- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นทารก เสียงของข้าคือเสียงของมหาเต๋า
- 468.ปราณมังกรปรากฏอย่างกะทันหัน
468.ปราณมังกรปรากฏอย่างกะทันหัน
468.ปราณมังกรปรากฏอย่างกะทันหัน
ยามนี้หลินเสวียนได้ขจัดพลังกัดกร่อนที่อยู่ในเส้นลมปราณออกหมดแล้วเส้นลมปราณที่ได้รับความเสียหายก็ใกล้จะฟื้นฟูกลับมาอย่างสมบูรณ์ที่น่าประหลาดใจกว่านั้นคือ เส้นลมปราณของเขาดูจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมไม่น้อย
เขาเหลือบตามองอีกาดำด้วยสายตาแหลมคม “เจ้าไม่ใช่ต้องการตามหาข้างั้นหรือ? ข้าอยู่นี่แล้วมาสิ!”
ขณะที่หลินเสวียนกล่าวจบเขาก็เดินออกมาอย่างไม่เกรงกลัว
“บุตรศักดิ์สิทธิ์!”
“เสวียนเอ๋อร์!”
“บุตรศักดิ์สิทธิ์ โปรดประทับอยู่ตรงนี้เถอะ!”
เหล่าผู้คนของตระกูลหลินต่างมองหลินเสวียนด้วยสีหน้าเคร่งเครียดพวกเขาเพิ่งจะช่วยชีวิตเขามาได้แท้ๆจะให้เขาตกอยู่ในอันตรายอีกไม่ได้เด็ดขาดยิ่งไปกว่านั้นอสูรตนนั้นยังจ้องเขม็งมาด้วยสายตาอาฆาตไม่วางตา
ภัยอันตรายยังไม่คลี่คลายดีแล้วบุตรศักดิ์สิทธิ์ยังจะไปยั่วโมโหจอมอสูรเช่นนั้นอีกงั้นหรือ?
เมื่อไหร่กันที่บุตรศักดิ์สิทธิ์ของตระกูลหลินถึงได้อวดดีถึงเพียงนี้กัน? เขาแยกแยะสถานการณ์ไม่ได้เลยหรือ? ที่นี่ไม่ใช่ที่ให้โอ้อวด!
หลินชิงเทียนและผู้อาวุโสอีกสองคนรีบยืนขวางหน้าหลินเสวียนพวกเขามองเขาด้วยสายตาเตือนสติไม่อยากให้เขาทำเรื่องหาเรื่องใส่ตัว
‘เจ้าไม่เห็นหรือว่าอีกาดำจ้องเจ้าแทบจะถลกหนังอยู่แล้ว? ยังจะกล้าโอหังอีก! เดี๋ยวอสูรนั่นพุ่งเข้ามาตบเจ้าให้กระเด็น ข้าคอยดูเลยว่าจะทำอย่างไร!’
ผู้อาวุโสและองครักษ์หลายคนต่างจับจ้องหลินเสวียนกับอีกาดำด้วยความตึงเครียดบนเรือวิญญาณเต็มไปด้วยบรรยากาศกดดัน
ในทางกลับกันศิษย์รุ่นเยาว์ทั้งหลายกลับมองหลินเสวียนด้วยสายตาเปี่ยมด้วยความนับถือบุตรศักดิ์สิทธิ์ที่กล้าท้าทายอสูรร้ายอายุหมื่นปีได้เช่นนี้จะเป็นบุคคลธรรมดาไปได้อย่างไร?
