- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นทารก เสียงของข้าคือเสียงของมหาเต๋า
- 386.ดินแดนอันตราย?
386.ดินแดนอันตราย?
386.ดินแดนอันตราย?
พลังอสูรและปราณวิญญาณปั่นป่วนไปทั่วทั้งโถงโชคยังดีที่ซวนหนี่หลบหนีออกมาได้ทันเวลาไม่เช่นนั้นต่อให้มันมีอาวุธป้องกันที่ตกทอดมาจากยุคโบราณก็เกรงว่าจะถูกปราณวิญญาณและพลังอสูรที่โจมตีไร้ทิศทางเจาะจนพรุนเป็นรังผึ้งไปแล้ว
“เฮ้อ ตอนนี้จ้าวแห่งหุบเหวมืดเป็นอะไรไปไม่ได้เด็ดขาดหากสองเฒ่าจากตระกูลไป่พาคนบุกตระกูลหลินแล้วไม่มีผู้ช่วยภายนอกพวกเราคงลำบากแน่…”
หลินเสวียนพึมพำเบาๆพลางเงยหน้ามองจ้าวหุบเหวมืดที่ถูกพลังอสูรปกคลุมไปทั้งร่าง “ช่างเถอะความดีงามของข้านั้นยิ่งใหญ่ที่สุด”
“สรรพสิ่งล้วนมีวิญญาณ คำเดียวเท่านั้น—ตรัสรู้!”
“อักขระแห่งมหาเต๋า!”
แสงทองสว่างวาบขึ้นทันใดพลังแห่งการตรัสรู้ในเต๋าปรากฏขึ้นอย่างรุนแรงในห้องโถง
ในพริบตาพลังอสูรที่คลุ้มคลั่งก็สงบลงแสงทองส่องประกายระยิบระยับดั่งดวงดาวงดงามตระการตา
หลินเสวียนมองดูแสงทองพุ่งเข้าสู่ร่างของจ้าวหุบเหวมืดที่ถูกพลังอสูรปกคลุมและในชั่วพริบตานั้นลวดลายโบราณโผล่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง
กฎเกณฑ์ทั้งหลายค่อยๆก่อตัวขึ้นปรากฏและหายไปสลับกัน
ไม่นานนักจ้าวหุบเหวมืดค่อยๆลืมตาขึ้นอักขระโบราณปรากฏในดวงตาเขาเหลือบตามองมาทางหลินเสวียนพลังอสูรอันน่าสะพรึงกลัวควบแน่นกลายเป็นกระแสน้ำวนพุ่งเข้าใส่หลินเสวียนในทันที
“บัดซบ! ตอบแทนคุณด้วยการทำแบบนี้งั้นเรอะ!”
หลินเสวียนยกมือเคลื่อนไหววิชาเจ็ดก้าวย้อนสวรรค์ทันที พลังสั่นสะเทือนแผ่ขยายออกมาอย่างต่อเนื่องทั้งห้องโถงสั่นสะเทือนไม่หยุดราวกับจักรวาลกำลังสั่นคลอน
เมื่อกระแสน้ำวนสัมผัสกับพลังของเจ็ดก้าวย้อนสวรรค์ โลกทั้งใบพลันปั่นป่วนห้องโถงสั่นสะเทือนราวกับร่ำไห้
“แย่แล้ว! ห้องโถงนี่จะถล่มแล้ว!” หลินเสวียนเห็นเสาหลักต้นสุดท้ายหักโค่นลง
เขาไม่รอช้ากลายเป็นลำแสงพุ่งออกจากห้องโถงทันที
ยังไม่ทันหันกลับไปมวลแผ่นดินก็สั่นสะเทือนราวกับแผ่นดินไหว
หลินเสวียนหันกลับไปมองเห็นเพียงซากปรักหักพังของห้องโถงอันกว้างใหญ่และลึกลับที่ราวกับโลกทั้งใบพังทลายลงในชั่วพริบตา
ฝุ่นผงคลุ้งตลบไปทั่วไม่มีแม้แต่เงาของโถงเดิมให้เห็น
จ้าวหุบเหวมืดที่ยืนอยู่ข้างเขาค่อยๆปัดฝุ่นออกจากแขนเสื้อก่อนจะหันมามองหลินเสวียน
ซวนหนี่ที่เคยหนีไปอย่างทุลักทุเลกลับปรากฏตัวขึ้นเงียบๆมันคุกเข่าลงต่อหน้าจ้าวหุบเหวมืดสีหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้นศีรษะก้มแนบพื้นกายโน้มต่ำมือทั้งสองแนบแน่นกับพื้น
น้ำเสียงของมันสั่นระริกแต่เต็มไปด้วยความปลาบปลื้ม “ขอแสดงความยินดีต่อการกลับมาของท่าน ขอแสดงความยินดีที่ท่านได้ควบคุมพลังอสูรอันสูงสุดได้อีกครั้ง!”
