- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นทารก เสียงของข้าคือเสียงของมหาเต๋า
- 390.ข้าอยากไป
390.ข้าอยากไป
390.ข้าอยากไป
หลินฮ่าวขมวดคิ้วมองหลินเสวียน “เสวียนเอ๋อร์เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเจ้าก็รู้ว่ายังไม่เคยเห็นอันตรายของทะเลเซี่ยงเลยมันเต็มไปด้วยอสูรทะเลโบราณ!”
“แม้สงครามจากยุคโบราณจะทำให้ทั้งผู้ฝึกตนและอสูรอ่อนแอลงไปมากแต่อสูรทะเลแทบไม่เข้าร่วมในศึกนั้นดังนั้นพวกมันจึงยังคงแข็งแกร่งจนถึงทุกวันนี้อย่าประมาทเด็ดขาด!”
หลินฮ่าวแทบจะพูดออกมาตรงๆว่า “เจ้ารู้น้อยเกินไปไม่รู้ว่าอันตรายมันใหญ่หลวงแค่ไหนอย่าก่อเรื่องให้ใครเดือดร้อน”
หลินเสวียนประสานมือคารวะต่อหลินฮ่าว “ท่านพ่อตอนนี้ตระกูลไป่ไม่ใช่ปัญหาแล้วคนธรรมดาเท่านั้นแหละที่จะเจอกับอันตรายเวลาเดินทางข้ามทะเล”
“ตระกูลหลินของพวกเรามีผู้ฝึกตนขอบเขตจิตวิญญาณใหม่ตั้งมากมายไหนจะผู้อาวุโสทั้งหลายอีกล่ะอย่างนี้จะอันตรายได้ยังไง?”
หลินเสวียนมองหลินฮ่าวด้วยสายตาจริงจัง “ยิ่งไปกว่านั้น พวกเราผู้ฝึกตนเคยกลัวสิ่งใดหรือ? ถ้ากลัวจนไม่กล้าแม้แต่จะก้าวเดินแล้วเส้นทางแห่งการฝึกตนจะยังดำเนินไปได้อย่างไร?”
หลินเป่าพยักหน้าเห็นด้วย “ไม่ว่าหนทางจะขวากหนามเพียงใดศิษย์ของตระกูลหลินย่อมเดินหน้าฝ่าฟันตลอดมา ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เราจะต้องหวาดกลัว?”
“พวกเราเหล่าผู้อาวุโสจะคอยคุ้มครองเจ้าเองเสวียนเอ๋อร์” เขาโบกมือไล่หลินฮ่าวอย่างไม่สบอารมณ์ “เรื่องนี้ตกลงกันแล้วรีบไปเตรียมตัวแต่งตัวได้แล้วนี่เป็นครั้งแรกที่ตระกูลหลินของพวกเราจะปรากฏตัวบนงานเลี้ยงทองคำ”
“เราจะเสียหน้าไม่ได้!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นหลินเสวียนก็หันไปมองหลินชิงเทียนด้วยสายตาเว้าวอนอีกฝ่ายลูบเคราขาวพลางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“เอาล่ะให้เสวียนเอ๋อร์ไปครั้งนี้ก็แล้วกันออกไปเห็นโลกบ้างก็ดีจะได้ไม่ปิดกั้นตัวเองช่วยส่งเสริมการฝึกด้วย”
จากนั้นหลินชิงเทียนก็หันไปพูดกับหลินฮ่าวว่า “เริ่มเตรียมตัวได้เลยเวลาก็เหลือไม่มากแล้ว”
หลินเสวียนอยู่ในหอประชุมได้เพียงครึ่งชั่วโมงจากนั้นก็ถูกผู้อาวุโสหลินเป่าส่งตัวกลับเรือน
เมื่อกลับมาถึงเขาก็อยู่คนเดียวในห้องพอหยิบม้วนคัมภีร์ขึ้นมาอีกครั้งก็พบว่า…เขาไม่รู้เลยว่า “งานเลี้ยงทองคำ” คืออะไรกันแน่
เขาเปิดม้วนคัมภีร์ทั้งหมดขึ้นมาเงียบๆแล้วชี้ไปยังแผนที่ของอาณาเขตกลาง
เพียงพริบตาเดียวแผนที่ของอาณาเขตกลางก็ขยายใหญ่ขึ้นจุดที่เขียนไว้ว่า “ตระกูลซางเหิง” ปรากฏอยู่กลางแผนที่
ถัดจากแผนที่ยังมีบันทึกตัวอักษรเล็กๆหลายบรรทัดเขาสุ่มชี้ไปยังบรรทัดหนึ่งแล้วก็พบว่ามีคำอธิบายเกี่ยวกับ “งานเลี้ยงทองคำ” มีอยู่จริง!
