- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นทารก เสียงของข้าคือเสียงของมหาเต๋า
- 378.งานเลี้ยงฉลอง
378.งานเลี้ยงฉลอง
378.งานเลี้ยงฉลอง
ซวนหนี่ไม่เสียเวลาแม้แต่น้อยมันสะบัดแขนเสื้อยาวพลางหายวับไปจากลานทิ้งไว้เพียงกลุ่มควันสีดำที่หมุนวนอยู่เบื้องหลัง
ก๊อก! ก๊อก!
ในขณะที่หลินเสวียนกำลังจดจ่ออยู่ก็มีเสียงเคาะประตูเรือนดังขึ้นพร้อมกับเสียงของศิษย์ตระกูลหลินที่ดังมาจากด้านนอก “บุตรศักดิ์สิทธิ์งานเลี้ยงเริ่มแล้วผู้อาวุโสให้ข้ามาเชิญท่าน”
“เข้าใจแล้วเจ้ากลับไปบอกผู้อาวุโสว่าข้าจะไปเดี๋ยวนี้”
ฝีเท้าเล็กๆค่อยๆจากไปหลินเสวียนลูบเสื้อผ้าของตนให้เรียบร้อยและในวินาทีต่อมาร่างของเขาก็หายวับไปจากลานอันเงียบสงบนั้น
ครั้งนี้ตระกูลหลินได้จัดงานเลี้ยงขึ้นที่ห้องโถงบนภูเขาลูกหนึ่งซึ่งเปิดไว้เป็นพิเศษสำหรับงานนี้บนยอดเขาคือตำหนักหรูหราที่เปล่งประกายระยิบระยับ
ต่อให้มีผู้เข้าร่วมงานพร้อมกันหลายพันคนก็มากเกินพอ ไม่เพียงแต่ภายในตำหนักเท่านั้นแต่ภายนอกตำหนักก็ยังมีพื้นที่ให้เข้าร่วมอีกมากมาย
หลินฮ่าวถึงกับกล้าตบอกตัวเองและกล่าวอย่างมั่นใจว่า แม้แต่หอหลักของราชวงศ์เซียนสวรรค์ยังไม่ใหญ่โตและหรูหราเท่ากับภูเขาเยียนของพวกเขา
เมื่อตอนที่เสวียนเอ๋อร์กองหินวิญญาณจากห้องสมบัติของราชวงศ์เซียนสวรรค์จนสูงเป็นภูเขาเขาเองก็มีเพียงความคิดเดียวในหัว
พวกเขาจะไล่ภูเขาลูกข้างๆออกไปแล้วใช้เวลาไม่นานสร้างตำหนักหรูหราขึ้นเพื่อให้เหล่าตระกูลจากอาณาเขตเหนือครามได้เห็นถึงความโอ่อ่าของตระกูลหลิน
ด้วยการสนับสนุนจากหินวิญญานมหาศาลตำหนักนี้จึงถูกสร้างขึ้นภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน
เสาใหญ่ที่ค้ำฟ้าภายในตำหนักหลังนี้ใช้ไม้สงบวิญญาณที่สะสมพลังมากว่าแสนปีมีคุณสมบัติผ่อนคลายพลังวิญญาณถือเป็นของล้ำค่าสำหรับผู้ฝึกตน
สามารถช่วยให้จิตใจปลอดโปร่งเหมาะอย่างยิ่งเวลาฝึกเคล็ดวิชา
ดังนั้นเมื่อบรรพชนของพันธมิตรเดินเข้าสู่ตำหนักทุกสายตาจึงเต็มไปด้วยความตกตะลึงแม้แต่บรรพชนบางคนที่มีความรู้ก็จ้องมองตำหนักด้วยสายตาแน่วแน่
“นั่นคือไม้สงบวิญญาณใช่หรือไม่? จากลักษณะแล้วคงมีอายุหมื่นปีขึ้นไปแน่นอน”
“ดูไข่มุกบนยอดนั้นสิ ใช่ไข่มุกสงบวิญญาณแห่งทะเลตะวันออกหรือเปล่า?”
“แต่มุกนี้ดูใหญ่กว่าไข่มุกแห่งทะเลตะวันออกเสียอีก!”
“หรือว่าจะเป็นไข่มุกศักดิ์สิทธิ์อีกชนิดหนึ่ง?”
