เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

412.ให้ข้าพาท่านบินเองเถอะ

412.ให้ข้าพาท่านบินเองเถอะ

412.ให้ข้าพาท่านบินเองเถอะ


เคล็ดวิชานี้ช่างเข้าใจยากนักแท้จริงแล้วมันคือกลไกป้องกันชีวิตที่ธรรมชาติมอบให้แก่สัตว์อสูรเพื่อใช้ปกป้องตัวเอง

เคล็ดวิชาแห่งเต๋าย่อมมีจิตสำนึกโดยธรรมชาติ

หลินเสวียนต้องยอมรับว่าบางครั้งในด้านทักษะเอาชีวิตรอดสัตว์อสูรนั้นกลับเหนือกว่าผู้ฝึกตนเสียอีก

เรือวิญญาณลอยเคลื่อนไปอย่างรวดเร็วแม้จะเป็นทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ไร้ที่สิ้นสุดแต่เมื่อดวงตะวันลอยขึ้นสู่จุดสูงสุด เรือวิญญาณก็พ้นจากทุ่งหญ้าและเข้าสู่ผืนป่าอันกว้างใหญ่แล้ว

หลินเสวียนรู้สึกเบื่อหน่ายงานอดิเรกเพียงอย่างเดียวของหลินเฟิงและหลินเป่าคือการเล่นหมากล้อมส่วนบรรพชนหลินก็กำลังบ่มเพาะพลังอยู่

เมื่อหลินเสวียนเห็นผืนป่าเขียวขจีเขาก็กระโดดลงจากแท่นสังเกตการณ์ทันทีแล้วรีบวิ่งเข้าไปในห้องพักเพื่อไปเรียกบรรพชนหลินที่กำลังบ่มเพาะพลังอยู่

หลินเป่ากำลังพลิกตำราหมากล้อมอยู่พลันลมกระโชกแรงก็พัดผ่านทำให้ตำราหมากล้อมแทบปลิวเขาเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังของหลินเสวียน

เขาอดส่ายหัวไม่ได้ “เสวียนเอ๋อร์คงเบื่อแล้วล่ะสิ!”

หลินเฟิงก็พยักหน้าเห็นด้วย “ไม่ว่าจะพรสวรรค์สูงส่งเพียงใดเสวียนเอ๋อร์ก็ยังเป็นเพียงเด็กด้วยนิสัยของเด็กการที่เขาอยู่บนเรือวิญญาณได้ตั้งวันหนึ่งคืนนับว่าเก่งแล้ว”

“การเดินทางไปยังอาณาเขตกลางเยียนครั้งนี้ยังอีกยาวไกลบนเรือวิญญาณมีแต่การบ่มเพาะไม่มีสิ่งใดทำนับจากนี้คงมีช่วงเวลาที่น่าเบื่ออีกมาก”

ทะเลเซี่ยงนั้นกว้างใหญ่ไร้ขอบเขตและเต็มไปด้วยอันตราย

หลังจากล่องเรือในทะเลอันไร้สิ้นสุดเป็นเวลาหนึ่งเดือน โดยเฉพาะเมื่อปราณวิญญาณบางเบาในทะเลนั้นทำให้เวลาผ่านไปราวกับยืดออกเป็นปี

ทางด้านหลินเสวียนเขาตบประตูห้องของหลินชิงเทียนด้วยความตื่นเต้น

“ท่านบรรพชน ข้าว่าพวกเรามาถึงแล้วด้านล่างเป็นป่าใหญ่ใช่หรือไม่หรือว่าแดนลับที่ท่านกล่าวไว้กำลังจะปรากฏแล้ว?”

