เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

304.โทสะอันรุนแรง

304.โทสะอันรุนแรง

304.โทสะอันรุนแรง


"โลกใบนี้... แตกต่างออกไป..."

หลินเสวียนถูกส่งออกมาจากหอคอยสวรรค์พลางพึมพำถ้อยคำสุดท้ายของวิญญาณหอคอย

ขณะนั้นทางเข้าของแดนลับโบราณก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

“พลังนั่น...มันหายไปแล้ว!”

บรรดาผู้อาวุโสที่เฝ้าสังเกตความเปลี่ยนแปลงในแดนลับโบราณมาตลอดต่างรับรู้ถึงความผิดปกติทันที

บางตระกูลพยายามจะเข้าใกล้แต่กลับถูกพายุที่ก่อตัวขึ้นจากพลังวิญญาณผลักไสจนต้องถอยล่าถอยด้วยความตื่นตระหนก

เมื่อทางเข้าแดนลับโบราณปิดตัวลงดวงวิญญาณที่หลงเหลือทั้งหมดก็ถูกส่งไปยังมิติที่ถูกผนึกไว้และด้วยพายุมิติดวงวิญญาณทั้งมวลจึงถูกรวบรวมจนกลายเป็นพายุวิญญาณที่โหมกระหน่ำอยู่เบื้องหน้า

เมื่อเพ่งมองอย่างถี่ถ้วนวิญญาณเหล่านั้นกลับล้วนเป็นอัจฉริยะของแต่ละตระกูล—ทั้งหมดตายไปแล้ว!

เมื่อได้เห็นอัจฉริยะของตนบรรดาผู้อาวุโสต่างหน้ามืดตามัวเพียงครู่ก่อนยังโอ้อวดว่าอัจฉริยะของตนต้องรอดมาจนถึงที่สุดแต่บัดนี้กลับตบหน้าตนเองเข้าเต็มแรง

ทันใดนั้นเมื่อพายุวิญญาณจางหายดวงวิญญาณที่เหลือก็ทยอยปรากฏบนแท่นบูชาทำให้ยอดฝีมือหลายคนระเบิดความโกรธออกมา

“เป็นใคร! กล้าทำร้ายอัจฉริยะของตระกูลหลี่ของข้า!”

“อ๊ากก! อัจฉริยะที่ตระกูลซุนของข้าบ่มเพาะมานับสิบปี กลับถูกฆ่าเช่นนี้งั้นรึ!”

“บุตรแห่งสวรรค์ของข้า...!”

...

ทั่วทั้งลานบูชาตกอยู่ในความตกตะลึงและโกรธแค้นเหล่ายอดฝีมือต่างอยากจะฉีกฆ่าผู้ที่สังหารอัจฉริยะของตนเป็นชิ้นๆ

“เต๋าคือสิ่งใด? ศิลปะคือสิ่งใด? เต๋าคือธรรมชาติ มนุษย์กับเต๋าเป็นหนึ่งเดียว…”

“ฟ้าดินเป็นหนึ่ง สรรพสิ่งเป็นหนึ่ง มหาเต๋าลุ่มลึกอย่างยิ่ง ซับซ้อนแต่เรียบง่าย สูงส่งเหนือสิ่งใด…”

ดวงวิญญาณที่หลงเหลือหลายตนพลันกล่าวถ้อยคำไม่ชัดเจนราวกับกำลังท่องคำสอนแห่งเต๋าอย่างพร่ำเพ้อดวงวิญญาณแต่ละดวงสั่นไหวไม่หยุดฟังแล้วจับใจความได้ยากยิ่ง

ผู้อาวุโสที่มีชีวิตอยู่เป็นพันปีขมวดคิ้วแน่น “ถ้อยคำเหล่านี้คล้ายมีความหมายลึกซึ้ง... แต่ข้ากลับรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดแปลกช่างประหลาดนัก!”

“หรือว่านี่จะเป็นลางบ่งบอกถึงการใกล้บรรลุเต๋า?”

มีผู้หนึ่งพลันนึกถึงปรากฏการณ์ในอดีตเมื่อบุตรแห่งสวรรค์แห่งตระกูลจื่อ—จื่อเซียว ปรากฏตัว ถึงแม้เหลือเพียงดวงวิญญาณก็ยังเร่งกระตุ้นร่างกายทะยานขึ้นฟ้า กลายเป็นยอดฝีมือที่รอวันไล่ตามบรรพชนของตระกูล

อาการของดวงวิญญาณในตอนนี้แทบไม่ต่างจากจื่อเซียวแม้แต่น้อยทุกคนจึงอดไม่ได้ที่จะตกตะลึง

“ดูท่าคงมีอีกตระกูลที่จะลุกขึ้นผงาดอีกครั้ง”

