- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นทารก เสียงของข้าคือเสียงของมหาเต๋า
- 428.เช่นนั้น…ข้าจะลองดู!
428.เช่นนั้น…ข้าจะลองดู!
428.เช่นนั้น…ข้าจะลองดู!
จ้าวหุบเหวมืดถูกจองจำอยู่ในหุบเหวต้องห้ามมาโดยตลอดนับเป็นพันปีแล้วและเพิ่งถูกหลินเสวียนปลดปล่อยออกมาเมื่อไม่นานมานี้การที่เขารู้ข้อมูลเกี่ยวกับ อาณาเขตเหนือครามนั้นก็นับว่าไม่เลวแล้วจะให้รู้อะไรมากกว่านี้ก็เกินคาดหมาย
หลายปีที่ผ่านมาตระกูลหลินก็เป็นเพียงตระกูลบ่มเพาะพลังในอาณาจักรฉีซานเท่านั้นการที่สามารถออกสู่ทะเลได้ก็ล้วนเป็นเพราะหลินเสวียนทั้งสิ้นจะหวังอะไรมากกว่านี้ก็ไม่สมควร
ในทางกลับกันตระกูลไป่แห่งราชวงศ์เซียนสวรรค์นั้นมีความเกี่ยวข้องกับโลกภายนอกมาตลอดอีกทั้งยังควบคุม อาณาเขตเหนือครามมานานหลายปีพวกเขาย่อมรู้เรื่องพวกนี้ดี
“ถ้าข้ารู้มาก่อนข้าน่าจะเก็บตำราของพวกมันให้หมดแทนที่จะเผาทิ้ง!” ตอนนี้หลินเสวียนเริ่มรู้สึกเสียใจเล็กน้อย
จ้าวหุบเหวมืดกล่าวว่า “แม้แต่ม้วนภาพข้ายังมอบให้เจ้า นั่นคือไพ่ตายของข้าเลยนะ”
เขาเคยคิดว่าสิ่งนี้ไร้ประโยชน์มอบให้ใครก็ได้ตามใจไม่คิดเลยว่าจะมีวันที่เขาจะสามารถออกจากอาณาเขตเหนือครามได้จริงๆ
สายตาของจ้าวหุบเหวมืดมองไปที่ม้วนภาพในมือหลินเสวียน
หลินเสวียนรีบเก็บม้วนภาพไว้ในอกอย่างระแวดระวัง “อะไร? ท่านให้ข้าแล้วมันก็เป็นของข้าทำไมมองข้าแบบนั้น?” หลินเสวียนรู้สึกว่าตนเองไวต่อเรื่องแบบนี้อย่างมาก
“ข้าเป็นจ้าวหุบเหวมืดนะ! เมื่อไหร่กันที่ข้าจะตระหนี่แบบนี้? ข้าแค่มองเฉยๆเจ้าเป็นถึงบุตรศักดิ์สิทธิ์ของตระกูลหลินไยเจ้าถึงใจแคบเช่นนี้?”
หลินเสวียนหรี่ตามองจ้าวหุบเหวมืดอย่างจับผิด—นี่มันโยนความผิดให้เขาชัดๆ!
“ตอนนี้ควรไปหาวิธีรับมือกับ ‘หอยสังข์มายา’ ก่อนดีกว่า ข้ายังไม่รู้จุดอ่อนหรือพฤติกรรมของมันเลยต้องระวังไว้ก่อน”
หลินชิงเทียนรีบเข้ามาขัดจังหวะการโต้เถียงระหว่างหลินเสวียนกับจ้าวหุบเหวมืดเพราะตอนนี้เวลาเหลือน้อยเต็มที
ยิ่งดวงอาทิตย์ขึ้นสูงเท่าใดปราณวิญญาณโดยรอบก็จะยิ่งเบาบางลงเรื่อยๆถึงตอนนั้นเหล่าศิษย์ตระกูลหลินอาจจะไม่สามารถทนได้นานนัก
พวกเขาต้องรีบหาที่ลงจอดโดยเร็ว
หลินเสวียนรีบชี้ไปที่ภาพของหอยสังข์มายาอีกครั้งแต่คัมภีร์กลับไม่เปลี่ยนแปลงอะไรเลย
หลินเสวียนไม่ยอมแพ้กดอีกครั้งแต่คัมภีร์ยังคงเหมือนเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ
เขาหันไปมองจ้าวหุบเหวมืดด้วยความงุนงง “นี่…ยังไงกัน? ทำไมถึงไม่มีข้อมูลหรือจุดอ่อนของหอยสังข์มายาเลย?”
