- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นทารก เสียงของข้าคือเสียงของมหาเต๋า
- 350.คำพูดที่ย้อนกลับมา
350.คำพูดที่ย้อนกลับมา
350.คำพูดที่ย้อนกลับมา
การรวมพลังค่ายกลของพวกเขาทั้งห้าคนนั้นแม้แต่ผู้ฝึกตนระดับก่อร่างวิญญาณยังอาจตกอยู่ในอันตรายสามคนนั้นเพิ่งจะทะลวงเข้าสู่ขอบเขตจิตวิญญาณย่อมไม่มีทางโง่พอที่จะขัดขืน
เมื่อเห็นกระบี่ใหญ่ที่แผ่พลังอำนาจน่าสะพรึงใจกำลังจะฟาดลงมาหลินเสวียนก็ก้าวไปยืนข้างบรรพชนของตระกูลหลินก่อนจะตะโกนด้วยเสียงใสว่า “โจมตี!”
เมื่อเสียงของหลินเสวียนดังขึ้นกลิ่นอายทรงพลังก็ระเบิดออกมาทันทีร่างทั้งสิบแปดพุ่งล้อมรอบทั้งห้าคนนั้นไว้ แต่ละคนล้วนเป็นผู้ฝึกตนขอบเขตจิตวิญญาณ
“จัดตั้งค่ายกลมังกรพยัคฆ์สวรรค์!”
เสียงของหลินเสวียนดังขึ้นอีกครั้งบรรพชนจิตวิญญาณทั้งสิบแปดต่างแสดงท่าทางประหลาดรูปลักษณ์ของสัตว์อสูรโบราณปรากฏอยู่เบื้องหลังพวกเขาเสียงคำรามของมังกรและพยัคฆ์สะท้านไปทั่วฟ้า
“กลืนกินสวรรค์!”
ภายใต้คำแนะนำของหลินเสวียนรูปร่างของบรรพชนจิตวิญญาณทั้งสิบแปดก็เปลี่ยนไปราวกับสัตว์ร้ายที่สามารถกลืนกินสวรรค์ได้พลังอันบ้าคลั่งทำให้ฟ้าดินแปรเปลี่ยน
หมื่นกระบี่ดำขนาดมหึมาที่ราวกับจะทำลายโลกถูกกลืนลงในวังวนสีดำขนาดยักษ์ราวกับว่าหล่นลงไปในมหาสมุทรไร้ก้นบึ้งไร้ซึ่งระลอกคลื่น
ทั้งห้าคนถอยกรูดไปพร้อมกันเย่วหยุนเทียนส่งเสียงต่ำใบหน้าเต็มไปด้วยความตกใจ
เมื่อครั้งอดีตพวกเขาทั้งห้าร่วมมือกันใช้ค่ายกลนี้จนสามารถปราบผู้ฝึกตนกึ่งก่อร่างวิญญาณได้ทว่าในตอนนี้กลับถูกทำลายลงโดยผู้ฝึกตนจิตวิญญาณที่เพิ่งจะทะลวงได้อย่างง่ายดายมันเป็นไปได้อย่างไรกัน!?
ในยามนั้นหลินเทียนหยากับพวกอีกสองคนหันไปมองกัน พวกเขาบีบอักขระในมือพลังโลหิตทั่วร่างเดือดพล่าน เสื้อผ้าขาดกระจุยกล้ามเนื้อราวกับหินโผล่ออกมาอย่างชัดเจนแขนที่สะบัดออกปล่อยเสียงระเบิดออกมา
ในตอนนี้กลิ่นอายของทั้งสามคนดูเหมือนจะพุ่งขึ้นไปถึงขั้นแปดของขอบเขตจิตวิญญาณหลินเทียนหยากับพวกใช้ค่ายกลผสานพลังร่วมกันบรรพชนหลินที่พึ่งพาพละกำลังในการต่อสู้นั้นแน่นอนว่าย่อมไม่เคยคิดถึงวิธีนี้มาก่อนดังนั้นก่อนการต่อสู้หลินเสวียนจึงรวบรวมข้อมูลค่ายกลต่างๆของราชวงศ์เซียนสวรรค์และวางแผนรับมือไว้ล่วงหน้า
แม้แต่ค่ายกลมังกรพยัคฆ์สวรรค์นี้ก็เป็นผลงานของหลินเสวียนเองเมื่อเริ่มใช้งานค่ายกลจะทำให้เหล่าบรรพชนในค่ายแต่ละคนควบคุมพลังของสัตว์อสูรโบราณจนถึงขีดสุด สามารถกลายร่างเป็นสัตว์ศักสิทธิ์หรือมังกรที่ทรงพลังไร้เทียมทานได้
