- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นทารก เสียงของข้าคือเสียงของมหาเต๋า
- 440.หลินเสวียนผู้มั่งคั่ง!
440.หลินเสวียนผู้มั่งคั่ง!
440.หลินเสวียนผู้มั่งคั่ง!
คลื่นลมกลางทะเลรุนแรงอย่างยิ่งลมพัดกระหน่ำจนดูเหมือนจะโค่นเรือวิญญาณลงได้ทุกเมื่อ
หลินเสวียนกับหลินชิงเทียนยังมีพลังปราณสมบูรณ์ สามารถเหาะเหินด้วยกระบี่ได้อย่างมั่นคงทว่าเรือวิญญาณนั้นแตกต่างออกไปเดิมทีควรจะแล่นเหนือผืนน้ำราวกับอยู่บนผืนดินทว่าเวลานี้กลับลอยอย่างผิดปกติ
แถมยังดูท่าว่าจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
หลินเฟิงเอ่ยด้วยความเป็นห่วง “คลื่นลมในทะเลรุนแรงก็จริงแต่ถ้าเป็นคลื่นลมธรรมดาเรือวิญญาณยังพอรับมือได้ ทว่าตอนนี้ดูเหมือนจะล่มลงเมื่อไหร่ก็ได้พวกเราควรให้ทุกคนเหาะหลบชั่วคราวดีหรือไม่?”
หลินเป่ายังไม่ทันให้หลินชิงเทียนตอบก็ส่ายหน้าห้ามไว้ก่อน “ไม่ได้! เหล่าศิษย์ตระกูลหลินกลุ่มนี้ยังใหม่อยู่ยังไม่มีประสบการณ์มากพอ”
“หากให้พวกเขาเหาะด้วยกระบี่ท่ามกลางพายุเช่นนี้เกรงว่าคงทานไม่ไหวมีแต่ต้องหลบอยู่ในเรือวิญญาณเท่านั้น”
เมื่อกล่าวจบสีหน้าของหลินเป่าก็ยิ่งเคร่งเครียด “ตอนกลางวันพลังปราณของศิษย์เหล่านั้นสิบกว่าคนก็ใกล้หมด แถมยังมีบาดแผลตามร่างกายคาดว่าตอนนี้คงใกล้หมดแรงแล้วหากให้เหาะคงไม่ดีนัก”
หลินเสวียนพยักหน้าเห็นด้วยอย่างยิ่งด้วยพลังปราณในร่างตอนนี้หากเหาะไปได้สองรอบก็อาจติดอยู่กลางพายุเสียเอง
อยู่ในเรือวิญญาณยังปลอดภัยกว่าอีกทั้งผู้ติดตามที่มาเป็นองครักษ์ล้วนเป็นผู้ฝึกตนที่มีพลังสูงส่งแต่หน้าที่หลักของพวกเขาคือปกป้องหลินเสวียน
จะให้ตายกลางทางก่อนถึงอาณาเขตกลางเช่นนี้ได้อย่างไรกัน?
เมื่อเห็นคลื่นกลางทะเลยิ่งสูงขึ้นเรื่อยๆราวกับพายุใหญ่กำลังจะกระหน่ำหลินเสวียนก็ไม่ลังเลที่จะเรียกภาพวาดห้าเมล็ดพันธุ์จักรวาลออกมา
ชั่วพริบตาแสงสีทองก็สาดประกายเหนือทะเลมืดมิดเสียงเต๋าดังสะท้อนพลังปราณหนาแน่นแผ่กระจายไปรอบทิศ เรือวิญญาณถูกปกคลุมด้วยภาพวาดห้าเมล็ดพันธุ์จักรวาลแทบจะในทันทีสภาพรอบตัวก็กลับคืนสู่ความสงบ ไม่ถูกรบกวนด้วยลมฝนหรือคลื่นอีกต่อไป
แม้จะควบคุมเรือวิญญาณไว้ได้ชั่วคราวแต่สีหน้าของหลินเสวียนก็ยังไม่คลายกังวล “หวังว่าคืนนี้จะประคองไหว”
ค่ายกลต้องอาศัยพลังปราณหล่อเลี้ยงทว่าเวลานี้พลังปราณในทะเลกลับบางเบาจึงต้องดึงจากปราณในตัวของหลินเสวียนเองหรือไม่ก็ต้องใช้หินวิญญาณจำนวนมหาศาลมารองรับ
ตอนนี้หลินเสวียนได้แต่หวังว่าพลังปราณในร่างจะพอเพียงให้นานขึ้นอีกสักหน่อย
หลินเสวียนเก็บกระบี่แล้วหยิบผลไม้วิญญาณพันปีขึ้นมาหนึ่งผล
ไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่จู่ๆก็จ้องผลไม้วิญญาณในมือตาไม่กะพริบ
“เจ้าคิดจะทำอะไร?”