“นี่คือบุตรแห่งสวรรค์ของตระกูลข้า! ไม่คิดเลยว่าจะได้รับโชควาสนาในแดนลับโบราณถึงเพียงนี้ช่างน่ายินดีเหลือเกิน” ชายชราผู้หนึ่งในชุดผ้าหยาบหัวเราะจนแทบหุบปากไม่ลงเขามองดวงวิญญาณหลงเหลือเบื้องหน้าที่แนะนำตนต่อบรรดาตระกูลอื่นอย่างภาคภูมิใจ

“บุตรแห่งสวรรค์ของเจ้าก็แค่นั้น ไม่เห็นหรือว่าคุณชายของข้ากำลังร่ายถ้อยคำแห่งมหาเต๋าอยู่! นี่คือสภาพของผู้ใกล้จะขึ้นสวรรค์แท้จริง!” ผู้ฝึกตนจากอีกตระกูลกล่าวโต้กลับ สองฝ่ายเกือบเปิดศึกกลางลานบูชา

เมื่อครู่พวกเขายังแทบตายด้วยความโศกเศร้าแต่ตอนนี้กลับดีใจจนลืมตัวเล่นเอาคนอื่นหมั่นไส้จนอยากกระโดดขึ้นไปซัดสักหมัดทุกสายตาจึงหันมามองอย่างเหยียดหยาม

ไม่นานนักความปั่นป่วนครั้งใหม่ก็ปะทุขึ้นที่ทางเข้าแดนลับ โบราณอัจฉริยะมากกว่าพันคนทยอยถูกส่งออกมา...

ประตูสู่แดนลับโบราณนั้นมีมากกว่าหนึ่งแห่ง ดังนั้นยอดฝีมือจำนวนมากจึงถูกส่งออกไปยังทางออกอื่นๆตามลำดับ ทำให้จำนวนผู้คนในแต่ละที่ค่อย ๆ ลดลง

เมื่อเหล่ายอดฝีมือของแต่ละตระกูลพบว่าอัจฉริยะของตนรอดกลับมาได้ก็รีบพาเข้าค่ายพักทันทีพร้อมทั้งรีบสอบถามถึงเหตุการณ์ในแดนลับโบราณ

ผู้ฝึกตนผู้หนึ่งหัวเราะร่า “ไม่เสียแรงที่เป็นบุตรแห่งสวรรค์ของตระกูลเราครั้งนี้เจ้าทำคุณูปการใหญ่หลวงนักกลับไปข้าจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับเจ้าให้ยิ่งใหญ่!”

“อย่าเพิ่งหัวเราะนักธิดาเทพของข้าก็ได้ของดีไม่น้อยเหมือนกัน!”

เมื่อเหล่าอัจฉริยะทยอยกลับออกมาบรรดาผู้อาวุโสของแต่ละตระกูลต่างก็รีบเช็กผลลัพธ์และระดับพลังของลูกหลานตนด้วยสีหน้าปลื้มปิติ

ตรงกันข้ามผู้พิทักษ์ของราชวงศ์เซียนสวรรค์ที่ยืนอยู่อย่างเดียวดายกลับมีสีหน้าคล้ำเครียดจนแทบแทรกแผ่นดินหนี คำพูดแสดงความยินดีของตระกูลอื่นๆกลับกลายเป็นเหมือนเสียงหัวเราะเยาะที่แทงใจเขาเข้าเต็ม ๆ

“ตระกูลใหญ่ขนาดนั้นกลับบอกว่ามีอัจฉริยะมากมายแล้วเหตุใดถึงไม่มีใครโผล่ออกมาสักคน?” ผู้อาวุโสจากหอเทพอัคคีเอ่ยขึ้นอย่างเย้ยหยันแววตายังไม่ลืมความขุ่นเคืองเรื่องที่อีกฝ่ายเคยใช้ "หนูขาว" แย่งสมบัติล้ำค่าก่อนหน้านี้

ผู้พิทักษ์ของราชวงศ์เซียนสวรรค์เพียงส่งเสียงฮึดฮัดก่อนจะก้าวเข้าสู่ความว่างเปล่าท่ามกลางเสียงหัวเราะลั่นของกองกำลังโดยรอบ

“แปลกจริง...เหตุใดอัจฉริยะของตระกูลข้าจึงยังไม่ออกมา?” ผู้แาวุโสจากสำนักโบราณแห่งหนึ่งพึมพำอย่างฉงน เมื่อเห็นแม้แต่ลูกหลานของตระกูลเล็กๆยังทยอยกลับมา แต่ของพวกเขากลับไร้เงา...ไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยววิญญาณ

ปกติหากใครเสียชีวิตพลังของสมบัติปกป้องชีวิตจะส่งดวงวิญญาณออกมาโดยอัตโนมัติ

“หรือว่าตระกูลฉางหลงของเราก็เช่นเดียวกัน?”

