- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นทารก เสียงของข้าคือเสียงของมหาเต๋า
- 368.ต้องเปลี่ยนแปลงสถานการณ์
368.ต้องเปลี่ยนแปลงสถานการณ์
368.ต้องเปลี่ยนแปลงสถานการณ์
ไป่หยางและไป่หยินหาได้เป็นเช่นนี้ไม่พวกเขาเพิ่งได้เปรียบเล็กน้อยมาอย่างยากลำบากจึงไม่มีทางจะยอมถอยเช่นนี้ พวกเขาไล่ตามและวางแผนจะทำลายตระกูลหลินให้สิ้น!
“ท่านบรรพชนได้รับบาดเจ็บดูเหมือนจะโดนโจมตีจุดสำคัญ!”
“ต่ำช้าเกินไปใช้อาวุธลับงั้นหรือนี่หรือคือท่วงท่าของผู้แข็งแกร่งนับพันปี?”
“ใช่! พอแพ้สู้ไม่ได้ก็ใช้อาวุธลับพวกมันช่างไร้ยางอายเสียจริง!”
กลุ่มคนในตระกูลหลินเห็นว่าหลินชิงเทียนกับจ้าวแห่งหุบเหวมืดเสียเปรียบภายใต้การโจมตีของคู่หยินหยางก็อดไม่ได้ที่จะสาปแช่งเสียงดัง
“เราจะทำอย่างไรดี? บรรพชนของตระกูลหลินกับจ้าวแห่งหุบเหวมืดตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบพวกเราจะมีโอกาสชนะหรือไม่?”
อีกคนหนึ่งพูดขึ้นว่า “รากฐานของตระกูลหลินยังน้อยเกินไปต่อให้มีอัจฉริยะไร้เทียมทานเพียงใดก็ยังอ่อนแอเมื่อเผชิญหน้ากับราชวงศ์เซียนสวรรค์!”
“นั่นสิดูเหมือนว่ารากฐานยังไม่มั่นคงถ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว… เอ๊ะ? บุตรศักดิ์สิทธิ์ของตระกูลหลินหายไปไหน? จู่ๆเขาก็หายไป?”
ในที่สุดก็มีคนสังเกตเห็นว่าหลินเสวียนหายตัวไป
“ดูเหมือนว่าผู้นำตระกูลหลินก็หายตัวไปด้วยหรือว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญของการต่อสู้นี้?”
“อย่าบอกนะว่าพวกเขาหนีไปตอนสุดท้าย!”
มีคนหนึ่งในตระกูลหลินพูดกระซิบนักสู้แนวหน้าเผชิญศึก ส่วนผู้ชมด้านหลังก็พูดไม่ออก
เนื่องจากจ้าวแห่งหุบเหวมืดกับหลินชิงเทียนตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบคนในตระกูลหลินก็รู้สึกว่าไม่มีความหวังในทางตรงกันข้ามฝ่ายราชวงศ์เซียนสวรรค์กลับยิ่งรบยิ่งแข็งแกร่ง
เห็นว่าสถานการณ์เลวร้ายหลินเป่าก็ยิ่งกระวนกระวาย “จะปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้ต้องหาทางทำอะไรสักอย่างแล้ว!”
“ไม่ ข้าต้องไปช่วยท่านบรรพชน!” ขณะพูดเขาก็จับอาวุธปราณวิญญาณพวยพุ่งก่อนจะเหยียบพื้นเตรียมเข้าร่วมศึก
มีคนข้างกายรีบดึงหลินเป่าไว้ “เบื้องล่างนั้นคือยอดฝีมือระดับนั้นพลังของพวกเราไม่มีความหมายเลยเข้าไปก็เท่านั้นแถมยังทำให้ท่านบรรพชนต้องเสียพลังมาคุ้มกันเจ้าอีก”
“ดูสถานการณ์แล้วหาทางจะดีกว่า!”
