- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นทารก เสียงของข้าคือเสียงของมหาเต๋า
- 320.ผู้ฝึกกายา
320.ผู้ฝึกกายา
320.ผู้ฝึกกายา
เหล่ยหวงเทียนพยักหน้ารับเบาๆทุกตระกูลต่างก็มีสมบัติวิญญาณลักษณะนี้กันทั้งนั้นเพียงแต่ขนาดภายในของแต่ละชิ้นนั้นแตกต่างกันไป
เส้นผ่านศูนย์กลางขนาดนี้ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว
หลินฮ่าวสั่งเรียกองครักษ์ของตระกูลหลินและส่งกลุ่มรุ่นเยาว์บางส่วนเข้ามาที่นี่
เมื่อรุ่นเยาว์ของตระกูลหลินปรากฏตัวขึ้นก็เรียกความสนใจจากเหล่าผู้อาวุโสทั้งหลายได้ทันที
"นี่เป็นรุ่นเยาว์ทั้งหมดของตระกูลหลินงั้นหรือ?" ผู้อาวุโสจากแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งกล่าวอย่างตกตะลึงพลังปราณวิญญาณของศิษย์เหล่านี้ช่างล้นเปี่ยมและกลิ่นอายของพวกเขาก็แข็งแกร่งอย่างเหลือเชื่อแม้แต่รากฐานก็ยังมั่นคงแน่นหนา
ไม่ว่าจะหยิบจับใครขึ้นมาก็ต่างมีคุณสมบัติพอจะถูกตระกูลทั้งหลายเลี้ยงดูให้เป็นผู้สืบทอด
แต่ในตระกูลหลินนั้นกลับมีบุตรศักดิ์สิทธิ์ที่ท้าทายสวรรค์ปรากฏขึ้นจนทำให้พวกเขาทั้งหมดไม่อาจเชิดหน้าขึ้นมาได้
ยิ่งไปกว่านั้นพวกรุ่นเยาว์คนอื่นของตระกูลหลินกลับยังมีพรสวรรค์สูงส่งถึงเพียงนี้แล้วคนอื่นเขาจะมีที่ยืนได้อย่างไร?
"แค่เจ้าพวกตัวแสบเท่านั้นแหละทำขายหน้าต่อหน้าพี่อู่เสียจริง"
หลินเป่าทำท่าเสแสร้งว่ารู้สึกเสียใจแต่ในใจกลับสบถว่า “ให้ตายเถอะ…”
แบบนี้มันยิ่งกว่าฆ่าคนเสียอีก
เหตุการณ์ตรงหน้าทำให้เหล่าบรรพชนต่างอิจฉาจนแทบกัดฟันตายอีกพันปีข้างหน้าตระกูลหลินจะสามารถยืนหยัดเป็นขุมอำนาจยิ่งใหญ่ได้อย่างไม่ต้องสงสัยโดยเฉพาะเมื่อมียอดฝีมืออย่างบรรพชนตระกูลหลินหนุนหลังอยู่ด้วยนี่มันแนวโน้มอันทรงอำนาจโดยแท้
ผู้ฝึกตนที่เคยรู้สึกเสียใจที่ไม่พาลูกหลานมาในครั้งนี้ต่างก็เริ่มรู้สึกว่า…อย่างน้อยพวกตนก็ไม่ต้องอับอายไปมากกว่านี้
ตอนนี้มันยากจะบอกแล้วว่าใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายถูกตบหน้า
เหล่ายอดฝีมือจากตระกูลต่างๆเริ่มกระซิบกระซาบกันด้วยความสนุกสนานตั้งใจจะรอดูพวกคนเก่งที่อวดดีหน้าแหกกันต่อหน้าต่อตา
ท่ามกลางสายตาของบรรพชนทั้งหลายอัจฉริยะของตระกูลหลินผู้หนึ่งที่โลหิตพลุ่งพล่านก็ก้าวออกมาอย่างองอาจ
“ข้าหลินเสี่ยวไห่แห่งตระกูลหลินขั้นเก้าของขอบเขตสร้างรากฐาน!”