“เสวียนเอ๋อร์?”
หลินชิงเทียนเห็นหลินเสวียนเหม่อลอยก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยเรียก
หลินเสวียนพึมพำกับตัวเอง “บางที...อาจมีบางอย่างที่ข้าไม่เคยรู้มาก่อน!”
ทันใดนั้นเองหลินเสวียนก็ขว้างผลไม้วิญญาณพันปีอันล้ำค่าลงทะเล!
หลินเฟิงกับหลินเป่าเห็นเช่นนั้นก็แทบจะพุ่งตัวตามทันที อยากจะเก็บสมบัติล้ำค่าที่แทบไม่เคยได้พบเห็นในชีวิตกลับมา
ทว่าหลินเสวียนกลับสะบัดมือปล่อยปราณสายหนึ่งออกไป สกัดการเคลื่อนไหวของทั้งสองไว้
“เสวียนเอ๋อร์ เจ้าทำอะไร!”
“เจ้าจะบ้าเรอะ!”
ทั้งหลินเฟิงกับหลินเป่าตะโกนออกมาพร้อมกันสีหน้าเต็มไปด้วยความเจ็บปวดราวกับสิ่งที่หลินเสวียนโยนลงไปนั้นคือสายแร่หินวิญญาณระดับสูงทั้งสาย
หลินเสวียนหันมาทำหน้าซื่อ “ผู้อาวุโสทั้งสอง ท่านจะทำอะไรกันรึ?”
นอกจากหลินชิงเทียนแล้วผู้อาวุโสทั้งสองต่างมีสีหน้าราวกับจะร้องไห้ดวงตาเต็มไปด้วยความผิดหวังปนตำหนิ
แต่พวกเขาก็ไม่อาจโกรธบุตรศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขาได้จริงๆจึงได้แต่หันไปตะโกนใส่หลินชิงเทียนแทน “ท่านบรรพชน! นั่นมันผลไม้วิญญาณพันปีนะ! แม้แต่ตระกูลไป่แห่งราชวงศ์เซียนสวรรค์ในอดีตยังหานำออกมาได้ยาก!”
“แต่นี่... แต่นี่... เสวียนเอ๋อร์กลับโยนมันทิ้งลงทะเลเฉยเลย!”
หลินเป่าทำหน้าเหมือนใจจะขาดราวกับลืมไปเสียสนิทว่าภายนอกภาพวาดห้าเมล็ดพันธุ์จักรวาลนั้นกำลังมีพายุพัดกระหน่ำอยู่สิ่งที่จำได้มีเพียงตอนที่หลินเสวียนโยนสมบัติอันล้ำค่าออกไปอย่างง่ายดายเท่านั้น
หากผลไม้พันปีเช่นนี้อยู่ในอาณาเขตเหนือครามคงจะเป็นสมบัติที่ใครๆต่างแย่งชิงถึงขั้นเอาชีวิตเข้าแลก!
แต่เสวียนเอ๋อร์กลับโยนทิ้งเหมือนไม่มีค่าเสียดายราวกับเสียของไปพันปี!