ทุกคนรอบตัวหลินเป่ารู้จักนิสัยเขาดียิ่งเวลานี้ยิ่งร้อนรนยิ่งโมโหง่ายขณะที่ดูการต่อสู้พวกเขาก็ต้องคอยจับตาหลินเป่าที่ราวกับมดร้อนบนกระทะอยู่ด้วย
คนในตระกูลหลินรู้ดีว่าสถานการณ์ในตอนนี้ไม่เป็นผลดีแก่พวกเขาหากไม่คิดหาทางแพ้แน่นอน
“เสวียนเอ๋อร์อยู่ไหน? เขาต้องมีทางแน่!”
เมื่อเห็นว่าหลินชิงเทียนกับจ้าวแห่งหุบเหวมืดเสียเปรียบ พวกเขาทำได้เพียงทุ่มพลังทั้งหมดเพื่อป้องกันการโจมตีของไป่หยินเท่านั้นจนไม่สามารถโต้กลับได้
เมื่อพวกเขาเห็นการต่อสู้นี้ต่างก็สับสนแต่แล้วหลินเสวียนก็กลับมาและเห็นภาพนี้เข้าพอดี
ทุกคนร้อนรนแทบจะคลั่งแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เมื่อเห็นวิกฤต
ระหว่างทางเมื่อหลินฮ่าวได้ยินว่าหลินเสวียนปล้นห้องสมบัติทั้งหมดของราชวงศ์เซียนสวรรค์ก็ถึงกับแอบยิ้มอย่างปิดไม่มิดเขานำตัวหลินเสวียนและฮวงห่่าวไปแจ้งข่าวนี้กับท่านบรรพชน
ไม่ว่าจะอย่างไรคราวนี้ราชวงศ์เซียนสวรรค์ต้องโดนตัดกำลังอย่างหนักหากพวกเขาชนะศึกนี้ได้ราชวงศ์เซียนสวรรค์ก็คงสิ้นสภาพจากอาณาเขตเหนือครามอย่างสมบูรณ์
นับแต่นั้นตระกูลหลินจะมีชื่อที่โด่งดังที่สุดบนทวีปแห่งนี้เหล่าผู้ฝึกตนจะจดจำชื่อตระกูลหลินไปตลอดกาล
อนาคตของตระกูลหลินจะสดใสไร้อุปสรรค
แต่ที่สำคัญกว่านั้นก็คือหลินเสวียนเขาจะนำพาตระกูลหลินไปสู่อนาคตอันรุ่งโรจน์ยิ่งกว่าเดิม!
เขาไม่คาดคิดเลยว่าเมื่อกลับมาถึงหุบเขาทะเลทรายจะได้เห็นสถานการณ์เช่นนี้
หลินชิงเทียนกับไป่หยินสู้กันมาหลายร้อยกระบวนท่าแต่ก็ยังคงถูกกดดันเขารู้ทันทีว่าสถานการณ์นี้ไม่อาจปล่อยไปได้ต้องหาทางเปลี่ยนสถานการณ์ให้ได้
แต่ก่อนที่เขาจะคิดแผนออกก็ได้ยินเสียงหลินฮ่าวตะโกนลั่นแล้วพุ่งเข้ามาพร้อมหอกทอง
นี่คือศึกของผู้แข็งแกร่งเหนือขอบเขตจิตวิญญาณอย่างมากแค่ขอบเขตแก่นทองคำก็อาจได้รับแรงปะทะและบาดเจ็บสาหัสได้
นี่คือความเป็นความตายแท้ๆแต่ไม่คาดว่าหลินฮ่าวจะใจกล้าบุกเข้าไปเช่นนี้จะไม่เท่ากับสังเวยชีวิตหรอกหรือ?
หลินชิงเทียนโกรธจัดตั้งใจจะใช้พลังทั้งหมดขวางการโจมตีของไป่หยินแล้วเหวี่ยงหลินฮ่าวออกไป
แต่ไม่คาดว่าก่อนที่เขาจะทันได้เคลื่อนไหวหอกทองของหลินฮ่าวกลับส่องแสงสีทองพุ่งตรงไปขวางไป่หยินไว้ก่อนแล้ว!
“เหอะ– ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะทะลวงถึงขอบเขตจิตวิญญาณได้ในเวลาอันสั้นตระกูลหลินของเจ้าช่างไม่ธรรมดาจริงๆ!”