“ใครอยากประมือกับข้าบ้าง?”
หลินเสี่ยวไห่สืบทอดมรดกการฝึกกายของตระกูลหลินได้อย่างสมบูรณ์แม้แต่ผู้ฝึกตนขอบเขตหมุนเวียนปราณยังอาจทานพลังหมัดของเขาไม่อยู่
เมื่อบรรพชนหลินเห็นหลินเสี่ยวไห่ก็พยักหน้าด้วยความพอใจเขาคือผู้ฝึกตนขอบเขตสร้างรากฐานขั้นเก้าด้วยอายุห้าสิบปีเป็นผู้มีพรสวรรค์ที่ดีและอุปนิสัยน่ายกย่อง
หากไม่ใช่เพราะราชวงศ์เซียนสวรรค์มาปั่นป่วนตอนแดนลับโบราณเปิดหลินเสี่ยวไห่อาจทะลวงถึงขอบเขตหมุนเวียนปราณไปแล้วก็เป็นได้
ทันใดนั้นก็มีร่างหนึ่งพุ่งออกมาจากฝั่งสำนักมังกรดำพลังของขอบเขตหมุนเวียนปราณปะทุออกมาอย่างรุนแรงทว่าเมื่อกระแทกใส่หลินเสี่ยวไห่แต่เขากลับยังคงยืนนิ่งดุจขุนเขาไม่หวั่นไหวแม้แต่น้อย
เมื่อเห็นฉากนี้ผู้อาวุโสสำนักมังกรดำถึงกับหน้าเสีย ‘ระดับสูงกว่ามันตั้งขั้นหนึ่งแท้ๆแต่ยังเป็นรองอีกช่างไร้ค่าเสียจริง’
“กู่เทียนอู่ แห่งสำนักมังกรดำ!”
กู่เทียนอู่คารวะหลินเสี่ยวไห่เล็กน้อยพลางเก็บกลิ่นอายของตนกลับ
“ข้าอยู่เหนือเจ้าหนึ่งขั้นเพื่อไม่ให้รังแกกันเกินไปข้าจะกดพลังตนเองไว้ที่ขั้นเก้าของขอบเขตสร้างรากฐาน!”
“ไม่ต้องหรอกเจ้าจะยิ่งแข็งแกร่งข้าก็ยิ่งฮึกเหิม!”
จิตต่อสู้ของหลินเสี่ยวไห่พุ่งทะยานสู่ฟากฟ้าพลังโลหิตที่พลุ่งพล่านก่อเกิดเป็นม่านโลหิตบางๆปกคลุมทั่วร่างของเขา
กลิ่นอายเลือดเนื้ออันทรงพลังราวกับจะทำให้ทั้งฟ้าดินสะท้าน
กู่เทียนอู่ก้าวเข้าสู่สมบัติวิเศษหลินเสี่ยวไห่ก็ตามเข้าไปติด ๆร่างของทั้งสองค่อยๆเล็กลงจนหายเข้าไปในม่านพลัง
ฉากเบื้องหน้าพลันแปรเปลี่ยนทั้งสองโผล่มาอยู่ในสนามรบโบราณพร้อมเสียงแตรสงครามเก่าแก่ดังก้องอยู่ในหู ราวกับกองทัพใหญ่กำลังจะเคลื่อนทัพออกสู่สนามรบ
จิตสังหารอันน่าตกตะลึงพลันปะทุออกมาราวกับจะกลืนจิตใจของทั้งสองเอาไว้…
กู่เทียนอู่แค่นเสียงเย็นเยียบลมปราณวิญญาณที่แผ่ออกมาก่อเกิดเป็นระลอกคลื่นสะท้อนภาพลวงตาให้สลายไป
ร่างของหลินเสี่ยวไห่ซึ่งเต็มไปด้วยพลังโลหิตถึงกับสั่นสะท้านแรงมหาศาลพลันทำให้มิติสั่นสะเทือน