บรรพชนตระกูลเป่ยเฉินดึงบรรพชนตระกูลซวนข้างตัวไว้ ทั้งสองต่างตกตะลึงกับความหรูหราโอ่อ่าภายในตำหนัก
“ไข่มุกศักดิ์สิทธิ์ในทะเลตะวันออกหรือ? คนของตระกูลซวนจากเมืองทะเลตะวันออกย่อมรู้เรื่องนี้แน่นอน” ชายชราที่สะพายกระบี่เอ่ยขึ้นพลางยิ้มกว้าง
เมื่อทุกคนได้ยินก็หันไปมองผู้อาวุโสของตระกูลซวนที่อยู่ข้างๆ
ผู้อาวุโสของตระกูลซวนเงยหน้ามองไข่มุกขนาดเท่าผลแตงโมที่ส่องประกายเหนือหัวก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงลังเล “นี่ไม่ใช่ไข่มุกสงบวิญญาณแห่งทะเลตะวันออกอย่างแน่นอน”
“พวกเจ้ารู้จัก ‘ภาชนะของวิหคแห่งความมืด’ หรือไม่?”
ตำนานเล่าว่าในยุคโบราณมีวิหคตัวหนึ่งชื่อว่าวิหคแห่งความมืด
กล่าวกันว่าวิหคแห่งความมืดนั้นอาศัยอยู่ในทวีปฝั่งตะวันตกซึ่งเป็นดินแดนของเหล่าเซียนดังนั้นวิหคแห่งความมืดจึงถือเป็นไข่มุกไว้เพื่อชี้ทางให้แก่เหล่าเซียน
เมื่อเหล่าผู้อาวุโสจากแต่ละตระกูลได้ยินคำพูดของผู้อาวุโสแห่งตระกูลซวนก็อดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
พวกเขามองอย่างลุกวาวแล้วถามว่า “นั่นคือภาชนะของวิหคแห่งความมืดจริงๆ หรือ?”
ผู้อาวุโสใหญ่ของตระกูลซวนส่ายหน้า “ข้าก็ไม่แน่ใจ ตระกูลซวนของเรารู้ข้อมูลบางส่วนเท่านั้นแต่ไม่เคยเห็นมาก่อนเคยแค่พบคำไม่กี่คำในตำราโบราณเท่านั้น”
“ข้าเองก็ไม่อาจมั่นใจได้”
สตรีศักดิ์สิทธิ์พัดขนนกเบาๆพลางมองไปยังตำแหน่งผู้นำในตำหนัก “หลังจากศึกครั้งนี้ตระกูลหลินสมควรได้รับตำแหน่งตระกูลอันดับหนึ่งในอาณาเขตเหนือคราม”
“ต่อให้ตระกูลของเรารวมพลังกันก็ยังไม่อาจต้านตระกูลหลินได้เลย”
สตรีจากสำนักปีศาจหัวเราะเยาะอย่างเสน่ห์พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงประชดประชัน “ในเมื่อเจ้าพูดเช่นนี้แล้วจะยังคิดแย่งตำแหน่งตระกูลอันดับหนึ่งจากตระกูลหลินอีกหรือ?”
“ในอดีต ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งแสงของเจ้าก็ไร้พลังแล้วตอนนี้ยังมีหน้าคิดเช่นนี้อีกหรือ?”
สตรีศักดิ์สิทธิ์ชำเลืองตามองนางมารที่ร่างเย้ายวนอย่างขุ่นเคือง “หยุดกล่าวร้ายและบิดเบือนคำพูดของข้าเสียที”
“เมื่อใดกันที่ข้าบอกว่าดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งแสงจะไปแข่งกับตระกูลหลิน? ข้ายังรู้จักประมาณตนดีข้าเกรงว่าสำนักปีศาจของเจ้าต่างหากที่คิดเช่นนั้น”
เมื่อบรรพชนตระกูลเป่ยเฉินและตระกูลซวนได้ยินต่างก็ถอยห่างออกไปทันทีเกรงว่าความขัดแย้งจะลุกลามมาถึงตน
สตรีแห่งสำนักปีศาจหัวเราะคิกคัก “ถ้าเจ้าไม่ได้หมายความเช่นนั้นแล้วจะร้อนตัวไปไย? ไม่ได้ก็ไม่ได้ ไม่เห็นต้องรีบร้อนปฏิเสธ”
ดง… ดง… ดง…
เสียงฆ้องอันเคร่งขรึมดังขึ้นจากนอกตำหนักแต่ละเสียงใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
เสียงพูดคุยอันอึกทึกภายในตำหนักค่อยๆเงียบลงทุกคนหันไปมองยังประตูตำหนัก