ไป่หยินหัวเราะเยาะเขาไม่คิดอะไรมากแค่เด็กหนุ่มที่พึ่งทะลวงถึงขอบเขตจิตวิญญาณเท่านั้นในเมื่อแม้แต่บรรพชนของตระกูลหลินยังถอยร่นในมือเขาแล้วเขาจะกลัวเด็กคนนี้ไปทำไม?
ก็แค่แมลงตัวหนึ่งเท่านั้นถึงจะต้านรับกระบวนท่าเดียวของเขาก็ถือว่าโชคดีแล้ว!
พลังหอกทองของหลินฮ่าวถูกไป่หยินสลายไปอย่างง่ายดายเขาไม่สนใจแม้แต่น้อยยิ้มเยาะแล้วกล่าวว่า “เช่นนั้นก็ลองดูสิ? ว่าเจ้าฆ่าข้าได้หรือไม่!”
หลินฮ่าวเพิ่งทะลวงถึงขอบเขตจิตวิญญาณในตอนนี้ในตัวมันเดือดพล่านความแข็งแกร่งที่สะสมมาหลายร้อยปีทำให้เขารู้สึกว่าพลังในร่างไม่มีที่สิ้นสุด
แม้แต่เทพเซียนมายืนอยู่ตรงหน้าเขาก็ยังกล้าสังหาร!
เมื่อเห็นว่าการโจมตีของหลินฮ่าวดุดันบรรพชนหลินก็เสริมกระบวนท่าเต็มกำลังแต่ละครั้งดั่งจะทำลายโลกนี้
หลินชิงเทียนได้แต่ส่ายหน้าในใจวิธีเช่นนี้ยังไม่ดีมันเสี่ยงเกินไปพลังที่ระเบิดออกเพียงชั่วขณะอาจทำให้ศัตรูไม่ทันตอบสนอง
แต่หากยืดเยื้อจะทำให้ศัตรูหาช่องว่างโจมตีกลับได้ง่าย และอาจแพ้ภายในกระบวนท่าเดียว!
ในขณะนี้หลินเสวียนเห็นชัดว่าสถานการณ์เริ่มไม่แน่นอนแล้ว
“ก่อนพวกเราจะไปยังสู้กันสูสีอยู่เลยไยตอนนี้กลับรู้สึกเหมือนจะพ่ายแพ้แล้ว?”
เมื่อหลินเป่าเห็นหลินเสวียนกลับมาก็รีบพูดกับเขา “เสวียนเอ๋อร์ดูสิทั้งท่านบรรพชนกับจ้าวแห่งหุบเหวมืดต่างก็ถูกกดดันโดยเฉพาะจ้าวแห่งหุบเหวมืด!”
หลินเสวียนมองไปที่ไป่หยินกับจ้าวแห่งหุบเหวมืดเห็นได้ชัดว่าพลังของจ้าวแห่งหุบเหวมืดถูกกดไว้ด้วยพลังปราณวิญญาณของไป่หยินทำให้เขาไม่อาจปลดปล่อยพลังได้เต็มที่นี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้เขาเสียเปรียบยิ่งเวลาผ่านไป การกดขี่ก็ยิ่งรุนแรงสุดท้ายจ้าวแห่งหุบเหวมืดคงจะแพ้อย่างแน่นอน
หลินเสวียนส่ายหน้าราวกับพูดกับตนเองว่า “เราจะปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้แล้ว”
“นี่คือการโจมตีจุดตายต้องหาวิธีบางอย่างให้ได้”
“แต่ถ้าพวกเขาถูกกดไว้ภายใต้พลังของค่ายกลเช่นนั้นข้ายังจะทำอะไรได้อีก?”
ศึกครั้งนี้ยังคงยากจะชนะหลินฮ่าวกับหลินชิงเทียนประสานมือกันป้องกันการโจมตีของไป่หยางได้อย่างพอดีแต่กับ จ้าวแห่งหุบเหวมืดแล้วสถานการณ์ยังคงเลวร้าย…