- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นทารก เสียงของข้าคือเสียงของมหาเต๋า
- 314.ทำลายราชวงศ์เซียนสวรรค์
314.ทำลายราชวงศ์เซียนสวรรค์
314.ทำลายราชวงศ์เซียนสวรรค์
“ท่านบรรพชนข้าคิดว่าขุมสมบัติของตระกูลหลินคงเพียงพอแล้วนะ” หลินเสวียนเอ่ยพลางหันไปหาบรรพชนของตระกูล
แต่บรรพชนหลินเพียงโบกมือเบาๆแล้วทันใดนั้นเหล่าผู้พิทักษ์ของตระกูลหลินก็ปรากฏตัวขึ้น
“รื้อคลังสมบัติเก่าทิ้งซะแล้วสร้างใหม่ให้ใหญ่ยิ่งกว่านี้!”
หลินเสวียนถึงกับนิ่งอึ้งเขามองสมบัติทั้งหมดแล้วยังไม่เข้าใจว่ามันจำเป็นต้องใช้คลังสมบัติขนาดใหญ่จริงหรือ
“หืม? ทำไมถึงมีผักกาดอยู่ตรงนี้ล่ะ?” หลินฮ่าวหยิบผักกาดหัวหนึ่งขึ้นมาจากกองสมุนไพรวิญญาณแล้วดมดู มันดูไม่มีอะไรพิเศษเลย
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบเสียงคำรามของบรรพชนก็ดังลั่น พร้อมส่งร่างของหลินฮ่าวกระเด็นออกไปทันที
“ของที่ปรากฏในที่แห่งนี้ จะเป็นของธรรมดาได้อย่างไร?”
“เจ้าจะเอาขุมทรัพย์มาทำเป็นกับข้าวกินหรืออย่างไร!” บรรพชนหลินวางผักกาดอย่างระมัดระวังราวกับกลัวมันจะบุบสลายนี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาเห็นสมบัติล้ำค่าซึ่งเติบโตเป็นรูปผักกาดเช่นนี้
หลินเสวียนทำท่าจะอธิบายแต่ก็ถูกบรรพชนขัดขึ้นเสียก่อน “เรื่องคุณสมบัติมันเราค่อยๆศึกษาทีหลังก็ได้”
“ใช่แล้ว ใช่แล้ว ข้าแก่แล้วเดี๋ยวเท้าก็ชาอีก!” หลินเป่านั่งลงกับพื้นแล้วยิ้มแหยๆหลินเสวียนได้แต่ยิ้มเจื่อนเขาอยากจะบอกนักว่าเจ้าผักกาดนั่นมันเป็นแค่ผักธรรมดาจริงๆ
แต่ดูจากสีหน้าของแต่ละคนแล้วถึงพูดไปก็คงไม่มีใครเชื่อแน่
“ในแดนลับโบราณเจ้าพวกคนของราชวงศ์เซียนสวรรค์ได้หาเรื่องเจ้าหรือไม่?” บรรพชนหลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบแต่แววตาแฝงไว้ด้วยจิตสังหาร
เหล่าผู้อาวุโสของตระกูลที่กำลังจับจ้องสมบัติก็หยุดมือแล้วลุกขึ้นยืนทันที
“ข้าเจออยู่บ้าง...แต่ก็ฆ่าหมดแล้ว” หลินเสวียนตอบอย่างไม่ใส่ใจ
เมื่อเห็นบรรพชนขมวดคิ้วหลินเสวียนจึงเล่ารายละเอียดเรื่องการสังหารอัจฉริยะของราชวงศ์เซียนสวรรค์ให้ฟัง
ตอนแรกทุกคนยังไม่เชื่อแต่พอได้ยินชื่อของเหล่าอัจฉริยะที่ถูกสังหารแต่ละคนก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาทันที
“คราวนี้ราชวงศ์เซียนสวรรค์คงเจ็บหนักไม่น้อย” หลินเป่าหัวเราะลั่น
ด้วยกำลังของราชวงศ์เซียนสวรรค์แค่บ่มเพาะอัจฉริยะรุ่นเยาว์ได้มากขนาดนั้นก็นับว่าเกินพอแล้วแต่กลับมาตายทั้งหมดเพราะหลินเสวียนรุ่นเยาว์รุ่นนี้ของพวกมันคงสิ้นหวังแล้วล่ะ
“ถ้าราชวงศ์เซียนสวรรค์คิดจะบุกเพราะเรื่องนี้ล่ะก็...ตอนนี้ตระกูลหลินของพวกเราก็ไม่ใช่หมูให้เชือดอีกต่อไป!” บรรพชนหลินพูดเสียงเย็นเยียบเขาบรรลุถึงขั้นที่แปดของขอบเขตจิตวิญญาณแล้วทำให้มั่นใจในพลังมากกว่าเดิมนัก
แค่ในเวลาไม่ถึงปีเขากลับพุ่งทะยานจากขั้นต้นของขอบเขตจิตวิญญาณไปถึงขั้นที่แปดหากเป็นเมื่อก่อนคงไม่กล้าคิดฝันด้วยซ้ำ
“แต่อาจจะไม่ได้มีแค่ราชวงศ์เซียนสวรรค์เท่านั้นหรอกขอรับ…” หลินเสวียนพูดพลางหยิบผลวิญญาณลูกหนึ่งขึ้นมากัดแล้วหันไปมองเหล่าผู้อาวุโสทั้งหลายที่กำลังอึ้งงัน ก่อนจะรู้สึกเขินเล็กน้อย
“ไม่ต้องกลัวหากมีอะไรก็พูดมาเถอะพวกข้าจะหนุนหลังเจ้าเอง!”
