- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นทารก เสียงของข้าคือเสียงของมหาเต๋า
- 324.ความอับอายของตระกูลหลิน
324.ความอับอายของตระกูลหลิน
324.ความอับอายของตระกูลหลิน
“หลานรักเจ้าจะท้าประลองกับคนในนั้นได้ไหม?”
หนานหนานพยักหน้า!
หนานหนานยังคงมีความไร้เดียงสาของเด็กน้อยแม้แต่บรรพชนเป่ยเฉินก็ทำได้เพียงเกลี้ยกล่อมนาง
“รอดูตอนที่บุตรศักดิ์สิทธิ์ของตระกูลหลินพ่ายแพ้ได้เลย!” บรรพชนเป่ยเฉินยิ้มอย่างลำพอง
บรรพชนตระกูลหลินไม่พูดอะไร มองเจ้าเฒ่าเป่ยเฉินด้วยสายตาดูถูกในใจคิด ‘สตรีศักดิ์สิทธิ์ขอบเขตหมุนเวียนปราณวัยห้าขวบจะไปยอดเยี่ยมอะไร? ถ้าข้าบอกไปกลัวเจ้าจะตกใจบุตรศักดิ์สิทธิ์ของตระกูลหลินข้าอายุสามขวบแต่มีพลังในขอบเขตตำหนักม่วงเจ้าจะไปเทียบอะไรได้!’
อย่างไรก็ตามเมื่อเห็นสีหน้าบรรพชนหลินเขายิ่งรู้สึกสะใจยิ่งขึ้น
ท่ามกลางสายตาของเหล่ายอดฝีมือมากมาย หนานหนานก้าวเข้าไปในโพรงจักรวาล
“ไม่รู้ว่าบุตรศักดิ์สิทธิ์ของตระกูลหลินกับสตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งตระกูลเป่ยเฉิน ใครจะแข็งแกร่งกว่ากัน?”
ทันทีที่หนานหนานเข้าไปเหล่ายอดฝีมือด้านนอกก็เริ่มพูดคุยกันอย่างคึกคักพวกเขาสนใจการประลองของศิษย์เหล่านี้มากที่สุด
หลินเสวียนที่นอนอยู่ในกำแพงพลังสัมผัสได้ว่ามีคนเข้ามา จึงลุกขึ้นทันทีเมื่อเห็นผู้ที่เข้ามาหลินเสวียนถึงกับตะลึง นี่ไม่ใช่หนานหนานหรือ?
เขาเคยคิดว่าฉิงหูและหนานหนานเป็นผู้หญิงทั้งคู่และน่าจะเข้ากันได้ง่ายและฉิงหูคงพาหนานหนานไปแล้วแต่ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่เช่นนั้น
“พี่หลินเสวียน!”
“หนานหนาน!”
หนานหนานวิ่งเข้าไปในอ้อมกอดของหลินเสวียนและร้องไห้
ตั้งแต่หนานหนานแยกจากพี่ชายของนางมีเพียงหลินเสวียนที่ปฏิบัติต่อนางดีที่สุดหลังจากไม่ได้เจอกันนานนางกลั้นน้ำตาไม่อยู่มันไหลพรากลงมา
“หนานหนานอย่าร้องไห้เจ้ามาทำอะไรที่นี่?” หลินเสวียนลูบหัวน้อยของหนานหนานและหยิบผลวิญญาณออกมาใส่มือของนาง
หนานหนานเช็ดน้ำตาพูดด้วยน้ำเสียงน้อยใจ “ข้างนอกมีตาแก่ใจร้ายคนหนึ่งเขาบอกให้ข้าลงมาทุบตีคนแล้วปรากฏว่าเป็นพี่หลินเสวียนพอข้าออกไปข้าจะรื้อหลังคาบ้านให้พังเลย!”
หนานหนานกำหมัดแน่นใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธ
หลินเสวียนถึงกับกลั้นหัวเราะไม่อยู่
ด้านนอกโพรงจักรวาลเงียบสงัดอย่างน่าประหลาด
หนานหนานไม่ใช่สตรีศักดิ์สิทธิ์ของตระกูลเป่ยเฉินหรือ? ทำไมนางถึงเรียกบุตรศักดิ์สิทธิ์ของตระกูลหลินว่าพี่ชาย?
บรรพชนเป่ยเฉินตะลึงนั่นไม่ใช่สตรีศักดิ์สิทธิ์ของตระกูลเป่ยเฉินของเขาหรือ?
ทำไมในพริบตานางกลายเป็นน้องสาวของบุตรศักดิ์สิทธิ์ตระกูลอื่นไปได้?
