เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

380.ค้นหาคำตอบ

380.ค้นหาคำตอบ

380.ค้นหาคำตอบ


เสียงแห่งมหาเต๋าค่อยๆจางหายไปอย่างเชื่องช้าแต่ภายในห้องโถงซึ่งเต็มไปด้วยผู้คนกลับเงียบสงัดราวกับไร้สิ่งมีชีวิต เหลือเพียงเสียงลมหายใจของหลินเสวียนเท่านั้นที่ยังคงอยู่

ทุกผู้คนต่างถือโอกาสอันล้ำค่านี้ในการนั่งบ่มเพาะไม่ใช่ทุกคนจะเข้าใจได้แต่อย่างน้อยที่สุดหากมีโชควาสนาก็มักจะสามารถยกระดับขอบเขตพลังได้

หลินเสวียนซึ่งนั่งอยู่บนยอดตำหนักทองคำค่อยๆลืมตาขึ้น สายตาของเขาจ้องมองไปไกลโพ้นราวกับมองทะลุสรรพสิ่ง

แท้จริงแล้วมีเพียงหลินเสวียนเท่านั้นที่รู้ว่าสิ่งที่เขามองเห็นในเวลานี้คืออีกหนึ่งโลกมันเหมือนกับดินแดนเซียน

ในพริบตาร่างของหลินเสวียนพลันหายไปจากตำหนักดั่งแสงสีแดงพุ่งผ่านไป

ขณะนั้นเองไม่ว่าภายในหรือภายนอกตำหนักก็เกิดความโกลาหลผู้คนต่างโห่ร้องยินดีด้วยความตื่นเต้นต่อการยกระดับขอบเขตหลินเสวียนไม่รู้ถึงเรื่องเหล่านี้

หลังจากค่ำคืนนี้ชื่อเสียงของบุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งตระกูลหลิน หลินเสวียน จะก้องไปทั่วอาณาเขตเหนือครามผู้ฝึกตนทุกคนล้วนปรารถนาจะติดตามบุตรศักดิ์สิทธิ์ผู้นี้

พวกเขาไม่ต้องการสิ่งใดมากขอเพียงได้โชควาสนาเพียงเล็กน้อยจากหลินเสวียนเพื่อให้ตนเองสามารถก้าวเดินบนเส้นทางบ่มเพาะได้ดียิ่งขึ้น

…หลินเสวียนไม่รู้ถึงเรื่องเหล่านี้เลย

เขาบินจากเมืองต้าเยียนตรงไปยังหุบเขาต้องห้ามในแดนรกร้างอันกว้างใหญ่เพราะมีเรื่องหนึ่งที่เขาอยากถามเซียนหลิว

จากผู้คนทั้งหมดที่หลินเสวียนรู้จักเซียนหลิวดูเหมือนจะเป็นผู้มีอายุยืนยาวที่สุดบางทีเซียนหลิวอาจรู้ในสิ่งที่ผู้อื่นไม่รู้

เซียนหลิวยังคงสวมชุดขาวดุจเซียนจากสวรรค์

“ขออภัยที่รบกวนในยามดึก ข้ามีคำถามหนึ่งที่อยากให้ท่านช่วยตอบ”

เซียนหลิวยิ้มเล็กน้อย “เจ้าคงอยากรู้ว่า...นอกเหนือจากโลกนี้ ยังมีโลกอื่นอีกหรือไม่”

“ขอรับ”

เซียนหลิวชี้ให้หลินเสวียนนั่งลง “สหายน้อย นั่งก่อนเถิด”

ท่าทางดูเหมือนจะเป็นการพูดคุยกันยาวนาน

เซียนหลิวรินชาถ้วยหนึ่งแล้วยื่นให้หลินเสวียน

หลินเสวียนรับไว้ยังไม่ทันดื่มก็รับรู้ได้ถึงพลังวิญญาณที่หนาแน่นในชาไม่ต้องสงสัยเลยว่าเซียนหลิวย่อมมีของดีอยู่มาก

