เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

372.บุตรศักสิทธิ์ของตระกูลอื่นช่างไร้ค่า!

372.บุตรศักสิทธิ์ของตระกูลอื่นช่างไร้ค่า!

372.บุตรศักสิทธิ์ของตระกูลอื่นช่างไร้ค่า!


นายพลขนนกผู้ถือหอกเอ่ยถามคนข้างกายด้วยความตกใจ “นี่มัน…”

“เจ้าเคยเห็นผู้คนมากมายบ่มเพาะผ่านด่านทัณฑ์สายฟ้าพร้อมกันเช่นนี้หรือไม่?”

คนข้างเขาส่ายหน้าดวงตาไร้แวว “ไม่เคยเลย!”

ในอาณาเขตเหนือครามอย่าว่าแต่ทัณฑ์สายฟ้าเยอะขนาดนี้แม้แต่จะมีทัณฑ์สายฟ้าสามสายพร้อมกันยังแทบเป็นไปไม่ได้

“แต่คุณความดีอันใดกันที่บุตรศักดิ์สิทธิ์ของตระกูลหลินผู้นั้นได้สร้างไว้?”

ที่นี่คือสนามรบของทั้งสองฝ่ายยังต่อสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตายแต่ตระกูลหลินกลับเลือกเวลานี้ในทะลวงด่าน? บรรลุขอบเขต? เรื่องเช่นนี้เคยเกิดขึ้นมาก่อนหรือ?

“พวกเขาดูแคลนพวกเราจนเกินไปแล้วกระมัง! ราชวงศ์เซียนสวรรค์ของเราจะถูกดูแคลนได้ถึงเพียงนี้เลยหรือ?”

นายพลขนนกผู้ถือหอกบินทะยานขึ้นทันทีเหล่านายพลขนนกคนอื่นที่อยู่ด้านหลังก็รีบติดตามอย่างรวดเร็ว

‘พวกมันกล้าบรรลุขอบเขตพร้อมกันกลางสนามรบเช่นนี้ ไม่กลัวเราจะฉวยโอกาสสังหารหมู่พวกมันเลยหรือ?’

‘เมื่อบรรลุขอบเขตจะต้องเผชิญกับทัณฑ์สายฟ้าแถมยังไม่สามารถรับรู้สถานการณ์ภายนอกได้จึงถือเป็นช่วงเวลาที่อันตรายที่สุด’

ผู้คนส่วนใหญ่มักจะเลือกบ่มเพาะในสถานที่ปลอดภัยหากไม่มีเวลาพอก็อย่างน้อยต้องมีผู้คุ้มกัน

แต่ในตอนนี้พวกตระกูลหลินกลับบรรลุขอบเขตพร้อมกันกลางสนามรบถือเป็นการแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่เห็นราชวงศ์เซียนสวรรค์อยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย

แต่สำหรับพวกผู้ฝึกตนในตระกูลหลินพวกเขาไม่ได้คิดซับซ้อนขนาดนั้นนี้โอกาสคือสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของผู้ฝึกตน หากพลาดไปแล้วใครจะรู้ว่าจะได้โอกาสอีกเมื่อใด

ดังนั้นหากมีโชควาสนาแม้ต้องแลกด้วยราคาสูงลิ่วก็ต้องคว้ามันไว้ให้ได้!

นายพลขนนกผู้ถือหอกระดมพลังปราณเล็งหอกไปยังผู้ฝึกตนของตระกูลหลินที่กำลังทะลวงด่านสายรุ้งยาวเส้นหนึ่งพุ่งทะลุอากาศไปทันที

เบื้องหลังเหล่านายพลขนนกต่างระดมพลังปราณโจมตีใส่คนของตระกูลหลิน

โอกาสเช่นนี้ไม่อาจปล่อยให้หลุดมือ!

พลังปราณพลันพุ่งออกมาเหมือนแสงสีขาวมันแฝงไปด้วยจิตสังหารที่หนักหน่วงจนแทบไม่อาจต้านทานได้

หลินเสวียนสัมผัสได้ถึงจิตสังหารเขาหันศีรษะเล็กน้อยและเพียงพริบตาเดียวก็เห็นหอกทองคำพุ่งมาพร้อมกลิ่นอายเย็นเยียบ

พลังปราณในตันเถียนของเขาระเบิดออกทันที “เคล็ดวิชามังกรเพลิง!”