อย่างไรก็ตามเหล่าบรรพชนทั้งสิบแปดมาจากต่างตระกูล ไม่สามารถประสานพลังได้อย่างสมบูรณ์พวกเขาทำได้เพียงพึ่งพาการชี้แนะของหลินเสวียนเพื่อระเบิดพลังให้ถึงขีดสุดแต่เท่านี้ก็เพียงพอแล้วที่จะรับมือกับผู้ฝึกตนจิตวิญญาณเหล่านี้
ค่ายกลของหลินเทียนหยาทั้งสามนั้นมีลักษณะคล้ายกับค่ายกลห้าพยัคฆ์สามารถกล่าวได้ว่าเป็นเวอร์ชันย่อของค่ายกลห้าพยัคฆ์ใช้ค่ายกลมังกรพยัคฆ์สวรรค์ในการขัดขวางพลังของทั้งห้าคนแล้วให้ทั้งสามโจมตีด้วยความเร็วและจังหวะที่เหนือความคาดหมาย
ท้ายที่สุดแล้วขุนพลขนนกทั้งสี่ของราชวงศ์เซียนสวรรค์รวมถึงหยู่เหวินหู่ต่างก็มีพลังใกล้เคียงกับขอบเขตก่อร่างวิญญาณความแตกต่างระหว่างขั้นหนึ่งกับขั้นสิบของขอบเขตจิตวิญญาณนั้นไม่ใช่สิ่งที่จำนวนคนจะถมช่องว่างได้พวกเขาต้องลงมืออย่างจริงจัง
“หมัดเทพยักษ์!”
ร่างของเย่วหยุนเทียนกับพวกเพิ่งจะตั้งหลักได้หลินเทียนหยากับพวกก็ซัดหมัดออกพร้อมกันพลังปราณมหาศาลหลั่งไหลเข้าสู่ร่างทั้งสามทำให้หมัดนี้ราวกับมีน้ำหนักมหาศาลถึงล้านจิน
ตูม!
เสียงระเบิดดังสนั่นเย่วหยุนเทียนกับพวกถูกซัดกระเด็นถอยหลังไม่หยุดเลือดกระอักออกจากปาก
ทั้งห้าคนแทบสบถออกมาพวกเขามีพลังแต่ใช้ไม่ได้มันน่าอัปยศสิ้นดีกลับถูกกดดันโดยผู้ฝึกตนจิตวิญญาณขั้นต่ำ แม้สุดท้ายจะชนะก็เถอะแต่แค่คำถากถางจากคนอื่นก็คงเอาพวกเขาตายได้แล้ว
“โจมตีเข้าไป!” ดวงตาของหยู่เหวินหู่ฉายแววเคร่งขรึม หากยังถูกกดดันเช่นนี้ต่อไปพลังปราณในร่างย่อมหมดลงอย่างแน่นอนสถานการณ์จะยิ่งย่ำแย่
“หอกมังกรโบราณ!”
เยว่เฉียงคือแกนหลักของค่ายกลเขาหยิบหอกเล่มหนึ่งซึ่งสลักภาพพยัคฆ์ดุร้ายเอาไว้พลังมหาศาลพุ่งเข้าสู่ร่างของเขาอย่างบ้าคลั่งราวกับมีแรงที่จะถอนภูเขาถอนแม่น้ำได้
กลิ่นอายอันน่าหวาดหวั่นพุ่งขึ้นถึงจุดสูงสุดภายใต้การเสริมของปราณหอกเล่มนั้นก็กลายเป็นมังกรพุ่งออกมาพร้อมกลิ่นอายคมกริบ
ดวงตาของหลินเสวียนหดแคบลงภายใต้เนตรหยินหยางเขามองออกได้ทันทีว่าหอกเล่มนี้รวมพลังทั้งหมดของทั้งห้าคนเอาไว้หากระเบิดออกแม้แต่บรรพชนหลินก็คงต้องถอย
เมื่อบรรพชนทั้งสิบแปดในค่ายเห็นหอกที่พุ่งเข้ามาแม้หลินเสวียนยังไม่ได้เอ่ยพวกเขาก็รู้สึกหวั่นใจแล้ว
หากไม่มีหลินเสวียนค่ายกลนี้ก็เป็นเพียงเปลือกเท่านั้นมีรูปแต่ไร้เนื้อแท้
เมื่อตอนฝึกค่ายกลตามคำสั่งของหลินเสวียนความตะลึงงันในใจพวกเขายากจะอธิบายจึงยอมเชื่อฟังอย่างไม่มีข้อแม้
“ร่างอสูรวัวโบราณ!”