“ในยุคโบราณ โลกยังไม่ได้มีระเบียบเช่นทุกวันนี้ในเวลานั้นสัตว์อสูรต่างออกอาละวาดของสมบัติศักดิ์สิทธิ์ก็มีมาก โลกเต็มไปด้วยความวุ่นวาย”

“แต่ในขณะเดียวกันผู้ฝึกตนในยุคนั้นก็แข็งแกร่งยิ่งนัก จนแม้แต่ผู้ที่อยู่ในขอบเขตก่อร่างวิญญาณยังถือว่าหาได้ง่ายนัก”

หลินเสวียนเอ่ยถาม “แล้วหลังจากขอบเขตก่อร่างวิญญาณเล่า? หลังจากจุดสูงสุดของขอบเขตฝ่าด่านเคราะห์จะเป็นเช่นไร? ท่านช่วยอธิบายอย่างละเอียดได้หรือไม่?”

เซียนหลิวยิ้มมองหลินเสวียน “เจ้ายังอายุน้อยนัก ยังไม่ก้าวผ่านขอบเขตจิตวิญญาณเลยจะรีบร้อนไปใย?”

“ข้าเพียงแต่สงสัยเท่านั้น”

“สงสัยขนาดต้องมาถามถึงที่นี่ในยามค่ำคืนเลยหรือ? ข้าได้ยินจากฮวงห่่าวว่าตระกูลหลินของเจ้าเพิ่งจัดงานเลี้ยงเฉลิมฉลองมิใช่หรือ?”

หลินเสวียนพยักหน้า “เซียนหลิว ข้าอยากรู้จริงๆ !”

เซียนหลิวยังคงยิ้มไม่ได้ตอบคำถามโดยตรง “เจ้าก็รู้ว่าในทวีปสวรรค์ไม่ได้มีเพียงแต่อาณาเขตเหนือครามยังมีอาณาเขตอีกแปดแห่ง”

หลินเสวียนพยักหน้าแต่ในใจกลับคิด...แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเรื่องหลังขอบเขตฝ่าด่านเคราะห์?

“เมื่อใดที่เจ้าก้าวผ่านอาณาเขตเหล่านั้นไปจนหมดเมื่อนั้นเจ้าจะรู้ในสิ่งที่เจ้าอยากรู้”

หลินเสวียนขมวดคิ้วรู้สึกว่าสิ่งที่อีกฝ่ายพูดมาก็เหมือนไม่ได้พูดอะไรเลย

เซียนหลิวมองหลินเสวียนก่อนสะบัดแขนเสื้อเบาๆถ้วยชาในมือหลินเสวียนก็หายไปทันที

“มันดึกมากแล้วข้าว่าเจ้าควรกลับได้แล้ว”

“หลินเสวียนเจ้าไม่ใช่คนธรรมดาแม้ตอนนี้จะยังเยาว์วัยแต่ในภายภาคหน้าเจ้าจะได้รู้คำตอบที่เจ้าตามหาแน่นอน”

“จงใช้สองเท้าของเจ้าเดินไปให้ทั่วโลกนี้เถิด”

เมื่อกล่าวจบเซียนหลิวก็ส่งตัวหลินเสวียนกลับผ่านค่ายกลในหุบเขากลับมายังตระกูลหลิน

เมื่อมาหยุดอยู่หน้าประตูหลินเสวียนถึงกับยืนนิ่งไปชั่วขณะ เขาถูกส่งตัวกลับมาอย่างนั้นหรือ?

เซียนหลิวให้คำตอบแล้วจริงหรือไม่?

หลินเสวียนครุ่นคิดเขาให้แล้วแต่ก็เหมือนไม่ได้ให้!

ข้าไม่เข้าใจเลย…

สายลมเย็นพัดผ่านใบหน้าหลินเสวียนยืนนิ่งเงียบ

“เสวียนเอ๋อร์เจ้ามาอยู่ที่นี่เองข้าหาเจ้าทั่วเลยนะ!” ลุงของหลินฮ่าวเดินเข้ามาด้วยความร้อนรน

หลินเสวียนคำนับ “ท่านลุง!”

ลุงของเขาดึงตัวหลินเสวียนไว้ “ไม่ต้องมากพิธีท่านบรรพชนต้องการให้ข้าพาเจ้ากลับไปยังห้องโถงด่วนไปกับข้าเถิด!”