หลินชิงเทียนถอนปราณออกจากหยกแดงที่อยู่ตรงหน้า แล้วฉีดปราณเข้าไปในไข่มุกหยกแดงลูกเล็กอีกเม็ดหนึ่ง

นี่คือเครื่องรางวิญญาณล่องรอยลับวิญญาณซึ่งสามารถค้นหาผู้สวมใส่ได้จากปราณที่อยู่ในหยกแดง

ครานี้แดนลับนั้นอันตรายยิ่งหลินชิงเทียนคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยังรู้สึกกังวลใจที่จะให้หลินเสวียนเข้าไป

เขาจึงสร้างเครื่องรางล่องรอยลับขึ้นชั่วคราวหากเสวียนเอ๋อร์ประสบอันตรายเขาจะสามารถรับรู้ได้ทันทีและติดตามไปช่วยได้

ประตูห้องค่อยๆเปิดออกต่อหน้าหลินเสวียน

หลินเสวียนเห็นหลินชิงเทียนยังเก็บข้าวของบนโต๊ะอย่างเชื่องช้าจึงเอ่ยเร่งอย่างร้อนใจ “ท่านบรรพชน ท่านจะช้ากว่านี้ไม่ได้แล้วเรือวิญญาณลำนี้เร็วขนาดนี้หากเราพลาดไปจะทำอย่างไรดี?”

หลินชิงเทียนยิ้มเล็กน้อย “ไม่ต้องรีบแดนลับยังอยู่อีกไกลเรือวิญญาณลำนี้มีขนาดใหญ่เกินไปพวกเราเพียงบินตามไปก็เพียงพอแล้ว”

กล่าวจบเขาก็ยื่นไข่มุกหยกแดงให้หลินเสวียนพร้อมกำชับว่า “นี่คือเครื่องรางล่องรอยลับวิญญาณสวมเอาไว้ให้ดีแม้เข้าไปในแดนลับหากเจ้าหลงทางข้าก็สามารถใช้สิ่งนี้ค้นหาเจ้าได้”

หลินเสวียนรับมาไข่มุกหยกแดงนี้มีขนาดเล็กแต่กลับมีน้ำหนักเล็กน้อยเมื่อจับดูมีเส้นทองพันอยู่รอบและมีปราณวิญญาณแผ่ออกเบา ๆ

เขาสัมผัสปราณภายในอย่างละเอียดพบว่ามีทั้งร่องรอยปราณของตนและของหลินชิงเทียนผสมปะปนกัน

เขาแขวนไข่มุกไว้ข้างกายแล้วกล่าว “ขอบคุณท่านบรรพชน”

“ดี ไปกันเถิด”

กล่าวจบหลินชิงเทียนก็เดินนำออกจากห้อง

บนดาดฟ้าเรือหลินเฟิงและหลินเป่ากำลังแย่งหมากล้อมกันเมื่อเห็นหลินชิงเทียนออกมาพวกเขาก็อยากเรียกให้หยุดเล่นสักครู่

แต่หลินเสวียนไม่อยากให้ทั้งสองรบกวนภารกิจในการค้นหาแดนลับจึงรีบกั้นอยู่ข้างหน้าและกล่าวว่า “ผู้อาวุโสทั้งสองวันนี้ท่่านบรรพชนมีธุระสำคัญกับข้าเกรงว่าหมากตัวนี้พวกท่านคงต้องจัดการกันเองแล้วล่ะขอรับ!”

เมื่อหลินเฟิงได้ยินก็วางหมากและตำราหมากล้อมลงแล้วจ้องทั้งสองอย่างพินิจ

“พวกเรากำลังเดินทางอยู่แม้จะเผื่อเวลาไว้บ้างแต่ก็ไม่ได้มีแผนจะหยุดพักนี่นา”

เขาหันไปมองหลินชิงเทียนอย่างสงสัย “ท่านบรรพชน ท่านมีสหายเก่าอยู่ที่นี่หรือ?”

“ได้ยินมาว่ามีแดนลับอยู่ที่นี่เมื่อตอนท่านบรรพชนยังหนุ่ม เขาเคยตั้งใจจะเข้าไปท้าทาย…ตอนนี้คงเป็นเวลาเหมาะกระมัง” หลินเป่าพูดเสริมพลางคาดเดาจุดประสงค์ของหลินชิงเทียน

หลินเฟิงสะบัดมือเบาๆพลันมีกระบี่ปรากฏขึ้นในมือ

“พอดีเลย! ข้านั่งอยู่บนเรือจนเมื่อยไปหมดออกไปข้างนอกเล่นบ้างเถอะพาข้าไปด้วย!”