เสียงพึมพำของหลายตระกูลโบราณดังขึ้น

ยอดฝีมือจากตระกูลโบราณกล่าวขึ้นว่า “ทุกครั้งหลังแดนลับปิดตัวยอดฝีมือทั้งหมดจะถูกส่งออกมาเสมอ...ครั้งนี้ที่ยังไม่ออกมาเกรงว่าจะเป็นเพราะโชควาสนามหาศาลบางอย่างข้างในจึงทำให้พวกเขายังไม่ออกมาในตอนนี้”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ผู้อาวุโสหลายคนก็พยักหน้าสีหน้ากลับมาผ่อนคลาย

ยอดฝีมือคนหนึ่งเมื่อเห็นอัจฉริยะของตนออกมาแล้วก็อดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจ

“เฮ้อ...ในท้ายที่สุดพวกเขาก็ยังเทียบไม่ได้กับตระกูลโบราณเหล่านั้นอยู่ดี”

“พี่อวี้ อย่าได้คิดมากเลยตระกูลของพวกเราเล็กกว่าคนอื่นนัก แค่มีอัจฉริยะรอดกลับมาได้ก็ถือว่ายอดเยี่ยมแล้ว” ผู้อาวุโสอีกคนปลอบใจพลางหันไปมองทางราชวงศ์เซียนสวรรค์เป็นระยะสีหน้าของเขาแฝงรอยขบขันเมื่อเทียบกับบางตระกูลที่เสียอัจฉริยะไปหมดเกลี้ยงแล้วพวกเขายังโชคดีกว่ามาก

แม้เขาจะหัวเราะในใจอย่างสะใจแต่ลึกๆก็ยังอดอิจฉาตระกูลที่อัจฉริยะยังคงอยู่ภายในแดนลับโบราณไม่ได้

เวลาผ่านไปสามวันโดยไม่รู้ตัวเหล่ายอดฝีมือจากแต่ละตระกูลต่างก็ถกกันเรื่องสมบัติล้ำค่าที่ลูกหลานตนหอบกลับมาพร้อมทั้งแข่งกันอวดอย่างไม่หยุดปาก

แต่แล้วจู่ๆแดนลับโบราณก็ส่งเสียงกึกก้องพลังปราณฟ้าดินที่เคยหนาแน่นกลับบางเบาลงเรื่อยๆจนสุดท้าย...ทุกสิ่งค่อยๆเลือนหายไปต่อหน้าต่อตา!

“อย่าบอกนะ...ว่าครั้งนี้แดนลับโบราณสิ้นสุดลงแล้ว?” ผู้ฝึกตนผู้หนึ่งอุทานเสียงสั่น

ก่อนที่แดนลับโบราณจะหายไปตามปกติเหล่าอัจฉริยะที่ยังอยู่ข้างในจะต้องถูกส่งออกมาก่อนหากไม่มีใครออกมาอีก...ก็หมายความว่าทั้งหมดได้ตายไปแล้ว!

เมื่อคิดถึงตรงนี้ยอดฝีมือจากตระกูลฉีหลินก็แทบจะพ่นเลือดออกมาเขารออยู่ตรงนี้อย่างโง่งมเป็นเวลานานหวังว่าจะได้เห็นอัจฉริยะของตนกลับมาทว่ากลับพบว่าอีกฝ่ายได้ตายไปตั้งนานแล้วจนเขาแทบทรุด

เมื่อแดนลับมลายหายไปพร้อมความหวังเหล่ายอดฝีมือที่ยังรออัจฉริยะของตนก็พากันตระหนักถึงความจริงสีหน้าเปลี่ยนเป็นโกรธจัดหลายคนสะบัดแขนเสื้อจากไปทันที

ส่วนดวงวิญญาณที่ยังคงพร่ำพรรณนาอักขระโบราณอยู่นั้นได้ถูกตรวจสอบซ้ำแล้วซ้ำเล่าและพบว่า...พวกเขาหมดสติสิ้นดีแม้จะหลงเหลือเพียงเศษวิญญาณแต่ความน่าสะพรึงในค่ายกลสังหารโบราณยังตราตรึงอยู่ในจิตใต้สำนึก การเข้าใจหรือบรรลุเต๋านั้นเป็นเพียงความเพ้อฝันไร้สาระ

ผู้อาวุโสทั้งสองที่เคยโอ้อวดกับตระกูลอื่นสีหน้าบัดนี้เขียวคล้ำดั่งถ่าน!

จบบทที่ 304.โทสะอันรุนแรง

คัดลอกลิงก์แล้ว