- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นทารก เสียงของข้าคือเสียงของมหาเต๋า
- 382.การก่อตัวของสิ่งชั่วร้าย
382.การก่อตัวของสิ่งชั่วร้าย
382.การก่อตัวของสิ่งชั่วร้าย
ความกลัวตายโอบล้อมผู้คนเหล่านั้นแม้พวกเขาจะรู้อยู่แก่ใจว่าตนคงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานทว่าทันทีที่ได้เห็นซากปรักหักพังของคลังสมบัติด้วยตาตนเองความตายก็เริ่มใกล้เข้ามาอย่างชัดเจน
การสูญเสียคลังสมบัติรวมถึงเหล่าทหารรักษาการณ์ที่อยู่ใกล้มันพวกเขาย่อมไม่สามารถหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขาเพิ่งพ่ายแพ้ให้กับตระกูลหลินมิหนำซ้ำยังเกิดความสูญเสียรุนแรงแม้แต่จักรพรรดิของราชวงศ์เซียนสวรรค์ยังถูกฆ่าตายด้วยน้ำมือของตระกูลหลิน
บัดนี้ทั้งราชวงศ์เซียนสวรรค์จึงตกอยู่ในความโกลาหลอย่างยิ่ง
เหล่าแม่ทัพที่อยู่ตรงนั้นแม้แต่ละคนจะเตรียมใจไว้บ้างแล้ว แต่ความตายที่กำลังจะมาถึงจริงๆนั้นมันต่างจากการเตรียมใจโดยสิ้นเชิง
ในขณะที่พวกเขากำลังจะถูกไป่หยินสังหาร ไป่หยางก็เอ่ยปากห้ามในที่สุด
“พอได้แล้วหากเจ้าไม่ถอนพลัง พวกเขาคงตายหมดแน่”
เสียงนี้เปรียบเสมือนเสียงจากสวรรค์สำหรับเหล่าแม่ทัพในท้องพระโรงราวกับมอบชีวิตใหม่ให้กับพวกเขา
“หากปล่อยให้พวกมันตายง่ายๆเช่นนี้ก็นับว่าใจดีเกินไป พูดมาเร็วใครเป็นคนทำ!”
ฝูเหยียนเทียนดูราวกับสติแตกเขาคุกเข่าโขกหัวกับพื้นพลางตะโกนลั่น “เป็นตระกูลหลิน เป็นเด็กคนนั้นจากตระกูลหลิน! เขาชื่อหลินเสวียน!”
“เขาพาหลินฮ่าว ผู้ฝึกตนผมขาวและเด็กอีกคนเข้าไปในคลังสมบัติแล้วก็ขโมยทุกอย่างออกไป!”
“แม้แต่ชีพจรมังกร…”
จิตสังหารพวยพุ่งในดวงตาของไป่หยินทันทีเขามองตรงไปข้างหน้าแววตาราวกับอยากกินคนเป็นๆ
“หลินเสวียน! ตระกูลหลินอีกแล้ว!”
“จากนี้ไปตระกูลไป่ของข้ากับตระกูลหลินจะเป็นศัตรูกันจนตายไม่ช้าก็เร็วข้าจะฉีกหลินเสวียนเป็นชิ้นๆสังหารเชื้อสายทั้งเก้ารุ่นทำให้ตระกูลหลินต้องตายตามไป!”
ปัง!
ฝูเหยียนเทียนกระเด็นออกไปทันทีกระแทกเข้ากับเสาทองคำในท้องพระโรงเลือดกระเซ็นไกลสามจ้าง
“ผู้อาวุโส โปรดไว้ชีวิต! โปรดไว้ชีวิต!”
“ผู้อาวุโส โปรดเมตตาด้วย!”
