- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นทารก เสียงของข้าคือเสียงของมหาเต๋า
- 310.เหตุใดบรรพชนตระกูลหลินถึงทะลวงขอบเขตได้อีกครั้ง?
310.เหตุใดบรรพชนตระกูลหลินถึงทะลวงขอบเขตได้อีกครั้ง?
310.เหตุใดบรรพชนตระกูลหลินถึงทะลวงขอบเขตได้อีกครั้ง?
เมื่อสัมผัสได้ถึงความผิดปกติจากเมืองต้าเยียนเหล่าตระกูลนับไม่ถ้วนในอาณาเขตเหนือครามไม่อาจนิ่งเฉยได้
“สืบดูว่าเกิดอะไรขึ้นในอาณาเขตเหนือคราม?”
“รับทราบ!”
“หรือว่าจะมีถ้ำสมบัติโบราณปรากฏ? มีใคร…”
ยอดฝีมือจากตระกูลอื่นต่างส่งหน่วยสอดแนมออกไปภาพเหตุการณ์คล้ายกันเกิดขึ้นในทุกตระกูล
---
กลิ่นอายของมหาเต๋าพุ่งสู่ท้องฟ้าชายผู้นั่งบนต้นไม้สูงตระหง่านกำลังสวดบางอย่างต้นไม้รอบข้างเมื่อได้ยินพรันกลับกลายเป็นมีจิตสำนึก
แม้ไม่มีผู้ใดได้ยินคำพูดของเขาแต่ทุกคำที่เอ่ยออกมาแต่โลกทั้งใบต่างขานรับแสงดาราแปรสภาพเป็นดอกบัวแห่งเต๋า
เบื้องล่างมีเหล่ายอดฝีมือนั่งนอบน้อมขอคำชี้แนะจากเขา
หลินชิงเทียน บรรพชนตระกูลหลินมองเหล่ารุ่นเยาว์บนต้นไม้สูงตระหง่านพึมพำ “หลานข้าจะเติบโตไปได้ไกลเพียงใดในอนาคต?”
“ข้าสงสัยนักว่าการที่มีอัจฉริยะเช่นนี้เกิดในตระกูลหลินจะเป็นพรหรือคำสาป?”
บรรพชนหลินสังเกตว่าภาพเงาที่ปรากฏในทุกปรากฏการณ์นั้นเหมือนกันทุกประการหากหลินเสวียนไม่ตายเขาจะต้องเติบโตเป็นยอดฝีมือเช่นนั้นแน่นอน
ทว่าเส้นทางการเติบโตของอัจฉริยะผู้นี้ย่อมเต็มไปด้วยอุปสรรคหากตระกูลหลินไม่มีรากฐานแข็งแกร่งเพียงพอ การสนับสนุนอัจฉริยะเช่นนี้ย่อมเป็นไปไม่ได้
“ไม่มีทางเลือกอื่น ต่อให้มาเยอะแค่ไหนก็ต้องสู้ต่อไป!”
“ไม่ว่าตระกูลหลินจะแข็งแกร่งเพียงใดในชาตินี้เขาเป็นหลานข้าและข้าจะเป็นผู้ค้ำจุนเขา!”
ความกังวลในใจของบรรพชนหลินมลายหายจิตต่อสู้ของเขายิ่งแน่วแน่
ภายใต้ปรากฏการณ์ของหลินเสวียนทุกคนในตระกูลหลินทะลวงขอบเขตได้ส่วนร่างของบรรพชนหลินส่งเสียงเปรี๊ยะๆขณะลุกขึ้นยืนช้าๆ
แสงเสาดวงหนึ่งพุ่งสู่ท้องฟ้าจากร่างหลินฮ่าวเขาก้าวสู่ขั้น9ของขอบเขตแก่นทองคำทำให้เขาตื่นตะลึงยิ่ง
ต้องรู้ว่าเมื่อครึ่งเดือนก่อนพลังของเขายังตกลงสู่ขอบเขตตำหนักม่วงและไม่ก้าวหน้าเลย บัดนี้ เขาก้าวสู่ขอบเขตใหญ่ได้ราวกับอยู่ในความฝัน
ทว่าหลินฮ่าวไม่รู้ว่าการที่เขากลับสู่ขอบเขตแก่นทองคำได้นั้นล้วนเป็นเพราะหลินเสวียน
หลินเสวียนทะลวงสู่ขอบเขตตำหนักม่วงในแดนลับโบราณและปลุกพลังสายเลือดในร่าง สายเลือดของหลินเสวียนสืบทอดจากหลินฮ่าวแม้ห่างกันนับพันลี้แต่หลินฮ่าวก็ยังได้รับพรจากเขา
ปรากฏการณ์ถูกส่งผ่านสายเลือดทำให้หลินฮ่าวทะลวงสู่ขอบเขตแก่นทองคำได้
“ผู้นำตระกูลทะลวงขอบเขตอีกแล้ว!”
