- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นทารก เสียงของข้าคือเสียงของมหาเต๋า
- 318.การมาถึงของตระกูลโบราณ
318.การมาถึงของตระกูลโบราณ
318.การมาถึงของตระกูลโบราณ
บรรพชนหลินเดินตรงเข้ามาหาทั้งสองคนพลางเผยรอยยิ้มอย่างผู้เหนือกว่า
เมื่อครั้งอดีต ทั้งสามคนต่างก็อยู่ในระดับเดียวกันแต่ตอนนี้เขาค่อยๆไต่ระดับสูงขึ้นเรื่อยๆขณะที่อีกสองคนนั้นกลับยังยืนอยู่ที่เดิมความรู้สึกเช่นนี้ยากจะบรรยายออกมาเป็นคำพูด
“เจ้าแก่หลิน หลบไปข้ามาเยี่ยนหลานชายของข้าไม่ได้มาหาเจ้า”
“คารวะบรรพชนหลิน!”
เป่ยเฉินจ้านกับซวนชางหลินโค้งคำนับพร้อมกัน
ซวนชางหลินที่อยู่ด้านหลังได้แต่ยิ้มขื่นขนาดพบบรรพชนของอีกฝ่ายก็ยังเปิดศึกกันตั้งแต่คำแรกที่เอ่ยออกมา
“หากข้าไม่มาวันนี้เกรงว่าคราวหน้าเจ้าจะได้ไปเจอข้าที่หลุมฝังศพแล้วล่ะ” กลิ่นอายของบรรพชนเป่ยเฉินนั้นทรงพลังแต่กลับแฝงไว้ด้วยความไม่มั่นคงราวกับเขาสามารถก้าวข้ามขอบเขตได้ทุกเมื่อ
“เจ้าแก่เป่ยเฉิน...หรือว่าเจ้า…”
สายตาของบรรพชนหลินเปลี่ยนไปทันทีเขามองออกในพริบตาว่ากลิ่นอายของเจ้าแก่เป่ยเฉินแม้จะแข็งแกร่งแต่กลับมีร่องรอยพลังชีวิตที่กำลังร่วงโรยอยู่ภายในนั่นคือสัญญาณของอายุขัยที่ใกล้จะสิ้นสุดแล้ว
ก่อนหน้านี้เขาเคยสัมผัสถึงคอขวดนั้นมาแล้วทว่าพลังชีวิตของเขากลับไม่อาจรองรับการทะลวงขั้นได้อีกต่อไป…ตอนนี้เขาเหลืออายุขัยมากสุดก็ไม่เกินร้อยปี
บรรพชนตระกูลหลินได้แต่ทอดถอนใจไม่อาจมีอารมณ์ล้อเล่นเช่นก่อนหน้า
“รีบไปนั่งเถอะ”
ทันทีที่บรรพชนเป่ยเฉินกับบรรพชนตระกูลซวนนั่งลง สายตาทั้งสองก็พลันเบิกกว้างเมื่อเห็นผลไม้วิญญาณและของตกแต่งบนโต๊ะ
“ไปปล้นสำนักไหนมารึไง?” บรรพชนเป่ยเฉินอ้าปากถามอย่างตกตะลึง
สีหน้าของบรรพชนหลินพลันเต็มไปด้วยแววคาดเดามันทำให้บรรพชนเป่ยเฉินอยากจะลุกขึ้นไปต่อยใครสักคนให้หายคันมือ
“คารวะท่านปู่เป่ยเฉิน ท่านปู่ซวน!”
หลินเสวียนเดินเข้ามาทักทายอย่างนอบน้อมคำพูดอันหวานหูของเขาเล่นเอาทั้งสองเกือบเป็นลม
“เฮ้อ...หลานรักของข้าเอ๋ย!” นี่เป็นครั้งแรกที่บรรพชนตระกูลซวนได้พบกับหลินเสวียน
กลิ่นอายปราณม่วงเปล่งประกายจากร่างชะตาสวรรค์ส่องอยู่เหนือศีรษะพลังแห่งมหาเต๋าแฝงอยู่รอบตัวอย่างมองไม่เห็น
พลังของหลินเสวียนลึกล้ำเกินกว่าจะหยั่งถึงแม้แต่บรรพชนซวนก็เดาได้เพียงคร่าวๆ
นี่คืออัจฉริยะโดยแท้
บรรพชนซวนกำลังจะหยิบของที่เตรียมมาออกมาแต่เมื่อเห็น “หินสงบจิตระดับสวรรค์” ที่ห้อยอยู่บนคอหลินเสวียน เขาก็รู้สึกจนขึ้นมาทันทีและไม่กล้าหยิบของที่เตรียมไว้ออกมา
“นี่เป็นครั้งแรกที่เสวียนเอ๋อร์ได้พบกับท่านปู่ซวนข้าขอมอบ ‘หญ้าวิญญาณมังกร’ ต้นนี้ให้เป็นของขวัญ” หลินเสวียนหยิบสมุนไพรวิญญาณออกมากลิ่นอายที่แผ่ออกมาทำให้แม้แต่บรรพชนซวนยังรู้สึกใจไม่สงบ
มังกรทองแหวกว่ายรอบต้นสมุนไพรแสงทองเปล่งประกายลงมาอย่างต่อเนื่อง
บรรพชนซวนตกตะลึง หญ้าวิญญาณมังกร…สมุนไพรวิญญาณระดับสวรรค์ชนิดนี้แทบจะสูญพันธุ์ไปแล้วแต่กลับปรากฏอยู่ตรงหน้าเขา!
