เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

320.ผู้ฝึกกายา

320.ผู้ฝึกกายา

320.ผู้ฝึกกายา


เหล่ยหวงเทียนพยักหน้ารับเบาๆทุกตระกูลต่างก็มีสมบัติวิญญาณลักษณะนี้กันทั้งนั้นเพียงแต่ขนาดภายในของแต่ละชิ้นนั้นแตกต่างกันไป

เส้นผ่านศูนย์กลางขนาดนี้ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว

หลินฮ่าวสั่งเรียกองครักษ์ของตระกูลหลินและส่งกลุ่มรุ่นเยาว์บางส่วนเข้ามาที่นี่

เมื่อรุ่นเยาว์ของตระกูลหลินปรากฏตัวขึ้นก็เรียกความสนใจจากเหล่าผู้อาวุโสทั้งหลายได้ทันที

"นี่เป็นรุ่นเยาว์ทั้งหมดของตระกูลหลินงั้นหรือ?" ผู้อาวุโสจากแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งกล่าวอย่างตกตะลึงพลังปราณวิญญาณของศิษย์เหล่านี้ช่างล้นเปี่ยมและกลิ่นอายของพวกเขาก็แข็งแกร่งอย่างเหลือเชื่อแม้แต่รากฐานก็ยังมั่นคงแน่นหนา

ไม่ว่าจะหยิบจับใครขึ้นมาก็ต่างมีคุณสมบัติพอจะถูกตระกูลทั้งหลายเลี้ยงดูให้เป็นผู้สืบทอด

แต่ในตระกูลหลินนั้นกลับมีบุตรศักดิ์สิทธิ์ที่ท้าทายสวรรค์ปรากฏขึ้นจนทำให้พวกเขาทั้งหมดไม่อาจเชิดหน้าขึ้นมาได้

ยิ่งไปกว่านั้นพวกรุ่นเยาว์คนอื่นของตระกูลหลินกลับยังมีพรสวรรค์สูงส่งถึงเพียงนี้แล้วคนอื่นเขาจะมีที่ยืนได้อย่างไร?

"แค่เจ้าพวกตัวแสบเท่านั้นแหละทำขายหน้าต่อหน้าพี่อู่เสียจริง"

หลินเป่าทำท่าเสแสร้งว่ารู้สึกเสียใจแต่ในใจกลับสบถว่า “ให้ตายเถอะ…”

แบบนี้มันยิ่งกว่าฆ่าคนเสียอีก

เหตุการณ์ตรงหน้าทำให้เหล่าบรรพชนต่างอิจฉาจนแทบกัดฟันตายอีกพันปีข้างหน้าตระกูลหลินจะสามารถยืนหยัดเป็นขุมอำนาจยิ่งใหญ่ได้อย่างไม่ต้องสงสัยโดยเฉพาะเมื่อมียอดฝีมืออย่างบรรพชนตระกูลหลินหนุนหลังอยู่ด้วยนี่มันแนวโน้มอันทรงอำนาจโดยแท้

ผู้ฝึกตนที่เคยรู้สึกเสียใจที่ไม่พาลูกหลานมาในครั้งนี้ต่างก็เริ่มรู้สึกว่า…อย่างน้อยพวกตนก็ไม่ต้องอับอายไปมากกว่านี้

ตอนนี้มันยากจะบอกแล้วว่าใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายถูกตบหน้า

เหล่ายอดฝีมือจากตระกูลต่างๆเริ่มกระซิบกระซาบกันด้วยความสนุกสนานตั้งใจจะรอดูพวกคนเก่งที่อวดดีหน้าแหกกันต่อหน้าต่อตา

ท่ามกลางสายตาของบรรพชนทั้งหลายอัจฉริยะของตระกูลหลินผู้หนึ่งที่โลหิตพลุ่งพล่านก็ก้าวออกมาอย่างองอาจ

“ข้าหลินเสี่ยวไห่แห่งตระกูลหลินขั้นเก้าของขอบเขตสร้างรากฐาน!”

