เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

402.ในที่สุดก็ฝักออกมา

402.ในที่สุดก็ฝักออกมา

402.ในที่สุดก็ฝักออกมา


เรื่องการเลี้ยงมังกรนั้นถูกจัดให้เป็นวาระสำคัญอย่างเป็นทางการทุกคนต่างเฝ้ารอให้ไข่มังกรฟักตัวออกมา

ทุกวันหลินเสวียนมีเรื่องที่ต้องทำอยู่สองอย่างหนึ่งคือดูว่าไข่มังกรมีรอยแตกเพิ่มขึ้นหรือไม่อีกอย่างก็คือบ่มเพาะพลัง

หลินเสวียนให้ความสำคัญกับการเลี้ยงมังกรอย่างยิ่งเขายังได้ให้หลินชิงเทียนช่วยตามหาคัมภีร์โบราณเกี่ยวกับมังกรแท้ซึ่งสาบสูญไปแล้วมานาน

กว่าจะได้มาก็ต้องออกแรงอยู่ไม่น้อย

ในที่สุดเช้าวันหนึ่งเมื่อเขาเปิดกล่องไม้โบราณออกเขาก็เห็นว่าไข่มังกรนั้นแตกออกไปครึ่งหนึ่งแล้วมังกรน้อยที่เพิ่งฟักตัวออกมากำลังกัดกินเปลือกไข่ชิ้นโตในมือมัน

แสงสว่างที่จู่ๆก็สาดเข้ามาทำให้ลูกมังกรหรี่ตาแล้วเงยหัวโตๆของมันขึ้นมันลืมตากลมเบิกโพลงจ้องมองหลินเสวียนด้วยความอยากรู้อยากเห็น

หากเปรียบเทียบกับมังกรโตเต็มวัยความแตกต่างนั้นราวกับเสานภากับเส้นผม

“ตัวเล็กขนาดนี้จะต้องใช้เวลากี่ปีถึงจะเติบโตเท่ารุ่นพี่ของมันกันนะ?”

หัวของเจ้ามังกรน้อยใหญ่เกินตัวอย่างเห็นได้ชัดเขาสองเขาบนหัวมันทำให้สัดส่วนของศีรษะใหญ่ขึ้นอีกครึ่งหนึ่ง มันกอดเปลือกไข่ที่เหลือไว้แน่นทว่าร่างกายเล็กๆของมันดูเหมือนจะรับน้ำหนักหัวตัวเองไม่ไหว

ท้ายที่สุดภายใต้สายตาทุกคู่มังกรน้อยก็ค่อยๆยื่นเปลือกไข่ที่กินเหลือครึ่งหนึ่งให้หลินเสวียนด้วยความลังเล

“ติ๊ง! สำเร็จภารกิจ—เลี้ยงสัตว์เลี้ยงครั้งแรก”

“ในยุคโบราณเคยมีสัตว์ศักสิทธิ์ที่ซ่อนตัวอยู่ในโลกพวกมันเหินหาวและกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่ยากจะหยั่งถึง”

“ปลุกพลัง—เทพมายา”

หลินเสวียนมองเจ้ามังกรน้อยที่มองเขาอย่างไร้เดียงสาพลางยื่นอาหารให้ด้วยความสงสัย

“พลังเทพมายา? ใช้ทำอะไรได้?”

“ติ๊ง!” ระบบอธิบายว่า “พลังเทพมายาสามารถทำให้โฮสต์แปลงร่างเป็นใครก็ได้โดยไม่มีเวลาจำกัด”

เมื่อหลินเสวียนได้ยินก็พยักหน้าเบาๆ “ข้าใช้สิ่งนี้ได้เช่นนั้นคราวหน้าถ้าเห็นคลังสมบัติของใครข้าก็เข้าไปช้อปปิ้งได้อย่างเปิดเผยสิ?”