มังกรเพลิงพุ่งออกมาในพริบตาปะทะกับหอกทองคำกลางอากาศ

ในชั่วพริบตาเปลวเพลิงสีแดงและแสงสีทองจากหอกก็ระเบิดออกพลังปราณฟุ้งกระจายไปทั่วทะลุทะลวงออกไปเป็นคลื่นพลังอันเกรี้ยวกราด!

ทุกคนถูกแรงสะเทือนเล่นงานรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งร่าง

หลินเสวียนแสยะยิ้ม “คิดจะลอบโจมตีข้า? เจ้าก็ยังไม่คู่ควร!”

สิ้นเสียงของเขาแสงสีฟ้าพลันแวบผ่านและจิตสังหารที่พุ่งมาจากพื้นดินก็ทะยานขึ้นไปยังทัณฑ์สายฟ้า

เสียงฟ้าคำรามดังระงมฝุ่นดินลอยคลุ้งลมแรงพัดมาพร้อมไอเย็นยะเยือก

คนของราชวงศ์เซียนสวรรค์ไม่ได้หมายจะสู้กับหลินเสวียนโดยตรงพวกเขาแค่อยากทำลายทัณฑ์สายฟ้าเพื่อให้ผู้ฝึกตนที่เหลือล้มเหลวในการบรรลุขอบเขต

หากทำได้เช่นนี้คนในตระกูลหลินจะได้รับบาดเจ็บสาหัส กำลังรบลดลงอย่างมาก

แต่หลินเสวียนจะยอมให้เป็นเช่นนั้นได้อย่างไร?

เขาขี่กระบี่ลอยอยู่กลางอากาศลมแรงพัดจนผมปลิวว่อน แขนเสื้อสะบัดโบกสายตานิ่งสงบจ้องไปยังนายพลขนนกเหล่านั้น

เพียงพริบตากลิ่นอายของเขาเปลี่ยนไป “หนึ่งนิ้วกักขังสวรรค์ปฐพี!”

ปราณมหาศาลพุ่งออกมาราวกับกรงขังผู้ถูกโจมตีไม่อาจหลบหนีได้

เมื่อเห็นการโจมตีของอีกฝ่ายเปลี่ยนไปกะทันหัน สัญชาตญาณเอาชีวิตรอดของนายพลขนนกทำให้เขารีบถอยหอกทองคำในมือฟาดออกสุดกำลังเพื่อสกัดพลังปราณนั้น

“ถอย!”

เมื่อทหารด้านหลังได้ยินก็รีบถอยตามทันที

แต่มันก็สายไปแล้วกรงขังได้มาถึงและหอกทองคำไม่อาจต้านทานพลังของหลินเสวียนได้แม้แต่น้อยเพียงชั่วอึดใจ หอกก็หักสะบั้นเป็นสองท่อน

นายพลขนนกถอยหนีด้วยความตื่นตระหนกแต่คนด้านหลังของเขาไม่โชคดีเช่นนั้นทุกคนถูกนิ้วของหลินเสวียนบดขยี้จนแน่นิ่ง

เสียงโหยหวนดังระงมกลบเสียงสายฟ้าเสียด้วยซ้ำ!

เมื่อเห็นอีกฝ่ายหนีไปอย่างทุลักทุเลหลินเสวียนเพียงแค่นเสียงเย็นชาเขาสะบัดแขนเสื้อยืนตระหง่านท่ามกลางสายลมมองไปยังราชวงศ์เซียนสวรรค์แล้วเอ่ยเย้ยอย่างเย็นชา

“หากมีความสามารถ ก็จงเข้ามา!”

“แม้แต่การลอบโจมตีก็ยังทำไม่ได้ ราชวงศ์เซียนสวรรค์ก็มีดีเพียงเท่านี้!”