“ใครอยากประมือกับข้าบ้าง?”

หลินเสี่ยวไห่สืบทอดมรดกการฝึกกายของตระกูลหลินได้อย่างสมบูรณ์แม้แต่ผู้ฝึกตนขอบเขตหมุนเวียนปราณยังอาจทานพลังหมัดของเขาไม่อยู่

เมื่อบรรพชนหลินเห็นหลินเสี่ยวไห่ก็พยักหน้าด้วยความพอใจเขาคือผู้ฝึกตนขอบเขตสร้างรากฐานขั้นเก้าด้วยอายุห้าสิบปีเป็นผู้มีพรสวรรค์ที่ดีและอุปนิสัยน่ายกย่อง

หากไม่ใช่เพราะราชวงศ์เซียนสวรรค์มาปั่นป่วนตอนแดนลับโบราณเปิดหลินเสี่ยวไห่อาจทะลวงถึงขอบเขตหมุนเวียนปราณไปแล้วก็เป็นได้

ทันใดนั้นก็มีร่างหนึ่งพุ่งออกมาจากฝั่งสำนักมังกรดำพลังของขอบเขตหมุนเวียนปราณปะทุออกมาอย่างรุนแรงทว่าเมื่อกระแทกใส่หลินเสี่ยวไห่แต่เขากลับยังคงยืนนิ่งดุจขุนเขาไม่หวั่นไหวแม้แต่น้อย

เมื่อเห็นฉากนี้ผู้อาวุโสสำนักมังกรดำถึงกับหน้าเสีย ‘ระดับสูงกว่ามันตั้งขั้นหนึ่งแท้ๆแต่ยังเป็นรองอีกช่างไร้ค่าเสียจริง’

“กู่เทียนอู่ แห่งสำนักมังกรดำ!”

กู่เทียนอู่คารวะหลินเสี่ยวไห่เล็กน้อยพลางเก็บกลิ่นอายของตนกลับ

“ข้าอยู่เหนือเจ้าหนึ่งขั้นเพื่อไม่ให้รังแกกันเกินไปข้าจะกดพลังตนเองไว้ที่ขั้นเก้าของขอบเขตสร้างรากฐาน!”

“ไม่ต้องหรอกเจ้าจะยิ่งแข็งแกร่งข้าก็ยิ่งฮึกเหิม!”

จิตต่อสู้ของหลินเสี่ยวไห่พุ่งทะยานสู่ฟากฟ้าพลังโลหิตที่พลุ่งพล่านก่อเกิดเป็นม่านโลหิตบางๆปกคลุมทั่วร่างของเขา

กลิ่นอายเลือดเนื้ออันทรงพลังราวกับจะทำให้ทั้งฟ้าดินสะท้าน

กู่เทียนอู่ก้าวเข้าสู่สมบัติวิเศษหลินเสี่ยวไห่ก็ตามเข้าไปติด ๆร่างของทั้งสองค่อยๆเล็กลงจนหายเข้าไปในม่านพลัง

ฉากเบื้องหน้าพลันแปรเปลี่ยนทั้งสองโผล่มาอยู่ในสนามรบโบราณพร้อมเสียงแตรสงครามเก่าแก่ดังก้องอยู่ในหู ราวกับกองทัพใหญ่กำลังจะเคลื่อนทัพออกสู่สนามรบ

จิตสังหารอันน่าตกตะลึงพลันปะทุออกมาราวกับจะกลืนจิตใจของทั้งสองเอาไว้…

กู่เทียนอู่แค่นเสียงเย็นเยียบลมปราณวิญญาณที่แผ่ออกมาก่อเกิดเป็นระลอกคลื่นสะท้อนภาพลวงตาให้สลายไป

