เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

404.ถุงกิเลน

404.ถุงกิเลน

404.ถุงกิเลน


อาจารย์ลุงเป็นชายวัยกลางคนที่มีผมยาวสวมชุดคลุมยาว ดูภูมิฐานเป็นอย่างยิ่ง

เขาเดินออกมาจากห้องโถงด้านหลังอย่างรวดเร็วโดยมีเหล่าศิษย์กลุ่มหนึ่งตามมาติดๆท่าทีราวกับมีลมใต้ฝ่าเท้า

อาจารย์ลุงเดินมาหยุดตรงหน้าหลินเสวียนอย่างรวดเร็ว สีหน้าท่าทางอ่อนโยน “บุตรศักดิ์สิทธิ์ ท่านมีธุระใดหรือไม่? หากมีสิ่งใดต้องการให้ข้าช่วยก็บอกมาได้เลย”

เบื้องหลังของเขาเป็นเหล่าชายหนุ่มที่สวมชุดศิษย์ของหอฉิงหุยต่างมองหลินเสวียนด้วยสายตาเป็นประกายดั่งดวงดาวเหมือนกับว่าไม่ว่าเขาจะสั่งสิ่งใดก็พร้อมจะลุยฝ่าฟันไฟนรกโดยไม่ลังเล

แม้อาจารย์ลุงผู้ดูแลหอฉิงหุยจะแซ่หลินเช่นกันแต่เขามิใช่เชื้อสายหลักของตระกูลหลินหากนับก็เป็นสายย่อยของตระกูลและมิได้มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะมากนักแต่กลับมีพรสวรรค์ในด้านการสร้างสมบัติวิญญาณ

เขาทุ่มเทศึกษาเรื่องนี้มาตลอดและศิษย์ในหอฉิงหุยก็ล้วนเน้นไปที่สมบัติวิญญาณเป็นหลัก

หากเพียงต้องสร้างรังให้เจ้ามังกรน้อยที่ทั้งสามารถยืดหดได้พกพาสะดวกเรื่องนี้น่าจะเป็นงานง่ายสำหรับเขา

หลินเสวียนมองไปที่อาจารย์ลุงก่อนจะพยักหน้า “ข้ามีเรื่องหนึ่งอยากจะรบกวนท่าน”

“เพียงแต่…” เขากวาดตามองไปรอบๆกลุ่มคนอาจารย์ลุงเข้าใจทันทีจึงโบกมือไล่ศิษย์ทั้งหลายที่ยังคงมองตาเป็นประกายอยู่

“ภารกิจฝึกฝนวันนี้เพิ่มเป็นสองเท่า!”

กล่าวจบเขาก็กวาดตามองไปรอบๆด้วยสายตาดุดัน “เย็นนี้ข้าจะตรวจทีละคน”

ในพริบตาความรู้สึกไม่พอใจก็กระจายออกมาเต็มห้อง ไม่มีใครสนใจหลินเสวียนอีกต่อไปต่างก็พากันร้องขอความเมตตา

“ท่านอาจารย์ลุงวันนี้งานเราหนักอยู่แล้วนะหากเพิ่มอีก พวกเราคงไม่มีเวลากินข้าวเที่ยงแน่!”

“ใช่แล้วข้ายังไม่ได้ทำการบ้านของเมื่อวานเลย!”

“พวกเราจะรีบไปเดี๋ยวนี้ถือว่าเป็นบทลงโทษของพวกเรา!”

เหล่าศิษย์หนุ่มเหมือนกระต่ายตกใจวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็วเหมือนกลัวหมาป่าจะไล่ตามมา

ไม่นานห้องโถงหอฉิงหุยก็กลับมาเงียบสงบ

เมื่อเห็นเช่นนั้นอาจารย์ลุงก็โบกมือไล่เหล่าคนรับใช้รอบข้างออกไปด้วยเช่นกัน

เมื่อไม่มีผู้ใดเหลืออยู่ในห้องอาจารย์ลุงจึงก้มศีรษะกล่าวกับหลินเสวียน “บุตรศักดิ์สิทธิ์คงจะหัวเราะเยาะความโง่เขลาของข้าแล้วกระมัง”

“ตอนนี้ไม่มีคนนอกอยู่แล้วบุตรศักดิ์สิทธิ์สามารถกล่าวออกมาได้เลย”