เป่ยเฉินหลานเดิมทีอยากพูดถึงหนานหนานและหลินเสวียนแต่ถูกบรรพชนเป่ยเฉินขัดจังหวะยังพูดไม่ทันจบก็ถูกเป่ยเฉินจ้านเรียกตัวไปจึงไม่มีโอกาสได้พูดอะไร
ตาแก่ใจร้าย?
ดูเหมือนจะหมายถึงตัวเขาเอง
บรรพชนหลินถึงกับอึ้งเมื่อไหร่ที่บุตรศักดิ์สิทธิ์ตัวน้อยคนนี้ไปหาน้องสาวมาได้?
ยิ่งไปกว่านั้นอายุของทั้งสองก็ไม่ได้ห่างกันมากหรือว่าหลินฮ่าวจะให้กำเนิดฝาแฝดในตอนนั้น?
บรรพชนหลินอดมองไปที่หลินฮ่าวไม่ได้เมื่อรู้ความคิดของท่านบรรพชน หลินฮ่าวรีบโบกมือเป็นไปไม่ได้ที่ทั้งสองจะเป็นฝาแฝด!
“ตาแก่ใจร้ายชื่อนี้ไม่เลว!” บรรพชนหลินหัวเราะลั่น
ในใจของบรรพชนเป่ยเฉินบ่นพึมพำเมื่อครู่เขายังเยาะเย้ยอีกฝ่ายแต่ตอนนี้กลับถูกตบหน้าซะเองใครกันที่พาเด็กนี่มา? เขาจะต้องลอกหนังมันทั้งเป็น!
เหล่ายอดฝีมือทำให้บรรพชนเป่ยเฉินตื่นตระหนกนี่มันน่าอับอายเกินไปเขากำลังจะเสียหน้าแล้ว
จากนั้นหลินเสวียนพาหนานหนานออกมาทันทีที่ออกมา หนานหนานชี้ไปที่บรรพชนเป่ยเฉินและกล่าว “ตาแก่ใจร้ายคนนี้แหละเขาสั่งให้ข้าลงไปทุบตีท่านพี่!”
หลินเสวียนเข้าใจแจ่มแจ้งที่แท้หนานหนานถูกเป่ยเฉินหลานเก็บมาเลี้ยงไม่แปลกที่เด็กน้อยจะมาปรากฏตัวที่นี่
หนึ่งวันก่อนงานเลี้ยงบรรพชนเป่ยเฉินถึงกับใช้สมบัติล้ำค่าของตระกูลช่วยให้หนานหนานทะลวงสู่ขั้นที่สามของขอบเขตหมุนเวียนปราณแต่ใครจะคาดคิดว่าทั้งหมดนี้กลับกลายเป็นการตบหน้าตัวเขาเอง
“หนานหนาน นี่คือท่านปู่เป่ยเฉินต่อไปเจ้าต้องเชื่อฟังท่านนะ” หลินเสวียนกลั้นหัวเราะไม่อยู่เขาเข้าใจความรู้สึกของบรรพชนเป่ยเฉินในตอนนี้ดี
หลังจากการเกลี้ยกล่อมของหลินเสวียนหนานหนานก็ยอมรับบรรพชนเป่ยเฉินอีกครั้ง
นี่ทำให้บรรพชนเป่ยเฉินรู้สึกดีขึ้นบ้างไม่ว่ายังไงหนานหนานก็ยังเป็นสตรีศักดิ์สิทธิ์ของตระกูลเป่ยเฉินเรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาใหญ่
หลินเสวียนกำลังจะหาที่นั่งพักผ่อนทันใดนั้นศาลาหลังหนึ่งก็พังทลายลงผู้อาวุโสหลินเป่าลุกขึ้นยืนแววตาเย็นเยียบฉายวาบหากมีใครกล้ามาหาเรื่องในงานเลี้ยงของตระกูลหลินคนผู้นั้นคงเบื่อชีวิตแล้ว!