พวกเขาทำได้เพียงมองแผ่นหลังของเขาและภาวนาในใจ อยากจะไล่ตามเขาให้ทัน
ยามนี้หลินเสวียนกลับไม่สนใจสิ่งใดเลยแม้แต่สายตาของอีกาดำที่จ้องมาด้วยความโหดเหี้ยมเขาก็ยังคงยืนหยัดไม่สะท้านในเวลานี้เขาไม่ต่างจากอยู่ในระดับเดียวกับอีกาดำ เปี่ยมด้วยความมั่นใจไร้ซึ่งความหวาดกลัว
อีกาดำที่ถูกห้อมล้อมด้วยหมอกดำจ้องมองหลินเสวียน ด้านหลังของมันบรรดาอสูรที่ติดตามมาก็ลงพื้นอย่างพร้อมเพรียงแล้วคำรามข่มขู่ผู้ฝึกตนของตระกูลหลิน
ทันใดนั้นเสียงหัวเราะทุ้มต่ำก็ดังขึ้นจากหมอกดำ “ข้าว่าเจ้าก็ไม่ธรรมดาเสียจริง”
หลินเสวียนแตะปลายเท้าเบาๆร่างเขาก็ไปปรากฏเบื้องหน้าหมู่ชนตระกูลหลินร่างกายเล็กของเขากลับให้ความรู้สึกมั่นคงกว่าคนทั้งกลุ่มที่อยู่ข้างหลัง
“หึ เจ้าเกี่ยวอะไร? ไม่ใช่ว่าจะให้ท่านบรรพชนส่งตัวข้าให้เจ้าหรือ? ตอนนี้ข้ายืนอยู่ตรงนี้แล้วหากเจ้ามีความสามารถก็เข้ามาเลย!”
สิ้นเสียงหลินเสวียนเสียงคำรามของมังกรพลันดังขึ้นจากด้านหลังเรือวิญญาณเป็นเสียงที่แหลมใสและเปี่ยมด้วยพลัง
ครานี้ไม่เพียงแต่อีกาดำแม้แต่จ้าวหุบเหวมืดที่เพิ่งปรากฏตัวจากด้านหลังก็ยังตกตะลึง
เสียงนี้—เป็นเสียงของมังกร! แต่สัตว์ศักสิทธิ์ยุคโบราณไม่ใช่ว่าได้สูญพันธุ์ไปหมดแล้วหรือ? เหตุใดเผ่ามังกรจากยุคโบราณจึงยังคงหลงเหลืออยู่?
อีกาดำโบกมือปล่อยหมอกอสูรสีดำใส่ทิศทางของเสียงนั้น หมอกนี้แฝงไว้ด้วยพลังมหาศาลแม้แต่ผู้ฝึกตนขอบเขตแก่นทองคำหากสัมผัสเข้าก็ยังได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง!
ทว่าในมือหลินเสวียนกลับปรากฏแสงสีทองสว่างวาบพลังอสูรในหมอกดำถูกห่อหุ้มด้วยเส้นไหมสีทองหลายชั้นปราณสีทองดูราวกับมีจิตสำนึกมันรัดพลังอสูรนั้นจนขาดวิ่น
หมอกดำสลายกลายเป็นธุลีในพริบตา
อีกาดำกล่าวด้วยเสียงแทบจะแตกสลาย “ปราณมังกร?”
“ปราณมังกรที่บริสุทธิ์ถึงเพียงนี้หาใช่สิ่งที่เจ้าดูดซับมาจากคลังสมบัติของราชวงศ์เซียนสวรรค์ไม่… ปราณเช่นนี้มันต้องมาจาก…”
อีกาดำพลันโผล่พรวดออกจากหมอกดำจ้องหลินเสวียนด้วยสายตาแหลมคมราวกับจะฉีกเขาเป็นชิ้นๆ
วินาทีถัดมามันก็พุ่งเข้าจู่โจมหลินเสวียนราวกับสายฟ้า ร่างเงาของมันพาดผ่านกลางอากาศทิ้งพลังหลงเหลือไว้เป็นแนวยาว
ก่อนที่ใครจะทันตั้งตัวมันก็ปรากฏตัวเบื้องหน้าหลินเสวียน พลังมหาศาลก็ถาโถมใส่ตัวเขา
เหล่าผู้ฝึกตนที่อยู่ด้านหลังไม่ว่าจะเป็นเหล่าผู้อาวุโสและบรรพชนหลินทั้งสามในตระกูลหลินหรือผู้ติดตามของจ้าวหุบเหวมืดต่างถูกคลื่นพลังอันน่าสะพรึงกลัวนั้นซัดกระเด็นไปคนละทิศคนละทาง
