- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นทารก เสียงของข้าคือเสียงของมหาเต๋า
- 380.ค้นหาคำตอบ
380.ค้นหาคำตอบ
380.ค้นหาคำตอบ
เสียงแห่งมหาเต๋าค่อยๆจางหายไปอย่างเชื่องช้าแต่ภายในห้องโถงซึ่งเต็มไปด้วยผู้คนกลับเงียบสงัดราวกับไร้สิ่งมีชีวิต เหลือเพียงเสียงลมหายใจของหลินเสวียนเท่านั้นที่ยังคงอยู่
ทุกผู้คนต่างถือโอกาสอันล้ำค่านี้ในการนั่งบ่มเพาะไม่ใช่ทุกคนจะเข้าใจได้แต่อย่างน้อยที่สุดหากมีโชควาสนาก็มักจะสามารถยกระดับขอบเขตพลังได้
หลินเสวียนซึ่งนั่งอยู่บนยอดตำหนักทองคำค่อยๆลืมตาขึ้น สายตาของเขาจ้องมองไปไกลโพ้นราวกับมองทะลุสรรพสิ่ง
แท้จริงแล้วมีเพียงหลินเสวียนเท่านั้นที่รู้ว่าสิ่งที่เขามองเห็นในเวลานี้คืออีกหนึ่งโลกมันเหมือนกับดินแดนเซียน
ในพริบตาร่างของหลินเสวียนพลันหายไปจากตำหนักดั่งแสงสีแดงพุ่งผ่านไป
ขณะนั้นเองไม่ว่าภายในหรือภายนอกตำหนักก็เกิดความโกลาหลผู้คนต่างโห่ร้องยินดีด้วยความตื่นเต้นต่อการยกระดับขอบเขตหลินเสวียนไม่รู้ถึงเรื่องเหล่านี้
หลังจากค่ำคืนนี้ชื่อเสียงของบุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งตระกูลหลิน หลินเสวียน จะก้องไปทั่วอาณาเขตเหนือครามผู้ฝึกตนทุกคนล้วนปรารถนาจะติดตามบุตรศักดิ์สิทธิ์ผู้นี้
พวกเขาไม่ต้องการสิ่งใดมากขอเพียงได้โชควาสนาเพียงเล็กน้อยจากหลินเสวียนเพื่อให้ตนเองสามารถก้าวเดินบนเส้นทางบ่มเพาะได้ดียิ่งขึ้น
…หลินเสวียนไม่รู้ถึงเรื่องเหล่านี้เลย
เขาบินจากเมืองต้าเยียนตรงไปยังหุบเขาต้องห้ามในแดนรกร้างอันกว้างใหญ่เพราะมีเรื่องหนึ่งที่เขาอยากถามเซียนหลิว
จากผู้คนทั้งหมดที่หลินเสวียนรู้จักเซียนหลิวดูเหมือนจะเป็นผู้มีอายุยืนยาวที่สุดบางทีเซียนหลิวอาจรู้ในสิ่งที่ผู้อื่นไม่รู้
เซียนหลิวยังคงสวมชุดขาวดุจเซียนจากสวรรค์
“ขออภัยที่รบกวนในยามดึก ข้ามีคำถามหนึ่งที่อยากให้ท่านช่วยตอบ”
เซียนหลิวยิ้มเล็กน้อย “เจ้าคงอยากรู้ว่า...นอกเหนือจากโลกนี้ ยังมีโลกอื่นอีกหรือไม่”
“ขอรับ”
เซียนหลิวชี้ให้หลินเสวียนนั่งลง “สหายน้อย นั่งก่อนเถิด”
ท่าทางดูเหมือนจะเป็นการพูดคุยกันยาวนาน
เซียนหลิวรินชาถ้วยหนึ่งแล้วยื่นให้หลินเสวียน
หลินเสวียนรับไว้ยังไม่ทันดื่มก็รับรู้ได้ถึงพลังวิญญาณที่หนาแน่นในชาไม่ต้องสงสัยเลยว่าเซียนหลิวย่อมมีของดีอยู่มาก
“ในยุคโบราณ โลกยังไม่ได้มีระเบียบเช่นทุกวันนี้ในเวลานั้นสัตว์อสูรต่างออกอาละวาดของสมบัติศักดิ์สิทธิ์ก็มีมาก โลกเต็มไปด้วยความวุ่นวาย”
“แต่ในขณะเดียวกันผู้ฝึกตนในยุคนั้นก็แข็งแกร่งยิ่งนัก จนแม้แต่ผู้ที่อยู่ในขอบเขตก่อร่างวิญญาณยังถือว่าหาได้ง่ายนัก”
หลินเสวียนเอ่ยถาม “แล้วหลังจากขอบเขตก่อร่างวิญญาณเล่า? หลังจากจุดสูงสุดของขอบเขตฝ่าด่านเคราะห์จะเป็นเช่นไร? ท่านช่วยอธิบายอย่างละเอียดได้หรือไม่?”