“ข้านึกว่าจะต้องไปถามใครเสียอีกไม่คิดว่าจะหาได้ง่ายขนาดนี้!”
เมื่อพูดจบหลินเสวียนก็ชี้ไปยังคำว่างานเลี้ยงทองคำ
ทันใดนั้นภาพบนม้วนคัมภีร์ก็เลือนหายไปกลายเป็นตัวอักษรหลายบรรทัดปรากฏขึ้นแทน
เขาอ่านอย่างตั้งใจและก็พบว่านี่เป็นเพียงงานชุมนุมของผู้ฝึกตนใน ทวีปสวรรค์ เท่านั้น
ตระกูลที่จะได้รับเชิญให้เข้าร่วมได้ต้องเป็นตระกูลอันดับต้นๆของทั้ง ทวีปสวรรค์ อีกทั้งการได้รับเชิญยังหมายความว่าตระกูลนั้นอยู่ในลำดับต้นของตารางอันดับตระกูลสวรรค์
ตระกูลที่สามารถอยู่ในอันดับได้ล้วนแล้วแต่เป็นตระกูลโบราณที่มีรากฐานลึกซึ้งเป็นที่อิจฉาของผู้คนทั้งสิ้น
แต่พอคิดดูแล้วอันดับตระกูลนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับอันดับมหาเศรษฐีในโลกเดิมของเขาหากแต่ไม่ใช่ความมั่งคั่งที่เป็นตัวชี้วัดทว่าคือพลังและรากฐานของตระกูลต่างหาก
แม้แต่ตระกูลไป่แห่งราชวงศ์เซียนสวรรค์ยังไม่อาจเข้าสู่อันดับนี้ได้เลย
พูดให้ชัดกว่านั้นก็คือแม้แต่ในอาณาเขตเหนือครามทั้งหมดก็ไม่มีตระกูลใดติดอันดับเลยแม้แต่ตระกูลเดียว
เพียงเท่านี้ก็เห็นได้ชัดแล้วว่า…อาณาเขตเหนือครามนั้นอ่อนแอเพียงใด
หลินเสวียนมองตารางอันดับตระกูลบนม้วนคัมภีร์แล้วส่ายหน้า “แม้แต่ตระกูลเดียวในอาณาเขตเหนือครามก็ยังไม่มีติดอันดับนี่มันเกินไปหน่อยแล้ว…”
“ตระกูลไป่แห่งราชวงศ์เซียนสวรรค์ไม่ได้อ่อนแอเลยแท้ๆทำไมถึงไม่ติดอันดับได้ล่ะ?”
แม้จะสงสัยเพียงใดหลินเสวียนก็ยังรู้อะไรเกี่ยวกับโลกนี้ไม่มากนัก
ตอนนี้เขารู้เพียงแค่อาณาเขตเหนือครามเพียงคร่าวๆเท่านั้นอาณาเขตอื่นเขายังไม่รู้จักเลยด้วยซ้ำ
แต่จะต้องมีสักวันที่เขาจะพาตระกูลหลินเข้าสู่ตารางอันดับตระกูลในทวีปสวรรค์ให้ได้ให้ผู้ฝึกตนทั้งเก้าอาณาเขตรู้จักชื่อของเขา หลินเสวียน และรู้จัก ตระกูลหลินแห่งอาณาเขตเหนือคราม
ในวันต่อๆมาตระกูลหลินก็ยุ่งวุ่นวายขึ้นเรื่อยๆพวกเขาต้องเตรียมทั้งการเดินทางข้ามทะเลและยังต้องจัดเตรียมเครื่องใช้สำหรับการเดินทางของหลินเสวียนอีกด้วย
ขณะเดียวกันเหล่าตระกูลต่างๆในอาณาเขตเหนือครามก็ได้ข่าวว่าหลินเสวียนได้รับจดหมายเชิญจากตระกูลซางเหิงให้เข้าร่วมงานเลี้ยงทองคำต่างก็จัดเตรียมของขวัญแสดงความยินดีมาให้
ผู้นำตระกูลแต่ละแห่งต่างก็นำของขวัญมาส่งด้วยตนเอง
ตระกูลหลินจึงต้องต้อนรับแขกอีกระลอก