หลินเสวียนเอ่ยว่า “ข้าต้องขอบคุณท่านอาจารย์ลุงข้ามีสัตว์อสูรตัวหนึ่งแต่มันค่อนข้างซุกซนข้าจำเป็นต้องพกพาติดตัวไว้ตลอดเพื่อดูแลมันให้ดีเพียงแต่…”

“สัตว์อสูรไม่ใช่สิ่งที่พกพาได้ง่ายอีกทั้งสัตว์อสูรนั้นมีค่ามากถุงวิญญาณธรรมดาคงไม่เหมาะกับการอยู่อาศัยของมัน”

เมื่ออาจารย์ลุงเห็นหลินเสวียนมาด้วยท่าทีเคร่งเครียดเขายังคิดว่าคงมีเรื่องใหญ่อะไรเกิดขึ้นเขาเองก็รู้สึกไม่สบายใจ หากไม่สามารถช่วยบุตรศักดิ์สิทธิ์ได้อาจทำให้ฝ่ายนั้นผิดหวัง

ไม่คาดคิดว่าที่แท้ก็เป็นเพียงเรื่องของสัตว์อสูร

เขาจึงยิ้มอย่างมั่นใจแล้วกล่าวว่า “บุตรศักดิ์สิทธิ์ เรื่องนี้ง่ายมากถุงวิญญาณทั่วไปสามารถใช้พกพาสัตว์อสูรได้”

“ไม่ว่าจะเป็นสัตว์อสูรขนาดใหญ่เพียงใดก็สามารถเก็บไว้ในถุงวิญญาณได้อีกทั้งยังเบาและสะดวกต่อการพกพา หากเป็นสัตว์อสูรที่มีค่าหรือแม้แต่สัตว์อสูรโบราณก็ยังมีสมบัติวิญญาณอีกชนิดที่สามารถใช้ได้เช่นกัน”

เมื่อหลินเสวียนได้ยินเช่นนั้นดวงตาก็สว่างวาบทันทีรีบถามออกไปว่า “คือสิ่งใดกัน?”

อาจารย์ลุงตอบว่า “ถุงกิเลน”

“ผู้ฝึกตนทั่วไปมักรู้จักแต่ถุงวิญญาณแต่ไม่รู้จักถุงกิเลน”

เขายื่นมือออกไปวาดกลางอากาศเบาๆทันใดนั้นฉากอันน่าอัศจรรย์ก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าหลินเสวียนมีถุงผ้าปักลวดลายแสงดาวลอยอยู่ตรงหน้า

ถุงผ้าผืนนี้มีขนาดเล็กมากหากมองดูดีๆจะพบว่าเส้นด้ายยาวเรียวที่ทอขึ้นมานั้นมิใช่เส้นด้ายธรรมดาแต่เป็นปราณวิญญาณที่ถูกควบแน่นจนมีรูปร่างและถูกถักทอขึ้นเป็นรูปกิเลน

หลินเสวียนลอบตกตะลึงไม่อยากเชื่อว่าจะมีผู้ฝึกตนที่สามารถควบแน่นปราณวิญญาณให้กลายเป็นเส้นด้ายเล็กจิ๋วที่เหนียวแน่นได้เช่นนี้แล้วนำมาทอเป็นถุงวิญญาณ

หากมิได้อยู่ในขอบเขตก่อร่างวิญญาณแล้วย่อมไม่อาจกระทำได้

หลินเสวียนยื่นมือจะสัมผัสถุงกิเลนที่ลอยอยู่แต่กลับพบว่าสัมผัสได้เพียงความว่างเปล่า

อาจารย์ลุงรีบเอ่ยว่า “นี่เป็นเพียงภาพจำลองข้าได้ลอกมาจากบันทึกโบราณเท่านั้น”

“ท่านบรรพชนชิงเทียนอยู่ในขอบเขตก่อร่างวิญญาณการสร้างถุงกิเลนเช่นนี้ย่อมไม่ใช่เรื่องยาก”

กล่าวจบเขาก็ยื่นมือออกไปเบาๆจากนั้นก็มีหนังสือเล่มเล็กคล้ายตำราโบราณปรากฏขึ้นในมือ

“นี่คือวิธีและจุดสำคัญในการสร้างถุงกิเลนท่านเพียงนำไปให้ท่านบรรพชนชิงเทียนก็พอ”

