เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

382.การก่อตัวของสิ่งชั่วร้าย

382.การก่อตัวของสิ่งชั่วร้าย

382.การก่อตัวของสิ่งชั่วร้าย


ความกลัวตายโอบล้อมผู้คนเหล่านั้นแม้พวกเขาจะรู้อยู่แก่ใจว่าตนคงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานทว่าทันทีที่ได้เห็นซากปรักหักพังของคลังสมบัติด้วยตาตนเองความตายก็เริ่มใกล้เข้ามาอย่างชัดเจน

การสูญเสียคลังสมบัติรวมถึงเหล่าทหารรักษาการณ์ที่อยู่ใกล้มันพวกเขาย่อมไม่สามารถหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขาเพิ่งพ่ายแพ้ให้กับตระกูลหลินมิหนำซ้ำยังเกิดความสูญเสียรุนแรงแม้แต่จักรพรรดิของราชวงศ์เซียนสวรรค์ยังถูกฆ่าตายด้วยน้ำมือของตระกูลหลิน

บัดนี้ทั้งราชวงศ์เซียนสวรรค์จึงตกอยู่ในความโกลาหลอย่างยิ่ง

เหล่าแม่ทัพที่อยู่ตรงนั้นแม้แต่ละคนจะเตรียมใจไว้บ้างแล้ว แต่ความตายที่กำลังจะมาถึงจริงๆนั้นมันต่างจากการเตรียมใจโดยสิ้นเชิง

ในขณะที่พวกเขากำลังจะถูกไป่หยินสังหาร ไป่หยางก็เอ่ยปากห้ามในที่สุด

“พอได้แล้วหากเจ้าไม่ถอนพลัง พวกเขาคงตายหมดแน่”

เสียงนี้เปรียบเสมือนเสียงจากสวรรค์สำหรับเหล่าแม่ทัพในท้องพระโรงราวกับมอบชีวิตใหม่ให้กับพวกเขา

“หากปล่อยให้พวกมันตายง่ายๆเช่นนี้ก็นับว่าใจดีเกินไป พูดมาเร็วใครเป็นคนทำ!”

ฝูเหยียนเทียนดูราวกับสติแตกเขาคุกเข่าโขกหัวกับพื้นพลางตะโกนลั่น “เป็นตระกูลหลิน เป็นเด็กคนนั้นจากตระกูลหลิน! เขาชื่อหลินเสวียน!”

“เขาพาหลินฮ่าว ผู้ฝึกตนผมขาวและเด็กอีกคนเข้าไปในคลังสมบัติแล้วก็ขโมยทุกอย่างออกไป!”

“แม้แต่ชีพจรมังกร…”

จิตสังหารพวยพุ่งในดวงตาของไป่หยินทันทีเขามองตรงไปข้างหน้าแววตาราวกับอยากกินคนเป็นๆ

“หลินเสวียน! ตระกูลหลินอีกแล้ว!”

“จากนี้ไปตระกูลไป่ของข้ากับตระกูลหลินจะเป็นศัตรูกันจนตายไม่ช้าก็เร็วข้าจะฉีกหลินเสวียนเป็นชิ้นๆสังหารเชื้อสายทั้งเก้ารุ่นทำให้ตระกูลหลินต้องตายตามไป!”

ปัง!

ฝูเหยียนเทียนกระเด็นออกไปทันทีกระแทกเข้ากับเสาทองคำในท้องพระโรงเลือดกระเซ็นไกลสามจ้าง

“ผู้อาวุโส โปรดไว้ชีวิต! โปรดไว้ชีวิต!”

“ผู้อาวุโส โปรดเมตตาด้วย!”

