- หน้าแรก
- จำลองความเป็นไปได้ไร้สิ้นสุด ไร้เทียมทานเมื่อฉันลงมือ
- บทที่ 55: แผนการไร้ที่ติ วิถียุทธ์พัฒนาอย่างก้าวกระโดด
บทที่ 55: แผนการไร้ที่ติ วิถียุทธ์พัฒนาอย่างก้าวกระโดด
บทที่ 55: แผนการไร้ที่ติ วิถียุทธ์พัฒนาอย่างก้าวกระโดด
[เมื่อได้ยินคำขอของคุณ หลี่เหล่าก็พาคุณไปที่นั่นทันที]
[ครั้งนี้เขาไม่ได้แสดงความสงสัยต่อคุณแม้แต่น้อย]
[หลังจากนำทางมาถึง เขาก็หันหลังกลับและจากไป]
[คุณอยู่ที่เทือกเขาจี๋เป้ยมาห้าปีแล้ว และด้วยคุณูปการที่คุณมอบให้กับเทือกเขาจี๋เป้ย มันก็มากมายเกินกว่าที่ใครจะสงสัยในตัวคุณได้]
[แน่นอนว่านี่คือผลลัพธ์ที่คุณต้องการ เพราะหากหลี่เหล่ายังไม่ไว้ใจคุณ และยังคอยจับตามองคุณอย่างใกล้ชิด ต่อให้คุณจะสามารถซ่อมแซมค่ายกลของลู่อู๋หยาได้จริงๆ แต่ก็คงถูกเขาขัดขวางอยู่ดี]
[เพราะยังไงค่ายกลนี้ก็เป็นสิ่งที่ลู่อู๋หยาทิ้งไว้ มันเป็นความหวังสุดท้ายของเหล่าผู้ฝึกเซียนในเทือกเขาจี๋เป้ยที่จะเอาตัวรอดจากสายฟ้าทัณฑ์สวรรค์]
[หากคุณไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนว่า การเปลี่ยนแปลงของคุณจะทำให้มันดีขึ้น หลี่เหล่าคงไม่มีทางปล่อยให้คุณแตะต้องมันง่ายๆ]
[แต่ตอนนี้เขาเชื่อใจคุณอย่างเต็มที่ และไม่คอยจับตาดูคุณอีกต่อไป]
[นั่นจึงทำให้คุณสามารถดำเนินแผนการของตัวเองได้โดยไร้สิ่งกีดขวาง]
[ปีที่ 19 คุณใช้เวลาหนึ่งปีเต็มในการศึกษาค่ายกลที่ลู่อู๋หยาทิ้งไว้]
[แม้ว่าค่ายกลนี้จะด้อยกว่าค่ายกลปิดผนึกที่ครอบคลุมทั้งภาคใต้]
[แต่จากการศึกษาอย่างละเอียด คุณแน่ใจว่าค่ายกลนี้อยู่ในขอบเขตที่มีเพียงเซียนค่ายกลเท่านั้นที่สามารถวางได้]
[เพราะแม้แต่คุณที่มีความเข้าใจด้านค่ายกลในขอบเขตของปรมาจารย์ค่ายกลระดับเจ็ด และใกล้เคียงกับระดับแปด ก็ยังไม่สามารถทำความเข้าใจรูปแบบส่วนใหญ่ของมันได้]
[ตามหลักแล้ว หากคุณเข้าใจค่ายกลระดับแปดได้อย่างสมบูรณ์ ต่อให้คุณไม่สามารถวางค่ายกลระดับเก้าได้ คุณก็ควรจะสามารถเข้าใจตรรกะพื้นฐานของมันได้]
[เพราะเมื่อมีคำตอบอยู่ตรงหน้า การวิเคราะห์ก็ควรจะง่ายขึ้น (วิเคราะห์ย้อนกลับ)]
[แต่สำหรับค่ายกลของลู่อู๋หยา แม้จะมีมันอยู่ตรงหน้า คุณก็ยังไม่สามารถเข้าใจตรรกะส่วนใหญ่ของมันได้]
[นั่นหมายความว่า ค่ายกลนี้อยู่ในระดับที่แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง]
[คุณเริ่มสงสัยว่า ทุกคนอาจประเมินความสามารถของลู่อู๋หยาต่ำเกินไป รวมถึงตัวหลี่เหล่าด้วย]
[เขาเคยกล่าวว่าลู่อู๋หยามีพลังไม่มากนัก]
[แต่คนที่สามารถขึ้นไปถึงระดับเซียนค่ายกลได้ จะอ่อนแอได้อย่างไร?]