จากนั้นลุงของเขาก็อุ้มหลินเสวียนขึ้นแล้วขี่กระบี่เหาะขึ้นเขายอดเขายังคงสว่างไสวและเต็มไปด้วยผู้คนราวกับยังเป็นกลางวัน

หลินเสวียนมองทิวทัศน์เบื้องล่างที่เคลื่อนไปอย่างรวดเร็ว เอ่ยถามว่า “คนจากตระกูลต่างๆยังไม่กลับอีกหรือ? งานเลี้ยงยังไม่จบหรือ?”

เสียงของลุงดังแทรกมากับสายลม “เพราะโชควาสนาของเจ้าทำให้หลายคนสามารถทะลวงขอบเขตได้บางคนติดอยู่ในขอบเขตเดิมมานานหลายสิบปี”

“พวกเขาแก่จนใกล้ตายก็ยังไม่สามารถฝ่าด่านได้แต่มาร่วมงานเลี้ยงของตระกูลหลินในครั้งนี้กลับสามารถทะลวงได้อย่างง่ายดายทุกคนจึงอยากมากล่าวขอบคุณเจ้าด้วยตนเอง”

หลินเสวียนกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ “แค่เรื่องเล็กน้อยไม่เห็นต้องทำขนาดนี้”

สำหรับหลินเสวียนแล้วการที่ผู้อื่นได้โชควาสนาเพราะเขาไม่ใช่เรื่องแปลกเลย

บางทีเพราะเขายกระดับขอบเขตพลังอย่างรวดเร็วจึงไม่ได้รู้สึกถึงคุณค่าของโชควาสนา

แต่ลุงของเขาซึ่งฝึกตนมานับร้อยปีเคยเห็นคนมากมายติดอยู่ในขอบเขตเดิมจนสิ้นอายุขัยเขารู้ดีว่าโชควาสนาเช่นนี้หายากเพียงใด

ยิ่งกว่านั้นการแสดงความขอบคุณของเหล่าผู้ฝึกตนเหล่านั้นก็เพื่อให้ได้ใกล้ชิดกับหลินเสวียนมากขึ้นเผื่อจะได้รับโชควาสนาในอนาคต

หากพวกเขาทำสำเร็จผลประโยชน์ที่จะได้รับก็ยิ่งใหญ่มหาศาลทุกคนต่างคิดเช่นนั้น

“เสวียนเอ๋อร์เจ้าก็แค่นั่งเฉยๆก็พอไม่ต้องพูดอะไรฟังแล้วพยักหน้าก็พอ”

“เรื่องอื่นเราจะจัดการเองเจ้าก็แค่เป็นบุตรศักดิ์สิทธิ์ของตระกูลหลินเท่านั้นพอแล้ว”

ไม่นานพวกเขาก็มาถึงยอดเขาเยียนหลินเสวียนถูกนำเข้าสู่ห้องโถงโดยลุงของเขา

ทันทีที่เดินเข้าไปบรรดาบรรพชนทั้งหลายต่างมองเขาราวกับหมาป่าหิวโซที่อดอยากมาหลายร้อยปี

สายตาหลายคู่จ้องไปที่หลินเสวียนแต่เขากลับยังคงก้าวเดินไปยังหลินชิงเทียนด้วยท่าทีมั่นคงไร้ความหวาดกลัว

ภายใต้สายตาของผู้ฝึกตนกว่าร้อยชีวิตหลินเสวียนเดินออกมาอย่างมั่นใจเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายบางอย่างที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาราวกับจักรพรรดิ

ในสายตาของเหล่าผู้ฝึกตนขณะนี้หลินเสวียนไม่ได้เป็นเพียงบุตรศักดิ์สิทธิ์ของตระกูลหลินอีกต่อไปแต่เป็นราวกับโชควาสนาเคลื่อนที่ได้

ยาวิเศษที่สามารถยกระดับขอบเขตพลังได้นั้นถือเป็นสมบัติล้ำค่าในโลกหล้า…

จบบทที่ 380.ค้นหาคำตอบ

คัดลอกลิงก์แล้ว