- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นทารก เสียงของข้าคือเสียงของมหาเต๋า
- 460.อยู่ภายใต้การควบคุมของผู้อื่น
460.อยู่ภายใต้การควบคุมของผู้อื่น
460.อยู่ภายใต้การควบคุมของผู้อื่น
ทันทีที่ค่ายกลสลายไปความสิ้นหวังก็แทรกซึมเข้าสู่หัวใจของคนในตระกูลหลินค่ายกลที่จ้าวหุบเหวมืดเป็นผู้วางไว้ กลับไม่อาจหยุดยั้งอสูรประหลาดตัวนี้ได้แล้วเช่นนั้นบุตรศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขาไม่ตกอยู่ในเงื้อมมือของผู้อื่นแล้วหรือ?
รอยยิ้มของจ้าวหุบเหวมืดหายวับไปในชั่วพริบตาเมื่อเห็นอีกาที่ดำทะมึนร่อนลงยังหัวเรือวิญญาณเขาก็ก้าวออกไปหนึ่งก้าวขวางทางอีกาทันที
อีกาดำเพียงแค่เงยหน้าขึ้นมองจ้าวหุบเหวมืดแววตาของเขาเต็มไปด้วยความไม่เชื่อเขาชี้ไปยังหลินเสวียนซึ่งถูกล้อมไว้อย่างแน่นหนาแล้วพูดแดกดันว่า
“หรือว่าจ้าวหุบเหวมืดผู้สูงส่งกลายเป็นองครักษ์ของผู้ฝึกตนตัวเล็กๆไปแล้ว?”
เมื่อเห็นว่าอีกาดำมุ่งมั่นที่จะเอาตัวหลินเสวียนให้ได้จ้าวหุบเหวมืดก็เลิกท่าทีทะเล้นกลับมามีท่วงท่าสง่างามดังเดิม
เขาสะบัดแขนเสื้อขวาเบาๆมืออีกข้างไพล่หลังเอ่ยอย่างเยือกเย็น
“เรื่องอื่นข้ายังไม่พูดแต่เจ้าก็อยู่ดีมีสุขอยู่เบื้องล่างมิใช่หรือ ไยต้องยึดติดกับเด็กคนนี้—หลินเสวียน? ต้องมีเหตุผลสิ!”
ทะเลยังคงเงียบสงบและรอบด้านก็เงียบราวกับไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่
เหล่าศิษย์ที่ถือกระบี่ไว้ในมือต่างก็อยากรู้เช่นกันว่าเหตุใดอสูรที่แข็งแกร่งขนาดนี้ถึงได้หมายหัวบุตรศักดิ์สิทธิ์ของตระกูลหลินทั้งที่ระดับพลังของบรรพชนตระกูลหลินอย่างหลินชิงเทียนย่อมสูงกว่าหลินเสวียนไม่รู้กี่ขั้น
อีกาดำปรายตามองจ้าวหุบเหวมืดแล้วพูดขึ้นว่า
“ได้ยินมาว่าเจ้าถูกผนึกอยู่ในแดนต้องห้ามแดนรกร้างอันกว้างใหญ่เมื่อพันปีก่อนแล้วตอนนี้กลับออกมาได้?
จากพลังของเจ้าในตอนนี้เห็นทีจะฟื้นฟูกลับมาเกือบหมดแล้วสารภาพมาซิเจ้าออกมาจากแดนต้องห้ามในแดนรกร้างได้อย่างไร? แล้วฟื้นคืนพลังได้เช่นไร?”
ในใจของจ้าวหุบเหวมืดแล่นวาบขึ้นมาเขาเริ่มเดาได้ว่าทำไมอีกาดำจึงต้องการตัวหลินเสวียนนักก็เพราะอีกาดำหมายตาปราณมังกรที่หลินเสวียนหลอมไว้!
เขาสำรวจอีกาดำอย่างพินิจเขาเห็นว่าอีกาดำมีพลังระดับสูงไม่ผิดปกติอันใดแล้วไยต้องการปราณมังกรจากหลินเสวียน? ยิ่งไปกว่านั้นเขารู้ได้อย่างไรว่าหลินเสวียนเคยหลอมพลังปราณมังกรมาแล้ว?