ในขณะนั้นเหล่าสัตว์อสูรทั่วแดนรกร้างอันกว้างใหญ่ต่างคุกเข่าลงกับพื้นกายสั่นระริกพวกมันหันหน้าไปยังจ้าวหุบเหวมืดและร้องพร้อมกันว่า
“ยินดีต้อนรับการกลับมาของท่าน!”
“ยินดีต้อนรับท่านกลับมา!”
คืนนั้นเหล่าผู้ฝึกตนรอบๆแดนรกร้างอันกว้างใหญ่ต่างรู้สึกถึงพลังอันน่าเกรงขามที่ปรากฏขึ้นพวกเขาพลันหันไปมองยังทิศทางนั้นด้วยสีหน้าจริงจังยิ่ง!
เมื่อเห็นจ้าวแห่งหุบเหวมืดจ้องมาทางตนหลินเสวียนเบิกตากลมโตขึ้นพูดว่า “ตำหนักของท่านถูกพลังอสูรของท่านทำลายเองไม่เกี่ยวกับข้าเลยนะ!”
“ไม่เพียงแต่ข้าจะมอบปราณมังกรแท้ให้ช่วยท่านข้ายังมอบอักขระแห่งมหาเต๋าให้ตอนที่พลังอสูรของท่านปั่นป่วนจนท่านควบคุมพลังได้อีกครั้งด้วยซ้ำ!”
“แต่ท่านกลับคิดเล่นงานข้าทำให้ตำหนักเจ้าเละเป็นโจ๊ก แล้วท่านจะให้ข้ารับผิดชอบจ่ายค่าตำหนักงั้นเรอะ?!”
“ฮ่าฮ่าฮ่า!”
“ฮ่าฮ่าฮ่า!”
จ้าวแห่งหุบเหวมืดไม่พูดอะไรนอกจากหัวเราะเสียงดังลั่น ทำเอาสัตว์อสูรที่อยากจะเข้าไปกราบไหว้แสดงความภักดีตกใจจนชะงักกันถ้วนหน้า
หลินเสวียนมองเขาแล้วพึมพำเบาๆ “แค่ตำหนักหลังเดียวพังทำให้ท่านคลั่งเลยรึ? หรือจะคลั่งตั้งแต่ตอนบ่มเพาะแล้วกันแน่? ปกติอักขระของข้าก็ออกจะมีประโยชน์อยู่หรอกนะ…”
ผ่านไปพักใหญ่จ้าวหุบเหวมืดก็หยุดหัวเราะและกล่าวขึ้นว่า “ข้าติดหนี้เจ้าในเรื่องวันนี้”
“ต่อไปหากมีเหตุการณ์ใดข้าจะช่วยเจ้าอย่างสุดกำลัง”
จ้าวหุบเหวมืดในตอนนี้ดูเหมือนจะกลับมาเป็นปกติหลินเสวียนเพ่งมองเขาอย่างถี่ถ้วนก็พบว่าพลังอสูรทั่วร่างอีกฝ่ายบริสุทธิ์กว่าเดิมกลิ่นอายโดยรอบก็แผ่แรงกดดันออกมาหนักยิ่งกว่าเดิม
“ท่าน...ทะลวงขอบเขตแล้วหรือ?”
“หรือว่าที่แท้ก็อยู่ระหว่างการทะลวงขอบเขตตั้งแต่ต้น?”
หลังบาดเจ็บและถูกจองจำมาหลายปีเพียงหลบหนีได้ก็สามารถทะลวงขอบเขตได้ในทันทีแสดงให้เห็นว่าพลังของจ้าวหุบเหวมืดนั้นมิใช่เรื่องล้อเล่น
หากไม่ติดที่เขาถูกจองจำในพื้นที่ต้องห้ามมานานแต่แรก เกรงว่าตอนที่เขานำเหล่าสัตว์อสูรแห่งแดนรกร้างมาล้อมตระกูลหลินและตระกูลหลินคงไม่รอดมาได้ง่ายดายขนาดนั้น
อย่างน้อยตอนนี้จ้าวหุบเหวมืดก็ถือว่าเป็นพันธมิตรคนหนึ่ง การที่พันธมิตรแข็งแกร่งขึ้นก็ถือเป็นเรื่องดี
“ระดับพลังของข้าถูกกดไว้นานนักเจ้าคิดว่าการทะลวงขอบเขตไม่ใช่เรื่องปกติเหรอ? เด็กน้อยอย่าทำหน้าแปลกใจไปหน่อยเลยการที่ข้ากลับมามีพลังอีกครั้งมันก็สมควรอยู่แล้ว!”