สมบัติวิเศษเช่น “โถงจักรวาล” นี้โดยมากล้วนได้มาจากดินแดนต้องห้ามหรือโลกใบเล็กถูกผู้เชี่ยวชาญกลั่นสร้างขึ้นจนกลายเป็นสมบัติวิเศษระดับนี้
มันมีพลังลวงตาแฝงอยู่ซึ่งสามารถชักนำจิตใจหากไม่อาจต้านทานพลังนี้ได้ย่อมตกเป็นรองในสนามรบโดยปริยาย
ด้วยพลังของอัจฉริยะเหล่านั้นแค่เพียงสะบัดมือก็สามารถลบเลือนภาพลวงตานี้ได้แต่พวกเขากลับเลือกที่จะไม่ทำ เพราะสิ่งนี้ถือเป็นการฝึกฝนสำหรับเหล่าอัจฉริยะผู้ยังไม่บรรลุขีดสุด
พวกเขาย่อมเข้าใจดีว่าหากไร้ซึ่งพลังที่แท้จริงก็ไม่มีคุณสมบัติแม้แต่จะเผชิญหน้ากับยอดฝีมือ
“เจ้าเด็กสองคนนี้ไม่เลวเลยเด็กหนุ่มจากตระกูลหลินนั่นน่าจะเป็นผู้ฝึกกายายังพอมีโอกาสเอาชนะผู้ฝึกตนขอบเขตหมุนเวียนปราณขั้นแรกได้อยู่เพียงแต่...การจะรับมือกับกู่เทียนอู่นั้นดูจะยากสักหน่อย”
ผู้อาวุโสจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ผู้หนึ่งกล่าวพลางวิเคราะห์ทั้งสองด้วยแววตาลึกล้ำด้วยสายตาของเขามองปราดเดียวก็รู้ว่ากู่เทียนอู่จงใจปกปิดระดับพลังแท้จริงแล้วเข้าสู่ขอบเขตหมุนเวียนปราณขั้นสามแล้ว
อีกทั้งอายุเกินเก้าสิบปีแล้วแต่ทว่าในทวีปสวรรค์ยังถือว่าอยู่ในช่วงวัยเดียวกับหลินเสี่ยวไห่ซึ่งอยู่ระหว่างห้าสิบถึงร้อยปีแต่พรสวรรค์ของกู่เทียนอู่...ย่อมสู้หลินเสี่ยวไห่ไม่ได้เลย
“ข้าขอฟันธง...หลินเสี่ยวไห่จะต้องเป็นฝ่ายชนะแน่นอน!”
หลินเสวียนที่แอบมองการประลองผ่านสมบัติวิเศษกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นใจ
“เจ้าดูออกได้อย่างไร?”
หลินเทียนหยารู้สึกประหลาดใจไม่น้อยแม้แต่เขาเองยังไม่อาจคาดเดาผลลัพธ์ได้แล้วหลินเสวียนดูออกได้อย่างไร?
หลินเสี่ยวไห่ราวกับอสูรร่างมนุษย์เขาใช้พลังกายอันล้นเหลือเข้าปะทะกับกู่เทียนอู่อย่างตรงไปตรงมาทุกย่างก้าวที่เขาก้าวเดินพลันฝากรอยลึกไว้บนพื้นดินแห้งผาก
อาศัยความว่องไวของร่างกายกู่เทียนอู่กระโจนขึ้นกลางอากาศพุ่งมาด้านหลังหลินเสี่ยวไห่อย่างฉับไว
“หมัดโจวอันยิ่งใหญ่!”