หลินเสวียนยืนบนกระบี่อย่างโอหังรัศมีเปล่งปลั่งอย่างยิ่ง

ขณะนั้นเสียงฟ้าคำรามค่อยๆลดลงเมฆดำค่อยๆจางหาย เมฆมงคลลอยออกมาแทนกลายเป็นภาพอันมหัศจรรย์บนท้องฟ้า

แสงเจิดจ้าหลากสีปกคลุมทั่วฟ้าพลังปราณบริสุทธิ์ล้นหลาม

ที่นี่คือสนามรบซึ่งดูดกลืนปราณวิญญาณมหาศาลแต่เวลานี้พลังปราณกลับหนาแน่นจนแทบกลั่นตัวเป็นรูปเมื่อยื่นนิ้วออกไปยังเห็นพลังปราณรอบนิ้วอย่างชัดเจน

สีหน้าของผูฝึกตนจากตระกูลใหญ่ต่างๆล้วนเปี่ยมไปด้วยความยินดีถึงขีดสุด

บางคนถึงกับหลั่งน้ำตาด้วยความดีใจ

สองฟากหุบเขาเปรียบเสมือนสวรรค์กับนรก ด้านหนึ่งชื่นมื่นราวกับงานมงคล ด้านหนึ่งมืดครึ้มคล้ายงานศพ

บรรพชนตระกูลอู่ตบไหล่ผู้นำแดนศักดิ์สิทธิ์ลู่หยุนข้างตัว หรี่ตายิ้มแล้วเอ่ย “เจ้าก็ไวใช่ย่อยนะ แข้งขาไม่ธรรมดาเลย”

ผู้นำแดนศักดิ์สิทธิ์ลู่หยุนกับบรรพชนตระกูลอู่สบตากัน ต่างก็เข้าใจความคิดของกันและกันก่อนจะหัวเราะเบาๆแล้วตอบกลับ “เจ้าก็เหมือนกันไม่ใช่หรือ?”

เมื่อตอนที่หลินเสวียนปล่อยปราณมังกรสองคนนี้ก็เป็นกลุ่มแรกที่ฝ่าเหล่าผู้ฝึกตนมานั่งบ่มเพาะใกล้หลินเสวียนเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับเต๋า

พวกเขารู้ดีว่าแค่ได้อยู่ใกล้หลินเสวียนก็จะได้รับโอกาสและสามารถบรรลุขอบเขตได้โอกาสเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก

แม้ต้องทิ้งศักดิ์ศรีพวกเขาก็ยอมแลก

ขณะนั้นทั้งสองก็หันไปมองทิศทางของของหลินเสวียนพร้อมกัน

แสงหลากสีสันปกคลุมท้องฟ้าเมฆลอยฟุ้งหลินเสวียนยืนบนกระบี่ประหนึ่งเซียนเหินหาว

สตรีศักดิ์สิทธิ์ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งแสงหัวเราะเบาๆ“ไม่แปลกใจเลยที่ผู้คนพูดกันว่าเขามีรัศมีของจักรพรรดิ บุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งตระกูลหลินผู้นี้คืออัจฉริยะที่อาจพบได้เพียงครั้งหนึ่งในหลายแสนปีของอาณาเขตเหนือคราม”

“แต่เหตุใดจึงต้องเป็นตระกูลหลินกันเล่า?”

เหล่าบรรพชนของแต่ละตระกูลพอได้ยินก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ นั่นสินะ!

ตระกูลหลินเคยช่วยชีวิตผู้คนนับร้อยล้านหรืออย่างไร? เหตุใดถึงได้รับพรให้มีบุตรศักดิ์สิทธิ์อันน่าอัศจรรย์เช่นนี้?

บรรพชนเหล่านี้ต่างก็หันไปนึกถึงบุตรศักดิ์สิทธิ์ของตนเอง

ก่อนที่บุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งตระกูลหลินจะถือกำเนิดพวกเขายังพอเรียกได้ว่าเป็นอัจฉริยะ

แต่เมื่อหลินเสวียนถือกำเนิดบุตรศักดิ์สิทธิ์ของแต่ละตระกูลก็ไร้ค่าลงไปในพริบตา!

จบบทที่ 372.บุตรศักสิทธิ์ของตระกูลอื่นช่างไร้ค่า!

คัดลอกลิงก์แล้ว