ไม่เพียงจ้าวหุบเหวมืดจะฟื้นคืนพลังระดับสูงสุดแต่เขายังทะลวงขอบเขตขึ้นไปอีกขั้นเรียกได้ว่าภูมิใจสุดขีด
เมื่อถูกหลินเสวียนมองด้วยแววตาเช่นนั้นเขารู้สึกเหมือนถูกดูแคลนเข้าให้จนหงุดหงิดสุดขีด
หลินเสวียนเงยหน้ามองพระจันทร์ที่ยังส่องแสงอยู่บนท้องฟ้าตอนนี้ก็ใกล้รุ่งแล้วภารกิจที่เขามาทำวันนี้ยังไม่เสร็จดีด้วยซ้ำ
“ดูสิ ข้ามอบทั้งปราณมังกรแท้ให้แถมยังช่วยให้ท่านทะลวงขอบเขตอีกอย่าพูดถึงเรื่องอื่นเลยท่านรับปากจะช่วยข้าไขข้อสงสัยไว้ท่านทำได้รึยัง?”
จ้าวหุบเหวมืดโบกมือเบาๆพลันมีแผ่นหินปรากฏตรงหน้าเขาทั้งสองเขาค่อยๆนั่งลงแล้วกล่าวว่า
“เจ้าไม่ต้องกังวลตระกูลไป่แห่งราชวงศ์เซียนสวรรค์น่ะยังมีอิทธิพลในอาณาเขตเหนือครามก็จริงแต่ในอาณาเขตอื่นๆเจ้าคิดว่าพวกมันจะกล้าโอ้อวดอย่างนั้นรึ?”
“ตอนนี้ต่อให้สองเฒ่าตระกูลไป่มาพร้อมกันข้าก็ซัดให้หายไปจากโลกได้ในพริบตาต่อให้มาสามสิบคนข้าหลับตาก็ยังจัดการพวกมันได้หมด!”
หลินเสวียนส่ายหน้า “ข้าไม่ได้กังวลว่าตระกูลไป่จะหากำลังเสริมแล้วหวนคืนมาหรอกนะ”
จ้าวหุบเหวมืดมองหลินเสวียนอย่างแปลกใจ “ถ้าเจ้าไม่กังวล แล้ว…”
“ช่างเถอะ” จ้าวหุบเหวมืดโบกมือแล้วกล่าวต่อ “ในทวีปสวรรค์มีอาณาเขตทั้งหมดเก้าอาณาเขต แต่ละอาณาเขตมีขุมอำนาจจากยุคโบราณอยู่”
“อาณาเขตกลางนั้นใกล้กับอาณาเขตเหนือครามมากที่สุด ขุมอำนาจตระกูลซางเหิงที่อยู่ที่นั่นแค่พวกเขาเพียงตระกูลเดียวก็มิใช่สิ่งที่ตระกูลไป่จะเทียบได้เลย”
“เช่นนั้นพวกเขาคงใช้โอกาสนี้แทรกแซงอาณาเขตเหนือครามเป็นแน่…”
จ้าวหุบเหวมืดเหลือบตามองหลินเสวียนแล้วยิ้ม “อาณาเขตเหนือครามนั้นเคยเป็นดินแดนที่อันตรายอย่างยิ่งในยุคปฐมกาล”
“ต่อให้ตระกูลใหญ่อื่นสนใจในดินแดนนี้พวกเขาก็จะไม่กล้ายุ่งมากนักเพราะพวกเขาเคยได้รับบทเรียนหนักในดินแดนนี้มาแล้ว”
เมื่อหลินเสวียนได้ยินเช่นนั้นเขายิ่งสับสนเข้าไปอีก
“ดินแดนอันตราย?”
จากข้อมูลที่เขารู้ในตอนนี้อาณาเขตเหนือครามไม่เห็นจะดูเหมือนดินแดนอันตรายตรงไหนเลยสิ่งเดียวที่ดูอันตรายก็คือตระกูลไป่แห่งราชวงศ์เซียนสวรรค์เท่านั้น…