- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นทารก เสียงของข้าคือเสียงของมหาเต๋า
- 474.ยืมเล่นสองวัน?
474.ยืมเล่นสองวัน?
474.ยืมเล่นสองวัน?
ในยามนี้เส้นลมปราณของอีกาดำได้ถูกพลังกัดกร่อนกลืนกินจนหมดสิ้นเขาไม่สามารถใช้พลังได้อีกต่อไปบัดนี้แม้แต่ผู้ฝึกตนธรรมดาคนหนึ่งก็สามารถฆ่าเขาได้
อีกาดำไม่เคยตกต่ำถึงเพียงนี้มาก่อนแต่ยุคสมัยก็เปลี่ยนไปแล้วเขาไม่ใช่คนหนุ่มอีกต่อไปเขาค่อยๆแก่เฒ่าลงและในที่สุดก็จะกลายเป็นเพียงกองดินเหลือง
“เจ้าถามข้า...ข้าก็ไม่รู้หรอก” อีกาดำที่เงียบงันมาเนิ่นนานพลันเอ่ยขึ้นเบาๆ
“แม้พลังกัดกร่อนจะร้ายกาจนักแต่ผลสะท้อนกลับก็มหาศาลข้าบังเอิญได้รับพลังนี้มาจากทะเลเซี่ยงเมื่อหมื่นปีก่อนเดิมทีคิดว่าพบสมบัติล้ำค่าที่ไหนได้…กลับกลายเป็นหายนะ”
“ปราณมังกรสามารถขจัดผลสะท้อนของพลังกัดกร่อนได้ อีกทั้งยังมีมังกรที่แท้จริงอยู่ข้างกายเจ้าเจ้าย่อมมีจุดจบที่ดีกว่าข้า”
หลินเสวียนมองอีกาดำราวกับลมหายใจที่เก็บงำไว้พลันจางหายไปสิ้นแรงโดยสิ้นเชิง
แต่เดิมเขาคิดว่าอีกาดำจะไม่พูดอะไรทว่าอีกฝ่ายกลับเปิดเผยทุกสิ่งอย่างคาดไม่ถึงทว่าจากคำพูดของเขาดูเหมือนเขาจะไม่รู้ถึงผลข้างเคียงอื่นของพลังกัดกร่อนจริงๆ
ท้ายที่สุดอีกาดำก็ถูกกลืนกินโดยพลังนั้นจนตกอยู่ในสภาพเช่นนี้
นี่แหละ... พลังกัดกร่อนของแท้
ดูเหมือนว่าคงจะไม่ได้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติมจากอีกาดำอีกแล้ว
ในขณะที่หลินเสวียนกำลังจะลุกขึ้นจากพื้นและจากไป อีกาดำพลันเอ่ยถามว่า “เจ้ามาถามข้าเรื่องนี้…เจ้าควบคุมพลังกัดกร่อนได้แล้วหรือ?”
“ข้าเพียงแค่ใช้พลังกัดกร่อนทำลายเส้นลมปราณของเจ้า ตามหลักแล้ว…เจ้าไม่ควรใช้พลังนี้ได้เลย”
หลินเสวียนขมวดคิ้วเอ่ยถามกลับด้วยน้ำเสียงแปลกใจ “ก่อนที่เจ้าจะถูกกลืนกิน…เจ้าไม่ได้มอบพลังกัดกร่อนให้ข้าหรือ?”
อีกาดำแสยะยิ้ม “เหตุใดข้าต้องทำเช่นนั้น? หากเส้นลมปราณของเจ้าถูกพลังนี้แปดเปื้อนก็จะถูกทำลายสิ้นเจ้าคิดว่าข้าจะมอบของเช่นนี้ให้เจ้าทำไมกัน?”
หลินเสวียนตอบกลับ “แต่ว่า…ข้ากลับรู้สึกว่าข้าใช้มันได้จริงๆ”
เมื่อพูดจบเขายกมือขึ้นปลายนิ้วมีหมอกดำจางๆไหลออกมาภายในห้องมืดแคบพลันปกคลุมด้วยพลังแห่งความมืด
ลูกมังกรน้อยที่กำลังนั่งกินผลไม้วิญญาณอยู่ข้างๆพลันลุกขึ้นมาอย่างตื่นตัวมันกอดผลไม้วิญญาณแน่นแล้วร้องใส่หมอกดำด้วยความดุร้าย “อ๊าาา—!”