[คุณมั่นใจว่าเขาต้องแข็งแกร่งกว่าที่ทุกคนคิดแน่นอน]
[เพราะตามหลักของศาสตร์แห่งค่ายกลแล้ว ต่อให้มีความรู้มากแค่ไหน แต่หากไม่มีพลังฝึกปรือที่เหมาะสม ก็ไม่อาจรวบรวมพลังปราณเพื่อสร้างค่ายกลระดับเซียนขึ้นมาได้]
[คุณเลิกคิดมาก และกลับมาโฟกัสที่เป้าหมายของคุณอีกครั้ง]
[แม้ว่าคุณจะไม่สามารถเข้าใจรูปแบบของค่ายกลนี้ได้ทั้งหมด แต่ก็ไม่ใช่ปัญหา]
[เพราะคุณต้องการเข้าใจเพียงส่วนการนำทางพลังงานของมันเท่านั้น]
[จากการจำลองครั้งก่อน คุณรู้อยู่แล้วว่าปัญหาของค่ายกลนี้เกิดจากอะไร]
[มันไม่ได้ลบล้างสายฟ้าทัณฑ์สวรรค์ออกไป แต่เป็นการนำทางพลังงานลงไปยังใต้ดินของเทือกเขาจี๋เป้ยแห่งนี้]
[และเมื่อพลังสายฟ้าถูกสะสมมากเกินไป ในที่สุด มันก็จะปะทุออกมาและทำลายค่ายกลนี้จนพังทลาย]
[ดังนั้นสิ่งที่คุณต้องทำคือค้นหาเส้นทางการนำพลังงานของค่ายกลนี้ให้พบ]
[จากนั้นคุณต้องหาจุดที่พลังสายฟ้าถูกสะสมอยู่ และวางค่ายกลนำส่งสายฟ้าเพื่อค่อยๆ ปลดปล่อยมันออกมา]
[เมื่อพลังสายฟ้าที่สะสมอยู่ถูกระบายออกไปอย่างช้าๆ ค่ายกลนี้ก็จะไม่พังทลายลงอย่างกะทันหันอีกต่อไป]
[ปีที่ 22 คุณใช้เวลาสามปีในการตามรอยเส้นทางพลังงานของค่ายกลนี้ และในที่สุดคุณก็สามารถระบุตำแหน่งของสายฟ้าสะสมใต้ดินได้สำเร็จ]
[ปีที่ 23 คุณสร้างค่ายกลนำส่งสายฟ้าระดับเจ็ด ณ ตำแหน่งที่เหมาะสม]
[หากมีใครมาเห็นค่ายกลนี้ พวกเขาจะต้องคิดว่ามันไร้สาระอย่างแน่นอน]
[เพราะค่ายกลนำส่งสายฟ้าที่คุณสร้างขึ้นนั้นกลับชี้ลงไปใต้ดิน!]
[ใครจะบ้าสร้างค่ายกลนำส่งสายฟ้าในทิศทางแบบนี้?]
[ใต้ดินจะมีสายฟ้าได้อย่างไร?]