อีกาดำกล่าวต่อ
“เพราะฉะนั้นส่งเขามาเถอะเจ้าถูกกักขังในแดนต้องห้ามมาเป็นพันปีตอนนี้ได้ออกมาแล้วเจ้าคงไม่อยากกลับไปถูกผนึกอีกใช่หรือไม่?”
จ้าวแห่งหุบเหวมืดหัวเราะเยาะเขาเท้าเอวจ้องอีกาดำด้วยแววตาดูแคลน
“เหอะ เจ้าคิดจะขู่ข้ารึ?”
“แม้ข้าจะถูกจองจำในแดนต้องห้ามแห่งแดนรกร้างมาพันปีแต่เจ้าคิดว่าข้าไม่อาจต่อกรกับเจ้าได้เลยหรือ? อย่างมากก็แค่บาดเจ็บทั้งสองฝ่ายเจ้าจะทำอะไรข้าได้?”
ที่เขาพูดก็เป็นความจริงอย่างมากก็สู้จนเจ็บทั้งคู่มิใช่แค่คำขู่ลมๆแล้งๆ
ทันใดนั้นซวนหนี่ที่ยืนอยู่เบื้องหลังของจ้าวหุบเหวมืดก็ก้าวออกมาด้วยท่าทีโอหังมันเงยหน้าจ้องอีกาดำราวกับกำลังยั่วยุ
เมื่อเหล่าศิษย์ตระกูลหลินที่อยู่ด้านหลังเห็นดังนั้นก็พากันก้าวออกมาแม้ใบหน้าจะไม่ได้แสดงความท้าทายแต่ในแววตาของแต่ละคนกลับแน่วแน่พร้อมจะตายได้ทุกเมื่อ
อีกาดำเห็นแม้แต่ซวนหนี่ตนหนึ่งยังกล้ายั่วยุเขาก็หัวเราะเยาะ
“ในดินแดนของข้าเจ้าคิดจะใช้คนสู้กับข้างั้นรึ? พวกเจ้านี่มันประเมินตัวเองสูงเกินไปแล้ว!”
พูดจบเขายังไม่ทันต้องเหลือบตามองเขาก็ยกมือขึ้นโบกไปด้านหลัง
ทันใดนั้นผืนน้ำที่สงบนิ่งอยู่พลันปั่นป่วนรุนแรงแล้วมีอสูรมากมายพุ่งพรวดออกมาจากท้องทะเล
เหล่าอสูรมีรูปร่างประหลาด บ้างก็สูงใหญ่ บ้างก็พิกลพิการ ทว่าทุกตัวล้วนมีกลิ่นอายที่รุนแรงไม่ธรรมดาล้วนเป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถฆ่าศิษย์ตระกูลหลินทั้งกลุ่มได้ในพริบตา
พลังของอีกาดำพุ่งทะยานขึ้นอีกขั้นกลิ่นอายอันน่าสะพรึงสามารถกดข่มคนทั้งลำเรือได้
“ว่าอย่างไรล่ะ? ตอนนี้จะยอมส่งตัวออกมาได้หรือยัง?”
“ไม่มีวันหากเจ้าต้องการบุตรศักดิ์สิทธิ์ของพวกเราเจ้าก็เหยียบข้าผ่านไปก่อนเถอะ!”
หลินซูอี้ยกหัวขึ้นมือยังกำกระบี่แน่นแต่เพราะแน่นเกินไป เส้นเลือดที่มือของเขาจึงปูดนูนขึ้นมาเห็นได้ชัดว่าเขากำลังประหม่าอย่างมาก
อีกาดำหันไปมองหลินซูอี้สีหน้าเฉยเมยประหนึ่งมองมดตัวหนึ่งที่คลานอยู่บนพื้นแม้หลินซูอี้จะเป็นผู้ฝึกตนรุ่นเยาว์ที่โดดเด่นที่สุดในอาณาเขตเหนือครามแต่ในสายตาของอีกาดำแล้วการฆ่าเขาง่ายยิ่งกว่าบี้มด
อีกาดำเพียงแค่ปรายตาจากนั้นก็มีลมพัดวูบหนึ่งพุ่งใส่หลินซูอี้
ยังไม่ทันมีใครได้ตอบสนองหลินซูอี้ก็ถูกห้อยลอยขึ้นสูง
ร่างของเขาแขวนลอยกลางอากาศราวกับระฆังทองคำมือสองข้างปัดเปะปัดปะกระบี่ยังคงจับไว้แน่น
แม้จะตกอยู่ในสภาพเช่นนี้หลินซูอี้ก็ไม่ยอมแพ้เขารวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายขว้างกระบี่ไปยังอีกาดำแต่กระบี่ยังไม่ทันพ้นมือเขาก็รู้สึกถึงความเจ็บแปลบตรงข้อมือเสมือนถูกบางอย่างโจมตีอย่างรุนแรง
กระบี่ร่วงลงพื้นดังตุ้บหนักๆ
“เจ้าเรอะ?” อีกาดำแค่นเสียงเยาะ
“ช่างประเมินค่าตัวเองเกินไปนัก!”
