- หน้าแรก
- จำลองความเป็นไปได้ไร้สิ้นสุด ไร้เทียมทานเมื่อฉันลงมือ
- บทที่ 7: ชุดดำไม่เป็นมงคล
บทที่ 7: ชุดดำไม่เป็นมงคล
บทที่ 7: ชุดดำไม่เป็นมงคล
[ปีที่สิบหก จู่ๆ คุณก็นึกขึ้นได้ว่าบางทีตอนนี้อาจเป็นเวลาเหมาะสมที่จะกลับไปสำนักเทียนเสวียนอีกครั้ง]
[ก่อนหน้านี้คุณพบเพียงซากปรักหักพัง แต่ในการจำลองครั้งแรก คุณเห็นศาลาอย่างชัดเจน ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามีคนมาสร้างขึ้นในภายหลัง]
[จากการคาดเดาของคุณ ซากปรักหักพังนั้นซึ่งมีเคล็ดวิชาฝึกเซียน น่าจะเป็นสำนักฝึกเซียนอย่างแน่นอน]
[การที่มีคนมาสร้างสำนักฝึกเซียนบนซากปรักหักพัง อาจเป็นไปได้สูงว่าคนๆ นั้นเป็นทายาทหรือคนที่เกี่ยวข้องกับสำนักนั้น]
[คุณคิดว่าหากหาคนที่สร้างสำนักเซียนนั้นเจอ คุณอาจได้คำตอบว่าเป็นเพราะคัมภีร์ฝึกเซียนมีปัญหา หรือเป็นเพราะคุณไม่มีพรสวรรค์กันแน่]
[ด้วยเหตุนี้คุณจึงเตรียมตัวออกเดินทางไปยังเทือกเขาฉางชิง]
[แต่เพียงคุณก้าวออกจากป่าลึกได้ไม่นาน คุณก็พบกับชายชุดดำคนหนึ่ง]
[เขามองคุณพร้อมหัวเราะเย็นชา “เศษซากตระกูลเจียง ตายซะเถอะ”]
[ชายชุดดำปล่อยเงาฝ่ามือพุ่งโจมตีเข้ามาหาคุณ]
[เมื่อเผชิญกับพลังอันมหาศาลของฝ่ามือนั้น คุณหันหลังวิ่งหนีทันที]
[ได้ยินเสียงหัวเราะเยาะของชายชุดดำ “หึ แค่ผู้ฝึกยุทธ์หล่อหลอมร่างกายยังคิดจะดิ้นรนอีกหรือ”]
[ในชั่วพริบตา คุณเสียชีวิตด้วยอายุ 36 ปี!]
[การจำลองครั้งนี้สิ้นสุดลง]
[การจำลองครั้งนี้คุณสามารถเลือกหนึ่งรางวัล: พรสวรรค์นักฟิตเนสมืออาชีพ, คัมภีร์ไร้นาม, คัมภีร์เทียนเสวียน, พลังยุทธ์]
[พรสวรรค์นักฟิตเนสมืออาชีพ ราคา: 1,000 ค่าพลังงาน]
[คัมภีร์ไร้นาม ราคา: 10 ล้านค่าพลังงาน]
[คัมภีร์เทียนเสวียน ราคา: 10 ล้านค่าพลังงาน]
[พลังยุทธ์ (ขั้นหล่อหลอมร่างกายระดับหก) ราคา: 60,000 ค่าพลังงาน]
เจียงอี้เฟิงมองแผงควบคุมการจำลองแล้วอยากจะสบถออกมา
ชายชุดดำที่ปรากฏตัวในครั้งแรกของการจำลองกลับมาอีกครั้ง และยังเรียกเขาว่า "เศษซากตระกูลเจียง"
ชัดเจนว่าครั้งนี้ตระกูลเจียงก็ยังไม่รอดพ้นจากหายนะ และการที่เขาหนีออกมาก่อน ก็เป็นเพียงการต่อชีวิตขึ้นอีกไม่กี่ปีเท่านั้น
ชายชุดดำไม่ยอมปล่อยเขาไป และยังจงใจตามล่าเขาอีกด้วย
เจียงอี้เฟิงไม่เข้าใจเหตุผล เขาทบทวนเนื้อหาในการจำลองหลายครั้ง
ตอนแรกเขาคิดว่าชายชุดดำอาจโจมตีตระกูลเจียงเพื่อเงินทอง