ฝูเหยียนเทียนสิ้นใจในทันทีดวงตาเบิกกว้างราวกับตายทั้งที่ไม่อาจหลับตา

ไป่หยางโบกมือกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาอย่างเงียบเชียบ

“พวกมันก็ไร้ค่าเหมือนกันนำไปใส่ไว้ในคลังสมบัติซะ”

ทหารยามรีบเข้ามากดพวกที่ยังคุกเข่าอยู่ปิดปากพวกมันและลากออกไปอย่างเงียบงัน

สีหน้าไป่หยินมืดมนและสีหน้าไป่หยางก็ไม่ต่างกัน

ในวันนั้นพวกเขาต้องถอยกลับอย่างน่าอับอายกระทั่งยังไม่ทันกลับถึงราชวงศ์เซียนสวรรค์ก็มีทหารเข้ามารายงานว่าคลังสมัติถูกขโมย

เมื่อพวกเขานำกองทัพที่เหลือไปยังคลังสมบัติก็พบว่ามันกลายเป็นซากปรักหักพังโดยสิ้นเชิงไม่มีแม้แต่เงาของคลังสมบัติมิหนำซ้ำชีพจรมังกรแท้ของราชวงศ์เซียนสวรรค์ก็ถูกขโมยไปด้วย

รากฐานของราชวงศ์เซียนสวรรค์ที่มีมายาวนานนับแสนปี ได้ถูกทำลายจนหมดสิ้น

“ตระกูลหลิน! ตระกูลหลิน! ตระกูลหลิน…”

เสียงคำรามของไป่หยินดังกึกก้องพลังปราณระเบิดออกจากกายของเขาในชั่วพริบตานางกำนัลและทหารยามที่อยู่ใกล้ไม่อาจหลบหลีกได้ทันต่างกระเด็นกระจายเลือดไหลไม่หยุด

ไป่หยางมองดูอาการเดือดดาลของไป่หยินแล้วก็ส่ายหน้าอย่างอ่อนแรงไม่มีใครคาดคิดว่ารากฐานของตระกูลไป่จะล่มสลายได้เช่นนี้ราชวงศ์เซียนสวรรค์ที่เคยยิ่งใหญ่เป็นหมื่นปีกลับพ่ายแพ้ให้กับเด็กคนหนึ่ง

“พอเถอะ ต่อให้โมโหแค่ไหนก็ไร้ประโยชน์หลังสงครามครั้งนั้นผู้คนในวังล้วนหวาดกลัว”

“เจ้ามีอารมณ์ร้อนแบบนี้ในวังก็ไม่มีใครสงบได้ศพข้างนอกกองพะเนินราวกับภูเขาแล้ว”

ไป่หยินกล่าวเสียงมืดมน “นั่นก็สาสมแล้วหากพวกมันเฝ้าคลังสมบัติอย่างจริงจังเรื่องแบบนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น…”

ไป่หยางส่ายหน้า “ตอนนี้เราควรคิดหาทางรุกแล้วข้าได้ยินมาว่าเจ้าหนุ่มตระกูลหลินนั่นเพิ่งได้รับโอกาสอีกครั้งไม่เพียงแค่พลังบ่มเพาะของเขาเพิ่มขึ้นแม้แต่คนในตระกูลก็ได้เลื่อนขอบเขตไปด้วย”

“ตอนนี้พวกนั้นต่างมุ่งหน้าไปยังอาณาจักรฉีซานพวกเขาแทบอดใจรอไม่ไหวที่จะเข้าร่วมกับตระกูลหลิน”

ไป่หยางพูดต่อ “เจ้ากับข้ารู้ดีแม้ตอนนี้เรายังมีไพร่พลอยู่บ้างแต่หากต้องเผชิญหน้าตระกูลหลินตรงๆโอกาสชนะก็แทบไม่มีเลย”

ไป่หยินจ้องเขม็งถามเสียงเย็น “เจ้าหมายความว่าอย่างไร? เจ้าจะยอมแพ้หรือ? เจ้าจะยอมศิโรราบต่อตระกูลหลิน?”

“ไม่! เจ้าคิดจะให้ข้าก้มหัวให้เจ้าหลินชิงเทียนงั้นหรือ? ไม่มีวัน!”

ไป่หยางส่ายหน้า “ข้ายังพูดไม่จบฟังก่อน”

“พวกเขาใช้จ้าวแห่งหุบเหวมืดจัดการเราได้แล้วเหตุใดพวกเราจะใช้คนอื่นไม่ได้? คิดหรือว่าโลกนี้มีอัจฉริยะเพียงบุตรศักดิ์สิทธิ์ของตระกูลหลิน?”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ดวงตาไป่หยินก็เริ่มสว่างวาบขึ้นเขาหันมามองไป่หยาง

“เจ้าหมายถึงอะไร?”