“ใช่แล้ว!”
“ข้าสังหารอัจฉริยะของแดนใต้พิภพ”
“ข้าสังหารสตรีศักดิ์สิทธิ์ของตำหนักวิญญาณทองคำ”
“ข้าสังหารลู่จื่อหลี่ของอาณาจักรศิลา”
“แล้วก็อัจฉริยะของหอเทพอัคคีด้วยไม่มีใครรอดสักคน”
“ยังมีตระกูลหยิงโบราณอีก…”
ไม่ทันที่หลินเสวียนจะพูดจบผู้อาวุโสหลินเป่าที่เพิ่งลุกขึ้นก็ทรุดตัวลงนั่งอีกรอบหลินเทียนหยาก็นั่งทรุดลงกับพื้นเหมือนกัน
บรรพชนหลินถึงกับเหงื่อตกตอนที่หลินเสวียนออกไปเขาก็รู้ดีว่าเจ้าเด็กนี่ต้องสร้างเรื่องแน่ๆแต่ใครจะคิดว่าเที่ยวนี้ หลินเสวียนดันไปล่วงเกินแทบจะครึ่งหนึ่งของขุมกำลังในทวีปสวรรค์เข้าให้แล้ว!
ในบรรดาแต่ละขุมกำลังที่หลินเสวียนเอ่ยถึงนั้นอย่าว่าแต่ขอบเขตจิตวิญญาณเลยแม้แต่ขอบเขตก่อร่างวิญญาณก็มีอยู่ทั่วๆไปไม่ใช่เรื่องแปลกที่แต่ละตระกูลจะมียอดฝีมือขอบเขตฝ่าด่านเคราะห์ซ่อนตัวอยู่
แต่สำหรับตระกูลหลินแล้วเพียงแค่ยอดฝีมือในขอบเขตก่อร่างวิญญาณคนเดียวก็มากเกินรับไหวเสียแล้ว
“ท่านผู้อาวุโส...นี่พวกท่าน…”
“ข้าน่ะอายุเยอะแล้ว ขานี่มันชาไปหมดแล้วจริงๆ!”
หลินเป่าและผู้อาวุโสอีกสองคนยิ้มเจื่อนให้หลินเสวียน พวกเขาบางคนไม่เคยได้ยินแม้แต่ชื่อของขุมกำลังที่หลินเสวียนเอ่ยถึงด้วยซ้ำแต่เพียงแค่มีคำว่า ‘โบราณ’ ต่อท้ายก็พอจะเดาได้ว่าต้องมียอดฝีมือขอบเขตก่อร่างวิญญาณเฝ้าอยู่แน่นอน
หลินฮ่าวถอนหายใจ “เสวียนเอ๋อร์ตอนนี้เจ้าอย่าออกไปข้างนอกเลยถ้าไม่จำเป็นเลยนะโลกภายนอกมันอันตรายเกินไปแล้ว”
“ท่านพ่อไม่ต้องกังวลหรอกขอรับพวกนั้นไม่รู้ด้วยซ้ำว่าข้าเป็นใครท่านไม่ต้องห่วงเลย” หลินเสวียนตอบกลับอย่างมั่นใจผลของการแทรกแซงความทรงจำของหอคอยสวรรค์อาจจะเลือนหายไปตามกาลเวลาแต่พลังของเขาก็จะเติบโตขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน
จากนั้นเขาก็เริ่มเล่ารายละเอียดเหตุการณ์ทั้งหมดในแดนลับโบราณให้ผู้อาวุโสทั้งหลายของตระกูลหลินฟัง
แม้จะเล่าอย่างเรียบง่ายแต่เหล่าผู้อาวุโสล้วนผ่านโลกมาไม่น้อยย่อมพอจะจินตนาการได้ว่าหลินเสวียนต้องฝ่าฟันอะไรมาบ้าง
“บุตรศักสิทธิ์ของตระกูลข้าช่างมีพรสวรรค์ท้าทายสวรรค์!”
ประสบการณ์ของหลินเสวียนทำให้ผู้อาวุโสทั้งหลายต้องยอมรับจากใจจริงเมื่อตอนพวกเขาอายุสี่ขวบคงยังไม่เลิกหย่านมเสียด้วยซ้ำแต่หลินเสวียนกลับสามารถต่อกรกับอัจฉริยะที่ฝึกฝนมาหลายสิบปีได้อย่างมั่นคง
อัจฉริยะหน้าไหนจะทำได้ถึงเพียงนี้?