บรรพชนของตระกูลหลินเดินเข้ามาด้วยท่าทีสงบ
เขาสวมชุดสีขาวเงินปักลายคลื่นทะเลพันชั้นทุกย่างก้าวของหลินชิงเทียนปล่อยแสงเรืองรองออกมาเป็นชั้นๆหากมองให้ดีจะพบว่าภายในแสงนั้นมีลวดลายของกฏเกณฑ์ปรากฏอยู่
แต่ละเส้นลายคล้ายดั่งกฎของโลกทำให้ผู้คนที่มองเห็นตกอยู่ในภวังค์
ข้างกายเขาคือบุตรศักดิ์สิทธิ์ของตระกูลหลิน หลินเสวียน
ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความผ่อนคลายไม่ได้แสดงความเครียดใดๆประหนึ่งกำลังเดินเล่นในลานเรือนเท่านั้น
หลินเสวียนเดินผ่านตำหนักยาวเหยียดกระทั่งยังขยิบตาให้กับสตรีศักดิ์สิทธิ์ของตระกูลเป่ยเฉินแววความซุกซนในวัยเยาว์ยังคงฉายชัด
อย่างไรก็ตามเหล่าบรรพชนและศิษย์จากตระกูลต่างๆที่มาร่วมในวันนี้ไม่มีผู้ใดมองหลินเสวียนว่าเป็นเพียงเด็กน้อยอีกต่อไป
พวกเขาเคยเห็นพลังของหลินเสวียนและเคยได้รับโชควาสนาเพราะหลินเสวียนและทะลวงขอบเขตได้เพราะเขา
พวกเขาเคยเห็นปาฏิหาริย์มากมายที่เกิดจากหลินเสวียน และนี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขารู้ว่าเพียงแค่อยู่ใกล้คนผู้หนึ่งก็อาจช่วยให้ทะลวงขอบเขตได้
ในบางครั้งการบ่มเพาะก็ง่ายดายถึงเพียงนี้
เวลานี้หลินเสวียนคล้ายแสงทองเจิดจ้าในสายตาทุกคน ดุจเซียนน้อยผู้หนึ่งหาใช่ปุถุชนในโลกมนุษย์ไม่
เหล่าบรรพชนของตระกูลทั้งหลายต่างมองหลินชิงเทียนที่จูงมือหลินเสวียนด้วยสายตาอิจฉาประหนึ่งอยากแย่งเด็กผู้นี้ไปจากมือเขา
เกือบทุกตระกูลต่างเจ็บใจที่ตระกูลของตนไม่มีบุตรศักดิ์สิทธิ์เช่นหลินเสวียน
แม้แต่บรรพชนตระกูลเป่ยเฉินที่เคยเชื่อว่าสตรีศักดิ์สิทธิ์ของตนล้ำเลิศเหนือใครก็ยังอดอิจฉาไม่ได้เพราะสตรีศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขาไม่สามารถมอบโชควาสนาให้ผู้คนทะลวงขอบเขตได้ง่ายเช่นนี้
ผู้คนในตระกูลหลินต่างนั่งประจำที่หลินชิงเทียนนั่งตำแหน่งผู้นำยกจอกสุราแก้วหยกขึ้นกล่าวต่อบรรพชนของตระกูลต่างๆที่นั่งอยู่ด้านล่างว่า
“วันนี้ พวกเรารวมตัวกัน ณ ตำหนักตระกูลหลินเพื่อฉลองชัยชนะเหนือราชวงศ์เซียนสวรรค์”
“ข้าขอบคุณทุกท่านที่ร่วมมือร่วมใจกันเชิญดื่มจอกนี้ด้วยกันเถิด”
เมื่อทุกคนยกจอกดื่มกลิ่นอายวิญญาณอันหนาแน่นค่อยๆไหลลงลำคออย่างนุ่มนวลสุรานี้มิใช่สุราธรรมดาแต่เป็นสุราจากคลังสมบัติของราชวงศ์เซียนสวรรค์ที่หลินเสวียนขุดเอามา
แม้หลินเสวียนจะยังเป็นเพียงเด็กน้อยต่อให้บางครั้งจะแปลงกายเป็นผู้ใหญ่ได้แต่แท้จริงแล้วเขายังเยาว์วัยนัก
เขานั่งอยู่ข้างหลินชิงเทียนสูดกลิ่นสุราอันอบอวลด้วยพลังวิญญาณอย่างตื่นเต้นพลังวิญญาณในสุรานั้นมีหลากหลายบางคราเหมือนหวานฉ่ำดั่งลูกท้อบางคราเย็นเยียบดุจสายน้ำ
จนเขาอดใจไม่ไหวอยากจะดื่มด้วยเช่นกัน
แม้เขาจะดื่มเพียงน้ำผลไม้จากผลไม้วิญญาณแต่สายตาก็ยังเหลือบมองไปยังไหสุราอย่างอยากรู้อยากลอง…