เซียนหลิวยิ้มมองหลินเสวียน “เจ้ายังอายุน้อยนัก ยังไม่ก้าวผ่านขอบเขตจิตวิญญาณเลยจะรีบร้อนไปใย?”
“ข้าเพียงแต่สงสัยเท่านั้น”
“สงสัยขนาดต้องมาถามถึงที่นี่ในยามค่ำคืนเลยหรือ? ข้าได้ยินจากฮวงห่่าวว่าตระกูลหลินของเจ้าเพิ่งจัดงานเลี้ยงเฉลิมฉลองมิใช่หรือ?”
หลินเสวียนพยักหน้า “เซียนหลิว ข้าอยากรู้จริงๆ !”
เซียนหลิวยังคงยิ้มไม่ได้ตอบคำถามโดยตรง “เจ้าก็รู้ว่าในทวีปสวรรค์ไม่ได้มีเพียงแต่อาณาเขตเหนือครามยังมีอาณาเขตอีกแปดแห่ง”
หลินเสวียนพยักหน้าแต่ในใจกลับคิด...แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเรื่องหลังขอบเขตฝ่าด่านเคราะห์?
“เมื่อใดที่เจ้าก้าวผ่านอาณาเขตเหล่านั้นไปจนหมดเมื่อนั้นเจ้าจะรู้ในสิ่งที่เจ้าอยากรู้”
หลินเสวียนขมวดคิ้วรู้สึกว่าสิ่งที่อีกฝ่ายพูดมาก็เหมือนไม่ได้พูดอะไรเลย
เซียนหลิวมองหลินเสวียนก่อนสะบัดแขนเสื้อเบาๆถ้วยชาในมือหลินเสวียนก็หายไปทันที
“มันดึกมากแล้วข้าว่าเจ้าควรกลับได้แล้ว”
“หลินเสวียนเจ้าไม่ใช่คนธรรมดาแม้ตอนนี้จะยังเยาว์วัยแต่ในภายภาคหน้าเจ้าจะได้รู้คำตอบที่เจ้าตามหาแน่นอน”
“จงใช้สองเท้าของเจ้าเดินไปให้ทั่วโลกนี้เถิด”
เมื่อกล่าวจบเซียนหลิวก็ส่งตัวหลินเสวียนกลับผ่านค่ายกลในหุบเขากลับมายังตระกูลหลิน
เมื่อมาหยุดอยู่หน้าประตูหลินเสวียนถึงกับยืนนิ่งไปชั่วขณะ เขาถูกส่งตัวกลับมาอย่างนั้นหรือ?
เซียนหลิวให้คำตอบแล้วจริงหรือไม่?
หลินเสวียนครุ่นคิดเขาให้แล้วแต่ก็เหมือนไม่ได้ให้!
ข้าไม่เข้าใจเลย…
สายลมเย็นพัดผ่านใบหน้าหลินเสวียนยืนนิ่งเงียบ
“เสวียนเอ๋อร์เจ้ามาอยู่ที่นี่เองข้าหาเจ้าทั่วเลยนะ!” ลุงของหลินฮ่าวเดินเข้ามาด้วยความร้อนรน
หลินเสวียนคำนับ “ท่านลุง!”
