- หน้าแรก
- เหรียญมรดกโคตรดี ผมนี่แหละเทพทรูตัวจริง
- บทที่ 5-6 เอาเหรียญเหล่านี้ไปซื้อยากันเถอะ, หรือว่าจะเป็นคนแลกเหรียญ!
บทที่ 5-6 เอาเหรียญเหล่านี้ไปซื้อยากันเถอะ, หรือว่าจะเป็นคนแลกเหรียญ!
บทที่ 5-6 เอาเหรียญเหล่านี้ไปซื้อยากันเถอะ, หรือว่าจะเป็นคนแลกเหรียญ!
บทที่ 5 เอาเหรียญเหล่านี้ไปซื้อยากันเถอะ!
หวินเมิ่งซีเบียดเสียดอยู่ในห้องพักผู้ป่วยสี่คน สภาพแวดล้อมแย่มาก ผู้ป่วยและญาติเบียดเสียดกันเพราะค่าห้องพักที่นี่ถูกที่สุด
หวินเมิ่งซีป่วยเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่เซลล์ชนิดรุกราน ซึ่งเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวที่หายาก รักษาได้ยากมาก และค่าห้องพักทั้งหมดนั้น อาศัยรายได้จากการทำงานของเฉินเสี่ยวจิ่ว ซึ่งเห็นได้ชัดว่าไม่เพียงพอ ดังนั้นจึงทำได้เพียงใช้ยาประคับประคองอาการไปวันๆ และประคองอาการมาเรื่อยๆ จนถึงทุกวันนี้
"พี่จิ่ว มาแล้วเหรอคะ" เมื่อหวินเมิ่งซีที่เห็นเฉินเสี่ยวจิ่วก็เรียกเขาด้วยเสียงอ่อนแรง
หวินเมิ่งซีที่อยู่บนเตียงคนไข้มีสีหน้าซีดเซียว ไม่มีผม นั่นคือผลข้างเคียงจากการทำคีโม แต่ถึงกระนั้น ใบหน้าที่สวยงามของเธอ ดวงตาโตที่เหมือนจะพูดได้ ก็ยังสร้างความประทับใจให้กับผู้คนได้เป็นอย่างมาก
หวินเมิ่งซีเป็นสาวสวย ถ้าไม่ป่วย เธอก็คงจะเป็นคนที่สวยหมดจด ตอนเด็กๆ เธอได้รับการรับเลี้ยงจากหลายครอบครัว แต่หลังจากที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว ก็ไม่มีใครสนใจใยดีเธออีกเลย แม้แต่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าก็ไม่จ่ายค่ารักษาพยาบาลให้เธออีกต่อไป จนเฉินเสี่ยวจิ่วต้องช่วยเหลือเธอมาจนถึงทุกวันนี้
"พี่จิ่ว อย่าเอาเงินมาทิ้งกับหนูอีกเลย" หวินเมิ่งซีพูดอย่างอ่อนแรง "หนูรู้ว่าโรคของหนูไม่หายหรอก เก็บเงินของพี่ไว้ ซื้อบ้านแต่งงานกับแฟนเร็วๆ นะคะ"
"ไม่ต้องห่วง ตอนนี้พี่มีเงินแล้ว พี่เพิ่งจ่ายค่าห้องพักให้เธอไปแสนนึง เราจะย้ายไปอยู่ห้องพิเศษเดี๋ยวนี้เลย"
หวินเมิ่งซีรู้สึกประหลาดใจมาก "พี่เอาเงินมาจากไหน พี่อย่าไปทำอะไรโง่ๆ นะ ไม่อย่างนั้นหนูจะรู้สึกผิดไปตลอดชีวิตเลย!"