“ข้าชื่อหวังเฟยเหอ ข้าต้องการท้าประลองกับอัจฉริยะของตระกูลหลิน!” กลิ่นอายขอบเขตตำหนักม่วงจากร่างของเขาทำให้ศาลาของตระกูลหลินแตกสลายเหล่ายอดฝีมือเผยสีหน้าไม่พอใจ
หากไม่ใช่เพราะกลิ่นอายที่พวกเขาปล่อยออกมาเพื่อป้องกันคงได้รับผลกระทบไปด้วย
“อัจฉริยะจากที่ใดกัน? ถึงได้หยาบคายเช่นนี้”
หลินเทียนหยาควบคุมหลินเป่าที่กำลังเดือดดาลชายผู้นี้ดูอายุเพียงร้อยปีถือเป็นอัจฉริยะรุ่นเยาว์ผู้อาวุโสของตระกูลหลินไม่เหมาะสมจะลงมือ
ในตระกูลหลินอัจฉริยะที่มีอายุเกินร้อยปีมีเพียงหลินฮ่าวเท่านั้นไม่มีผู้อื่น
บัดนี้หลินฮ่าวทะลวงสู่ขอบเขตแก่นทองคำแล้วหากเขาลงมืออีกครั้งคงถูกกล่าวหาว่ารังแกเด็ก
ยิ่งไปกว่านั้นอัจฉริยะเช่นนี้ไม่น่าจะไร้นามทั้งหมดนี้ดูเหมือนมีการวางแผนใครบางคนกำลังจ้องเล่นงานตระกูลหลิน
บรรพชนหลินมองเห็นจุดนี้หากตระกูลหลินไม่ส่งอัจฉริยะออกไปชื่อเสียงจะย่ำแย่และตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก
“หรือว่าตระกูลหลินอันยิ่งใหญ่จะไม่มีแม้แต่ยอดฝีมือขอบเขตตำหนักม่วง?”
“ถ้ารู้ว่าเป็นตระกูลเช่นนี้ข้าหวังเฟยเหอผู้นี้คงไม่สมควรเสียเวลามาที่นี่!”
เส้นเลือดที่หน้าผากของหลินเป่าปูดโปนที่วางแขนถูกเขาบีบจนแตกหากไม่ใช่เพราะชื่อเสียงของตระกูลหลินเขาคงพุ่งออกไปฉีกเจ้าเด็กนี่เป็นเสี่ยง ๆ แล้ว
“น้องชาย เจ้าพูดจาค่อนข้างรุนแรงไปหน่อย” กลิ่นอายของหลินฮ่าวค่อยๆกดดันหวังเฟยเหอน้ำเสียงเย็นเยียบ
“ตระกูลหลินคิดจะรังแกรุ่นเยาว์หรือ?” หวังเฟยเหอเยาะเย้ยทำให้หลินฮ่าวต้องชะงัก
“หากภายในสิบลมหายใจไม่มีใครรับคำท้าข้าจะรื้อป้ายตระกูลหลินลงมีใครคัดค้านไหม?” หวังเฟยเหอเผยรอยยิ้มชั่วร้าย
“สิบ! เก้า! แปด…”
“ไม่ต้องนับข้าจะจัดการเจ้าเอง” สีหน้าของหลินเสวียนเย็นชาไม่มีกลิ่นอายใดๆหลุดออกจากร่างแต่เมื่อยืนอยู่ตรงนั้น เขากลับให้ความรู้สึกกดดันมหาศาล
“เสวียนเอ๋อร์!”
“บุตรศักดิ์สิทธิ์!”
ศิษย์ของตระกูลหลินจำนวนนับไม่ถ้วนตะโกนออกมา
“บุตรศักดิ์สิทธิ์ข้าจะสู้กับมันเอง!” หลินเสี่ยวไห่ถลกเสื้อออกใบหน้าเต็มไปด้วยความเดือดดาลต่อให้ต้องตายเขาจะไม่ยอมให้หลินเสวียนขึ้นไป
“ถอยไป” บรรพชนหลินกล่าวเดิมทีอยากเก็บตัวเงียบแต่เมื่อบางคนไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้นเขาจะฆ่าฟันเพื่อปกป้องชื่อเสียงของตระกูลหลิน
“เด็กน้อยอยากสู้กับข้า? เจ้าไม่คู่ควร!”
“เจ้ากลัว!” หลินเสวียนกล่าวอย่างนิ่งสงบ
“ข้าจะกลัวเจ้างั้นหรือ? ช่างน่าขัน!”
“ในเมื่อเจ้าแสวงหาความตายข้าจะสนองให้!” หวังเฟยเหอหัวเราะด้วยความโกรธเตรียมเข้าสู่โพรงจักรวาลเพื่อประลอง
หลินเสวียนเหลือบมองเขาแล้วยืนนิ่งอยู่ที่เดิม
“แค่กระบวนท่าเดียวก็พอจัดการเจ้าจะเข้าไปทำไม? เสียเวลาเปล่า”
“ใครไม่รู้จักโม้? แต่การโม้ต่อหน้าข้าเจ้าต้องจ่ายราคา…” หวังเฟยเหอปลดปล่อยจิตสังหารเข้มข้นราวกับมาเตรียมการไว้แล้ว