- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นทารก เสียงของข้าคือเสียงของมหาเต๋า
- 304.โทสะอันรุนแรง
304.โทสะอันรุนแรง
304.โทสะอันรุนแรง
"โลกใบนี้... แตกต่างออกไป..."
หลินเสวียนถูกส่งออกมาจากหอคอยสวรรค์พลางพึมพำถ้อยคำสุดท้ายของวิญญาณหอคอย
ขณะนั้นทางเข้าของแดนลับโบราณก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
“พลังนั่น...มันหายไปแล้ว!”
บรรดาผู้อาวุโสที่เฝ้าสังเกตความเปลี่ยนแปลงในแดนลับโบราณมาตลอดต่างรับรู้ถึงความผิดปกติทันที
บางตระกูลพยายามจะเข้าใกล้แต่กลับถูกพายุที่ก่อตัวขึ้นจากพลังวิญญาณผลักไสจนต้องถอยล่าถอยด้วยความตื่นตระหนก
เมื่อทางเข้าแดนลับโบราณปิดตัวลงดวงวิญญาณที่หลงเหลือทั้งหมดก็ถูกส่งไปยังมิติที่ถูกผนึกไว้และด้วยพายุมิติดวงวิญญาณทั้งมวลจึงถูกรวบรวมจนกลายเป็นพายุวิญญาณที่โหมกระหน่ำอยู่เบื้องหน้า
เมื่อเพ่งมองอย่างถี่ถ้วนวิญญาณเหล่านั้นกลับล้วนเป็นอัจฉริยะของแต่ละตระกูล—ทั้งหมดตายไปแล้ว!
เมื่อได้เห็นอัจฉริยะของตนบรรดาผู้อาวุโสต่างหน้ามืดตามัวเพียงครู่ก่อนยังโอ้อวดว่าอัจฉริยะของตนต้องรอดมาจนถึงที่สุดแต่บัดนี้กลับตบหน้าตนเองเข้าเต็มแรง
ทันใดนั้นเมื่อพายุวิญญาณจางหายดวงวิญญาณที่เหลือก็ทยอยปรากฏบนแท่นบูชาทำให้ยอดฝีมือหลายคนระเบิดความโกรธออกมา
“เป็นใคร! กล้าทำร้ายอัจฉริยะของตระกูลหลี่ของข้า!”
“อ๊ากก! อัจฉริยะที่ตระกูลซุนของข้าบ่มเพาะมานับสิบปี กลับถูกฆ่าเช่นนี้งั้นรึ!”
“บุตรแห่งสวรรค์ของข้า...!”
...
ทั่วทั้งลานบูชาตกอยู่ในความตกตะลึงและโกรธแค้นเหล่ายอดฝีมือต่างอยากจะฉีกฆ่าผู้ที่สังหารอัจฉริยะของตนเป็นชิ้นๆ
“เต๋าคือสิ่งใด? ศิลปะคือสิ่งใด? เต๋าคือธรรมชาติ มนุษย์กับเต๋าเป็นหนึ่งเดียว…”
“ฟ้าดินเป็นหนึ่ง สรรพสิ่งเป็นหนึ่ง มหาเต๋าลุ่มลึกอย่างยิ่ง ซับซ้อนแต่เรียบง่าย สูงส่งเหนือสิ่งใด…”
ดวงวิญญาณที่หลงเหลือหลายตนพลันกล่าวถ้อยคำไม่ชัดเจนราวกับกำลังท่องคำสอนแห่งเต๋าอย่างพร่ำเพ้อดวงวิญญาณแต่ละดวงสั่นไหวไม่หยุดฟังแล้วจับใจความได้ยากยิ่ง
ผู้อาวุโสที่มีชีวิตอยู่เป็นพันปีขมวดคิ้วแน่น “ถ้อยคำเหล่านี้คล้ายมีความหมายลึกซึ้ง... แต่ข้ากลับรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดแปลกช่างประหลาดนัก!”
“หรือว่านี่จะเป็นลางบ่งบอกถึงการใกล้บรรลุเต๋า?”