จ้าวหุบเหวมืดตอบ “ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร? สิ่งนี้มันเป็นของเจ้าไม่ใช่หรือ?”
หลินเสวียนพูด “แต่ท่านเป็นคนให้ข้ามานะ!”
จ้าวหุบเหวมืด “ก็ใช่ ข้าให้เจ้าจริงแต่ข้าไม่เคยใช้มันเลย เจ้าจะให้ข้ารู้ได้อย่างไร?”
หลินเสวียนถึงกับพูดไม่ออก
“ทำไมเราไม่ให้เหล่าศิษย์ตระกูลหลินกลับขึ้นเรือวิญญาณอีกครั้งแล้วเราลองไปสังเกตดูว่ามันจะตามมาหรือไม่?” หลินเฟิงเสนอขึ้นมาแต่หลินชิงเทียนกลับปฏิเสธทันควัน
“พวกเราไม่พบร่องรอยใดๆระหว่างทางอีกทั้งไม่มีอสูรอื่นมารบกวนนั่นแสดงว่าหอยสังข์มายาตัวนี้ต้องตามเรามานานแล้ว”
“มันเพิ่งโผล่มาในตอนนี้ฃแสดงว่าเรามาไกลจากฝั่งมากเกินกว่าจะย้อนกลับและมันรอเวลานี้เพื่อโจมตีเรือวิญญาณของเรา”
“หากเราเปลี่ยนเรือวิญญาณและออกเดินทางอีกครั้งมันก็อาจจะตามมาอีกเราไม่สามารถระวังมันได้ตลอดเวลาอีกทั้งหอยสังข์มายานี้เก่งด้านการพรางตัวเราไม่สามารถสัมผัสได้เลยว่ามันอยู่ที่ใด”
หลินชิงเทียนกล่าวอย่างหนักแน่น “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็ต้องจัดการกับมันให้เด็ดขาดเสียแต่ตอนนี้ไม่เช่นนั้นตลอดเส้นทางที่เหลือพวกเราจะต้องอยู่ในความระแวงตลอดเวลา”
บรรดาผู้อาวุโสสองคนอย่าง หลินเป่า และ หลินเฟิง พยักหน้าเห็นด้วยทันที
หลินเสวียนว่า “เช่นนั้น…ข้าจะลองดู!”
เมื่อเห็นว่าหอยสังข์มายาด้านล่างยังไม่ขยับหลินเสวียนก็ก้าวเหยียบเจ็ดก้าวย้อนสวรรค์พร้อมชักดาบพุ่งลงไปในทันที
ผู้คนด้านบนยังไม่ได้เตรียมตัวเลยด้วยซ้ำเพิ่งได้ยินบุตรศักดิ์สิทธิ์พูดจบเขาก็บินลงไปในพริบตา
ในตอนที่หลินเสวียนพุ่งลงไปพลังปราณรอบตัวเขาก็ปะทุออกมาโดยไม่ลังเล
อสูรร้ายด้านล่างเคลื่อนไหวทันทีคล้ายถูกกระตุ้นด้วยพลังปราณของหลินเสวียนมันพุ่งดำลงน้ำในทันทีคลื่นบนผิวน้ำปั่นป่วนผิดปกติเกิดคลื่นซัดซ้อนออกมาจากความว่างเปล่าอย่างน่ากลัว
หลินเสวียนถูกป้องกันด้วยพลังปราณเขามีพลังปราณที่หนาแน่นอย่างยิ่งและหากมองอย่างละเอียดจะเห็นแสงสีทองแฝงอยู่ภายใน
นี่คือสิ่งที่หาได้ยากในโลกไม่มีใครสามารถทำให้พลังปราณบริสุทธิ์จนมีแสงสีทองได้แบบนี้
แม้แสงสีทองจะเลือนรางแต่ก็เพียงพอให้รู้ว่ามีเพียงไม่กี่คนในโลกที่สามารถฝึกถึงระดับนี้ได้
เพียงพริบตาเดียวหลินเสวียนก็พุ่งเข้าสู่ทะเลดั่งแสงวาบ เขาเปิดเนตรหยินหยางแสงทองพุ่งวาบในดวงตา
เขามองเห็นอสูรที่ซ่อนอยู่ใต้ทะเลซึ่งแท้จริงแล้วมันอยู่ไม่ไกลจากผิวน้ำเลย
หอยสังข์มายานี้เก่งด้านการซ่อนตัวอย่างแท้จริงหากเป็นผู้ฝึกตนทั่วไปจะต้องเข้าใจผิดว่ามันหลบซ่อนอยู่ในก้นทะเลลึกแต่แท้จริงแล้วมันแฝงตัวอยู่ตื้นๆรอคอยจังหวะโจมตีที่ร้ายแรง
หลินเสวียนไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อยเขาขว้างดาบออกไปทันที!