สิ้นคำของอีกาดำร่างของหลินซูอี้ก็ถูกสะบัดปลิวว่อนเหมือนว่าวที่ขาดสายพุ่งตกลงทะเลเบื้องหน้า
ทะเลในยามนี้ปั่นป่วนคลุ้มคลั่งราวกับว่ามีสิ่งมีชีวิตลึกลับซุ่มรอเหยื่อเบื้องล่าง
หลินซูอี้รู้ชัดในใจว่าชะตากรรมของตนเป็นอย่างไรเขาหลับตาลงปล่อยแขนลงข้างลำตัวเลิกล้มการต่อต้าน
ทันใดนั้นเองหลินชิงเทียนก็ระเบิดพลังปราณมหาศาลออกจากร่าง
พลังปราณนั้นพุ่งพล่านเหมือนพายุหมุนมุ่งตรงเข้าหาหลินซูอี้ที่กำลังจะตกทะเล
หลินชิงเทียนจับตามองอีกาดำอย่างไม่ละสายตาพออีกาดำขยับเขาก็รีบตอบสนองทันที
พลังของเขากลายเป็นตาข่ายขนาดยักษ์ที่โอบคลุมหลินซูอี้ไว้แน่นหนาก่อนที่หลินซูอี้จะสัมผัสกับผิวน้ำเขาก็ถูกช่วยเอาไว้ได้อย่างหวุดหวิด
แม้แต่หลินซูอี้เองก็รู้สึกได้ถึงจิตสังหารอันน่าสะพรึงใต้ท้องทะเลความมุ่งร้ายเหล่านั้นทำให้เขาขนลุกไปทั้งตัว!
หลินชิงเทียนดึงตัวหลินซูอี้กลับมาจากเส้นแบ่งระหว่างความเป็นความตายแล้วหันกลับมามองคนรุ่นเยาว์ด้วยแววตาเตือนอย่างชัดเจนว่าอย่าได้บุ่มบ่าม!
แม้แต่เขาผู้เป็นบรรพชนยังแทบไม่อาจทัดทานอสูรที่มีชีวิตมานับหมื่นปีเช่นนี้แล้วพวกเด็กน้อยพวกนี้จะไปเหลืออะไร?
พวกเด็กเหล่านี้ช่างไม่รู้จักคำว่ากลัวเอาเสียเลยทั้งปากกล้าทั้งใจบ้าบิ่นคิดจะสู้ซึ่งหน้าเสียจริง!
อีกาดำเห็นชายชราผู้นั้นออกมาช่วยหลินซูอี้ก็หันมามองหลินชิงเทียนด้วยความสนใจเป็นครั้งแรก
เขาหัวเราะเสียงประหลาดลั่นฟ้าราวกับอัสนีบาต
แล้วกล่าวกับหลินชิงเทียนว่า
“ไม่อยากเชื่อเลยว่าเจ้าจะเก่งถึงเพียงนี้!”
จากนั้นก็พยักหน้ากับตนเอง
“ดูท่าข้าจะมาถูกคนแล้วคนผู้นั้นไม่โกหกข้าแน่!”
“ในพลังปราณของเจ้ามีปราณมังกรเจือจางอยู่เล็กน้อยแม้จะไม่ชัดเจนแต่ก็ใช่แน่ข้าจะไม่สร้างเรื่องลำบากให้เจ้า เพียงแค่ส่งหลินเสวียนมาให้ข้าก็พอ!”