เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

400.หลินชิงเทียนทะลวงระดับ

400.หลินชิงเทียนทะลวงระดับ

400.หลินชิงเทียนทะลวงระดับ


หลินเสวียนดูเหมือนจะยังไม่ตื่นได้ไม่นานดวงตาของเขาก็เริ่มหนักอึ้งราวกับมีค้อนขนาดยักษ์กระหน่ำฟาดลงบนศีรษะทำให้รู้สึกหมดสติแทบจะในทันที

ขณะนั้นเองในความเงียบสงัดของพื้นที่โดยรอบก็มีเสียงแตกดังชัดเจนขึ้นมา

เสียงนี้ยังคงฟังดูคุ้นหูหลินเสวียนอยู่บ้างเขาก้มหน้าลงมองไข่มังกรในมือทันที

ไข่มังกรยังคงถูกปกคลุมด้วยปราณวิญญาณสีทองอยู่แต่หลินเสวียนกลับเห็นชัดเจนว่ามีรอยร้าวเพิ่มขึ้นจากเดิมหลายรอย

"มันใกล้จะฟักแล้วหรือ?"

หลินเสวียนยกไข่มังกรขึ้นมาใกล้ๆสายตานับรอยร้าวบนเปลือกไข่อย่างระมัดระวังแล้วก็พบว่ามีรอยแตกเพิ่มขึ้นจริงๆ

เขาถอนหายใจออกมาโล่งอก

"ข้ากลัวว่าเจ้าจะไม่ชินกับสภาพแวดล้อมใหม่จนไม่สามารถฟักออกมาได้โชคดีที่เจ้าไปที่ไหนก็ปรับตัวได้รีบฟักออกมาเถอะนะ!"

หลินเสวียนลูบเบาๆไปที่ไข่มังกรเปลือกไข่นั้นเรียบลื่นและอุ่นแต่เมื่อสัมผัสลงไปยังรู้สึกได้ถึงไออุ่นนั้น

จากนั้นเขาก็ยืดคอหมุนไปมาเล็กน้อยแล้วก็บิดขี้เกียจอีกครั้ง

“ทำไมข้ารู้สึกเหมือนเมื่อวานยังไปขุดแร่ที่เหมืองอยู่เลย ปกติไม่เห็นเหนื่อยขนาดนี้!”

ผู้ฝึกตนไม่เพียงแค่ฝึกฝนจิตใจเท่านั้นแต่ยังฝึกฝนร่างกายด้วยบางคนมีร่างกายแข็งแกร่งถึงขนาดผ่าภูเขาได้ด้วยมือเปล่าโดยไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเลย

แม้แต่ผู้ฝึกตนทั่วไปหลังการต่อสู้ก็ยังไม่อ่อนล้าเช่นนี้หลินเสวียนจำได้ลางๆว่าแม้แต่ตอนต่อสู้กับราชวงศ์เซียนสวรรค์แม้จะใช้พลังปราณจนหมดเขาก็ยังไม่รู้สึกอ่อนเพลียถึงเพียงนี้

เขาคิดอย่างสับสนจิตใจที่อ่อนล้าทำให้ความคิดเชื่องช้า คิดเท่าไรก็หาสาเหตุไม่ได้

ทันใดนั้นในขณะที่หลินเสวียนกำลังต่อสู้กับอาการง่วง เสียงแห่งเต๋าก็ระเบิดออกจากหลินชิงเทียนที่อยู่ห่างไปเพียงสองเมตร

เหนือศีรษะของเขามีสายฟ้าฟาดลงมาสายฟ้าก่อตัวขึ้นช้าๆกลางน่านฟ้าของลานเล็กๆแห่งนั้น

“บ้าชะมัด! ท่านบรรพชนบ่มเพาะเพียงข้ามคืนก็ทะลวงผ่านแล้วงั้นหรือ?!”