“ทวีปสวรรค์นั้นมิได้มีเพียงอาณาเขตเหนือครามเท่านั้นยังมีอาณาเขตอื่นที่แข็งแกร่งอีกมากแม้ราชวงศ์เซียนสวรรค์ของเราจะปกครองเหนือครามมาเนิ่นนานแต่เรายังมีสายสัมพันธ์กับตระกูลใหญ่ในอาณาเขตอื่นอีกมาก”

จู่ๆไป่หยินก็หัวเราะเสียงดัง

“เราจะร่วมมือกับตระกูลอื่นในอาณาเขตต่างๆทำลายตระกูลหลินให้สิ้นซาก!”

“ในเมื่อเจ้ากล้ากลืนคลังสมบัติของข้า ข้าก็จะบีบให้พวกเจ้าคายมันออกมาแม้แต่สมบัติของพวกเจ้าก็จะต้องตกเป็นของข้าด้วย!”

ไป่หยินพูดด้วยน้ำเสียงอำมหิตราวกับทุกอย่างต้องตกอยู่ในกำมือเขา

ไป่หยางพยักหน้า “คืนนี้เราจะรวมตัวกันวางแผนการให้เร็วที่สุดข้าจะไปดูว่าความคืบหน้าของค่ายกลในคลังสมบัติเป็นเช่นไร”

พูดจบเขาก็หยิบยันต์ออกมาแล้วหายตัวไปทันที

ไป่หยินเดินออกจากท้องพระโรงยืนอยู่บนขั้นบันไดสูงมองดูดวงอาทิตย์ที่ถูกเมฆหมอกบดบัง

“ตระกูลหลิน...พวกเจ้าเตรียมตัวไว้เถอะอีกไม่นานข้าจะให้นายพลขนนกของตระกูลไป่เหยียบย่ำตระกูลของพวกเจ้าให้ราบ!”

คลังสมบัติของราชวงศ์เซียนสวรรค์

ซากของคลังสมบัติถูกเคลียร์ออกหมดแล้วแต่ทหารกลับไม่พบแม้แต่สมบัติชิ้นเดียวในนั้นไม่เหลือแม้แต่เสาทองคำ

เหลือเพียงเสาเดี่ยวๆเปล่าเปลือย

ยามที่เฒ่าหยินหยางมาถึงพวกเขาแทบอาเจียนเป็นเลือดหากไม่ใช่เพราะพลังฝึกตนสูงส่ง

ผู้ควบคุมค่ายกลที่กำลังจัดวางอยู่เมื่อเห็นผู้อาวุโสไป่หยางก็รีบวิ่งเข้ามาพร้อมแผ่นควบคุมค่ายกล

เขาคำนับแล้วรายงาน

“ระดับที่สองของค่ายกลจัดวางเสร็จแล้วรอเพียง 49 วัน ค่ายกลจะสมบูรณ์ขอรับ”

ไป่หยางพยักหน้าเขามองไปยังใจกลางค่ายกลเบื้องหน้า ซึ่งปกคลุมไปด้วยหมอกสีแดงสดราวกับเลือดที่กำลังจะหยด

“ดีมาก หลังจากจัดการตระกูลหลินเสร็จแล้วก็จับสมาชิกตระกูลหลินทั้งหมดมาใส่ในค่ายกลนี้ให้พวกมันเฝ้าคลังสมบัติให้ราชวงศ์เซียนสวรรค์ของเราตลอดไป!”

ทันใดนั้นเสียงทั้งหมดพลันหายไปแสงสีแดงวาบขึ้นในใจกลางค่ายกลและพลังปราณโดยรอบก็เริ่มควบแน่น

แต่พลังปราณนี้…กลับแตกต่างจากพลังปราณทั่วไปอย่างชัดเจนมันแผ่กลิ่นอายแปลกประหลาดออกมาทั่วบริเวณ…

จบบทที่ 382.การก่อตัวของสิ่งชั่วร้าย

คัดลอกลิงก์แล้ว