ดาบพุ่งลงมาพร้อมพลังสายฟ้าสายฟ้าสีม่วงล้อมรอบดาบปล่อยแสงเจิดจ้าสว่างไสว
เมื่อหลินชิงเทียนเห็นพลังสายฟ้าของดาบเล่มนี้เขาก็ถอนหายใจและกล่าวว่า
“สายฟ้าของเสวียนเอ๋อร์ก้าวหน้าอีกแล้วพอปลดปล่อยสายฟ้าออกมาก็ไร้ผู้ต้านโดยแท้”
“ข้ารู้สึกว่าพลังปราณของเสวียนเอ๋อร์ช่างพิเศษช่างน่าทึ่งมาก!”
จ้าวหุบเหวมืดที่อยู่ข้างๆอดไม่ได้ที่จะเดาะลิ้นอย่างหงุดหงิด
เขาส่ายหน้าแล้วกล่าวว่า “ตระกูลหลินของเจ้ามีอัจฉริยะเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?”
หากหลินเสวียนเป็นคนจากแดนต้องห้ามของแดนรกร้างอันกว้างใหญ่ล่ะก็…
เมื่อคิดถึงตรงนี้จ้าวหุบเหวมืดก็รีบส่ายหน้าทันทีหากหลินเสวียนเป็นคนของแดนต้องห้ามจริงๆเกรงว่าตำแหน่งจ้าวหุบเหวมืดของเขาอาจไม่อยู่กับเขานาน
ด้านบนเหล่าศิษย์สายตรงของตระกูลหลินมองดูบุตรศักดิ์สิทธิ์ของตนฟาดฟันด้วยสายฟ้าลูกตาแทบหลุดด้วยความตะลึงพวกเขาอยากจะตามบุตรศักดิ์สิทธิ์ลงไปสังหารอสูรประหลาดนั้นด้วยตัวเอง
“บุตรศักดิ์สิทธิ์ของพวกเราคืออัจฉริยะของโลกใบนี้ใครจะเปรียบเทียบได้?”
“เมื่อไรเราจะตามทันบุตรศักดิ์สิทธิ์ได้บ้าง? หรือจะไม่มีวันเลย?”
มีคนหนึ่งพูดด้วยความเสียดายว่า “พวกเราต่างหากที่เป็นตัวถ่วงของบุตรศักดิ์สิทธิ์ข้าจะตั้งใจฝึกฝนให้มากขึ้นและพยายามนั่งบ่มเพาะอยู่ข้างบุตรศักดิ์สิทธิ์ให้ได้ทุกวัน!”
เมื่อเหล่าศิษย์ตระกูลหลินรอบข้างได้ยินเช่นนั้นต่างก็หัวเราะเยาะความเพ้อฝันของเขา “เจ้าคิดอะไรอยู่? ฝันไปเถอะ! ที่ตรงนั้นบุตรศักดิ์สิทธิ์เตรียมไว้ให้ข้าต่างหาก!”
เสียงโห่ร้องดังขึ้นรอบด้าน “ชู่!”
หลินเสวียนขว้างดาบออกไปและในวินาทีถัดมาสายฟ้าสวรรค์อีกสายก็ตามไปติดๆเขาหวังว่าจะสังหารอสูรประหลาดนี้ให้ได้ในดาบเดียว!
หอยสังข์มายาถูกดาบที่มีพลังสายฟ้าฟาดเข้าใส่แล้วตามด้วยสายฟ้าสวรรค์หลินเสวียนกล้าพูดว่าหากอสูรร้ายนี้ไม่ตายก็คงบาดเจ็บหนักและไม่มีทางหนีรอดได้แน่นอน!
ทว่าเมื่อดาบปะทะกับผืนน้ำกลับไม่สามารถทะลวงผ่านลงไปได้ราวกับพบกับแรงต้านอันมหาศาล…