แม้พวกเขาไม่เอ่ยตำหนิด้วยปากแต่สายตาที่จ้องหลินเสวียนอยู่นั้นเต็มไปด้วยการประณามอย่างเงียบงันทว่าหลินเสวียนกลับไม่สนใจเลยสักนิดเวลานี้เขาเพ่งสมาธิไปที่ท้องทะเลด้านล่างไม่ได้วอกแวกแม้แต่น้อย
มีเพียงหลินชิงเทียนเท่านั้นที่รู้ว่าเสวียนเอ๋อร์กำลังคิดอะไรอยู่
“เสวียนเอ๋อร์มีผลไม้วิญญาณอยู่มากโยนทิ้งไปสักผลก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่”
หลินเป่าโต้กลับทันควัน “เพราะมีมากจึงจะโยนทิ้งง่ายๆเช่นนั้นหรือ? ไม่ได้! นั่นมันสมบัติล้ำค่านะสมบัติชั้นยอดเชียวนะ! นี่มัน... นี่มัน...”
ตอนนี้หลินเป่าถึงกับพูดไม่ออกด้วยความโมโห
หลินเฟิงมองหลินชิงเทียนด้วยสายตาเจ็บปวดตลอดหลายร้อยปีแห่งการบ่มเพาะของเขาผลไม้วิญญาณพันปีที่เคยเห็นนั้นมีนับนิ้วได้
ครั้งล่าสุดที่เขาเห็นก็เพราะหลินเสวียนมอบให้
หลังจากเสวียนเอ๋อร์ออกจากแดนลับเมื่อคราวก่อนเขาโยนถุงหนึ่งมาให้พวกเขาสองคนข้างในเต็มไปด้วยผลไม้วิญญาณร้อยปีและยังมีผลไม้พันปีอีกหลายผลพวกเขาดีใจจนแทบเป็นบ้าเพราะไม่เคยเห็นของมากขนาดนั้นมาก่อนเลย
กลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากผลไม้วิญญาณแต่ละลูกนั้นเข้มข้นจนน่าตกใจ
แต่พอเห็นเสวียนเอ๋อร์โยนผลไม้วิญญาณพันปีลงทะเลโดยไม่กระพริบตาพวกเขาก็เจ็บปวดราวกับเลือดในหัวใจไหลออกมา!
แม้แต่หลินชิงเทียนก็ไม่ได้ต่างกันนักเพียงแค่เขาผ่านโลกมามากถึงจะรู้สึกเสียดายแต่ภายนอกยังคงสงบนิ่ง
เขาปลอบทั้งหลินเป่าและหลินเฟิง “เสวียนเอ๋อร์มีเหตุผลของเขาในการทำเช่นนั้นพวกเราอย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจรอดูก่อน”
แน่นอนว่าพวกเขาไม่มีสิทธิ์คัดค้านเสวียนเอ๋อร์ต้องเสี่ยงชีวิตเข้าแดนลับมาเพื่อสมบัติพวกนี้
เพียงแต่…พวกเขารู้สึกเสียดายเหลือเกิน!
ชีวิตของพวกเขาก่อนที่หลินเสวียนจะถือกำเนิดช่างเรียบง่ายนัก
เหล่าผู้อาวุโสแห่งตระกูลหลินล้วนใช้ชีวิตอย่างยากเค้นมาโดยตลอดกระทั่งหลินเสวียนถือกำเนิดขึ้นทุกสิ่งจึงค่อยๆเปลี่ยนแปลง
หลินเสวียนคือโชควาสนาของตระกูลหลินโดยแท้!
แต่ในเวลานี้โชควาสนาของตระกูลหลินพลันเผยรอยยิ้มออกมาแล้วยื่นผลไม้วิญญาณพันปีให้สองผล
เขายิ้มไร้เดียงสาพลางถาม “ผู้อาวุโส ท่านอยากกินผลไม้หรือไม่?”
ไม่รอให้สองคนพยักหน้าหลินเสวียนก็ยัดผลไม้วิญญาณพันปีที่แวววาวสองลูกใส่มือพวกเขา “ท่านลองชิมดูสิ หวานมากเลยนะ!”
หลินเฟิงกับหลินเป่ามองหลินเสวียนด้วยสีหน้าตกตะลึง ปากอ้าค้างดวงตาเบิกกว้างราวกับไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เห็น…