พลังอสูรมหาศาลระเบิดขึ้นในพื้นที่เล็กๆทำให้ผู้ฝึกตนที่อยู่ด้านหลังหลินเสวียนบาดเจ็บโดยไม่ทันตั้งตัว
พวกเขาไม่มีโอกาสต้านทานหรือแม้แต่หมุนเวียนปราณในร่างเหตุการณ์เกิดขึ้นฉับพลันราวสายฟ้าพอรู้สึกตัวอีกครั้งก็พบว่าตัวเองนอนกลิ้งอยู่บนดาดฟ้าอย่างน่าสมเพช
เหล่าผู้คนถูกพลังอสูรมัดตรึงกับพื้นทันทีแม้แต่จะขยับตัวก็ยังทำไม่ได้
จนถึงตอนนี้พวกเขาถึงได้ตระหนักถึงความน่ากลัวของอสูรที่ชื่ออีกาดำตนนี้อย่างแท้จริง
พวกเขาเพิ่งจะเริ่มเชื่อในคำพูดของมัน—ว่ามันมีพลังมากพอจะฝังผู้ฝึกตนตระกูลหลินทั้งตระกูลไว้ใต้ทะเลเซี่ยงได้จริง
แต่สิ่งที่พวกเขาไม่รู้คือขณะอีกาดำจู่โจมอย่างเต็มกำลัง ใบหน้าของมันก็ซีดลงเล็กน้อยทว่าด้วยหมอกดำที่ปกคลุม พวกเขาจึงไม่อาจเห็นสีหน้าที่แท้จริงของมันได้
อีกาดำได้ตัดทางถอยหลังของตัวเองไปหมดแล้วตอนนี้มันมีแต่ต้องสำเร็จเพียงอย่างเดียว
มันยื่นมือที่ซ่อนไว้ใต้แขนเสื้อสีดำออกมาคว้าคอหลินเสวียนด้วยมือข้างหนึ่งแล้วกล่าวทีละคำอย่างเยือกเย็น
“ส่งปราณมังกรมา!”
ทว่าหลินเสวียนกลับหัวเราะเบาๆเขามองอีกาดำด้วยแววตานิ่งสงบ “แน่ใจแล้วหรือ?”
ในเวลานี้หลินเสวียนยังคงสงบอย่างยิ่งราวกับว่าผู้ที่ตกอยู่ในอันตรายไม่ใช่เขา
อีกาดำบีบคอเขาแน่นขึ้นพลังอสูรสีดำยังคงห่อหุ้มร่างหลินเสวียนไว้หากคำตอบของเขาไม่เป็นที่พอใจพลังนี้ก็สามารถบดขยี้ร่างเขาให้แหลกเป็นเนื้อสับในพริบตา
มือของอีกาดำแห้งกรังราวกับกิ่งไม้เห็นได้ชัดว่าไม่มีพลังหลงเหลืออยู่เลย
ทว่าเมื่อมันบีบคอหลินเสวียนเส้นเลือดบนมือกลับปูดขึ้นราวกับจะปริแตกอสูรที่มีชีวิตมาหมื่นปีตนนี้ดูเผินๆแล้วก็ไม่ต่างจากชายชราผู้หนึ่ง
“ในเมื่อเจ้าไม่ยอมร่วมมือเช่นนั้นข้าจะดูดปราณมังกรและปราณวิญญาณในตัวเจ้าทีละนิดหากเจ้าคิดจะดื้อด้านนัก ก็ลองดู!”
“ข้าจะทำลายพลังบ่มเพาะของเจ้าให้เจ้ากลายเป็นคนธรรมดาโดยสิ้นเชิง! ในเมื่อเจ้าไม่ยอมส่งปราณมังกรให้ก็ไม่เป็นไรข้าจะเอาไปเอง!”
หลังจากพูดจบพลังอสูรสีดำขลับก็ผุดขึ้นในฝ่ามือมันทันที พลังนั้นกำลังจะไหลเข้าสู่เส้นลมปราณของหลินเสวียน
แต่แล้วจ้าวหุบเหวมืดที่เงียบมานานก็ปรากฏตัวขึ้นจากด้านหลังหลินเสวียนอย่างกะทันหัน
“สหายเก่า เจ้าไม่คิดถึงข้าบ้างหรือ?”
จ้าวหุบเหวมืดยื่นมือออกมากดลงบนข้อมืออีกาดำทันที พลังในมือของอีกาดำถูกบีบกดลงอย่างรุนแรง
เขามองมือของอีกาดำครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยอย่างราบเรียบ “ดูเหมือนว่าตลอดหลายปีที่ไม่พบกันเจ้าจะแก่ลงไปมากทีเดียว!”