ฝูเหยียนเทียนสิ้นใจในทันทีดวงตาเบิกกว้างราวกับตายทั้งที่ไม่อาจหลับตา
ไป่หยางโบกมือกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาอย่างเงียบเชียบ
“พวกมันก็ไร้ค่าเหมือนกันนำไปใส่ไว้ในคลังสมบัติซะ”
ทหารยามรีบเข้ามากดพวกที่ยังคุกเข่าอยู่ปิดปากพวกมันและลากออกไปอย่างเงียบงัน
สีหน้าไป่หยินมืดมนและสีหน้าไป่หยางก็ไม่ต่างกัน
ในวันนั้นพวกเขาต้องถอยกลับอย่างน่าอับอายกระทั่งยังไม่ทันกลับถึงราชวงศ์เซียนสวรรค์ก็มีทหารเข้ามารายงานว่าคลังสมัติถูกขโมย
เมื่อพวกเขานำกองทัพที่เหลือไปยังคลังสมบัติก็พบว่ามันกลายเป็นซากปรักหักพังโดยสิ้นเชิงไม่มีแม้แต่เงาของคลังสมบัติมิหนำซ้ำชีพจรมังกรแท้ของราชวงศ์เซียนสวรรค์ก็ถูกขโมยไปด้วย
รากฐานของราชวงศ์เซียนสวรรค์ที่มีมายาวนานนับแสนปี ได้ถูกทำลายจนหมดสิ้น
“ตระกูลหลิน! ตระกูลหลิน! ตระกูลหลิน…”
เสียงคำรามของไป่หยินดังกึกก้องพลังปราณระเบิดออกจากกายของเขาในชั่วพริบตานางกำนัลและทหารยามที่อยู่ใกล้ไม่อาจหลบหลีกได้ทันต่างกระเด็นกระจายเลือดไหลไม่หยุด
ไป่หยางมองดูอาการเดือดดาลของไป่หยินแล้วก็ส่ายหน้าอย่างอ่อนแรงไม่มีใครคาดคิดว่ารากฐานของตระกูลไป่จะล่มสลายได้เช่นนี้ราชวงศ์เซียนสวรรค์ที่เคยยิ่งใหญ่เป็นหมื่นปีกลับพ่ายแพ้ให้กับเด็กคนหนึ่ง
“พอเถอะ ต่อให้โมโหแค่ไหนก็ไร้ประโยชน์หลังสงครามครั้งนั้นผู้คนในวังล้วนหวาดกลัว”
“เจ้ามีอารมณ์ร้อนแบบนี้ในวังก็ไม่มีใครสงบได้ศพข้างนอกกองพะเนินราวกับภูเขาแล้ว”
ไป่หยินกล่าวเสียงมืดมน “นั่นก็สาสมแล้วหากพวกมันเฝ้าคลังสมบัติอย่างจริงจังเรื่องแบบนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น…”
ไป่หยางส่ายหน้า “ตอนนี้เราควรคิดหาทางรุกแล้วข้าได้ยินมาว่าเจ้าหนุ่มตระกูลหลินนั่นเพิ่งได้รับโอกาสอีกครั้งไม่เพียงแค่พลังบ่มเพาะของเขาเพิ่มขึ้นแม้แต่คนในตระกูลก็ได้เลื่อนขอบเขตไปด้วย”
“ตอนนี้พวกนั้นต่างมุ่งหน้าไปยังอาณาจักรฉีซานพวกเขาแทบอดใจรอไม่ไหวที่จะเข้าร่วมกับตระกูลหลิน”
ไป่หยางพูดต่อ “เจ้ากับข้ารู้ดีแม้ตอนนี้เรายังมีไพร่พลอยู่บ้างแต่หากต้องเผชิญหน้าตระกูลหลินตรงๆโอกาสชนะก็แทบไม่มีเลย”
ไป่หยินจ้องเขม็งถามเสียงเย็น “เจ้าหมายความว่าอย่างไร? เจ้าจะยอมแพ้หรือ? เจ้าจะยอมศิโรราบต่อตระกูลหลิน?”
“ไม่! เจ้าคิดจะให้ข้าก้มหัวให้เจ้าหลินชิงเทียนงั้นหรือ? ไม่มีวัน!”
ไป่หยางส่ายหน้า “ข้ายังพูดไม่จบฟังก่อน”
“พวกเขาใช้จ้าวแห่งหุบเหวมืดจัดการเราได้แล้วเหตุใดพวกเราจะใช้คนอื่นไม่ได้? คิดหรือว่าโลกนี้มีอัจฉริยะเพียงบุตรศักดิ์สิทธิ์ของตระกูลหลิน?”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ดวงตาไป่หยินก็เริ่มสว่างวาบขึ้นเขาหันมามองไป่หยาง
“เจ้าหมายถึงอะไร?”