“เหตุใดท่านบรรพชนหลินถึงทะลวงขอบเขตได้อีกครั้ง?”
กลิ่นอายจากบรรพชนหลินน่าสะพรึงกลัวยิ่งนักทำให้ศิษย์ตระกูลหลินตื่นเต้นจนตัวสั่น บัดนี้บรรพชนทะลวงขอบเขต สถานะของตระกูลหลินย่อมสูงขึ้นนี่คือเรื่องน่ายินดี
“ขอบคุณบุตรศักสิทธิ์!”
เหล่าอัจฉริยะตระกูลหลินกล่าวขอบคุณหลินเสวียนบนท้องฟ้า
แม้หลินเสวียนจะยังเยาว์วัยแต่ไม่มีอัจฉริยะรุ่นเยาว์คนใดในตระกูลหลินที่ไม่ยอมรับเขากลับกันพวกเขายังแข่งกันเป็นองครักษ์ของเขาโดยไม่รู้สึกอับอายแต่ภูมิใจยิ่ง
“กลิ่นอายนี้เป็นของลูกข้า ลูกข้ากลับมาแล้ว!” หลังจากซวนเยียนหรานมาถึงตระกูลหลินนางก็อยู่ที่นี่บัดนี้นางพยุงร่างของเสวียนอวี่มารดาของหลินเสวียนเดินออกมาและมองท้องฟ้าด้วยความตื่นเต้น
“ท่านป้าช้าลงหน่อย!” ซวนเยียนหรานมองเสวียนอวี่ที่ตื่นเต้นกล่าวด้วยความคาดหวัง
เมื่อปรากฏการณ์ทั้งหมดสิ้นสุดลงร่างของหลินเสวียนกระโดดลงมาปรากฏตัวต่อหน้าทุกคน
“ท่านบรรพชน!”
“ท่านลุงทั้งหลาย!”
“ผู้อาวุโสหลินเป่า!”
…
หลินเสวียนมองฝูงชนที่เต็มไปด้วยความยินดีความอบอุ่นพุ่งเข้าสู่หัวใจ
“เจ้าเด็กน้อยรู้จักแต่เที่ยววิ่งพล่านเจ้ารู้หรือไม่ว่าข้ากังวลเพียงใด?”
เมื่อเห็นหลินเสวียนหลินฮ่าวดีใจยิ่งนักเขากล่าวด้วยน้ำเสียงแสร้งดุพร้อมยกมือทำท่าจะตี
“ลองแตะเขาดูสิ!”
ในฐานะบิดาหลินฮ่าวจะยอมตีลูกชายได้อย่างไร?
เพียงแค่แสร้งทำท่าก็ถูกหลินชิงเทียนบรรพชนหลินจ้องเขม็งเสียแล้ว
หลินฮ่าวถึงกับพูดไม่ออกนี่มันลูกของใครกันแน่?
ในฐานะบิดาเขายังไม่มีสิทธิ์พูดเลยช่างน่าสมเพชยิ่ง!
“ท่านจะทำอะไร? เสวียนเอ๋อร์เพิ่งกลับมาท่านจะตีเขาได้อย่างไร?”เสวียนอวี่เห็นท่าทางของหลินฮ่าวพอดีรีบก้าวออกมาห้าม
“ท่านแม่!”