ร่างของหลินเสี่ยวไห่ซึ่งเต็มไปด้วยพลังโลหิตถึงกับสั่นสะท้านแรงมหาศาลพลันทำให้มิติสั่นสะเทือน

สมบัติวิเศษเช่น “โถงจักรวาล” นี้โดยมากล้วนได้มาจากดินแดนต้องห้ามหรือโลกใบเล็กถูกผู้เชี่ยวชาญกลั่นสร้างขึ้นจนกลายเป็นสมบัติวิเศษระดับนี้

มันมีพลังลวงตาแฝงอยู่ซึ่งสามารถชักนำจิตใจหากไม่อาจต้านทานพลังนี้ได้ย่อมตกเป็นรองในสนามรบโดยปริยาย

ด้วยพลังของอัจฉริยะเหล่านั้นแค่เพียงสะบัดมือก็สามารถลบเลือนภาพลวงตานี้ได้แต่พวกเขากลับเลือกที่จะไม่ทำ เพราะสิ่งนี้ถือเป็นการฝึกฝนสำหรับเหล่าอัจฉริยะผู้ยังไม่บรรลุขีดสุด

พวกเขาย่อมเข้าใจดีว่าหากไร้ซึ่งพลังที่แท้จริงก็ไม่มีคุณสมบัติแม้แต่จะเผชิญหน้ากับยอดฝีมือ

“เจ้าเด็กสองคนนี้ไม่เลวเลยเด็กหนุ่มจากตระกูลหลินนั่นน่าจะเป็นผู้ฝึกกายายังพอมีโอกาสเอาชนะผู้ฝึกตนขอบเขตหมุนเวียนปราณขั้นแรกได้อยู่เพียงแต่...การจะรับมือกับกู่เทียนอู่นั้นดูจะยากสักหน่อย”

ผู้อาวุโสจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ผู้หนึ่งกล่าวพลางวิเคราะห์ทั้งสองด้วยแววตาลึกล้ำด้วยสายตาของเขามองปราดเดียวก็รู้ว่ากู่เทียนอู่จงใจปกปิดระดับพลังแท้จริงแล้วเข้าสู่ขอบเขตหมุนเวียนปราณขั้นสามแล้ว

อีกทั้งอายุเกินเก้าสิบปีแล้วแต่ทว่าในทวีปสวรรค์ยังถือว่าอยู่ในช่วงวัยเดียวกับหลินเสี่ยวไห่ซึ่งอยู่ระหว่างห้าสิบถึงร้อยปีแต่พรสวรรค์ของกู่เทียนอู่...ย่อมสู้หลินเสี่ยวไห่ไม่ได้เลย

“ข้าขอฟันธง...หลินเสี่ยวไห่จะต้องเป็นฝ่ายชนะแน่นอน!”

หลินเสวียนที่แอบมองการประลองผ่านสมบัติวิเศษกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นใจ

“เจ้าดูออกได้อย่างไร?”

หลินเทียนหยารู้สึกประหลาดใจไม่น้อยแม้แต่เขาเองยังไม่อาจคาดเดาผลลัพธ์ได้แล้วหลินเสวียนดูออกได้อย่างไร?

หลินเสี่ยวไห่ราวกับอสูรร่างมนุษย์เขาใช้พลังกายอันล้นเหลือเข้าปะทะกับกู่เทียนอู่อย่างตรงไปตรงมาทุกย่างก้าวที่เขาก้าวเดินพลันฝากรอยลึกไว้บนพื้นดินแห้งผาก

อาศัยความว่องไวของร่างกายกู่เทียนอู่กระโจนขึ้นกลางอากาศพุ่งมาด้านหลังหลินเสี่ยวไห่อย่างฉับไว

“หมัดโจวอันยิ่งใหญ่!”