ขณะนั้นเองหลินชิงเทียนก็ลืมตาขึ้นทันทีเขายกเลิกค่ายกลทั้งหมดในห้องและแม้แต่ค่ายกลในลานก็พังลงทันที

ทันทีที่หลินเสวียนรู้ตัวเขารีบใช้พลังปราณปกคลุมไข่ในมือทันที

ตอนนี้ไม่เหมาะที่คนอื่นจะรู้ว่าเขานำไข่มังกรกลับมาเขารู้ดีว่า “มีสมบัติก็ย่อมก่อเภทภัย”

ยิ่งโดยเฉพาะไข่มังกรนี้ที่สามารถทำให้คนบ้าได้ทั้งเมือง

“เสวียนเอ๋อร์ รีบออกไปก่อน!” หลินชิงเทียนพูดจบก็ปล่อยพลังปราณห่อหุ้มตัวหลินเสวียนแล้วขว้างเขาออกไปทันที

“รับไว้!”

เมื่อหลินเป่าได้ยินเขาก็รีบกระโจนเข้าไปรับตัวหลินเสวียนไว้ได้ทันก่อนจะถอยกลับออกจากลานเล็กอย่างรวดเร็ว

จากนั้นทันใดสายฟ้าระรอกแรกที่แฝงด้วยสายฟ้าสีม่วงก็ฟาดลงมายังลานเล็กทันที

แทบจะในพริบตาลานเล็กทั้งลานก็ระเบิดจนกลายเป็นซากปรักหักพังเหลือเพียงร่างของหลินชิงเทียนที่ยังยืนหยัดอยู่

กลุ่มเมฆแห่งเคราะห์แน่นหนาจนกลายเป็นสีดำสนิท สายฟ้าสีม่วงฟาดลงมาครั้งแล้วครั้งเล่าทุกสิ่งในบริเวณโดยรอบถูกฟาดจนกลายเป็นซากปรักหักพัง

หลินเสวียนเปิดใช้ภาพวาดห้าเม็ดพันธ์ุจักรวาลในทันทีที่สายฟ้าสววรค์เก้าชั้นฟ้าโจมตีปกป้องพลังสายฟ้าบางส่วนให้กับหลินชิงเทียน

แต่ถึงอย่างนั้นพลังของทัณฑ์สายฟ้าก็ยังคงน่าหวาดกลัวอยู่ดี

หลินเสวียนมองสายฟ้าที่ฟาดลงมาแต่ละครั้งด้วยสีหน้าเคร่งเครียดนี่สินะพลังของทัณฑ์สายฟ้าขั้นสูงสุด

บรรพชนหลินชิงเทียนนั้นอยู่ในขอบเขตจิตวิญญาณขั้นสูงสุดหากเขาสามารถก้าวไปอีกขั้นก็จะเข้าสู่ขอบเขตก่อร่างวิญญาณได้ในอาณาเขตเหนือครามผู้ที่สามารถเข้าสู่ขอบเขตก่อร่างวิญญาณได้นั้นล้วนเป็นยอดฝีมือที่หาตัวได้ยาก

จากความเร็วในการบ่มเพาะของหลินชิงเทียนในตอนนี้ ตระกูลหลินคงจะสามารถปกครองทั่วทั้งอาณาเขตเหนือครามได้ในไม่ช้าจะไม่มีใครกล้าตั้งข้อครหา

ถึงขั้นที่ว่าตระกูลหลินอาจแข็งแกร่งยิ่งกว่าราชวงศ์เซียนสวรรค์เสียอีก

“ท่านบรรพชน…นี่มัน…”

หลินฮ่าวที่รีบวิ่งกลับมาถึงในสภาพย่ำแย่ไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นภาพที่น่าตกตะลึงเช่นนี้ตั้งแต่แรกเห็น

บรรพชนชิงเทียนเพิ่งจะทะลวงถึงขอบเขตจิตวิญญาณขั้นแปดได้ไม่นานและกำลังจะก้าวเข้าสู่ขั้นที่เก้าแต่ในเวลาอันสั้นเพียงนี้เขากลับเริ่มทะลวงเข้าสู่ขอบเขตก่อร่างวิญญาณแล้ว

โดยทั่วไปหากผู้ฝึกตนเร่งทะลวงผ่านสองขั้นในเวลาอันสั้น มักจะมีปัญหาเรื่องความมั่นคงของขอบเขต