หลินเสวียนยื่นมือรับแล้วประสานมือคำนับอาจารย์ลุงอย่างจริงใจ “ขอบคุณท่านอาจารย์ลุงหลังจากท่านบรรพชนอ่านเสร็จข้าจะนำตำราเล่มนี้มาคืนด้วยตนเอง”

อาจารย์ลุงโบกมือพลางว่า “นี่เป็นเพียงสำเนาข้ายังมีอยู่อีกเล่มท่านสามารถมอบให้ท่านบรรพชนเก็บไว้ก็ได้หรือหากต้องการอีกข้าก็สามารถคัดให้ใหม่ได้อีกฉบับ”

หลินเสวียนรีบส่ายหน้า “ไม่จำเป็นขอบคุณในความหวังดีของท่านอาจารย์ลุง”

อาจารย์ลุงกล่าวด้วยความรู้สึกผิดว่า “แท้จริงแล้วควรเป็นข้าที่ช่วยท่านสร้างถุงนี้แต่พลังบ่มเพาะของข้าต่ำต้อยเกินไป…”

“ข้าไม่อาจควบแน่นปราณวิญญาณและไม่อาจสร้างถุงกิเลนนี้ได้เลย”

ตราบใดที่มีวิธีแก้หลินเสวียนก็ไม่คิดมากว่าอาจารย์ลุงจะทำได้ด้วยตนเองหรือไม่

อย่างมากก็แค่ให้บรรพชนลงแรงเพิ่มอีกนิดซึ่งอีกฝ่ายคงเต็มใจยิ่งนัก

หลินเสวียนจึงส่ายหน้าแล้วกล่าวว่า “ท่านอาจารย์ลุง เพียงแค่ท่านช่วยข้าคิดหาทางข้าก็รู้สึกซาบซึ้งใจอย่างยิ่งแล้วไม่จำเป็นต้องโทษตัวเองหรอก”

เดิมทีเขาคิดว่าการจะสร้างรังให้เจ้ามังกรน้อยที่ทั้งนุ่มสบายและสะดวกพกพาจะต้องใช้เวลานานแต่ไม่คาดคิดว่าอาจารย์ลุงจะสามารถหาทางออกให้ได้ในพริบตาเดียว

กลับกลายเป็นว่าอีกฝ่ายคิดว่าตนทำไม่ได้แล้วรู้สึกผิดเสียอีก

“ข้ารู้สึกซาบซึ้งใจยิ่งนัก”

กล่าวจบหลินเสวียนก็คำนับอาจารย์ลุงด้วยความเคารพ เมื่ออาจารย์ลุงเห็นดังนั้นก็ตกใจจนต้องหลบหลีกไม่กล้ารับคำนับจากบุตรศักดิ์สิทธิ์ของตระกูลหลิน

จากนั้นเขาก็ล่ำลาอาจารย์ลุงและรีบกลับไปยังตำหนักของหลินชิงเทียนโดยเร็ว

หลินเสวียนถือคัมภีร์โบราณไว้ในมือก้าวเข้าไปในลานอย่างรวดเร็วและทันทีที่ก้าวเข้าไปเขาก็ได้ยินเสียงร้องของเจ้ามังกรน้อยดังมาจากข้างใน

เขารีบผลักประตูเข้าไปและเมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบว่าเจ้ามังกรน้อยกำลังนอนอยู่บนโต๊ะที่เขาใช้ฝึกฝนเป็นประจำ

รอบตัวมันรายล้อมด้วยผลไม้วิญญาณชั้นเลิศซึ่งแต่ละผลดูแล้วล้ำค่ากว่ากันทั้งนั้นราวกับว่ากำลังบูชาเจ้ามังกรน้อยดั่งเทพเซียน

“ข้านึกว่าเจ้าตัวเล็กมันร้องเพราะหิวเสียอีก”

เขามองดูผลไม้วิญญาณรอบๆรังมังกรน้อยแล้วอดเอ่ยไม่ได้ว่า “ผลไม้วิญญาณเหล่านี้ล้วนแต่ล้ำค่าอย่างยิ่งอีกทั้งยังเป็นผลไม้วิญญาณที่มีอายุกว่าร้อยปีอีกด้วย…”

จบบทที่ 404.ถุงกิเลน

คัดลอกลิงก์แล้ว