยวจิ่วพิมพ์ข้อความถามเธอ
คิวปี้หลัวกลับไม่ตอบเขาอีกเลย และเพื่อเปลี่ยนหัวข้อสนทนา เธอจึงริเริ่มไป PK กับสตรีมเมอร์หญิงที่ชื่อ MIX ซิงจื่อ
ในช่วง PK คิวปี้หลัวก็ยังคงอ้างว่าตัวเองเป็นนักพากย์ และเป็นสตรีมเมอร์ที่เน้นหน้าตา
แต่ราวกับว่าพระเจ้าแห่งความยุติธรรมได้ตอบกลับต่อซูเปอร์จรวดแสนหยวนของเฉินเสี่ยวจิ่ว
ซอฟต์แวร์สตรีมเกิดข้อผิดพลาดขึ้นชั่วขณะ รูป GIF ที่บังหน้าของเธอหายไป.. และสิ่งที่ปรากฏต่อหน้าทุกคนก็คือป้าอ้วนคนหนึ่ง ทำให้เพื่อนๆ ในห้องสตรีมต่างก็ตกใจกันหมด
ตอนนั้นเฉินเสี่ยวจิ่วกำลังดื่มน้ำอยู่ พอเห็นหน้าจริงของคิวปี้หลัวเขาก็ถึงกับพ่นน้ำออกมาจนเปียกมือถือไปหมด
เฉินเสี่ยวจิ่วเหงื่อแตกไปหมด "ให้ตายสิ นี่มันหลอกลวงชัดๆ ถ้าป้าเป็นสตรีมเมอร์ที่เน้นหน้าตาได้ งั้นคุณ ซิงจื่อที่อยู่อีกฝั่งก็สวยทะลุโลกไปเลยสิ!"
ในห้องสตรีมครึกครื้นขึ้นมาทันที ทุกคนต่างก็พิมพ์ข้อความกัน
ชาวเน็ตปกติ Be like : "ขยะแขยง", "แก่แถมยังขี้เหร่อีก"
ชาวเน็ตที่เวลสูงกว่า Be like : "Eww", "BruH", "องค์หญิงคิวปี้หลัวสุดยอด", "คุณยายหนูรักคุณยาย" ฯลฯ
แถมยังมีชาวเน็ตที่ชอบเล่นมุก กำลังสแปมว่า "กด F เพื่อเข้าสู่รถถัง Tiger ในสงครามโลกครั้งที่สอง" (ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าหมายถึงอะไร)
เฉินเสี่ยวจิ่วไม่รู้จะพูดอะไรดี ในตอนนี้เริ่มมีชาวเน็ตหลายคนส่งข้อความมาปลอบใจเขาที่เป็นอันดับหนึ่ง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่านี่เป็นการแสดงความเสียใจจากผู้ชายด้วยกันทั้งนั้น มันทำให้เฉินเสี่ยวจิ่วหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออกเลยทีเดียว และเพื่อหลีกเลี่ยงการได้รับความสนใจมากเกินไป เขาจึงลบบัญชีไปทันที
แต่สิ่งที่เฉินเสี่ยวจิ่วคาดไม่ถึงก็คือ เหตุการณ์คิวปี้หลัวกลับทวีความรุนแรงขึ้นไปมาก
ในวันสองวันต่อมาก็เกิดเป็นพายุในโลกออนไลน์ คิวปี้หลัวกลายเป็นหัวข้อสนทนาทั่วทั้งอินเทอร์เน็ต ส่วน MIX ซิงจื่อ ที่ PK กับเธอก็ถูกชาวเน็ตเรียกว่า "สตรีมเมอร์สายให้ความรู้ด้านการทหารในโลกอนิเมะ" และกลายเป็นคนดังในชั่วข้ามคืน
ส่วนบัญชีอันดับหนึ่งของเฉินเสี่ยวจิ่วก็กลายเป็นเป้าหมายของการล้อเลียน ทุกคนต่างแต่งเรื่องไปต่างๆ นานา บอกว่าเขาลบบัญชีมุดดินหนีไปตอนกลางคืนบ้าง นั่งรถไฟหนีไปแล้วบ้าง หรือเขาอาจจะกลัวว่ารถไฟช้าไปเลยแบกรถไฟวิ่งหนีไปเลย...