"ไม่ต้องห่วง แหล่งที่มาของเงินถูกต้องตามกฎหมายแน่นอน รอให้เธอหายดีแล้วพี่จะอธิบายให้ฟังนะ"
เฉินเสี่ยวจิ่วปลอบใจหวินเมิ่งซี จากนั้นก็ดำเนินการย้ายเธอไปยังห้องพักผู้ป่วยเดี่ยว VIP ค่าห้องวันละพันห้าร้อยหยวน สำหรับเฉินเสี่ยวจิ่วคนก่อนถือว่าเป็นราคาที่สูงมาก แต่ตอนนี้มันเป็นแค่เรื่องของเหรียญ 1 หยวนจำนวน 1500 เหรียญ มันง่ายเสียยิ่งกว่าง่าย
เมื่อหวินเมิ่งซีย้ายไปที่ห้องพักผู้ป่วยเดี่ยว เมื่อเห็นสภาพแวดล้อมที่สะอาดสะอ้าน พยาบาลฉีดยาที่ดีที่สุดให้เธอ ทำให้เธอรู้สึกเหมือนอยู่ในความฝัน
"พี่จ้างคนดูแลมาให้ด้วยแล้ว มีอะไรก็บอกคนดูแลได้เลย พักผ่อนให้มากๆ รอให้พี่ทำธุระเสร็จแล้วจะมาเยี่ยมนะ"
"ค่ะ พี่จิ่วไปทำธุระเถอะ... " หวินเมิ่งซีมีน้ำตาคลอเบ้า "เป็นหนู.. ที่ถ่วงพี่ไว้.."
"อย่าพูดแบบนั้นเลย ตอนที่อยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ถ้าไม่ได้หนูขอร้องให้พี่ พี่คงโดนไล่ออกไปอดตายไปนานแล้ว"
ทั้งสองคนเจอเรื่องราวมากมายในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกันถึงจะมาถึงวันนี้ได้ ดังนั้นเฉินเสี่ยวจิ่วจึงยอมทนทุกข์เอง แต่จะไม่ยอมให้หวินเมิ่งซีต้องลำบาก พวกเขาสองคนมีความผูกพันเหมือนพี่น้องแท้ๆ
เมื่อออกจากโรงพยาบาล เฉินเสี่ยวจิ่วก็สูดหายใจเข้าลึก เขาต้องไปจัดการเรื่องของตัวเองแล้ว เรื่องแรกคือไปเอาของใช้ส่วนตัว รวมถึงเอกสารประจำตัวที่ร้านสะดวกซื้อกลับมา
เมื่อเฉินเสี่ยวจิ่วกลับมาที่ร้านสะดวกซื้อ เจ้าของร้านเงยหน้ามองเขาแวบหนึ่ง แล้วพูดอย่างเสียดสีว่า "แกยังมีหน้ากลับมาอีก รีบไปขนของเดี๋ยวนี้เลย เดี๋ยวค่อยมาเคลียร์บัญชีกัน!"
"ขี้ลืมรึไง ผมบอกไปแล้วว่าไม่ทำแล้ว!"
ตอนนี้เฉินเสี่ยวจิ่วมีมาดแล้ว เขาไม่สนใจเจ้าของร้าน เดินเข้าไปในห้องพักเพื่อเก็บของของเขา หยิบกระเป๋าสตางค์ เอกสารประจำตัว แล้วเปลี่ยนเป็นชุดลำลองที่ซักจนสีซีด
"โอ้โห ปีกกล้าขาแข็งแล้วเหรอ" เจ้าของร้านวัยกลางคนเดินตามมาตำหนิ "แกไม่ส่องกระจกดูตัวเองบ้างรึไง ถ้าฉันไม่รับเลี้ยงแกไว้ เด็กจบสายอาชีพอย่างแก จะไปหางานสบายๆ แบบนี้ได้ที่ไหน!"
"ใช่ งานสบายๆ จริงๆ ทำงานแทบตาย แต่ได้เงินเดือน 3,000 ต่อเดือน งานดีๆ แบบนี้เฮียเก็บไว้ทำเองเถอะ!"
เฉินเสี่ยวจิ่วประชดประชัน แล้วหยิบของของตัวเองเดินออกไป
"เดี๋ยวก่อน ฉันยังไม่อนุญาต แกจะออกไปไม่ได้!"
