- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นทารก เสียงของข้าคือเสียงของมหาเต๋า
- 466.มังกรที่แท้จริง!
466.มังกรที่แท้จริง!
466.มังกรที่แท้จริง!
“ไม่ดีแล้ว! พวกอสูรเหล่านี้กำลังก่อจลาจลพวกมันคลุ้มคลั่งเพราะอะไร?”
“ท่านบรรพชน! พวกมันมุ่งหน้าไปทางบุตรศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดเลย!”
เสียงตะโกนดังลั่นด้วยความแตกตื่นบนเรือวิญญาณ
เดิมทีอสูรเหล่านี้ล้อมเรือวิญญาณไว้แน่นหนาโดยรอบแต่ในตอนนี้กลับเปิดช่องว่างบางส่วนและพุ่งทะยานไปยังทิศทางที่หลินเสวียนอยู่!
ในพริบตาแรงกดดันของผู้ฝึกตนที่คุ้มกันบริเวณนั้นเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวจนในเวลาอันสั้นอสูรก็เปิดพื้นที่ว่างด้านข้างของเรือวิญญาณได้
เมื่อเห็นว่าอสูรกำลังจะบุกทะลวงเข้ามาได้แล้วในช่วงเวลาคับขันนั้นเองซวนหนี่ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามก็ส่งเสียงคำรามออกมา “หลบไป!”
เหล่าผู้ฝึกตนที่คอยคุ้มกันด้านข้างพอได้ยินเสียงจากด้านหลังก็รีบเบี่ยงตัวหลบไปทันทีเปิดพื้นที่ให้
จากนั้นหมอกสีดำก้อนหนึ่งก็ปรากฏขึ้นยังจุดที่พวกเขายืนอยู่ก่อนหน้านั้นทันทีที่อสูรพุ่งเข้ามาก็ถูกหมอกนั้นกลืนกินอย่างไร้ความปรานีเสียงร้องโหยหวนของมันดังก้องอยู่ภายในหมอกนั้น
หมอกหนาทึบก้อนนั้นกวาดอสูรไม่กี่ตัวที่บุกเข้ามาออกไปจากขอบเขตป้องกันของเรือวิญญาณเมื่อผู้ฝึกตนที่อยู่ใกล้เห็นดังนั้นก็รีบกรูเข้ามาอุดช่องโหว่ของม่านป้องกันทันที
ในขณะเดียวกันหลินเฟิงที่อยู่ทางอีกฝั่งหนึ่งกำลังต้านทานฝูงอสูรส่วนใหญ่ที่พยายามจะพุ่งทะลวงเข้ามาเขามองเห็นว่าอสูรเหล่านี้เริ่มโจมตีอย่างบ้าคลั่งขึ้นทุกทีจนคล้ายกับพวกมันสูญเสียสติเหลือเพียงสัญชาตญาณที่ผลักดันให้พุ่งเข้าหาอย่างไม่ลดละ
หลินเฟิงรีบตะโกนถามไปทางหลินชิงเทียน “ท่านบรรพชน! ฝั่งของเสวียนเอ๋อร์เกิดอะไรขึ้นงั้นหรือ? ทำไมอสูรพวกนี้ถึงได้คลุ้มคลั่งแบบนี้? ทั้งที่ก่อนหน้านี้พวกเราควบคุมพวกมันไว้ได้แล้ว!”
“เหตุใดจึงกลายเป็นเช่นนี้?”
พื้นที่ของเรือวิญญาณกว้างใหญ่จนไม่อาจมองเห็นจากด้านข้างไปถึงตรงกลางได้อีกทั้งหลินเสวียนก็ถูกเหล่าผู้ฝึกตนล้อมปกป้องไว้อย่างแน่นหนาทำให้หลินเฟิงและหลินชิงเทียนที่อยู่คนละด้านไม่อาจทราบได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับหลินเสวียน
ทว่าขณะนั้นเองก็มีศิษย์คนหนึ่งที่ฉลาดหลักแหลมเมื่อได้ยินคำพูดของหลินเฟิงก็รีบวิ่งไปทางหลินเสวียนซึ่งอยู่ท่ามกลางกลุ่มคน
เมื่อเขาเห็นบุตรศักดิ์สิทธิ์ที่กำลังถูกพลังปราณสีทองห่อหุ้มไว้ทั่วร่างดวงตาของเขาก็เบิกโพลงด้วยความตกใจเขาชี้ไปที่หลินเสวียนอย่างสั่นเทาก่อนจะพูดติดอ่างว่า
“นี่…นี่…บุตรศักดิ์สิทธิ์เป็นอะไรไป?”