เมื่อใช้สมุนไพรนี้ในการทะลวงระดับจะสามารถก่อกำเนิดพลังชีวิตอันเข้มข้นและเร่งการดูดซับพลังปราณวิญญาณได้อย่างมากแม้คุณสมบัตินี้จะดูธรรมดาแต่บรรพชนของตระกูลใหญ่ทั้งหลายก็ยังหามาไม่ได้
สิ่งนี้ทำให้บรรพชนซวนหน้าแดงด้วยความอับอายแต่ก็รับไปอย่างหน้าด้านๆ
“เสวียนเอ๋อร์ เจ้าช่างมีน้ำใจกับปู่นักหากมีใครรังแกเจ้าในภายภาคหน้าปู่จะออกหน้าปกป้องเจ้าเอง!”
เขาพูดพลางลูบศีรษะหลินเสวียนด้วยสีหน้าเปี่ยมรัก
ความจริงแล้วสภาพของเขาไม่ได้ต่างจากบรรพชนเป่ยเฉินมากนักหากไม่ติดว่ากำลังจะสิ้นอายุขัยเขาคงไม่เก็บตัวบ่มเพาะพลังมาตลอดทั้งปีเช่นนี้
แต่ด้วยหญ้าวิญญาณมังกรต้นนี้อย่างน้อยเขาก็มีโอกาสทะลวงถึง “ขอบเขตจิตวิญญาณ” ได้สักครั้ง!
หลินเสวียนกางแขนออกให้บรรพชนเป่ยเฉิน บรรพชนเป่ยเฉินชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเข้าใจความหมายของเด็กน้อยและอุ้มขึ้นมาทันที
“เจ้าหนูนี่ถูกใจข้ามากกว่าเจ้าซะอีก” บรรพชนเป่ยเฉินหยอกหลินเสวียนพลางหันไปมองบรรพชนหลินด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
บรรพชนหลินสะบัดหน้า “ตระกูลหลินของข้ามีบุตรศักดิ์สิทธิ์เช่นนี้แล้วตระกูลเป่ยเฉินของเจ้ามีหรือไม่?”
คำพูดนี้ทำเอาบรรพชนเป่ยเฉินถึงกับแน่นหน้าอกหันหน้าหนีไปอย่างหงุดหงิด
หลินเสวียนยิ้มก่อนจะหยิบสมุนไพรวิญญาณที่ยังไม่สมบูรณ์ออกมากลิ่นอายอันหนาแน่นที่แผ่ออกมาทำให้บรรพชนเป่ยเฉินตาเป็นประกายทันที
“ท่านปู่เป่ยเฉิน นี่ของท่านขอรับ”
“เจ้า...จะให้ข้า?” ร่างของบรรพชนเป่ยเฉินสั่นเล็กน้อยเขาพยายามควบคุมตนเองไม่ให้ดีใจจนเกินไป
แต่สุดท้ายก็ห้ามตัวเองไม่อยู่เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสมุนไพรวิญญาณในมือหลินเสวียนคืออะไรทว่าเพียงแค่กลิ่นอายพลังชีวิตที่แผ่ออกมาก็มากพอจะทำให้จิตใจที่ผ่านโลกมานับพันปีของเขาสั่นคลอน
เขามีอายุยืนยาวมานานนับพันปีสมบัติเพิ่มอายุขัยทั่วไปแทบไม่อาจส่งผลกับเขาได้อีกแล้วแต่สมุนไพรตรงหน้า...กลับทำให้เขาตื่นเต้นถึงเพียงนี้
“รีบรับไปสิหรือเจ้าจะให้ข้าถือไปให้ถึงมือ?” บรรพชนหลินเหลือบตามองเป่ยเฉินอย่างไม่สบอารมณ์
เห็นท่าทางของบรรพชนเป่ยเฉิน หลินเสวียนก็ยิ้มเพียงเบาๆสมุนไพรต้นนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่เขาหักมาจากสมุนไพรอายุวัฒนะหากไม่มีอุบัติเหตุใดๆก็เพียงพอจะเพิ่มอายุขัยให้บรรพชนเป่ยเฉินได้อีกนับพันปีอีกทั้งยังมีโอกาสบรรลุสู่ขอบเขตจิตวิญญาณ!
“ต่อไปนี้ ตระกูลเป่ยเฉินจะเป็นกองกำลังสาขาของตระกูลหลิน!”