หลินชิงเทียนปฏิเสธอย่างเด็ดขาด

“มีคนมากเกินไปจะดึงดูดความสนใจอยู่บนเรือหรือจะไปที่เมืองพบเพื่อสหายเก่าก็แล้วแต่”

กล่าวจบเขาก็ไม่สนใจสีหน้าทั้งสองคนหยิบกระบี่ออกมา อุ้มหลินเสวียนไว้แล้วเหยียบกระบี่ลอยขึ้นไปอย่างทรงพลัง

“เสวียนเอ๋อร์กับข้าจะกลับมาก่อนเช้าวันพรุ่งนี้แน่นอน”

หลินเฟิงกับหลินเป่าเงยหน้ามองบรรพชนหลินและหลินเสวียนที่ค่อยๆหายไปจากสายตา

“ว่าแต่เราจะเล่นหมากต่อหรือไปเมืองหม่านเฟิงกันดี?”

หลินเป่าขว้างหมากในมือลง “แน่นอนว่าต้องไปเมืองหม่านเฟิงพวกเราต้องติดอยู่บนเรืออีกตั้งเดือนนะรอไม่ไหวแล้ว!”

แม้ว่าหลินชิงเทียนจะมีวิชากระบี่อันยอดเยี่ยมและความเร็วก็จัดว่าเร็วมากแต่หลินเสวียนกลับรู้สึกว่ายังไม่เร็วเท่าตัวเขาเอง

เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า “ท่านบรรพชน ให้ข้าพาท่านบินเองเถอะ ท่านเพียงแค่บอกเส้นทางมา”

หลินชิงเทียนเคยเห็นความเร็วของหลินเสวียนมาแล้ว คราวก่อนเมื่อเขาบินพุ่งเข้าไปในแดนรกร้างอันกว้างใหญ่ เหล่าผู้อาวุโสของตระกูลหลินยังตามเขาไม่ทัน

เขาจึงลากเส้นพลังปราณขึ้นกลางอากาศ “ตามเส้นปราณนี้ไปก็จะเจอ!”

“เจ็ดก้าวย้อนสวรรค์!”

ในชั่วพริบตาพลังปราณรอบตัวหลินเสวียนก็พุ่งทะยาน ความผันผวนทับซ้อนเป็นชั้นๆความเร็วพุ่งทะลุขีดจำกัด ทุกที่ที่เขาผ่านไปโลกสะท้านสะเทือนแผ่นดินสั่นไหว

หลินเสวียนและหลินชิงเทียนดั่งสายฟ้าผ่านขอบฟ้าเงาของทั้งสองแทบจะมองไม่ทัน

ในเวลาเพียงครู่เดียวพวกเขาก็เดินทางถึงที่หมาย

แม้หลินชิงเทียนจะเป็นผู้ฝึกตนขอบเขตก่อร่างวิญญาณก็ยังอดตะลึงกับความเร็วอันน่าตกตะลึงนี้ไม่ได้

เขาเคยเห็นหลินเสวียนพุ่งราวกับแสงมาก่อนและรู้อยู่แล้วว่าเด็กคนนี้ไม่ธรรมดาแต่เมื่อได้สัมผัสด้วยตนเองความประทับใจก็ยิ่งลึกซึ้งขึ้น

นี่แทบจะเป็นขีดจำกัดของความเร็วที่เขาเคยพบเจอมา แม้แต่สัตว์อสูรที่ถนัดการบินก็ยังไม่อาจเทียบได้

เขารู้สึกว่าเครื่องรางล่องรอยลับนี้เก็บไว้กับตนเองจะดีกว่า หากเสวียนเอ๋อร์ตกอยู่ในอันตรายเขาจะสามารถติดตามจากปราณของไข่มุกและเข้าช่วยได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

คิดถึงตรงนี้หลินชิงเทียนก็ถอนหายใจเบา

ส่วนหลินเสวียนไม่อาจล่วงรู้ถึงความตกตะลึงในใจของหลินชิงเทียนได้เพราะเขานั้น…ชินเสียแล้วหากวันหนึ่งไม่สามารถบินเร็วเช่นนี้ได้เขาคงจะรู้สึกประหลาดใจเสียมากกว่า.

จบบทที่ 412.ให้ข้าพาท่านบินเองเถอะ

คัดลอกลิงก์แล้ว