หลินเป่านั่งสงบนิ่งอยู่ด้านข้างถึงแม้เขาจะไม่ได้รักษาหลินเสวียนต่อแต่ก็คอยเฝ้าสังเกตอาการของเขาอย่างใกล้ชิด เขาเห็นได้ชัดแล้วว่าสภาพของหลินเสวียนกำลังฟื้นตัวไปในทิศทางที่ดีปราณมังกรกำลังช่วยขับไล่สิ่งแปลกปลอมในเส้นลมปราณของเขาออกไป
ตราบใดที่พลังกัดกร่อนนั้นถูกปราณมังกรสลายไปเสวียนเอ๋อร์ก็จะตื่นขึ้นได้ในไม่ช้า
คิดได้ดังนี้เขาก็ถอนหายใจยาวออกมาด้วยความโล่งอก อย่างน้อยความหวังของตระกูลหลินก็ยังไม่ดับสูญ
หลินเป่าหันไปพูดกับศิษย์ที่ยืนตะลึงอยู่นั้นว่า “ไปบอกผู้อาวุโสหลินเฟิงและท่านบรรพชนชิงเทียนว่าอาการของบุตรศักดิ์สิทธิ์ดีขึ้นมากแล้วตอนนี้เขาต้องการเวลาในการฟื้นฟู”
“บอกให้ท่านทั้งสองอดทนต่อไป!”
เมื่อศิษย์คนนั้นได้ยินคำของหลินเป่าเขาก็เหมือนได้สติคืนมารีบค้อมกายคารวะต่อหลินเป่าแต่ทันใดนั้นเองเขากลับสังเกตเห็นหัวของสิ่งมีชีวิตประหลาดโผล่ออกมาจากด้านหลังของบุตรศักดิ์สิทธิ์
ศิษย์ผู้นั้นที่เพิ่งหายตกใจก็ถึงกับผงะอีกครั้ง
เขาชี้ไปที่หัวของสิ่งมีชีวิตที่ปรากฏอยู่ข้างกายหลินเสวียน พลางตะโกนเสียงดัง
“นั่น…นั่น…นั่นมันอะไร?!”
ทันใดนั้นเขาก็เหมือนนึกบางอย่างออกรีบชักกระบี่ออกมา แล้วฝืนพุ่งเข้าไปข้างหน้าไม่กี่ก้าวพร้อมกับชี้กระบี่ไปยังมังกรน้อยที่อยู่ข้างหลินเสวียน
“มีอสูรขึ้นมาบนเรือวิญญาณงั้นรึ?”
“บุตรศักดิ์สิทธิ์! ข้าจะปกป้องท่านเอง!”
ศิษย์ผู้นี้เป็นศิษย์นอกสำนักที่เพิ่งเข้ามาในตระกูลหลินวันนี้ และไม่ใช่สายเลือดโดยตรงของตระกูลหลินถึงแม้เขาจะมีพรสวรรค์ที่สูงแต่ก็ยังมีประสบการณ์น้อย
แม้จะเติบโตมาในโลกผู้ฝึกตนทว่าเขากลับไม่เคยเห็นอสูรแบบนี้มาก่อนเลยเขามองดูสิ่งมีชีวิตที่ไม่คุ้นตาตรงหน้าด้วยความระแวงและเหมารวมว่านี่คืออสูรทะเลชนิดหนึ่ง
เขาคิดว่าอสูรตัวนี้ฉวยโอกาสจากความวุ่นวายลอบขึ้นมาบนเรือวิญญาณเพื่อจู่โจมบุตรศักดิ์สิทธิ์ของตระกูลหลินในสายตาของเขาตอนนี้ลูกมังกรคืออสูรร้ายที่มีเจตนาอันชั่วร้ายต่อบุตรศักดิ์สิทธิ์
“อย่าขยับ! ดูข้าจะกำจัดเจ้าเดี๋ยวนี้!”
เขากระชับกระบี่ในมือปล่อยปราณออกมาทั่วร่างพลังปราณปะทุขึ้นอย่างรุนแรง!
พลังที่เขาปล่อยออกมาในตอนนี้เกินกว่าระดับขอบเขตของเขาด้วยซ้ำดูเหมือนว่าเพื่อปกป้องบุตรศักดิ์สิทธิ์เขาจึงระเบิดพลังออกมาทั้งหมด!