ลุงของเขาดึงตัวหลินเสวียนไว้ “ไม่ต้องมากพิธีท่านบรรพชนต้องการให้ข้าพาเจ้ากลับไปยังห้องโถงด่วนไปกับข้าเถิด!”
จากนั้นลุงของเขาก็อุ้มหลินเสวียนขึ้นแล้วขี่กระบี่เหาะขึ้นเขายอดเขายังคงสว่างไสวและเต็มไปด้วยผู้คนราวกับยังเป็นกลางวัน
หลินเสวียนมองทิวทัศน์เบื้องล่างที่เคลื่อนไปอย่างรวดเร็ว เอ่ยถามว่า “คนจากตระกูลต่างๆยังไม่กลับอีกหรือ? งานเลี้ยงยังไม่จบหรือ?”
เสียงของลุงดังแทรกมากับสายลม “เพราะโชควาสนาของเจ้าทำให้หลายคนสามารถทะลวงขอบเขตได้บางคนติดอยู่ในขอบเขตเดิมมานานหลายสิบปี”
“พวกเขาแก่จนใกล้ตายก็ยังไม่สามารถฝ่าด่านได้แต่มาร่วมงานเลี้ยงของตระกูลหลินในครั้งนี้กลับสามารถทะลวงได้อย่างง่ายดายทุกคนจึงอยากมากล่าวขอบคุณเจ้าด้วยตนเอง”
หลินเสวียนกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ “แค่เรื่องเล็กน้อยไม่เห็นต้องทำขนาดนี้”
สำหรับหลินเสวียนแล้วการที่ผู้อื่นได้โชควาสนาเพราะเขาไม่ใช่เรื่องแปลกเลย
บางทีเพราะเขายกระดับขอบเขตพลังอย่างรวดเร็วจึงไม่ได้รู้สึกถึงคุณค่าของโชควาสนา
แต่ลุงของเขาซึ่งฝึกตนมานับร้อยปีเคยเห็นคนมากมายติดอยู่ในขอบเขตเดิมจนสิ้นอายุขัยเขารู้ดีว่าโชควาสนาเช่นนี้หายากเพียงใด
ยิ่งกว่านั้นการแสดงความขอบคุณของเหล่าผู้ฝึกตนเหล่านั้นก็เพื่อให้ได้ใกล้ชิดกับหลินเสวียนมากขึ้นเผื่อจะได้รับโชควาสนาในอนาคต
หากพวกเขาทำสำเร็จผลประโยชน์ที่จะได้รับก็ยิ่งใหญ่มหาศาลทุกคนต่างคิดเช่นนั้น
“เสวียนเอ๋อร์เจ้าก็แค่นั่งเฉยๆก็พอไม่ต้องพูดอะไรฟังแล้วพยักหน้าก็พอ”
“เรื่องอื่นเราจะจัดการเองเจ้าก็แค่เป็นบุตรศักดิ์สิทธิ์ของตระกูลหลินเท่านั้นพอแล้ว”
ไม่นานพวกเขาก็มาถึงยอดเขาเยียนหลินเสวียนถูกนำเข้าสู่ห้องโถงโดยลุงของเขา
ทันทีที่เดินเข้าไปบรรดาบรรพชนทั้งหลายต่างมองเขาราวกับหมาป่าหิวโซที่อดอยากมาหลายร้อยปี
สายตาหลายคู่จ้องไปที่หลินเสวียนแต่เขากลับยังคงก้าวเดินไปยังหลินชิงเทียนด้วยท่าทีมั่นคงไร้ความหวาดกลัว
ภายใต้สายตาของผู้ฝึกตนกว่าร้อยชีวิตหลินเสวียนเดินออกมาอย่างมั่นใจเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายบางอย่างที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาราวกับจักรพรรดิ
ในสายตาของเหล่าผู้ฝึกตนขณะนี้หลินเสวียนไม่ได้เป็นเพียงบุตรศักดิ์สิทธิ์ของตระกูลหลินอีกต่อไปแต่เป็นราวกับโชควาสนาเคลื่อนที่ได้
ยาวิเศษที่สามารถยกระดับขอบเขตพลังได้นั้นถือเป็นสมบัติล้ำค่าในโลกหล้า…