- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นทารก เสียงของข้าคือเสียงของมหาเต๋า
- 458.ความหวัง!
458.ความหวัง!
458.ความหวัง!
หลินชิงเทียนยังคงเปิดอ่านบันทึกโบราณแปลกประหลาดอย่างไม่ลดละหวังว่าจะพบเบาะแสบางอย่างเกี่ยวกับพลังการกัดกร่อนจากตำราเล่มนี้เพื่อที่พวกเขาจะได้ไม่ต้องคลำทางดั่งแมลงวันไร้หัวอีกต่อไป
ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้ยินคำพูดของจ้าวหุบเหวมืดเลยแม้แต่น้อย!
ซวนหนี่ที่ติดตามอยู่ด้านหลังจ้าวหุบเหวมืดมิได้เอ่ยสิ่งใด เพียงแต่เงียบงันอยู่ข้างๆเป็นบางครั้งเมื่อสายตาของมันกวาดผ่านหลินเสวียนก็มักเผยแววเสียดายออกมาโดยไม่รู้ตัว
ทันใดนั้นซวนหนี่ที่เงียบงันมาตลอดกลับขมวดคิ้วสายตาจับจ้องไปยังจุดบรรจบของทะเลกับท้องฟ้าเบื้องหน้าอย่างยาวนานราวกับรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง
จ้าวหุบเหวมืดที่อยู่ด้านหน้ารับรู้ถึงความผิดปกติของซวนหนี่เขาหันไปมองแล้วถามว่า
“มีอะไรหรือ?”
“นายท่านข้ามีลางสังหรณ์บางอย่าง...” ซวนหนี่ขมวดคิ้วแน่นสายตามองไปไกลอย่างไม่แน่ใจ
จ้าวหุบเหวมืดหัวเราะพลางพูดว่า
“เฮ้ เจ้าไม่คิดว่าตัวเองระแวงเกินไปหรือ? พวกเราเพิ่งจบรอบไปหยกๆเองนะนี่เจ้าจะมาเริ่มอีกแล้วรึ?”
“นายท่านแต่ตอนนี้มันเงียบเกินไป...ลองสัมผัสดูให้ดีสิขอรับ!”
จ้าวหุบเหวมืดคิดว่าซวนหนี่คงคิดมากเกินไปบนท้องทะเลเซี่ยงแห่งนี้ไม่ใช่ว่ามันเงียบสงบเช่นนี้มาตลอดหรือแล้วทำไมครั้งนี้ถึงรู้สึกแปลก?
แต่ไม่นานนักจ้าวหุบเหวมืดเองก็เริ่มสัมผัสได้ถึงความผิดปกติรอยยิ้มประมาทบนใบหน้าเริ่มเลือนหายไปสายตาเคร่งขรึมจับจ้องไปยังความว่างเปล่าข้างหน้า
มันเงียบ...เงียบอย่างผิดปกติ ความเงียบงันนี้ไม่ธรรมดาเลยแล้วมันเริ่มต้นตั้งแต่เมื่อใดกันแน่?
เวลานี้พวกเขาทั้งหมดต่างก็ลดการป้องกันลงเกินไปแล้ว!
ทันใดนั้นพลังอำนาจมหาศาลก็ปะทุออกจากร่างของจ้าวหุบเหวมืดกวาดซัดไปทั่วบริเวณโดยรอบ
ซวนหนี่เองก็เข้าสู่สถานะป้องกันสองตนยืนระวังภัยรอบตัวอย่างเคร่งขรึม
ผู้คนรอบข้างต่างมองดูจ้าวหุบเหวมืดกับซวนหนี่ด้วยความสับสนไม่เข้าใจว่าทำไมทั้งสองถึงแสดงท่าทีเช่นนี้อย่างกะทันหัน
หลินหยานอี้ยืนอยู่ด้านข้างเขาตกตะลึงกับพลังที่ปะทุออกมาอดไม่ได้ที่จะถามว่า
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
ทันใดนั้นเองหลินเฟิงตะโกนเสียงดัง
“ค่ายกล! ป้องกัน!”