เขากล่าวจบก็หันไปมองมังกรน้อยด้วยแววตาครุ่นคิดจากนั้นร่างกายของเขาก็เริ่มเปลี่ยนไปหลินเสวียนหดร่างตัวเองลงร่างทั้งร่างหล่นลงพื้น

ผ่านไปครู่หนึ่งมังกรน้อยตัวหนึ่งที่มีรูปร่างเหมือนกับเจ้ามังกรในกล่องก็คลานออกมาจากเสื้อผ้าของเขามันส่ายหัวเหมือนจะล้มลงในอีกวินาทีถัดมา

ไม่ผิดเลยสัดส่วนร่างกายกับศีรษะที่ไม่สมดุลนั้นอันตรายยิ่งนัก

หลินเสวียนเดินได้แค่สองก้าวก็เริ่มเซไปมาและล้มลงถึงสองครั้ง

ทันใดนั้นก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นจากด้านนอกคนใช้คนหนึ่งกล่าวขึ้นว่า “บุตรศักดิ์สิทธิ์ ท่านบรรพชนเชิญให้ไปพบดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งแสงได้ส่งทูตมาเยือนขอพบท่าน”

“เข้าใจแล้ว ข้าจะไปเดี๋ยวนี้” หลินเสวียนตอบกลับก่อนจะให้คนใช้จากไป

เมื่อเขาแน่ใจว่าคนใช้เดินจากไปแล้วเขาก็คืนร่างเดิมทันที ทว่าในสภาพเปลือยเปล่าเพราะไม่ได้ใส่เสื้อผ้า

หลินเสวียนสวมชุดอย่างลวกๆแล้วเดินไปทางประตู

เมื่อเดินถึงประตูเขาก็นึกบางสิ่งขึ้นได้เขาเดินกลับมาแล้วโน้มตัวลงพูดกับมังกรน้อยว่า “เจ้าหนู อยู่เงียบๆในนี้ก่อน”

“ข้าจะพาเจ้าไปพบท่านบรรพชน”

พูดจบเขาก็ปิดฝากล่องโดยไม่สนใจปฏิกิริยาของเจ้ามังกร แล้วหยิบกล่องขึ้นมาเดินออกไป

ระหว่างทางไปยังลานของท่านบรรพชนเหล่าศิษย์ตระกูลหลินต่างมองเขาด้วยสายตาชื่นชมราวกับไม่ได้มองมนุษย์ แต่เป็นความหวังของตระกูล

หลินเสวียนคือความหวังของตระกูลหลินจริงๆบางคนถึงขั้นยกย่องเขาเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ

ส่วนมากอยากติดตามหลินเสวียนเพราะการอยู่ใกล้บุตรศักดิ์สิทธิ์สามารถเพิ่มพลังบ่มเพาะได้ในสายตาของผู้ฝึกตนทั้งหลายนี่คือความฝัน

หลินเสวียนเดินอยู่พักหนึ่งจนมาถึงหอประชุม

เมื่อหลินชิงเทียนเห็นหลินเสวียนเดินเข้ามาก็โบกมือเรียก “เสวียนเอ๋อร์ มานี่”

หลินเสวียนเดินเข้าไปทำความเคารพผู้อาวุโสทุกคนแล้วเดินไปนั่งยังที่นั่งข้างหลินชิงเทียนอย่างสงบเสงี่ยม

ไม่นานมีหญิงสาวผู้หนึ่งที่สวมผ้าคลุมหน้ามีรูปร่างอ้อนแอ้นก็เดินถือกล่องไม้เข้ามา

นางไม่เอ่ยคำใดเพียงยิ้มอย่างนุ่มนวลทำให้ผู้คนรู้สึกราวกับสายลมฤดูใบไม้ผลิพัดผ่าน

“ได้ยินว่าบุตรศักดิ์สิทธิ์จะเดินทางไปยังอาณาเขตกลางเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงทองคำ”

“พรสวรรค์ของท่านเลื่องชื่อไปทั่วอาณาเขตเหนือครามข้ามาตามคำสั่งของสตรีศักดิ์สิทธิ์ในนามดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งแสงเพื่อแสดงความยินดีแก่ตระกูลหลิน”

“นี่คือของขวัญที่สตรีศักดิ์สิทธิ์เตรียมไว้ให้บุตรศักดิ์สิทธิ์”