เสียงคำรามต่ำดังขึ้นร่างของกู่เทียนอู่ดูราวกับแปรเปลี่ยนเป็นอักษรคำว่า ‘โจว’ พลังปราณวิญญาณมหาศาลรวมตัวอยู่ที่ฝ่ามือก่อนจะกระแทกใส่หลินเสี่ยวไห่
หลินเสี่ยวไห่หันกลับมาแต่มันก็สายเกินไปจะหลบเลี่ยง หากรับหมัดนี้เข้าไปเต็มๆย่อมได้รับบาดเจ็บสาหัสแน่นอน
ทว่าหลินเสี่ยวไห่กลับเผยรอยยิ้มซื่อๆออกมาเขาสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วหยุดยืนอยู่กับที่
ตูม!
หลินเสี่ยวไห่รับหมัดของกู่เทียนอู่อย่างจังแรงสะท้อนกลับทำให้แขนของกู่เทียนอู่ถึงกับชาเขาจึงรีบชักมือกลับอย่างรวดเร็ว
“เจ้ามาแล้วยังจะคิดหนีกลับไปอีกหรือ?”
หลินเสี่ยวไห่คว้าจับแขนของกู่เทียนอู่ไว้แน่นเหยียดขาออกตั้งหลักบนพื้นก่อนจะตะโกนลั่นเตรียมจะเหวี่ยงอีกฝ่ายออกไป
“ดี! สมแล้วที่เป็นสายเลือดของตระกูลหลินข้า!”
“ร้ายกาจยิ่งนัก!”
ช
หลินเป่ากล่าวอย่างปลื้มใจยิ่งกับวิธีการต่อสู้ของหลินเสี่ยวไห่ที่หนักแน่นดุดันปะทะตรงจุดไม่มีลีลาหากหมัดเดียวไม่ล้มก็ซัดซ้ำอีกรอบ!
เหล่ยหวงเทียนเองก็เริ่มสนใจวิถีแห่งการฝึกกายาเช่นกัน ตลอดหลายยุคหลายสมัยตระกูลใหญ่โดยมากล้วนฝึกปราณวิญญาณหาได้มีผู้เน้นการขัดเกลาร่างกายน้อยนัก แม้แต่ในยุคโบราณก็ตาม
เขาเคยชินกับการใช้พลังปราณในการต่อสู้แต่จู่ๆเมื่อได้เห็นวิถีของผู้ฝึกกายาก็เริ่มมองเห็นประโยชน์ของแนวทางนี้
“ผู้นำตระกูลเหล่ยท่าทางท่านจะสนใจเคล็ดวิชาฝึกกายานี้ไม่น้อย?” บรรพชนตระกูลหลินเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
“แน่นอน!”
เหล่ยหวงเทียนไม่ได้ปิดบังอะไรยอมรับออกมาตรงๆ
“แล้วท่านคิดเห็นอย่างไรหรือ?”
เหล่ยหวงเทียนมองการต่อสู้อยู่ครู่หนึ่งก่อนกล่าวว่า
“แม้ปราณวิญญาณจะใช้งานสะดวกมีพลังโจมตีและทำลายล้างรุนแรงแต่กลับด้อยในเรื่องของความต่อเนื่อง”
“ในทางกลับกันแก่นโลหิตในร่างของผู้ฝึกกายากลับทรงพลังอย่าน่าเหลื่อเชื่อความสามารถในการต่อสู้ยืดเยื้อสูงกว่าผู้ฝึกปราณวิญญาณหลายเท่า”
“หากสองฝ่ายเผชิญหน้ากันเมื่อปราณวิญญาณหมดลง ผู้ฝึกกายาย่อมคว้าชัยชนะได้อย่างเด็ดขาด”
ซึ่งผลการต่อสู้ครั้งนี้...ก็เป็นไปตามนั้น
แม้ดูผิวเผินเหมือนกู่เทียนอู่จะได้เปรียบทว่าในความเป็นจริงปราณวิญญาณของเขากำลังลดลงอย่างรวดเร็ว!