เสียงคำรามต่ำดังขึ้นร่างของกู่เทียนอู่ดูราวกับแปรเปลี่ยนเป็นอักษรคำว่า ‘โจว’ พลังปราณวิญญาณมหาศาลรวมตัวอยู่ที่ฝ่ามือก่อนจะกระแทกใส่หลินเสี่ยวไห่

หลินเสี่ยวไห่หันกลับมาแต่มันก็สายเกินไปจะหลบเลี่ยง หากรับหมัดนี้เข้าไปเต็มๆย่อมได้รับบาดเจ็บสาหัสแน่นอน

ทว่าหลินเสี่ยวไห่กลับเผยรอยยิ้มซื่อๆออกมาเขาสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วหยุดยืนอยู่กับที่

ตูม!

หลินเสี่ยวไห่รับหมัดของกู่เทียนอู่อย่างจังแรงสะท้อนกลับทำให้แขนของกู่เทียนอู่ถึงกับชาเขาจึงรีบชักมือกลับอย่างรวดเร็ว

“เจ้ามาแล้วยังจะคิดหนีกลับไปอีกหรือ?”

หลินเสี่ยวไห่คว้าจับแขนของกู่เทียนอู่ไว้แน่นเหยียดขาออกตั้งหลักบนพื้นก่อนจะตะโกนลั่นเตรียมจะเหวี่ยงอีกฝ่ายออกไป

“ดี! สมแล้วที่เป็นสายเลือดของตระกูลหลินข้า!”

“ร้ายกาจยิ่งนัก!”

หลินเป่ากล่าวอย่างปลื้มใจยิ่งกับวิธีการต่อสู้ของหลินเสี่ยวไห่ที่หนักแน่นดุดันปะทะตรงจุดไม่มีลีลาหากหมัดเดียวไม่ล้มก็ซัดซ้ำอีกรอบ!

เหล่ยหวงเทียนเองก็เริ่มสนใจวิถีแห่งการฝึกกายาเช่นกัน ตลอดหลายยุคหลายสมัยตระกูลใหญ่โดยมากล้วนฝึกปราณวิญญาณหาได้มีผู้เน้นการขัดเกลาร่างกายน้อยนัก แม้แต่ในยุคโบราณก็ตาม

เขาเคยชินกับการใช้พลังปราณในการต่อสู้แต่จู่ๆเมื่อได้เห็นวิถีของผู้ฝึกกายาก็เริ่มมองเห็นประโยชน์ของแนวทางนี้

“ผู้นำตระกูลเหล่ยท่าทางท่านจะสนใจเคล็ดวิชาฝึกกายานี้ไม่น้อย?” บรรพชนตระกูลหลินเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม

“แน่นอน!”

เหล่ยหวงเทียนไม่ได้ปิดบังอะไรยอมรับออกมาตรงๆ

“แล้วท่านคิดเห็นอย่างไรหรือ?”

เหล่ยหวงเทียนมองการต่อสู้อยู่ครู่หนึ่งก่อนกล่าวว่า

“แม้ปราณวิญญาณจะใช้งานสะดวกมีพลังโจมตีและทำลายล้างรุนแรงแต่กลับด้อยในเรื่องของความต่อเนื่อง”

“ในทางกลับกันแก่นโลหิตในร่างของผู้ฝึกกายากลับทรงพลังอย่าน่าเหลื่อเชื่อความสามารถในการต่อสู้ยืดเยื้อสูงกว่าผู้ฝึกปราณวิญญาณหลายเท่า”

“หากสองฝ่ายเผชิญหน้ากันเมื่อปราณวิญญาณหมดลง ผู้ฝึกกายาย่อมคว้าชัยชนะได้อย่างเด็ดขาด”

ซึ่งผลการต่อสู้ครั้งนี้...ก็เป็นไปตามนั้น

แม้ดูผิวเผินเหมือนกู่เทียนอู่จะได้เปรียบทว่าในความเป็นจริงปราณวิญญาณของเขากำลังลดลงอย่างรวดเร็ว!

จบบทที่ 320.ผู้ฝึกกายา

คัดลอกลิงก์แล้ว