หลินเสวียนประสานมือกล่าวว่า “ขอบคุณ ทูตเหยากวง”

ทูตสาวพูดกับหลินเสวียนว่า “หากจะไปอาณาเขตกลาง จะต้องข้ามทะเลเซียงของสิ่งนี้คือ ‘ลูกแก้วสงบลม’”

“สตรีศักดิ์สิทธิ์ของข้าได้มันมาโดยบังเอิญเมื่อครั้งออกล่าอสูรในทะเลหากวางลูกแก้วนี้ไว้บนเรือ เรือจะแล่นได้ราบรื่นเหมือนพื้นราบ”

หลินชิงเทียนที่นั่งอยู่ด้านบนกล่าวพร้อมรอยยิ้มว่า “สตรีศักดิ์สิทธิ์ของพวกเจ้าช่างใจใหญ่นัก”

“ในเมื่อมอบของขวัญเรียบร้อยแล้วข้าจะไม่รบกวนบุตรศักดิ์สิทธิ์อีก”

ทูตสาวคารวะและจากไป

เมื่อคนออกไปแล้วหลินฮ่าวก็ลุกขึ้นถามหลินชิงเทียนว่า “ท่านบรรพชนวันจัดงานเลี้ยงทองคำก็ใกล้เข้ามาแล้ว สิ่งของที่ต้องใช้เดินทางไปอาณาเขตกลางก็เตรียมไว้เรียบร้อยท่านเห็นว่าพวกเราควรออกเดินทางเมื่อไรดี?”

หลินชิงเทียนครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนตอบว่า “อีกไม่นานคงมีตระกูลต่างๆมาแสดงความยินดี เสวียนเอ๋อร์ยังไม่เคยออกจากอาณาเขตเหนือครามไปก่อนก็ไม่เสียหายพาเขาออกไปดูโลกภายนอกหน่อย”

“ค่อยๆเดินทางไปอย่างช้าๆก็ได้จะได้มีเวลาเตรียมตัวเต็มที่”

ได้ยินเช่นนั้นหลินฮ่าวจึงกล่าวว่า “วันมะรืนนี้เป็นวันดีฟ้าแจ่มใสท่านคิดว่าเป็นอย่างไร?”

หลินชิงเทียนพยักหน้า “เจ้ากำหนดไว้ก็ดีแล้วแต่ตอนออกเดินทางยังไม่ต้องตามใครข้าจะไปกับเสวียนเอ๋อร์เอง”

เมื่อผู้อาวุโสทั้งหลายได้ยินถ้อยคำนี้ก็เริ่มกระซิบกระซาบกัน

หลินเป่าเป็นคนแรกที่เอ่ยท้วง “ทำไมถึงไม่ให้พวกเราตามไป?”

“นี่เป็นการเดินทางครั้งแรกของเสวียนเอ๋อร์แถมยังไกลนัก ไม่ควรมีผู้คนติดตามไปมากหน่อยหรือ?”

หลินเฟิงก็พยักหน้าเห็นด้วย “ควรจะพาคนไปมากหน่อย ข้าเองก็ไม่รู้ว่าอาณาเขตกลางจะเป็นอย่างไรอีกทั้งงานเลี้ยงทองคำครั้งนี้ไม่ได้จำกัดแค่ผู้ฝึกตนอาณาเขตกลาง แต่ยังมีจากอาณาเขตอื่นมาร่วมด้วย”

“ถ้าเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นมาจะจัดการไม่ทันนะขอรับ!”

หลินชิงเทียนแค่นเสียงเบาๆแล้วกล่าวว่า “พาคนไปมากๆแล้วจะมีประโยชน์อะไร? ในตระกูลหลินของเรามีกี่คนที่ฝ่าด่านไปถึงขอบเขตจิตวิญญาณ?”

“พาคนอื่นไปก็แค่ตัวถ่วงไม่ต่างอะไรกับภาระจะเสียแรงทำไมกัน?”

จบบทที่ 402.ในที่สุดก็ฝักออกมา

คัดลอกลิงก์แล้ว