เจ้าของร้านเริ่มร้อนใจ รีบคว้าตัวเฉินเสี่ยวจิ่วเอาไว้ เพราะเขาหาลูกจ้างที่เงินเดือนต่ำขนาดนี้ไม่ได้อีกแล้ว ในเมืองชิ่งโจวที่ค่าครองชีพสูงขนาดนี้ หาพนักงานคิดเงินผู้หญิงยังต้องจ่ายเงินเดือนให้ถึงสี่พันหยวนเลย ตอนนี้เขาขูดรีดเฉินเสี่ยวจิ่วจนเป็นนิสัยไปแล้ว
"ปล่อย!"
สีหน้าของเฉินเสี่ยวจิ่วถมึงทึง เขาผลักมือออกไป เจ้าของร้านที่ขาดการออกกำลังกายก็ล้มลงไปนั่งกับพื้น
"โอ๊ย เจ็บนะโว้ย! แก.. แกต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ฉัน เว้นแต่แกจะอยู่ทำงานต่อ!" เจ้าของร้านขู่ตะคอก
เฉินเสี่ยวจิ่วยิ้มเยาะ จากนั้นก็โยนเหรียญหนึ่งหยวนออกมาสองพันเหรียญ แล้วพูดว่า "เอาเหรียญพวกนี้ไปซื้อยาแล้วกัน!"
เมื่อพูดจบ เขาก็เดินจากไปอย่างองอาจ
เจ้าของร้านได้แต่มองเหรียญที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นอย่างงงงัน เขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่มีอยู่อย่างหนึ่งที่ชัดเจน เฉินเสี่ยวจิ่วไม่ใช่เฉินเสี่ยวจิ่วคนเดิมอีกต่อไปแล้ว เหรียญหนึ่งหยวนที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นเหล่านี้คือหลักฐาน!
บทที่ 6 หรือว่าจะเป็นคนแลกเหรียญ
เมื่อเฉินเสี่ยวจิ่วออกจากร้านสะดวกซื้อ ทันใดนั้นเองก็มีแสงวาบขึ้นต่อหน้าต่อตา ในหัวของเขาก็ปรากฏตัวอักษรขึ้นมาเป็นแถว "ภารกิจทดสอบเหรียญเทพ ข้อที่หนึ่ง แก้แค้น! มีแค้นต้องชำระ ไม่เช่นนั้นไม่ใช่ลูกผู้ชาย โจวเฉียนทรยศ ในฐานะลูกผู้ชาย ต้องล้างความอัปยศนี้ ไม่เช่นนั้นจะส่งผลต่อจิตใจ ก้าวหน้าต่อไปไม่ได้!"
เฉินเสี่ยวจิ่วรู้สึกใจเต้น เขารู้แล้วว่าเหรียญวิเศษนี้มีชื่อว่า "เหรียญเทพ" แต่ภารกิจที่มันประกาศออกมาก็เป็นสิ่งที่เขาตั้งใจจะทำอยู่แล้ว เขาตั้งใจจะไปหาอดีตแฟนสาว โจวเฉียน เพื่อสะสางบัญชีอยู่แล้ว กล้าแอบโอนเงินค่ารักษาพยาบาลของหวินเมิ่งซีไป มันก็เท่ากับทำร้ายชีวิตคน ช่างไร้ยางอายสิ้นดี!