อีกาดำมองหมอกดำที่คุ้นเคยลอยวนอยู่ในอากาศพริบตาเดียวปราณวิญญาณบางเบาภายในห้องก็มลายหายไป หากมองอย่างพินิจจะเห็นได้ว่าพลังกัดกร่อนนั้นดูจะขยายใหญ่ขึ้นเล็กน้อย
กลุ่มพลังนั้นกลืนกินปราณวิญญาณรอบตัวและทวีความรุนแรงหลินเสวียนมองอย่างตั้งใจเมื่อเห็นเช่นนี้ก็เอ่ยถามด้วยความสงสัย “สิ่งนี้…มันสามารถเสริมตัวเองได้ด้วยหรือ? นี่มันพลังกัดกร่อนจริงหรือ? เหตุใดข้ารู้สึกว่ามันคล้ายกับพลังกลืนกิน?”
ในขณะนั้นอีกาดำกำลังจ้องหลินเสวียนด้วยแววตาประหลาดความไม่เชื่อแผ่ชัดผ่านสายตามองหลินเสวียนราวกับไม่ได้มองผู้ฝึกตนธรรมดา
ทันใดนั้นอีกาดำพึมพำกับตนเองว่า “มิน่าล่ะเหตุใดจ้าวหุบเหวมืดถึงยอมออกจากอาณาเขตเหนือครามไปกับเจ้า ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยก้าวเท้าออกจากที่นั่นเลยตลอดชีวิต…”
“ที่แท้…ก็เป็นเพราะเจ้านี่เอง!”
อีกาดำกล่าวด้วยน้ำเสียงเลื่อนลอยหลินเสวียนไม่เข้าใจความหมายของเขาจึงถามกลับด้วยความไม่พอใจ “เจ้าหมายความว่าอย่างไร? พูดให้ชัดหน่อยได้ไหม? เดาเองมันยากเกินไปแล้ว!”
“ตกลงมันแปลกยังไงกันแน่? ข้าขอแค่ความชัดเจน!”
ทันใดนั้นหลินเสวียนก็ยกเจ้ามังกรน้อยที่ยังร้องขู่ฟ่อๆอยู่ขึ้นมาพลางกล่าวว่า “หรือจะให้เจ้ามังกรน้อยช่วยชำระล้างพลังกัดกร่อนในร่างเจ้าดีล่ะ?”
“พูดให้กระจ่างเถอะ!”
แม้อีกาดำจะไม่เอ่ยอะไรเพิ่มเติมแต่สิ่งที่เขาเผยออกมาก็เหมือนเปิดประตูข้อมูลสำคัญมากมายให้หลินเสวียน
ตอนนี้หลินเสวียนรู้สึกกระวนกระวายใจจนแทบจะง้างปากอีกาดำให้พูดออกมาให้หมด
“อย่าพูดครึ่งๆกลางๆแล้วเงียบไปแบบนี้สิ!”
ความอยากรู้อยากเห็นในใจเขาพลันระเบิดขึ้นราวกับมีคำถามมากมายผุดขึ้นไม่หยุด
แต่ครานี้อีกาดำกลับเงียบงันโดยสมบูรณ์เขานั่งขัดสมาธิบนพื้นราวกับพระเถระเข้าสู่สมาธิปิดเปลือกตาไม่รับรู้สิ่งใดรอบตัวอีก
หลินเสวียนมองอีกาดำที่นิ่งงันราวกับรูปสลักหอบลูกมังกรน้อยขึ้นมาด้วยความจนใจก่อนทิ้งคำหนึ่งไว้ว่า
“หากเจ้ายังไม่ยอมปริปากข้าย่อมมีวิธีบีบให้เจ้าพูดจนได้!”