หลินเสวียนซบลงในอ้อมกอดของเสวียนอวี่รู้สึกถึงความรักอันยิ่งใหญ่ของมารดาทำให้เขายิ่งหวงแหนครอบครัว
ดวงตาของเสวียนอวี่ฉายแววรักใคร่นางอ้าปากแต่ไม่เอ่ยคำใดอยู่นาน
“พวกเจ้า…จะปกป้องเขากันเกินไปแล้ว” หลินฮ่าวกล่าวเพียงประโยคเดียวก็เกือบกลายเป็นศัตรูของทั้งตระกูลหลิน กว่าจะพูดออกมาได้ก็ใช้เวลานาน
คำพูดนี้ทำให้บรรพชนหลินหัวเราะลั่น ส่วนหลินเป่าตบไหล่หลินฮ่าวแล้วกล่าว “เขาไม่ใช่แค่ลูกของเจ้าแต่ยังเป็น บุตรศักดิ์สิทธิ์ ของตระกูลหลินแน่นอนเราต้องปกป้องเขาให้ดี”
“รีบเล่าให้ข้าฟังสิช่วงที่เจ้าหายไปเจ้าไปทำอะไรมาบ้าง?”หลินเทียนหยา หนึ่งในผู้อาวุโสตระกูลหลินเผยรอยยิ้มเป็นมิตรยื่นมือไปจะกอดหลินเสวียน
เมื่อหลินเสวียนเห็นชายชราคนนี้เขานึกถึงตอนแรกเกิดทันทีมีชายชราผิดปกติสองคนที่ดูมีเจตนาไม่ดีต่อเขาและหลินเทียนหยาตรงหน้าก็เป็นหนึ่งในนั้นหลินเสวียนหลบมือใหญ่ของเขามองด้วยสายตาเล็กๆที่เต็มไปด้วยความไม่ไว้วางใจ
“ท่านลุง เสวียนเอ๋อร์เพิ่งจะกลับมาเราจะยืนคุยกันหน้าประตูไม่เข้าไปข้างในหรือ?” เสวียนอวี่ทนดูต่อไปไม่ไหว เอ่ยออกปากช่วยหลินเสวียน
ตอนนั้นเองที่ผู้อาวุโสตระกูลหลินหลายคนถึงรู้ตัวพวกเขาดีใจจนลืมเรื่องนี้ไป
“เร็วเข้ารีบไปคุยกันข้างใน!” ผู้อาวุโสตระกูลหลินคนหนึ่งฉีกมิติทำให้หลินฮ่าวไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี
จากที่นี่ถึงตระกูลหลินแค่ไม่กี่สิบก้าวต้องถึงขนาดนี้เลยหรือ?
หลินเสวียนอยู่ในแดนลับโบราณถึงสามปีร่างกายเติบโตสูงขึ้นมากทว่าในสายตาคนเหล่านี้เขายังคงเป็นเด็กน้อย
การถูกซวนเยียนหรานอุ้มทำให้หลินเสวียนรู้สึกอึดอัดและรู้สึกถึงแรงสั่นจาก “สองก้อนกลมใหญ่” เขาอยากหาโพรงดินมุดลงไปเสียจริง
ตอนแรกเกิดเขาไม่รู้สึกอะไรแต่ตอนนี้…
ซวนเยียนหรานดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงสายตาของหลินเสวียนใบหน้าของนางแดงระเรื่ออดคิดในใจไม่ได้ ‘เด็กตัวแค่นี้ยังลามกถ้าโตขึ้นคงทำร้ายสาวๆนับไม่ถ้วนแน่’
“พี่สาวเยียนหราน ข้าเดินเองได้แล้วปล่อยข้าลงเถอะ?” หลินเสวียนกล่าวด้วยความกระอักกระอ่วน
ซวนเยียนหรานทำเหมือนไม่ได้ยินไม่เพียงไม่ปล่อยยังกอดเขาแน่นยิ่งกว่าเดิมยังไงเขาก็ยังเป็นเด็กอยู่
หลินเสวียนถึงกับอยากร้องไห้
---
ที่หอการค้าอันดับหนึ่งของอาณาจักรฉีซานในปัจจุบัน
ในเรือนที่สร้างจากไม้หิมะพันปีผู้นำหอการค้ากำลังเจรจาธุรกิจกับกลุ่มพ่อค้าใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่ไม่อาจปิดบัง
นับตั้งแต่ตระกูลหลินปฏิรูปกองกำลังในอาณาจักรฉีซานครั้งใหญ่หอการค้าอันดับหนึ่งเดิมถูกทำลายและแทนที่ ความสำเร็จในปัจจุบันของพวกเขาล้วนต้องขอบคุณตระกูลหลิน
คนรับใช้เดินเข้ามากระซิบอะไรบางอย่างทำให้สีหน้าของเขาเปลี่ยนไป
“เหตุใดบรรพชนตระกูลหลินถึงทะลวงขอบเขตได้อีกครั้ง?”