[แต่ในวินาทีที่ค่ายกลเริ่มทำงาน สายฟ้าสายหนึ่งก็พุ่งทะลุผ่านค่ายกลขึ้นจากใต้ดิน]
["เปรี้ยง!" เสียงฟ้าร้องดังกึกก้อง]
[สายฟ้าพุ่งตรงเข้าหาตัวคุณ]
[ร่างกายของคุณแทบจะแหลกเหลวเในทันที]
[คุณได้รับบาดเจ็บสาหัส เลือดไหลซึมออกจากบาดแผลทั่วร่าง]
[แต่คุณกลับไม่แสดงสีหน้าหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย]
[เพราะทั้งหมดนี้อยู่ภายในขอบเขตที่คุณสามารถรับมือได้]
[เนื่องจากนี่เป็นค่ายกลที่คุณเป็นคนสร้างขึ้นเพื่อนำส่งพลังสายฟ้า คุณจึงกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้วว่าความรุนแรงของมันจะอยู่ในขอบเขตที่คุณรับไหว]
[ไม่นานบาดแผลฉกรรจ์บนร่างของคุณก็เริ่มสมานตัวอย่างรวดเร็ว]
[และระหว่างที่ร่างกายกำลังฟื้นฟู พลังยุทธ์ของคุณก็เริ่มเกิดความก้าวหน้า]
[เมื่อเห็นอย่างนี้ คุณก็อดยิ้มออกมาไม่ได้]
[เป็นอย่างที่คุณคาดไว้จริงๆ! ร่างไม้ศักดิ์สิทธิ์กับวิถียุทธ์ ช่างเข้ากันได้อย่างสมบูรณ์แบบ!]
[จากนั้นเป็นต้นมา คุณก็อาบสายฟ้าทุกวันอย่างไม่มีหยุดหย่อน]
[ความรู้สึกของคุณมีทั้งความเจ็บปวดและความตื่นเต้นผสมกัน]
[เจ็บปวดเพราะถูกฟาดด้วยสายฟ้าทุกวัน ซึ่งมันไม่ได้เป็นเรื่องที่น่าอภิรมย์เลย]
[แต่ตื่นเต้นเพราะพลังยุทธ์ของคุณพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว]
[คุณรู้สึกว่ากลยุทธ์ของคุณช่างไร้ที่ติ]
[ไม่เพียงแต่ช่วยชะลอเวลาการพังทลายของค่ายกล ซึ่งช่วยให้ระยะเวลาการจำลองของคุณยืดยาวออกไป]
[แต่มันยังช่วยให้พลังยุทธ์ของคุณแข็งแกร่งขึ้นอีกด้วย!]
[ปีที่ 24 พลังยุทธ์ของคุณก้าวสู่ขั้นปราณเคลื่อนพลังระดับที่สี่]
[ปีที่ 25 พลังยุทธ์ของคุณก้าวสู่ขั้นปราณเคลื่อนพลังระดับที่ห้า]
[ปีที่ 26 พลังยุทธ์ของคุณก้าวสู่ขั้นปราณเคลื่อนพลังระดับที่หก]
[การเลื่อนระดับปีละขั้นเช่นนี้ เป็นอัตราการเติบโตที่เกินความคาดหมายของคุณ]
[แต่เมื่อถึงขั้นปราณเคลื่อนพลังระดับที่หก คุณก็รู้สึกได้ว่าความเร็วในการฝึกฝนช้าลงอย่างเห็นได้ชัด]
[สาเหตุเป็นเพราะสายฟ้าที่คุณนำส่งออกมานั้น ตอนนี้ไม่สามารถทำให้คุณบาดเจ็บสาหัสได้อีกต่อไป]
[มันสร้างได้แค่บาดแผลเล็กน้อยเท่านั้น]
[ปีที่ 27 คุณปรับแต่งค่ายกลนำส่งสายฟ้า และเพิ่มความรุนแรงของสายฟ้าให้มากขึ้น]
[ปีที่ 28 พลังยุทธ์ของคุณก้าวเข้าสู่ขั้นปราณเคลื่อนพลังระดับที่เจ็ด]
[หลังจากปรับแต่งค่ายกล ความเร็วในการฝึกฝนของคุณก็กลับมารวดเร็วเช่นเดิม]
[ปีที่ 31 พลังยุทธ์ของคุณถึงขีดสุดของขั้นปราณเคลื่อนพลัง]
[แต่ในเวลานี้เองที่คุณพบกับปัญหาที่หนักหนาสาหัส]