มีผู้หนึ่งพลันนึกถึงปรากฏการณ์ในอดีตเมื่อบุตรแห่งสวรรค์แห่งตระกูลจื่อ—จื่อเซียว ปรากฏตัว ถึงแม้เหลือเพียงดวงวิญญาณก็ยังเร่งกระตุ้นร่างกายทะยานขึ้นฟ้า กลายเป็นยอดฝีมือที่รอวันไล่ตามบรรพชนของตระกูล
อาการของดวงวิญญาณในตอนนี้แทบไม่ต่างจากจื่อเซียวแม้แต่น้อยทุกคนจึงอดไม่ได้ที่จะตกตะลึง
“ดูท่าคงมีอีกตระกูลที่จะลุกขึ้นผงาดอีกครั้ง”
“นี่คือบุตรแห่งสวรรค์ของตระกูลข้า! ไม่คิดเลยว่าจะได้รับโชควาสนาในแดนลับโบราณถึงเพียงนี้ช่างน่ายินดีเหลือเกิน” ชายชราผู้หนึ่งในชุดผ้าหยาบหัวเราะจนแทบหุบปากไม่ลงเขามองดวงวิญญาณหลงเหลือเบื้องหน้าที่แนะนำตนต่อบรรดาตระกูลอื่นอย่างภาคภูมิใจ
“บุตรแห่งสวรรค์ของเจ้าก็แค่นั้น ไม่เห็นหรือว่าคุณชายของข้ากำลังร่ายถ้อยคำแห่งมหาเต๋าอยู่! นี่คือสภาพของผู้ใกล้จะขึ้นสวรรค์แท้จริง!” ผู้ฝึกตนจากอีกตระกูลกล่าวโต้กลับ สองฝ่ายเกือบเปิดศึกกลางลานบูชา
เมื่อครู่พวกเขายังแทบตายด้วยความโศกเศร้าแต่ตอนนี้กลับดีใจจนลืมตัวเล่นเอาคนอื่นหมั่นไส้จนอยากกระโดดขึ้นไปซัดสักหมัดทุกสายตาจึงหันมามองอย่างเหยียดหยาม
ไม่นานนักความปั่นป่วนครั้งใหม่ก็ปะทุขึ้นที่ทางเข้าแดนลับ โบราณอัจฉริยะมากกว่าพันคนทยอยถูกส่งออกมา...
ประตูสู่แดนลับโบราณนั้นมีมากกว่าหนึ่งแห่ง ดังนั้นยอดฝีมือจำนวนมากจึงถูกส่งออกไปยังทางออกอื่นๆตามลำดับ ทำให้จำนวนผู้คนในแต่ละที่ค่อย ๆ ลดลง
เมื่อเหล่ายอดฝีมือของแต่ละตระกูลพบว่าอัจฉริยะของตนรอดกลับมาได้ก็รีบพาเข้าค่ายพักทันทีพร้อมทั้งรีบสอบถามถึงเหตุการณ์ในแดนลับโบราณ
ผู้ฝึกตนผู้หนึ่งหัวเราะร่า “ไม่เสียแรงที่เป็นบุตรแห่งสวรรค์ของตระกูลเราครั้งนี้เจ้าทำคุณูปการใหญ่หลวงนักกลับไปข้าจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับเจ้าให้ยิ่งใหญ่!”
“อย่าเพิ่งหัวเราะนักธิดาเทพของข้าก็ได้ของดีไม่น้อยเหมือนกัน!”
…
เมื่อเหล่าอัจฉริยะทยอยกลับออกมาบรรดาผู้อาวุโสของแต่ละตระกูลต่างก็รีบเช็กผลลัพธ์และระดับพลังของลูกหลานตนด้วยสีหน้าปลื้มปิติ
ตรงกันข้ามผู้พิทักษ์ของราชวงศ์เซียนสวรรค์ที่ยืนอยู่อย่างเดียวดายกลับมีสีหน้าคล้ำเครียดจนแทบแทรกแผ่นดินหนี คำพูดแสดงความยินดีของตระกูลอื่นๆกลับกลายเป็นเหมือนเสียงหัวเราะเยาะที่แทงใจเขาเข้าเต็ม ๆ
“ตระกูลใหญ่ขนาดนั้นกลับบอกว่ามีอัจฉริยะมากมายแล้วเหตุใดถึงไม่มีใครโผล่ออกมาสักคน?” ผู้อาวุโสจากหอเทพอัคคีเอ่ยขึ้นอย่างเย้ยหยันแววตายังไม่ลืมความขุ่นเคืองเรื่องที่อีกฝ่ายเคยใช้ "หนูขาว" แย่งสมบัติล้ำค่าก่อนหน้านี้
ผู้พิทักษ์ของราชวงศ์เซียนสวรรค์เพียงส่งเสียงฮึดฮัดก่อนจะก้าวเข้าสู่ความว่างเปล่าท่ามกลางเสียงหัวเราะลั่นของกองกำลังโดยรอบ
“แปลกจริง...เหตุใดอัจฉริยะของตระกูลข้าจึงยังไม่ออกมา?” ผู้แาวุโสจากสำนักโบราณแห่งหนึ่งพึมพำอย่างฉงน เมื่อเห็นแม้แต่ลูกหลานของตระกูลเล็กๆยังทยอยกลับมา แต่ของพวกเขากลับไร้เงา...ไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยววิญญาณ
ปกติหากใครเสียชีวิตพลังของสมบัติปกป้องชีวิตจะส่งดวงวิญญาณออกมาโดยอัตโนมัติ
“หรือว่าตระกูลฉางหลงของเราก็เช่นเดียวกัน?”