เพราะทั่วทั้งอาณาจักรฉีซานที่ตระกูลหลินตั้งอยู่บัดนี้เต็มไปด้วยผู้คนทั้งอสูรแปลกประหลาดของล้ำค่าหายากล้วนปรากฏในฉีซานราวกับที่นี่จะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งใหม่
คนจากตระกูลซวนได้รับข่าวก่อนใครวันนั้นผู้อาวุโสของตระกูลซวนขี่อสูรทะเลขนาดยักษ์มาด้วยตนเอง
ถึงอย่างไรพวกเขาก็เป็นเครือญาติของตระกูลหลินผู้อาวุโสซวนซู่และซวนเยียนหรานก็พักอยู่กับตระกูลหลินตลอด ช่างเป็นโอกาสดีที่ผู้อาวุโสซวนซู่จะส่งข่าวกลับไปยังตระกูลซวน
เมื่อผู้นำตระกูลซวนทราบเรื่องเขาก็มอบหมายหน้าที่นี้ให้ผู้อาวุโสใหญ่ดูแลทันที
ตระกูลหลินคือตระกูลแรกในอาณาเขตเหนือครามที่ได้รับคำเชิญและคนที่ถูกเชิญก็คือหลินเสวียนผู้มีสายเลือดของตระกูลซวนอยู่ในตัวนั่นก็เท่ากับตระกูลซวนได้รับเชิญเช่นกัน!
ชื่อเสียงของตระกูลซวนจะเป็นที่รู้จักไปทั่วทวีปสวรรค์
ในห้องโถงหลินฮ่าวนั่งอยู่บนตำแหน่งผู้นำมองผู้อาวุโสใหญ่จากตระกูลซวนอย่างตกใจ
“ท่านอาวุโสหมายความว่าตระกูลซวนจะเป็นผู้คุ้มกันเสวียนเอ๋อร์ไปยังอาณาเขตกลางหงั้นหรือ?”
ผู้อาวุโสใหญ่พยักหน้าอย่างจริงจัง “ถูกต้องแล้ว”
“ตระกูลซวนของเราพำนักอยู่ในเมืองใกล้ริมทะเลมาหลายชั่วอายุคนพวกเราคุ้นเคยกับการรับมือกับอสูรทะเลเป็นอย่างดีเรือข้ามทะเลวิญญาณของตระกูลเรานั้นก็ว่ากันว่าเร็วที่สุดในอาณาเขตเหนือคราม”
“ยิ่งกว่านั้นตระกูลซวนของเราก็ติดต่อกับอาณาเขตกลางมาโดยตลอดรู้จักเส้นทางในทะเลเซี่ยงเป็นอย่างดีเสวียนเอ๋อร์คือสายเลือดของตระกูลซวนของข้าการคุ้มกันเขาไปงานเลี้ยงทองคำถือเป็นหน้าที่ของเราโดยแท้”
เรื่องเกี่ยวกับหลินเสวียนเช่นนี้หลินฮ่าวในฐานะผู้นำตระกูลไม่อาจตัดสินใจได้ด้วยตนเอง
เขากล่าวกับผู้อาวุโสใหญ่ว่า “เรื่องนี้สำคัญข้าต้องหารือกับท่านบรรพชนก่อนท่านอาวุโสใหญ่เชิญพักผ่อนที่เรือนรับรองก่อนแล้วข้าจะให้คำตอบในภายหลัง”
หลังจากหลินฮ่าวพูดจบก็ให้คนพาผู้อาวุโสตระกูลซวนไปยังเรือนรับรองแขกส่วนตนเองมุ่งหน้าไปยังเขตของบรรพชนทันที
ขณะที่ตระกูลหลินยุ่งวุ่นวายที่สุดหลินเสวียนกลับเป็นคนที่สบายที่สุด
ในขณะที่ทุกคนคิดว่าเขากำลังเร่งฝึกตนปิดด่านแทบขาดใจแท้จริงแล้วเขากลับกำลังศึกษาแผ่นภาพที่จ้าวแห่งหุบเหวมืดมอบให้
ทุกคืนเมื่อถึงเที่ยงคืนเขาจึงจะเริ่มบ่มเพาะเพราะในยามนั้นพลังปราณโดยรอบจะบริสุทธิ์ที่สุดและความเร็วในการฝึกตนของเขาจะรวดเร็วที่สุดเช่นกัน...