เพราะทั้งครั้งแรกและครั้งที่สามของการจำลองต่างแสดงให้เห็นว่าในปีที่สิบ ธุรกิจหอการค้าตระกูลเจียงได้กลายเป็นอันดับหนึ่งในแคว้นต้าหยู
และพฤติกรรมของพ่อเขาในครั้งแรกที่ไม่สั่งให้เขาหนี แสดงว่ามีโอกาสรอด ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์ที่ชายชุดดำมาเพื่อเงินทอง
แต่เมื่อพิจารณาจากตอนนี้ เขาพบว่าความคิดนี้ไม่ถูกต้อง
หากเป็นเรื่องเงินทอง ก็คงไม่ต้องจงใจตามล่าคนที่ไม่ได้อยู่บ้านอย่างเขา
ดูเหมือนจะมีเบื้องลึก แต่เจียงอี้เฟิงยังคิดไม่ออก
เจียงอี้เฟิงอยากจะไปถามพ่อของเขาทันที
แต่เมื่อพิจารณาจากพฤติกรรมของพ่อในการจำลอง เจียงอี้เฟิงมั่นใจว่าต่อให้ถามในโลกความจริง เขาก็คงไม่ได้คำตอบ
ดังนั้นเขาจึงเลิกใส่ใจเรื่องนี้ไปก่อน
ที่สำคัญคือเขายังอ่อนแอเกินไป หากมีพลังมากพอ ทุกอย่างจะคลี่คลายลงเอง
ความลับทั้งหมดจะเผยออกมาเองเมื่อถึงเวลา
เจียงอี้เฟิงหันไปสนใจรางวัลจากการจำลองครั้งนี้
รางวัลครั้งนี้ดูจะมีค่ามากกว่าสองครั้งก่อนอย่างชัดเจน
ดูจากค่าพลังงานที่ใช้แลกเปลี่ยนก็พอจะบอกได้ว่าทุกอย่างเป็นของดี
เจียงอี้เฟิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เพราะเขาอยากได้ทุกอย่างจริงๆ
อย่างแรกพรสวรรค์นักฟิตเน็สระดับมืออาชีพ
พรสวรรค์นี้ดีมาก มันทำให้เขาสามารถฝึกฝนยุทธ์ได้เหนือกว่าอู๋โหยวเต้าในเวลาอันสั้น
แต่น่าเสียดายที่มันขาดความต่อเนื่อง เพราะไม่สามารถทำลายขีดจำกัดของการฝึกฝนได้ จึงถูกตัดออกไปก่อน
อย่างที่สอง คัมภีร์ไร้นาม มูลค่าถึง 10 ล้านค่าพลังงาน
แต่เจียงอี้เฟิงคิดว่าราคานี้ไม่แพงเลย เพราะจากการแสดงผลในการจำลอง มันเป็นสิ่งที่มีค่ามาก
แม้ในการจำลองจะบอกว่าหลังจากนั้นการพัฒนาของเขาช้าลงมาก
แต่ปัญหานี้ไม่ใช่เพราะคัมภีร์ไร้นาม
แต่การฝึกฝนด้วยคัมภีร์ไร้นามนั้นยังขาดสิ่งสำคัญคือ เม็ดยาชำระกระดูก
อย่างไรก็ตามแม้จะไม่มีเม็ดยา แต่เขาก็ยังสามารถใช้ท่าฝึกในคัมภีร์นี้เพื่อค่อยๆ เพิ่มพูนความแข็งแกร่งได้ ถือเป็นสิ่งที่มีค่ามาก
ที่สำคัญตามคำอธิบายของระบบจำลอง คัมภีร์นี้เป็นเพียงบางส่วนของเคล็ดวิชาลึกลับ ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามีต้นกำเนิดที่ไม่ธรรมดา
เพียงแค่บางส่วนยังทรงพลังถึงเพียงนี้ หากรวบรวมครบสมบูรณ์ ผลลัพธ์จะต้องยอดเยี่ยมอย่างแน่นอน
คัมภีร์นี้เจียงอี้เฟิงถือว่าต้องเอามาครอบครองให้ได้
แต่เขาก็นึกไม่ถึงว่าเคล็ดวิชาที่ล้ำค่าเช่นนี้จะตกอยู่ในมือของหัวหน้าโรงฝึกยุทธ์เล็กๆ
บางทีบรรพบุรุษของอู๋โหยวเต้าอาจเป็นบุคคลสำคัญ!