เมื่อเสียงหลินเสวียนดังขึ้นบรรพชนทั้งสิบแปดก็รีบทำท่าทางตามทันทีความว่างเปล่าสั่นไหวไม่หยุดกระทบความเร็วของหอก
เสียงคำรามดังก้องจากห้วงอากาศสัตว์อสูรขนาดใหญ่ปิดฟ้าปิดตะวันก้าวออกมาเกล็ดบนตัววัวอสูรโบราณดูราวกับอาวุธสวรรค์
เผชิญหน้ากับหอกที่พุ่งเข้าใส่อสูรวัวโบราณยกแขนขึ้นป้องกันเกล็ดกับหอกกระทบกันจนเกิดประกายไฟเจิดจ้า
ทั้งสองฝ่ายตกอยู่ในสภาพชะงักงันฝ่ายหนึ่งรุกอีกฝ่ายรับ เยว่เฉียงสัมผัสได้ว่าหอกของตนถูกขัดขวางสีหน้าจึงเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อหอกพุ่งออกเช่นมังกรย่อมต้องอาศัยแรงส่งหากเป็นแบบนี้ต่อไปพลังปราณหมดเมื่อใด พวกเขาก็มีแต่ตาย
บรรพชนหลายคนไม่กล้าคลายความระวังบางคนถึงกับแขนสั่นพลังที่ระเบิดออกจากค่ายกลนั้นไม่ใช่ของพวกเขาโดยตรงจึงไม่อาจทานทนได้นาน
ยามนี้การเคลื่อนไหวของทั้งสองฝ่ายตกอยู่ในสายตาของทุกคน ทุกคนล้วนกลั้นหายใจราวกับเป็นผู้ต่อสู้เสียเอง แม้แต่จักรพรรดิแห่งราชวงศ์เซียนสวรรค์ยังลุกขึ้นจากบัลลังก์โดยไม่รู้ตัว
“ผู้อาวุโสเทียนหยา! สังหารหยู่เหวินหู่!”
หลินเสวียนเอ่ยเสียงเย็นชาพละกำลังของหยู่เหวินหู่เริ่มแสดงความอ่อนแรงออกมาดูเหมือนผลกระทบจากอาการบาดเจ็บยังไม่หายดีในเวลานี้เขาคือจุดอ่อนของค่ายกลห้าพยัคฆ์หากเขาตายอีกสี่คนที่เหลือก็ไม่มีทางต้านทานค่ายกลมังกรพยัคฆ์สวรรค์ได้อีกต่อไป
“ฆ่า!”
ทั้งสามตะโกนพร้อมกันบรรพชนเป่ยเฉินกำกระบี่ไวแน่นแล้วพุ่งออกนำหน้าอีกสองคนส่งพลังทั้งหมดเข้าสู่ร่างของเป่ยเฉินทันทีทำให้ความเร็วของเขาพุ่งทะยาน
“ระวัง!”
เย่วหยุนเทียนสังเกตเห็นแผนของทั้งสามคนก็อดรู้สึกตกใจไม่ได้หากถอนพลังในตอนนี้เยว่เฉียงซึ่งเป็นคนถือหอกย่อมต้องเผชิญกับการสะท้อนพลังอันน่าสะพรึงกลัวทว่าหากปล่อยให้หยู่เหวินหู่ตายไปพวกเขาทั้งหมดย่อมถึงจุดจบ
“ให้ตายสิ!” เย่วหยุนเทียนสบถอย่างโกรธจัด
เมื่อเห็นกระบี่ของบรรพชนเป่ยเฉินพุ่งเข้ามาใกล้หยู่เหวินหู่ไม่มีทางเลือกนอกจากถอนพลังดวงตาแดงก่ำยกกระบี่ขึ้นต้าน
หลินชิงเทียนเห็นฉากนี้ก็พลันหัวเราะออกมาอย่างสะใจ
“เจ้ากล้ารึ!” ผู้อาวุโสหยินและหยางตะโกนดังก้อง
ไป่หยินขยับตัวความว่างเปล่าแตกร้าวทว่าทันทีที่เขาพุ่งออกกลับถูกพลังอีกสายหนึ่งสกัดไว้
“หลีกไป!” ไป่หยินจ้องหน้าหลินชิงเทียนด้วยแววตาเย็นยะเยือก
ส่วนไป่หยางพยายามฉีกอากาศหลบหนีแต่ยังไม่ทันยกเท้า ก็ต้องถอยกลับ
“เหตุใดพวกเราต้องยุ่งเรื่องของรุ่นเยาว์ด้วยเล่า?” หลินชิงเทียนเอ่ยพลางยิ้มอย่างมีเลศนัย