แทบจะพร้อมกับที่เสียงของหลินเฟิงจบลงเสาน้ำมหาศาลก็พุ่งทะลุผิวน้ำทะเลขึ้นมาอย่างรุนแรงสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์ตัวหนึ่งโผล่พ้นน้ำทะยานเข้าหาเรือวิญญาณอย่างดุร้าย
“ข้าไม่คิดว่าจะได้เห็นเจ้ากับตาอีกครั้งในชาตินี้! ดูเหมือนว่าเจ้ายังไม่ตายจากสนามรบครั้งนั้นแต่กลับหลบซ่อนตัวในทะเลเซี่ยง!”
เมื่อหมื่นปีก่อนแผ่นดินเก้าอาณาเขตยังคงอยู่ในยุคแห่งความโกลาหล สัตว์อสูร ผู้ฝึกตน และสัตว์อสูรศักสิทธิ์โบราณต่างต่อสู้กันอย่างดุเดือดแผ่นดินทั้งผืนแทบไม่หลงเหลือดินแดนบริสุทธิ์มีเพียงเลือดและกลิ่นอายแหางความตาย
จนกระทั่งเกิดศึกใหญ่ครั้งหนึ่งมีผู้เสียชีวิตนับไม่ถ้วนโดยเฉพาะฝั่งสัตว์อสูรและสัตว์อสูรศักสิทธิ์โบราณที่แทบสูญสิ้นเหลือรอดเพียงหยิบมือและส่วนใหญ่ก็ถูกผนึกไว้
เช่นเดียวกับจ้าวหุบเหวมืด
ในยุคโบราณเคยมีทั้งผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งเหนือสามัญและสัตว์อสูรที่สั่นสะเทือนสวรรค์แต่ปัจจุบันส่วนใหญ่ล้วนดับสูญไปแล้ว
จ้าวหุบเหวมืดถูกผนึกไว้ในแดนรกร้างอันกว้างใหญ่หลังศึกครั้งนั้นพลังบ่มเพาะถูกกดทับอย่างรุนแรงแม้จะได้รับพลังคุ้มกันจากมังกรแต่พลังของเขาในยามนี้ยังไม่ถึงหนึ่งในสิบของช่วงรุ่งเรืองที่สุด
แม้กระนั้นการที่เขารอดมาได้จนถึงปัจจุบันก็ถือว่าไม่ธรรมดาแล้ว
ในครั้งนั้นไม่รู้ว่าสัตว์อสูรตัวอื่นตายจริงหรือแค่หายตัวไป เพราะไม่มีแม้แต่ร่องรอยในแผ่นดินนี้อีกเลย
ผู้ฝึกตนมนุษย์ที่เหลือรอดเพียงบางส่วนจึงได้รับสืบทอดพลังและในปัจจุบันทั่วแผ่นดินเก้าอาณาเขตมีเพียงผู้ฝึกตนมนุษย์เป็นหลัก
สิ่งมีชีวิตยักษ์ที่ปรากฏตัวเบื้องหน้านี้เป็นศัตรูเก่าแก่ของจ้าวหุบเหวมืดในยุคนั้น
เมื่อครั้งที่ทะเลเซี่ยงยังไม่เป็นเช่นทุกวันนี้มันเคยเป็นเพียงทะเลธรรมดาแผ่นดินเก้าอาณาเขตก็ยังไม่ได้แบ่งแยกเช่นทุกวันนี้
ครั้งแรกที่จ้าวหุบเหวมืดได้ยินข่าวว่าทะเลเซี่ยงมีปัญหา เขายังไม่เชื่อแต่เมื่อมาถึงและพบว่าปราณวิญญาณหายไป เขาก็ยอมรับว่าสถานที่แห่งนี้เปลี่ยนไปแล้วจริงๆ
เดิมทีเขาตั้งใจจะพาซวนหนี่เดินทางไปยังอาณาเขตกลางแต่เมื่อมาถึงทะเลเซี่ยงเขากลับดักรอหลินเสวียนและผู้คน แล้วจึงติดตามเรือวิญญาณของตระกูลหลินมา
เมื่อนึกถึงเรื่องเหล่านั้นเขาจึงหัวเราะเสียงดังพลางจ้องมองสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์เบื้องหน้า
“ที่แท้ก็เจ้านี่เอง! เมื่อหมื่นปีก่อนทะเลเซี่ยงยังเป็นดินแดนสมบัติแต่มาวันนี้กลับกลายเป็นเช่นนี้เกรงว่าคงเป็นฝีมือของเจ้า!”