เฉินเสี่ยวจิ่วไปที่ห้องเช่าของโจวเฉียน แต่ได้รับแจ้งว่าเธอได้ย้ายออกไปเมื่อสามวันก่อน ดูเหมือนว่าเธอจะวางแผนไว้ล่วงหน้าแล้ว แม้แต่โทรศัพท์ของโจวเฉียนก็ปิดเครื่องไปแล้ว ทำให้ตอนนี้เขาไม่สามารถหาตัวเธอเจอได้ในทันที
แต่เรื่องนี้ไม่สำคัญ ทุกเมืองมีมุมที่แสงสว่างส่องไม่ถึง เฉินเสี่ยวจิ่วรู้จักคนในวงการคนหนึ่ง เขามีเส้นสายมากมาย การไปสอบถามข้อมูลจากเขาน่าจะได้คำตอบที่แน่นอน แต่แน่นอนว่าต้องจ่ายเงิน
ซึ่งตอนนี้เฉินเสี่ยวจิ่วมีเหรียญเทพแล้ว เขาไม่ขาดเงินอีกต่อไปแล้ว ดังนั้นเขาจึงโทรศัพท์หา "เฮียเฮย" คนนั้น
"เฮียเฮย ผมอยากจะสอบถามเรื่องคนคนหนึ่งหน่อยครับ" เฉินเสี่ยวจิ่วพูด
"เข้าใจกฎกติกาใช่ไหม" เฮียเฮยถามอย่างเฉื่อยชา
เฉินเสี่ยวจิ่วพูด "พี่อยู่ที่ไหน ผมจะเอาเงินไปให้พี่ด้วยตัวเอง!"
"บาร์เยว่โจว" จากนั้นเฮียเฮยก็วางสายไป
ตอนนี้ท้องฟ้าเริ่มมืดลงแล้ว เฉินเสี่ยวจิ่วตั้งใจจะรีบไป แต่เขาได้บทเรียนมาแล้วตอนจ่ายเงินที่โรงพยาบาล การสร้างเหรียญออกมามากมายโดยไม่มีเหตุผลจะทำให้เกิดความโกลาหล เขาต้องระมัดระวังเสียหน่อย
ดังนั้นเฉินเสี่ยวจิ่วจึงไปที่ซูเปอร์มาร์เก็ตสินค้าเบ็ดเตล็ดก่อน เพื่อซื้อถุงกระสอบขนาดใหญ่จำนวนมากติดตัวไปด้วย หลังจากนี้ถ้าเอาเหรียญใส่ถุง มันก็จะไม่สะดุดตาขนาดนั้น
จากนั้นเขาก็นั่งแท็กซี่ไปที่บาร์เยว่โจว ซึ่งตอนนี้เพิ่งจะหนึ่งทุ่ม ยังไม่ใช่ช่วงเวลาที่บาร์คึกคักที่สุด เฉินเสี่ยวจิ่วเดินเข้าไปข้างใน ซึ่งก็พบว่ามีลูกค้าอยู่แค่ไม่กี่คน
เฮียเฮยเป็นคนดูแลบาร์ เฉินเสี่ยวจิ่วเจอเขาในห้องรักษาความปลอดภัย เขากำลังจ้องมองหน้าจอมอนิเตอร์จำนวนมากเพื่อฆ่าเวลาที่น่าเบื่อ
"แกจะทำอะไร" เฮียเฮยเห็นเฉินเสี่ยวจิ่วหิ้วถุงกระสอบมาเป็นพะรุงพะรังก็ถามขึ้นด้วยความสงสัย
เฉินเสี่ยวจิ่วพูด "ช่วยผมสืบเรื่องคนสองคนหน่อย คนแรกชื่อโจวเฉียน เลขประจำตัวประชาชน ******* เธออยู่กับชู้ ผมอยากรู้ที่อยู่ที่แน่นอนของพวกเขา เอาให้ได้พรุ่งนี้"
"สืบเรื่องคนเหรอ ง่าย แต่ถ้าเอาพรุ่งนี้เลยมันจะยุ่งยากหน่อย อืม.. สามหมื่นได้มั้ยล่ะ" เฮียเฮยถูนิ้วชี้กับนิ้วโป้งไปมา เป็นความหมายของการเรียกเงิน
"รอแปปครับ!"