เขาไม่ได้ไตร่ตรองเลยแม้แต่น้อยว่าเหตุใดอสูรร่างใหญ่เช่นนี้ถึงปรากฏอยู่ข้างกายหลินเสวียนและเหตุใดผู้อาวุโสหลินเป่าผู้ระมัดระวังถึงไม่แสดงปฏิกิริยาใดๆทั้งที่ผู้ฝึกตนรอบข้างก็มิได้เคลื่อนไหวเลยสักคน
เขาราวกับลูกธนูที่ถูกยิงออกไปพุ่งตรงเข้าสู่ลูกมังกรพร้อมจิตสังหารเต็มเปี่ยมกระบี่ของเขาเปล่งประกายคมกริบ
มังกรน้อยนอนขดอยู่ข้างหลินเสวียนปากพองตุ่ยเต็มไปด้วยปราณวิญญาณบนพื้นด้านหลังมันมีผลไม้วิญญาณวางกองอยู่มากมาย
เมื่อเห็นแสงกระบี่พุ่งมามันยังคงกระพริบตาอย่างไร้เดียงสามองไปข้างหน้าแล้วก้มหน้ากินผลไม้ต่อราวกับไม่สนใจ
หลินเป่ามองเห็นท่าทีของศิษย์ผู้นั้นก็รู้ทันทีว่าเขาเข้าใจผิด คิดว่ามังกรตัวนี้คืออสูรทะเล
นี่คือสัตว์ศักสิทธิ์จากยุคโบราณ—มังกรที่แท้จริงสิ่งมีชีวิตที่แทบจะสูญพันธุ์จากโลกนี้ไปแล้วมันเพิ่งจะปรากฏตัวขึ้นและช่วงเวลาที่มันมาถึงตรงนี้ก็น่าจะเกี่ยวข้องกับเสวียนเอ๋อร์โดยตรง
เขาจะยอมให้ใครมาทำร้ายสัตว์ศักสิทธิ์เช่นนี้ได้อย่างไร? หลินเป่าจึงรีบสะบัดปราณไปยังกระบี่ของศิษย์หนุ่มผู้นั้นทันที
กระบี่หยุดชะงักกลางอากาศก่อนจะเบี่ยงไปอีกทางหนึ่งมังกรน้อยเมื่อเห็นแสงกระบี่พุ่งเข้ามาก็เอียงศีรษะมองอีกฝ่ายอย่างงุนงง
ศิษย์หนุ่มคนนั้นเมื่อเห็นหลินเป่าขัดขวางตนเองก็เผยสีหน้างุนงงเขารู้สึกว่าตนเองกำลังปกป้องบุตรศักดิ์สิทธิ์ เหตุใดผู้อาวุโสจึงห้ามเขา?
เขารีบเอ่ยด้วยความร้อนรน
“ผู้อาวุโส เอ่อ! บุตรศักดิ์สิทธิ์…”
“เงียบก่อนข้าขอถามเจ้า เจ้ารู้หรือไม่ว่าสิ่งนั้นคืออะไร?”
ศิษย์หนุ่มขมวดคิ้ว “นั่นไม่ใช่อสูรทะเลที่ขึ้นมาจากทะเลเซียงหรอกหรือ?”
หลินเป่าส่ายหน้า
“นั่นคือสัตว์ศักสิทธิ์ในยุคโบราณ มังกร!”
“เจ้าเข้าใจหรือไม่ว่าเมื่อครู่นี้เจ้าเพิ่งจะทำสิ่งใดลงไป?”
เมื่อได้ยินคำพูดของหลินเป่าศิษย์ผู้นั้นรู้สึกราวกับลมเย็นพัดวาบผ่านแผ่นหลังเขาค่อยๆหันไปมองมังกรที่ยังคงเบิกตากว้างอยู่ด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ
ในศึกเมื่อกว่าหมื่นปีก่อนสัตว์ศักสิทธิ์ยุคโบราณเกือบทั้งหมดสูญสิ้นไปจากโลกใบนี้แล้วเหตุใดสัตว์ศักสิทธิ์เช่นนี้จึงปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง?
ศิษย์หนุ่มถึงกับตกตะลึงจนลืมความวุ่นวายที่เกิดขึ้นรอบตัวไปโดยสิ้นเชิง!