แม้จะทะลวงผ่านได้สำเร็จหากขอบเขตไม่มั่นคงพลังบ่มเพาะที่ตามมาก็จะต่ำกว่าระดับขอบเขตนั้นอีกทั้งในภายหลังการบ่มเพาะก็จะยิ่งยากขึ้นเรื่อยๆการถอยกลับเพื่อเสริมฐานก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

ดังนั้นเมื่อผู้อาวุโสนำรุ่นเยาว์มาบ่มเพาะก็มักจะเตือนว่าอย่าหวังผลเร็วต้องค่อยเป็นค่อยไปไม่เช่นนั้นจะต้องเสียใจในภายหลัง

แต่โลกนี้ย่อมมีข้อยกเว้นเสมอเช่นเดียวกับการมีอยู่ของบุตรศักดิ์สิทธิ์ตระกูลหลินอย่างหลินเสวียน

แม้ใครๆก็อยากใช้เขาเป็นแบบอย่างแต่ก็ไม่มีใครกล้าเอาเขาเป็นมาตรฐานเพราะไม่มีใครมีพรสวรรค์ท้าทายสวรรค์เช่นเขา

จะอ้างอิงก็พอได้แต่อย่าลอกเลียนแบบเส้นทางการฝึกของเขามิฉะนั้นหนทางแห่งการฝึกตนจะถึงทางตันไม่อาจกู้คืนได้

ตอนนี้สำหรับอาณาเขตเหนือครามทั้งหมดตระกูลหลินถือเป็นข้อยกเว้นหนึ่งเดียวเพราะไม่ใช่ทุกตระกูลจะมีบุตรศักดิ์สิทธิ์แบบตระกูลหลิน

หลินฮ่าวตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งแต่ก็ไม่ลืมบุตรชายของตน

เขารีบวิ่งไปหาหลินเป่าแล้วเอื้อมมือจะอุ้มบุตรชายแต่หลินเป่ากลับปรายตามองเขาอย่างนุ่มนวล

หลินฮ่าวหดมือกลับทันทีแม้จะเป็นลูกของตนเองแต่เขาก็ไม่มีสิทธิ์จะอุ้มได้ทุกเวลาโดยเฉพาะเมื่อลูกอยู่ในมือของผู้อาวุโส

เขาทำได้เพียงก้มหน้าถามหลินเสวียนว่า “เสวียนเอ๋อร์ เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง? บาดเจ็บหรือไม่?”

หลินเสวียนกอดไข่มังกรขนาดใหญ่แน่นก่อนส่ายหน้าเบา ๆ แล้วพูดว่า “ไม่เป็นไรขอรับ ท่านพ่อ”

หลินฮ่าวถอนหายใจโล่งอกมองดูสภาพของหลินเสวียน เขาเพียงแค่เหนื่อยนิดหน่อยไม่มีบาดแผลใดๆ

ตูม! ตูม!

ทันใดนั้นสายฟ้าสีม่วงหลายสายระเบิดขึ้นจากฟากฟ้า พลังที่ปลดปล่อยออกมายิ่งกว่าครั้งก่อนหลินฮ่าวที่เพิ่งคลายใจไปก็ขมวดคิ้วอีกครั้ง

“ทัณฑ์สายฟ้าครั้งนี้ดุร้ายยิ่งนักท่านบรรพชนจะผ่านมันไปได้หรือไม่?”

เมื่อหลินเสวียนได้ยินก็กล่าวกับหลินฮ่าวด้วยน้ำเสียงมั่นใจ

“อย่ากังวลไปเลยท่านพ่อท่านบรรพชนต้องผ่านได้แน่นอน ทัณฑ์สายฟ้าครั้งนี้แม้จะดูน่าเกรงขามแต่พลังที่ปลดปล่อยออกมาจริงๆยังไม่ถึงกับรุนแรงดั่งที่เห็น”

“ท่านพ่ออย่ากังวลไปเลย” เขาชี้ไปที่ภาพวาดห้าเมล็ดพันธ์ุจักรวาลที่ลอยอยู่เหนือศีรษะแล้วกล่าว

“มีภาพวาดนี้คอยปกป้องอยู่ท่านบรรพชนต้องผ่านทัณฑ์สายฟ้าไปได้แน่นอน”

จบบทที่ 400.หลินชิงเทียนทะลวงระดับ

คัดลอกลิงก์แล้ว