เสียงพึมพำของหลายตระกูลโบราณดังขึ้น
ยอดฝีมือจากตระกูลโบราณกล่าวขึ้นว่า “ทุกครั้งหลังแดนลับปิดตัวยอดฝีมือทั้งหมดจะถูกส่งออกมาเสมอ...ครั้งนี้ที่ยังไม่ออกมาเกรงว่าจะเป็นเพราะโชควาสนามหาศาลบางอย่างข้างในจึงทำให้พวกเขายังไม่ออกมาในตอนนี้”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ผู้อาวุโสหลายคนก็พยักหน้าสีหน้ากลับมาผ่อนคลาย
ยอดฝีมือคนหนึ่งเมื่อเห็นอัจฉริยะของตนออกมาแล้วก็อดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจ
“เฮ้อ...ในท้ายที่สุดพวกเขาก็ยังเทียบไม่ได้กับตระกูลโบราณเหล่านั้นอยู่ดี”
“พี่อวี้ อย่าได้คิดมากเลยตระกูลของพวกเราเล็กกว่าคนอื่นนัก แค่มีอัจฉริยะรอดกลับมาได้ก็ถือว่ายอดเยี่ยมแล้ว” ผู้อาวุโสอีกคนปลอบใจพลางหันไปมองทางราชวงศ์เซียนสวรรค์เป็นระยะสีหน้าของเขาแฝงรอยขบขันเมื่อเทียบกับบางตระกูลที่เสียอัจฉริยะไปหมดเกลี้ยงแล้วพวกเขายังโชคดีกว่ามาก
แม้เขาจะหัวเราะในใจอย่างสะใจแต่ลึกๆก็ยังอดอิจฉาตระกูลที่อัจฉริยะยังคงอยู่ภายในแดนลับโบราณไม่ได้
เวลาผ่านไปสามวันโดยไม่รู้ตัวเหล่ายอดฝีมือจากแต่ละตระกูลต่างก็ถกกันเรื่องสมบัติล้ำค่าที่ลูกหลานตนหอบกลับมาพร้อมทั้งแข่งกันอวดอย่างไม่หยุดปาก
แต่แล้วจู่ๆแดนลับโบราณก็ส่งเสียงกึกก้องพลังปราณฟ้าดินที่เคยหนาแน่นกลับบางเบาลงเรื่อยๆจนสุดท้าย...ทุกสิ่งค่อยๆเลือนหายไปต่อหน้าต่อตา!
“อย่าบอกนะ...ว่าครั้งนี้แดนลับโบราณสิ้นสุดลงแล้ว?” ผู้ฝึกตนผู้หนึ่งอุทานเสียงสั่น
ก่อนที่แดนลับโบราณจะหายไปตามปกติเหล่าอัจฉริยะที่ยังอยู่ข้างในจะต้องถูกส่งออกมาก่อนหากไม่มีใครออกมาอีก...ก็หมายความว่าทั้งหมดได้ตายไปแล้ว!
เมื่อคิดถึงตรงนี้ยอดฝีมือจากตระกูลฉีหลินก็แทบจะพ่นเลือดออกมาเขารออยู่ตรงนี้อย่างโง่งมเป็นเวลานานหวังว่าจะได้เห็นอัจฉริยะของตนกลับมาทว่ากลับพบว่าอีกฝ่ายได้ตายไปตั้งนานแล้วจนเขาแทบทรุด
เมื่อแดนลับมลายหายไปพร้อมความหวังเหล่ายอดฝีมือที่ยังรออัจฉริยะของตนก็พากันตระหนักถึงความจริงสีหน้าเปลี่ยนเป็นโกรธจัดหลายคนสะบัดแขนเสื้อจากไปทันที
ส่วนดวงวิญญาณที่ยังคงพร่ำพรรณนาอักขระโบราณอยู่นั้นได้ถูกตรวจสอบซ้ำแล้วซ้ำเล่าและพบว่า...พวกเขาหมดสติสิ้นดีแม้จะหลงเหลือเพียงเศษวิญญาณแต่ความน่าสะพรึงในค่ายกลสังหารโบราณยังตราตรึงอยู่ในจิตใต้สำนึก การเข้าใจหรือบรรลุเต๋านั้นเป็นเพียงความเพ้อฝันไร้สาระ
ผู้อาวุโสทั้งสองที่เคยโอ้อวดกับตระกูลอื่นสีหน้าบัดนี้เขียวคล้ำดั่งถ่าน!