บรรพชนเป่ยเฉินรับสมุนไพรด้วยมือที่สั่นเทาก่อนจะกล่าวออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง
หลินเสวียนล่าถอยไม่ได้เข้าไปยุ่งกับเรื่องของผู้ใหญ่
“เจ้าแก่เป่ยเฉินเจ้าเสียสติไปแล้วรึ?” บรรพชนซวนถึงกับอุทานออกมา
“เราสนิทกันขนาดนี้ เจ้าไม่จำเป็นต้องทำถึงเพียงนั้น!” บรรพชนหลินเองก็ส่ายหน้าอย่างจนใจ
“เอาเถอะพูดใหม่ซะข้าจะถือว่าไม่ได้ยินคำเมื่อครู่”
“ไม่ ข้าตัดสินใจแล้วพอแค่นี้ล่ะ”
บรรพชนเป่ยเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงแน่วแน่กลายเป็นว่าการเป็นกองกำลังสาขาของตระกูลหลินในตอนนี้หาใช่เรื่องเสียหน้าไม่
ตระกูลซวนกับตระกูลหลินนั้นมีสายสัมพันธ์ผ่านการแต่งงานความสัมพันธ์ไม่อาจตัดขาด
แต่ตระกูลเป่ยเฉินนั้นแตกต่างพวกเขาไม่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับตระกูลหลินเลยนอกจากความสนิทส่วนตัวของบรรพชน
เมื่อเวลาผ่านไปและหากบรรพชนเป่ยเฉินจากไปความสัมพันธ์ระหว่างสองตระกูลก็ย่อมจืดจางเป็นธรรมดา
“ปล่อยเขาไปเถอะ” บรรพชนซวนถอนหายใจเขารู้ดีว่าเจ้าคนบ้าคนนี้หากเอาจริงขึ้นมาต่อให้วัวเก้าตัวก็คงลากไม่อยู่
“ตระกูลโบราณเหล่ย ส่งของขวัญเล็กๆมาร่วมงานเลี้ยงของตระกูลหลิน!”
“ตระกูลโบราณ ฉิง ส่งของขวัญเล็กๆมาร่วมงานเลี้ยงของตระกูลหลิน!”
ทั้งสามเพิ่งจะยกจอกสุราขึ้นยังไม่ทันจิบก็มีเสียงประกาศติดต่อกันดังขึ้นมา
บรรพชนแต่ละตระกูลลุกขึ้นยืนแทบจะพร้อมกันใบหน้าที่ยังมีรอยยิ้มเมื่อครู่พลันเปลี่ยนเป็นตึงเครียดขึ้นมาในทันที
ตระกูลโบราณ!
ทุกตระกูลล้วนเป็นขุมอำนาจใหญ่เทียบเคียงได้แม้กระทั่งกับราชวงศ์เซียนสวรรค์บางตระกูลถึงขั้นไม่เห็นราชวงศ์อยู่ในสายตาด้วยซ้ำทว่าบัดนี้พวกเขากลับมาเข้าร่วมงานเลี้ยงของตระกูลหลินอย่างไม่คาดฝัน
แม้แต่บรรพชนหลินยังอดตกตะลึงไม่ได้พวกเขาไปทำอะไรกระทบตระกูลเหล่านี้งั้นหรือ?
“ในนามตระกูลหลิน ข้ายินดีต้อนรับผู้นำทั้งสองท่าน!”
บรรพชนหลินแผ่กลิ่นอายอันทรงพลังพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าพร้อมรอยยิ้มยื่นมือทักทายทั้งสอง
“สองตระกูลของพวกเรามาโดยมิได้นัดหมายหวังว่าเจ้าจะไม่ถือสา!”
ผู้นำตระกูลเหล่ย เหล่ยหวงเทียน มิใช่คนเจรจาเก่งดวงตาที่แฝงกลิ่นอายของสายฟ้าราวกับสามารถมองทะลุอดีตอนาคตได้เขายื่นกล่องของขวัญขึ้นด้วยมือทั้งสอง
“ไม่เลย ไม่เลย!”
คำพูดและท่าทางของบรรพชนหลินไม่แสดงความถ่อมตนแม้แต่น้อยแต่กลับเผยความมั่นคงของตระกูลใหญ่ได้อย่างชัดเจน
เหล่ยหวงเทียนพยักหน้าอย่างลับๆหากอีกฝ่ายรีบร้อนเข้ามาประจบเขาคงดูแคลนไม่น้อย
“ผู้นำตระกูลเหล่ย และ ผู้นำตระกูลฉิง เชิญลงไปพูดคุยกันด้านล่างจะดีกว่า” บรรพชนหลินกล่าวพลางทำท่ากวักมือเชื้อเชิญ
“เป็นเกียรติยิ่งนัก!”
สองผู้นำตระกูลลงจากฟ้าพร้อมกับบรรพชนหลินแล้วเดินเข้ามาทักทายแขก
ทั้งที่เป็นผู้นำตระกูลโบราณแต่กลับไม่ถือตัวแม้แต่น้อย สร้างความประทับใจให้กับบรรพชนตระกูลอื่นไม่น้อยเลยทีเดียว