“ท่านบรรพชนข้ามีเรื่องจะขอปรึกษาเล็กน้อย…” หลินเสวียนกระพริบตาปริบๆมองบรรพชนหลิน
เมื่อเห็นสีหน้าแบบนั้นของหลินเสวียนมุมปากของบรรพชนหลินก็อดกระตุกไม่ได้เขารู้สึกแปลกๆอย่างบอกไม่ถูก ราวกับว่ากำลังจะมีเรื่องร้ายแรงบางอย่างเกิดขึ้น
“ข้า...รู้สึกขาชานิดหน่อยขอนั่งพักก่อนแล้วกัน”
“ข้าก็เหมือนกัน!”
...
เหล่าผู้อาวุโสของตระกูลหลินต่างพากันนั่งลงเงียบๆตามหลินเป่าเพราะทุกครั้งที่หลินเสวียนเอ่ยปากก็ไม่พ้นจะมีเรื่องใหญ่ตามมาแทบทุกครั้ง
หลินเสวียน: “….”
“ท่านบรรพชน ท่านสังเกตหรือไม่ว่าขุมกำลังในอาณาจักรฉีซานเริ่มแข็งแกร่งขึ้นผิดปกติ?” หลินเสวียนเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งขรึมเรื่องนี้เกี่ยวพันถึงความอยู่รอดของตระกูลหลิน หากเขาไม่สามารถโน้มน้าวบรรพชนให้ยอมรับแผนการต่อจากนี้ก็ไม่อาจดำเนินต่อได้
แม้การพัฒนาพลังของหลินชิงเทียนจะเกี่ยวข้องกับหลินเสวียนโดยตรงแต่ก็ถือว่าเร็วเกินไปจริงๆ
ที่สำคัญหลังจากที่หลินเสวียนพูดจบผู้อาวุโสจากตระกูลอื่นในอาณาจักรฉีซานก็มีท่าทีเคลื่อนไหวผิดปกติราวกับว่าเกิดความเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่มิอาจมองข้ามได้
เมื่อเห็นบรรพชนหลินมองมาหลินเสวียนจึงกล่าวต่อ
“โลกนี้กำลังเปลี่ยนแปลง เมื่อรุ่งเรืองถึงขีดสุด ก็ย่อมเสื่อมถอยได้ และเมื่ออ่อนแอถึงที่สุด ก็ย่อมกลับมาแข็งแกร่งได้เช่นกัน ทุกสรรพสิ่งกำลังฟื้นฟูขุมกำลังลึกลับที่เคยซ่อนตัวในทวีปสวรรค์กำลังจะปรากฏตัวอีกครั้งและตระกูลหลินของพวกเราต้องเตรียมตัวไว้แต่เนิ่นๆ”
“เจ้าไปรู้เรื่องพวกนี้มาจากไหนกัน?” คำพูดของหลินเสวียนแตะเข้ากับความลับสวรรค์โดยตรงหลินชิงเทียนเองก็สัมผัสได้มานานแล้วว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากลแต่ไม่อาจอธิบายได้ชัดเจนครั้นได้ยินถ้อยคำของหลินเสวียนเขาก็ยิ่งมั่นใจในลางสังหรณ์ของตน
หลินเสวียนจึงเล่าเรื่องของ ‘เซียนหลิว’ ให้พวกเขาฟังอีกครั้งการที่ราชวงศ์เซียนสวรรค์บุกโจมตีตระกูลหลินครานั้น คนที่ช่วยหลินฮ่าวไว้ก็คือเซียนหลิวนั่นเองจึงทำให้ผู้อาวุโสไม่รู้สึกเป็นปรปักษ์กับเขา
“หากตระกูลหลินของเราจะมีชีวิตรอดในโลกอันโกลาหลนี้ได้ก็ต้องลงมือก่อนเปลี่ยนแปลงก่อนพร้อมรับมือกับความโกลาหลที่จะมาถึงให้ได้”
หลินเสวียนกล่าวพลางมองไปยังผู้อาวุโสทั้งหลายอย่างจริงจังเขาเองก็อดเป็นห่วงไม่ได้ว่าจะถูกปฏิเสธ
“เช่นนั้นเจ้าคิดจะทำอย่างไร?” บรรพชนหลินถามกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ทำลายราชวงศ์เซียนสวรรค์และครองดินแดนตะวันออก!”
หลินเสวียนกล่าวออกมาพร้อมเผยความทะเยอทะยานในใจ
ครั้งนี้ เหล่าผู้อาวุโสของตระกูลหลินต่างก็สัมผัสได้ถึงความจริงจังของเรื่องนี้ดวงตาทุกคู่ฉายแววเคร่งเครียด ราชวงศ์เซียนสวรรค์นั้นมียอดฝีมือขอบเขตฝ่าด่านเคราะห์คุ้มกันอยู่การเผชิญหน้ากับพวกเขาไม่ใช่เรื่องล้อเล่นอีกต่อไป.