กลางทะเลสิ่งมีชีวิตอสูรที่มีหมอกดำห่อหุ้มทั้งร่างปกคลุมด้วยเกล็ดแข็งสีดำสนิทปราณวิญญาณทะลักออกมาจากใต้เกล็ดอย่างต่อเนื่อง
ปราณวิญญาณที่แผ่ออกมาเป็นสีดำและหนาแน่นจนน่าตกใจบริเวณที่หมอกดำแพร่กระจายไปกลับเกิดการกัดกร่อนรุนแรงแม้แต่อากาศก็ยังเปล่งเสียงแปลกประหลาดคล้ายถูกแผดเผา
เมื่อศิษย์คนหนึ่งเห็นภาพดังกล่าวก็ตะโกนด้วยความตื่นตระหนก
“อะ...อะไรนั่น!? ทำไมปราณวิญญาณรอบข้างถึงถูกกัดกร่อนเช่นนี้!”
ขณะนั้นเองจ้าวหุบเหวมืดก็พลันเข้าใจบางอย่างเขาถอนหายใจยาวแล้วพูดว่า
“ข้าเข้าใจแล้ว พลังกัดกร่อนที่อยู่ในเส้นลมปราณของหลินเสวียนที่แท้เจ้าคือผู้อยู่เบื้องหลังสินะ!”
บนเรือวิญญาณยกเว้นหลินเป่าทุกคนต่างตั้งท่าพร้อมสู้ราวกับเผชิญหน้าศัตรูร้ายกาจพวกเขาชักกระบี่ขึ้นมาและจับจ้องสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์ตรงหน้าด้วยสายตาจริงจัง
ไม่มีใครกล้ากะพริบตาราวกับเกรงว่ามันจะพุ่งเข้ามาโจมตีอย่างกะทันหัน
ทันใดนั้นสัตว์อสูรสีดำยักษ์คำรามใส่เรือวิญญาณด้วยเสียงทรงพลัง
เสียงคำรามนี้ทำให้ฟ้าดินสั่นสะเทือนคลื่นทะเลพุ่งสูงราวกับจะโค่นล้มเรือวิญญาณลง
ทุกคนพยายามรักษาสมดุลบางคนที่มีพลังน้อยไม่อาจต้านแรงสั่นสะเทือนได้จึงโอนเอนไปตามแรงคลื่นบ้างถึงกับลอยละลิ่วตกทะเล
บางผู้ฝึกตนที่ยังตั้งหลักไม่ทันก็ถูกเหวี่ยงลงทะเลไปเช่นกัน
พวกเขาพยายามดิ้นรนในทะเลอย่างอ่อนแรงแล้วก็ค่อยๆเงียบหายไป
ผู้ฝึกคนคนอื่นแม้ตนเองยังรักษาสมดุลไม่ดีแต่ก็ยังแบ่งพลังปกป้องหลินเสวียนไม่ยอมให้เขาตกทะเลไปด้วย
ทันใดนั้นปราณอสูรของจ้าวหุบเหวมืดปะทุขึ้นอย่างรุนแรง เขารีบตรึงเรือวิญญาณให้นิ่งมั่น
ผู้ฝึกตนที่เหลือเห็นดังนั้นก็รีบช่วยกันดึงเหล่าศิษย์และคนรับใช้ที่ตกทะเลกลับขึ้นเรืออย่างเร่งรีบ
เรือวิญญาณจึงกลับเข้าสู่ภาวะมั่นคงท่ามกลางทะเลที่บ้าคลั่งมันมั่นคงราวกับเข็มตรึงมหาสมุทรไม่ไหวเอนแม้แต่น้อย
ขณะนั้นเองสิ่งมีชีวิตยักษ์ก็เอ่ยขึ้นด้วยเสียงทุ้มลึก
“ผ่านมากี่ปีแล้ว? เจ้าก็ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลย”
จ้าวหุบเหวมืดได้ยินเช่นนั้นก็ชะงักเล็กน้อยจากนั้นจึงหัวเราะเบาๆแล้วว่า
“ข้าน่ะไม่ได้เปลี่ยนอะไรมากนักหรอกแต่เจ้าสิต่างไปจนแทบจำไม่ได้”
“พี่ชาย! ตอนเจ้าปรากฏตัวเมื่อครู่นี้ข้าแทบไม่กล้าเชื่อว่าเป็นเจ้า!”