เฉินเสี่ยวจิ่วเดินออกไปข้างนอก จากนั้นก็สร้างเหรียญหนึ่งหยวนทั้งหมด 35,000 เหรียญใส่ในถุงกระสอบสองใบหรือก็คือเงิน 35,000 หยวน แล้วถือเข้ามาในห้องด้วยมือแต่ละข้างถือถุงละใบ
ถุงใส่เหรียญสองใบหนักมากๆ แต่เฉินเสี่ยวจิ่วทำงานใช้แรงมาตั้งแต่เด็ก เขามีแรงมากพอ เรื่องแค่นี้สามร้อยกว่ากิโลกรัมไม่ยากเกินไปสำหรับเขาหรอก
เฉินเสี่ยวจิ่ววางถุงใส่เหรียญสองใบลงบนพื้น ส่งเสียงดังอึกทึก
"เวรเอ้ย อะไรของแกเนี่ย" เฮียเฮยตกใจ
"เปิดดูสิครับ" เฉินเสี่ยวจิ่วพูด
เฮียเฮยเปิดปากถุงออก พบว่าเป็นเหรียญที่ส่องแสงแวววับเต็มไปหมด จากนั้นเขาก็พูดขึ้นทันที "เอาเหรียญมาให้ฉันเยอะขนาดนี้ทำไม ฉันจะเอาไปใช้ยังไง ฉันต้องการแบงก์!"
"ผมรู้ว่าการนับมันยาก ตรงนี้มีสามหมื่นห้าพัน ส่วนที่เกินมาถือว่าเป็นค่าเหนื่อยครับ"
ยังไงเฉินเสี่ยวจิ่วก็มีเหรียญไม่จำกัด การให้เพิ่มอีกห้าพันสำหรับเขาเป็นแค่การใช้ความคิดเพียงแวบเดียวเท่านั้น
ดังคำกล่าวที่ว่าคนเราตายเพราะเงิน การหาเงินห้าพันหยวนเพิ่มได้ฟรีๆ ซึ่งเท่ากับราคาโทรศัพท์มือถือระดับไฮเอนด์ เฮียเฮยแทบไม่ต้องคิดเลยว่าเรื่องนี้มันคุ้ม แต่เพื่อพิสูจน์ว่าเงินพวกนี้เป็นของจริงหรือเปล่า เฮียเฮยจึงลากถุงไปที่มุมกำแพงอย่างทุลักทุเล แล้วเทเหรียญทั้งหมดออกมา
ข้อเท็จจริงพิสูจน์ว่าในถุงนี้มีแต่เหรียญหนึ่งหยวนจริงๆ แม้มองผ่านๆ ยังไงก็มีมากกว่าสามหมื่นเหรียญอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าจะไม่น้อย แต่เฮียเฮยก็ยังรู้สึกว่ามันยุ่งยากอยู่ดี เขาจึงพูดขึ้นว่า "เอาไปฝากธนาคารก็ลำบาก ขนย้ายก็ยากเกินไป ไม่ได้ๆ แกต้องจ่ายเพิ่มให้ฉันอีกหน่อย!"
"ไม่มีปัญหา"
เฉินเสี่ยวจิ่วหยิบถุงอีกใบมาใส่เหรียญห้าพันเหรียญ แล้วโยนลงบนพื้นอีกครั้ง
คราวนี้เฮียเฮยพอใจแล้ว เขายิ้มแย้มแจ่มใสให้เจ้าของเงิน แถมยังยื่นบุหรี่จงหัวให้เฉินเสี่ยวจิ่ว พร้อมบอกว่าจะฝากคนไปสืบให้ในคืนนี้ ก่อนเที่ยงวันพรุ่งนี้ เขาจะช่วยสืบข่าวมาให้ได้แน่นอน
เฉินเสี่ยวจิ่วพยักหน้า แล้วหันหลังเดินจากไป เฮียเฮยมองเหรียญที่กองอยู่เต็มพื้น ในใจยังคงครุ่นคิดว่าเฉินเสี่ยวจิ่วมาจากไหน ให้เหรียญมาหลายหมื่นเหรียญแบบนี้ หรือว่าจะเป็นคนแลกเหรียญกันนะ..