[เนื่องจากคุณกำลังเดินบนเส้นทางวิถีเทพโบราณ ด้วยแก่นปราณเกรดสิบสอง]
[การจะข้ามผ่านขีดจำกัดสู่ระดับที่สูงขึ้นได้นั้น จำเป็นต้องให้พลังฝึกปรือและพลังยุทธ์ถึงจุดสูงสุดพร้อมกัน]
[ตอนนี้พลังยุทธ์ของคุณมาถึงขีดสุดแล้ว แต่พลังฝึกปรือของคุณยังอยู่แค่ขั้นสร้างแก่นปราณระดับที่หนึ่งเท่านั้น]
[ดังนั้นคุณจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องรื้อค่ายกลนำส่งสายฟ้าทิ้ง และหยุดการฝึกฝนวิถียุทธ์ไปก่อน]
[แต่ปัญหาคือ... เมื่อคุณหยุดใช้ค่ายกลนำส่งสายฟ้า พลังสายฟ้าที่สะสมอยู่ใต้ดินก็จะไม่ถูกระบายออกมา]
[แล้วแบบนี้ ค่ายกลของลู่อู๋หยาจะยังสามารถต้านทานพลังสายฟ้าได้อีกนานแค่ไหน?]
[แม้ว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา คุณจะลดพลังสายฟ้าที่สะสมไว้ใต้ดินลงไปบ้างแล้ว]
[แต่ในมุมมองของคุณ นั่นยังถือว่าไม่ปลอดภัย]
[เพราะด้วยพลังที่คุณมีในตอนนี้ คุณยังไม่สามารถระบายพลังสายฟ้าออกไปได้มากพอ]
[หลังจากนั้นคุณก็ไปพบหลี่เหล่าและเล่าให้เขารู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับค่ายกลของลู่อู๋หยา]
[สีหน้าของหลี่เหล่าเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย]
[เพราะเรื่องที่ค่ายกลใกล้พังทลายนั้น เขารับรู้มานานแล้ว]
[แต่เขาไม่เคยรู้ถึงสาเหตุที่แท้จริง]
[ไม่นานหลังจากนั้นหลี่เหล่าก็เรียกประชุมเหล่าผู้อาวุโสของเทือกเขาจี๋เป้ย]
[การประชุมกินเวลาหลายวันกว่าจะจบลง]
[คุณไม่อาจรู้ได้ว่าพวกเขาหารือกันอย่างไร]
[แต่สุดท้าย หลี่เหล่าก็มาหาคุณและบอกกับคุณว่า]
["เจ้ามีพรสวรรค์ด้านค่ายกลไม่เลว แต่ว่า... เจ้าก็ยังเป็นแค่ปรมาจารย์ค่ายกลระดับเจ็ดเท่านั้น"]
["ข้อสรุปของเจ้าจึงอาจยังไม่แม่นยำพอ"]
["ถ้าหากเราเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับค่ายกลโดยประมาท มันอาจนำไปสู่ภัยอันตรายที่ไม่อาจคาดเดาได้"]
[คุณเข้าใจในทันที]
[การประชุมของเหล่าผู้อาวุโสไม่รับรองคำพูดของคุณ]
[พวกเขาอาจไม่เชื่อในสิ่งที่คุณพูด]
[หรืออาจเชื่อ แต่ไม่กล้าเสี่ยงที่จะลงมือ]
[คุณไม่ได้โกรธเคืองพวกเขา เพราะคุณเข้าใจเหตุผลเป็นอย่างดี]
[ท้ายที่สุดแล้ว ค่ายกลนี้คือทางรอดเดียวของเหล่าผู้ฝึกเซียนในเทือกเขาจี๋เป้ย]
[หากไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดว่ามันกำลังจะพังลงจริงๆ พวกเขาย่อมไม่กล้าเสี่ยงทำอะไรที่อาจเร่งให้มันพังเร็วขึ้น]
[แต่คำถามคือ]
[หากพวกเขารอจนถึงเวลาที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ทุกอย่างจะยังแก้ไขได้ทันหรือไม่?]