“ทวีปสวรรค์นั้นมิได้มีเพียงอาณาเขตเหนือครามเท่านั้นยังมีอาณาเขตอื่นที่แข็งแกร่งอีกมากแม้ราชวงศ์เซียนสวรรค์ของเราจะปกครองเหนือครามมาเนิ่นนานแต่เรายังมีสายสัมพันธ์กับตระกูลใหญ่ในอาณาเขตอื่นอีกมาก”
จู่ๆไป่หยินก็หัวเราะเสียงดัง
“เราจะร่วมมือกับตระกูลอื่นในอาณาเขตต่างๆทำลายตระกูลหลินให้สิ้นซาก!”
“ในเมื่อเจ้ากล้ากลืนคลังสมบัติของข้า ข้าก็จะบีบให้พวกเจ้าคายมันออกมาแม้แต่สมบัติของพวกเจ้าก็จะต้องตกเป็นของข้าด้วย!”
ไป่หยินพูดด้วยน้ำเสียงอำมหิตราวกับทุกอย่างต้องตกอยู่ในกำมือเขา
ไป่หยางพยักหน้า “คืนนี้เราจะรวมตัวกันวางแผนการให้เร็วที่สุดข้าจะไปดูว่าความคืบหน้าของค่ายกลในคลังสมบัติเป็นเช่นไร”
พูดจบเขาก็หยิบยันต์ออกมาแล้วหายตัวไปทันที
ไป่หยินเดินออกจากท้องพระโรงยืนอยู่บนขั้นบันไดสูงมองดูดวงอาทิตย์ที่ถูกเมฆหมอกบดบัง
“ตระกูลหลิน...พวกเจ้าเตรียมตัวไว้เถอะอีกไม่นานข้าจะให้นายพลขนนกของตระกูลไป่เหยียบย่ำตระกูลของพวกเจ้าให้ราบ!”
คลังสมบัติของราชวงศ์เซียนสวรรค์
ซากของคลังสมบัติถูกเคลียร์ออกหมดแล้วแต่ทหารกลับไม่พบแม้แต่สมบัติชิ้นเดียวในนั้นไม่เหลือแม้แต่เสาทองคำ
เหลือเพียงเสาเดี่ยวๆเปล่าเปลือย
ยามที่เฒ่าหยินหยางมาถึงพวกเขาแทบอาเจียนเป็นเลือดหากไม่ใช่เพราะพลังฝึกตนสูงส่ง
ผู้ควบคุมค่ายกลที่กำลังจัดวางอยู่เมื่อเห็นผู้อาวุโสไป่หยางก็รีบวิ่งเข้ามาพร้อมแผ่นควบคุมค่ายกล
เขาคำนับแล้วรายงาน
“ระดับที่สองของค่ายกลจัดวางเสร็จแล้วรอเพียง 49 วัน ค่ายกลจะสมบูรณ์ขอรับ”
ไป่หยางพยักหน้าเขามองไปยังใจกลางค่ายกลเบื้องหน้า ซึ่งปกคลุมไปด้วยหมอกสีแดงสดราวกับเลือดที่กำลังจะหยด
“ดีมาก หลังจากจัดการตระกูลหลินเสร็จแล้วก็จับสมาชิกตระกูลหลินทั้งหมดมาใส่ในค่ายกลนี้ให้พวกมันเฝ้าคลังสมบัติให้ราชวงศ์เซียนสวรรค์ของเราตลอดไป!”
ทันใดนั้นเสียงทั้งหมดพลันหายไปแสงสีแดงวาบขึ้นในใจกลางค่ายกลและพลังปราณโดยรอบก็เริ่มควบแน่น
แต่พลังปราณนี้…กลับแตกต่างจากพลังปราณทั่วไปอย่างชัดเจนมันแผ่กลิ่นอายแปลกประหลาดออกมาทั่วบริเวณ…