อย่างไรก็ตามคัมภีร์ไร้นามนี้ไม่จำเป็นต้องแลกเปลี่ยนในระบบจำลอง เพราะบ้านของอู๋โหยวเต้าอยู่ในเมืองชิงซาน เขาสามารถหาโอกาสในโลกความจริงเพื่อให้ได้มันมา
ดังนั้นคัมภีร์เล่มนี้จึงถูกตัดออกไปก่อน
สุดท้ายก็เหลือเพียงคัมภีร์เทียนเสวียน และพลังยุทธ์ (ขั้นหล่อหลอมร่างกายระดับหก) ให้เลือกเพียงอย่างเดียว
คัมภีร์เทียนเสวียนเป็นรางวัลที่แพงที่สุดในครั้งนี้
นอกจากนี้ระบบจำลองยังบอกว่าเป็นเคล็ดวิถีเซียนที่ค่อนข้างดี เห็นได้ชัดว่าเป็นของล้ำค่า
แต่ปัญหาคือ ตอนนี้เขายังไม่สามารถเข้าสู่วิถีเซียนได้
อีกทั้งเขามีแผนที่พิกัดสำนักเทียนเสวียนอยู่แล้ว หากเพิ่มความแข็งแกร่งก่อน แล้วลองไปอีกครั้งในการจำลองครั้งถัดไป ก็น่าจะได้คัมภีร์นี้มาไม่ยาก
ดังนั้นเขาจึงตัดตัวเลือกนี้ออกไป
เจียงอี้เฟิงตัดสินใจและเลือก
“ฉันเลือกพลังยุทธ์ (ขั้นหล่อหลอมร่างกายระดับหก)”
[ติ๊ง! พลังยุทธ์ (ขั้นหล่อหลอมร่างกายระดับหก) ถูกดึงสำเร็จ หักค่าพลังงาน 60,000 เหลือค่าพลังงาน 24,820]
เสียงอิเล็กทรอนิกส์จากระบบจำลองดังขึ้นทันที
เจียงอี้เฟิงรู้สึกถึงกระแสเลือดในร่างที่จู่ๆ ก็พลุ่งพล่านขึ้นมา และความแข็งแกร่งของร่างกายเขาก็พุ่งทยานขึ้นอย่างรวดเร็ว
ในเวลาเพียงไม่กี่วินาทีหลังจากนั้น เขากำหมัดแน่น และรู้สึกถึงพละกำลังไร้สิ้นสุดในตัวของเขา
เขาเดินออกจากห้องและชกไปที่ต้นไม้ตกแต่งในลานอย่างแรง
เพียงหมัดเดียว ต้นไม้ที่มีขนาดเท่ากับปากชามล้มลงในทันที
เจียงอี้เฟิงอุทานด้วยความตกใจ
“นี่คือพลังของฉันในตอนนี้หรือ?”
แม้ต้นไม้นี้จะไม่ใหญ่มาก แต่การที่เขาสามารถใช้หมัดเปล่าทำลายมันได้ แสดงให้เห็นว่าหมัดของเขามีพลังมากเพียงใด
เจียงอี้เฟิงเริ่มรู้สึกตื่นเต้น
“ตอนนี้หมัดเดียวของฉันน่าจะสามารถฆ่าคนธรรมดาได้สบายๆ”
ในขณะนั้นเอง กลุ่มทหารยามที่สวมชุดดำก็เดินผ่านหน้าลานเข้ามา
เมื่อเห็นชุดดำ เจียงอี้เฟิงนึกถึงชายชุดดำในการจำลอง ความตื่นเต้นของเขาหายไปในพริบตา
“อย่าประมาท อย่าประมาท”
“ด้วยพลังของฉันในตอนนี้ หากต้องเผชิญหน้ากับชายชุดดำในการจำลอง แม้แต่ครึ่งกระบวนท่าของเขาฉันก็ไม่อาจต้านได้ จะดีใจไปทำไมกัน?”
เมื่อสงบสติลง เจียงอี้เฟิงก็รีบเตือนตัวเอง
แต่เขาก็ยังรู้สึกไม่ชอบใจเมื่อมองพวกทหารยามในชุดดำเหล่านี้
“เสี่ยวเถาไปเรียกลุงต้าฟู่มาพบข้าหน่อย”
เจียงอี้เฟิงหันไปสั่งสาวใช้ที่เพิ่งเดินออกมาจากห้อง
เสี่ยวเถาเป็นสาวใช้ที่ดูแลเจียงอี้เฟิง เธอพักอยู่ในห้องข้างๆ เขา
เธอได้ยินเสียงชกต้นไม้เมื่อครู่และเดินออกมาดู
แม้ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เสี่ยวเถาก็รีบออกไปตามคำสั่ง
ไม่นานสาวใช้เสี่ยวเถาก็พาชายร่างอ้วนท้วมวัยกลางคนมาหาเจียงอี้เฟิง
“คุณชาย ท่านเรียกข้ามามีคำสั่งอะไรหรือขอรับ?”
ชายร่างอ้วนท้วมโค้งคำนับและถามเจียงอี้เฟิงด้วยความเคารพ
คนๆ นี้คือลุงต้าฟู่ที่เจียงอี้เฟิงให้เสี่ยวเถาไปตามมา
ชื่อเต็มของเขาคือ เจียงต้าฟู่ เป็นผู้จัดการคฤหาสตระกูลเจียง
“ลุงต้าฟู่ ข้าคิดว่าเสื้อผ้าของทหารยามในตระกูลดูเก่าเกินไป เปลี่ยนใหม่เถอะ”
“คราวนี้อย่าซื้อชุดสีดำ ข้ารู้สึกว่ามันไม่เป็นมงคล”
เจียงอี้เฟิงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
เขาไม่มีทางบอกว่าเป็นเพราะเขารู้สึกไม่ดีต่อสีดำ หลังจากเห็นชุดนี้แล้วทำให้นึกถึงชายชุดดำจนรู้สึกไม่สบายใจ