เขาหันหลังจากห้องมืดนั้นมุ่งหน้าไปยังห้องของจ้าวหุบเหวมืดทันที
เรือวิญญาณลำนี้แตกต่างจากเรือวิญญาณทั่วไปที่หลินเสวียนเคยโดยสารทางเดินภายในคดเคี้ยวจนน่าหงุดหงิด ยากที่จะหาทางไปยังหัวเรือโคมไฟในทางเดินส่องแสงน้ำเงินเข้มที่ให้บรรยากาศชวนขนลุก
ในทางเดินแคบและยาวนี้ไม่มีแม้แต่หน้าต่างบานเดียวแม้จะมีโคมไฟวิญญาณติดไว้แต่บรรยากาศก็ยังคงมืดมิด หลินเสวียนยังคิดเล่นๆว่าหากเอาผีมาวางสักสองสามตน ที่นี่ก็คงกลายเป็นเรือผีสิงได้ไม่ยาก
สมแล้วที่เป็นจ้าวหุบเหวมืดแม้แต่เรือวิญญาณก็ไม่เหมือนใคร
หลินเสวียนใช้เวลานานกว่าจะหาห้องของเขาพบเขายกนิ้วเคาะประตูเบาๆทันใดนั้นประตูก็เปิดออกด้วยเสียงแกร่ก
ทันทีที่หลินเสวียนก้าวเข้าไปเสียงของจ้าวหุบเหวมืดก็ดังขึ้น
“บุตรศักดิ์สิทธิ์เจ้ามีเรื่องจะถามข้าเกี่ยวกับอีกาดำหรือ?”
“ท่านช่างตาถึงยิ่งนัก!”
จ้าวหุบเหวมืดหัวเราะเบาๆ “ไม่หรอกเพียงแต่ซวนหนี่บอกข้าว่าเจ้ามาจากห้องของเจ้าแก่คนนั้นข้าก็พอจะเดาได้”
“เจ้าคงมีเรื่องอยากถามอีกาดำแน่แต่หมอนั่นปากแข็งยิ่งนักเจ้าคงไม่ได้อะไรจากเขาเลยใช่หรือไม่?”
“ถึงได้มาหาข้า…ให้ข้าช่วยถามแทนใช่ไหมล่ะ?”
จ้าวหุบเหวมืดนั่งขัดสมาธิอยู่บนเก้าอี้ไม้ดำตัวใหญ่ข้างกายมีซวนหนี่ยืนอยู่รอบด้านยังคงมืดสนิทไม่รู้ว่าเขาตั้งค่ายกลอันใดไว้ในห้องเพราะแม้แต่หลินเสวียนก็ยังไม่อาจมองเห็นห้องทั้งหมดได้
นอกจากบริเวณตรงหน้าส่วนอื่นกลับหลอมรวมเป็นความมืดมองไม่เห็นอะไรเลย
หลินเสวียนไม่คิดจะมาสอดรู้สอดเห็นเรื่องห้องลับของอีกฝ่ายเขาจึงละสายตาแล้วเอ่ยขึ้นตรงๆ
“ท่านพูดถูกข้ามาที่นี่เพื่อสิ่งนั้น”
“ท่านรู้จักอีกาดำมานานนับหมื่นปีย่อมต้องเคยพูดคุยกันหลายเรื่องขอเพียงท่านไปถามแทนข้ามั่นใจว่าเขาจะต้องยอมพูดแน่”
จ้าวหุบเหวมืดไม่ได้วกวนเขาเอ่ยกลับด้วยตรงไปตรงมา
“เจ้าต้องการให้ข้าถามสิ่งใด? และหากข้าทำสำเร็จเจ้าจะแลกเปลี่ยนด้วยสิ่งใด?”
หลินเสวียนยิ้ม “แล้วท่านอยากได้สิ่งใดเล่า?”
สายตาของจ้าวหุบเหวมืดเลื่อนไปยังมังกรน้อยที่ยืนอยู่ข้างหลินเสวียน
“ให้ข้ายืมมันสักสองวัน!”
หลินเสวียนก้มลงมองมังกรน้อยที่ยังไม่รู้เรื่องรู้ราวแล้วเงยหน้ามองจ้าวหุบเหวมืดสายตาของทั้งสองประสานกัน
“ท่าน... ท่านต้องการยืมมังกรน้อย...ไปเล่นสองวันงั้นหรือ?”