เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

302.จุดอ่อน

302.จุดอ่อน

302.จุดอ่อน


หลังจากผ่านไปนานไม่มีผู้ใดก้าวออกมาท้าทายอีกทุกคนต่างมองหน้ากันไปมา

“หากไม่มีผู้ใดท้าทายอีกพวกเจ้าทั้งหมดจะต้องออกไป!” วิญญาณหอคอยสวรรค์ปรากฏขึ้น

“ช่างมันเถอะใครจะเอาชีวิตไปล้อเล่นกันเล่า?”

“ข้าก็ว่าคงไม่มีใครกล้าท้าทายต่อแล้วล่ะ”

เสียงของหอคอยจิ๋วแตกสลายดังขึ้นไม่ขาดสายผู้ฝึกตนทยอยกันถูกส่งออกไป

ไม่นานนักก็เหลือเพียงหลินเสวียนเพียงผู้เดียวทันใดนั้น เขาก้าวเท้าออกมา

“ข้าจะสู้!”

ฮวงห่่าวและคนอื่นๆต่างบดขยี้หอเล็กในมือตนไปแล้วจึงไม่คาดคิดว่าหลินเสวียนจะเอ่ยปากขอประลองพวกเขาไม่มีเวลาแม้แต่จะห้ามได้แต่กล่าวเพียงสั้นๆว่า

“พวกเราจะรอเจ้าอยู่ข้างนอก!”

จากนั้น ทั้งห้าคนก็ถูกส่งออกไปฮวงห่่าวมองไปยังชั้นที่เก้าของหอคอยสวรรค์ที่โปร่งใสดั่งผลึกแล้วกล่าวเบาๆ

“ขอให้เขากลับมาโดยปลอดภัยเถอะ...”

“แน่นอนอยู่แล้ว!” ฉิงหูตอบปลอบสีหน้าของนางแฝงไปด้วยความเคร่งเครียดเล็กน้อย

ทั้งห้าคนมองไปยังชั้นที่เก้าของหอคอยสวรรค์อย่างจดจ่อ ตรงนั้นมีผู้ฝึกตนขอบเขตตำหนักม่วงอยู่แม้พวกเขาจะร่วมมือกันก็ยังมิอาจต้านได้แล้วหลินเสวียนเพียงผู้เดียวจะสู้ไหวได้อย่างไรหากจะบอกว่าไม่เป็นห่วงเลยคงเป็นคำโกหก

การต่อสู้บนชั้นเก้าของหอคอยสวรรค์ยังสามารถมองเห็นจากภายนอกได้แต่ไม่อาจรับรู้คำพูดหรือแรงสั่นสะเทือนจากการต่อสู้ได้เลย

“ดูนั่นสิ! ยังมีคนที่ไม่ออกมาอีก!”

อัจฉริยะผู้หนึ่งที่ถูกส่งออกมาตะโกนขึ้นแต่แล้วก็เงียบลงทันที

“นั่นมันหาเรื่องใส่ตัวชัดๆดูจากท่าทางของเขาคงเพิ่งจะเข้าสู่ขั้นหมุนเวียนปราณได้ไม่นาน”

“แม้แต่ยอดฝีมือหมุนเวียนปราณขั้นสูงก็ยังสู้ไม่ได้เขานี่ช่างหาแต่ความอับอายจริงๆ!”

กลุ่มอัจฉริยะต่างวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างออกรสพร้อมพากันดูแคลนหลินเสวียนไม่มีใครคาดหวังว่าเขาจะทำอะไรได้เลย

เมื่อเห็นว่าทุกคนถูกส่งออกมาหมดแล้วเหลือเพียงตนเอง หลินเสวียนก็เผยรอยยิ้มมุมปากออกมาภายใต้การปกปิดพลังเช่นนี้การรับมือกับโครงกระดูกนี่ก็ถือว่ายากอยู่พอควร

แต่ตอนนี้เขาไม่จำเป็นต้องปิดบังอีกต่อไป

“สู้กันเถอะ!” หลินเสวียนปลดปล่อยพลังอย่างไม่เกรงกลัว คลื่นพลังปะทุออกไปส่งเศษกระดูกที่กองอยู่บนพื้นปลิวกระจาย

เพียงก้าวเดียวเขาก็มาหยุดอยู่เบื้องหน้าโครงกระดูกนั้น

เมื่อไม่ต้องปกปิดพลังอีกต่อไปเขาก็สามารถจัดการโครงกระดูกนี้ได้อย่างง่ายดาย

แต่ในขณะนั้นเองก็เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นศพที่นอนอยู่บนพื้นลอยขึ้นและถูกดูดกลืนเข้าสู่ร่างโครงกระดูกอย่างต่อเนื่องอักขระปรากฏเต็มร่างมันพลังปราณของมันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆและก่อเกิดแรงกดดันมหาศาลถาโถมเข้าหาหลินเสวียน

สายตาของหลินเสวียนเต็มไปด้วยความตกตะลึงเขามองดูโครงกระดูกที่ค่อยๆขยับพลังจากขั้น1ของตำหนักม่วงไปจนถึงขั้น9ของตำหนักม่วงอย่างช้าๆ

วิญญาณของหอคอยสวรรค์ปรากฏตัวขึ้น

“คนอื่นอาจมองไม่ออกแต่เจ้าจะปิดบังข้าได้อย่างไร? ข้าให้โอกาสเจ้าแล้วที่ไม่ยกระดับมันขึ้นไปถึงขอบเขตแก่นทอง คำใช้โอกาสให้ดีเถอะ”

ครั้งนี้วิญญาณสิ่งประดิษฐ์ดูจะมี ‘ความเป็นมนุษย์’ มากขึ้น แต่กลับทำให้หลินเสวียนอยากจะสบถออกมาแทบขาดใจ ‘ให้ตายเถอะเจ้านี่มันแกล้งข้าชัดๆ!’

ด้านนอกหอคอยสวรรค์ผู้คนไม่อาจได้ยินบทสนทนาที่เกิดขึ้นบนชั้นเก้าแต่เมื่อเห็นสีหน้าของหลินเสวียนเปลี่ยนไป พวกเขาก็คิดว่าเขารู้ตัวแล้วว่าตนไม่อาจรับมือได้ใบหน้าของทุกคนล้วนเต็มไปด้วยแววเย้ยหยัน

“โง่เขลาเสียจริงตอนนี้จะถอยก็ไม่ทันแล้ว” อัจฉริยะผู้หนึ่งเอ่ยเย้ยหยัน

หลินเสวียนยอมรับความจริงมือทั้งสองร่ายอักขระไม่หยุดหย่อนพลังธาตุทั้งห้าบนร่างเขาเริ่มเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ

“เคล็ดวิชา ต้นกำเนิดเบญจธาตุ!”

หลังจากสังหารองค์ชายสามอาณาจักรมังกร หลินเสวียนก็ได้ดูดซับพลังต้นกำเนิดของอีกฝ่ายและฝึกฝนเคล็ดวิชาต้นกำเนิดเบญจธาตุจนสมบูรณ์

ธาตุทั้งห้ากลายเป็นลูกบอลแสงห้าสีลอยเวียนอยู่รอบกายเขาพลังปราณบนร่างก็พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องพลังธาตุทั้งห้าค่อยๆเริ่มหลอมรวมกันลูกบอลแสงหลากสีปรากฏขึ้นในมือของหลินเสวียนแผ่กลิ่นอายแห่งการทำลายล้างออกมา

โครงกระดูกไม่มีจิตสำนึกมันจึงไม่รู้เลยว่าภัยร้ายกำลังมาเยือนเมื่อหลินเสวียนปล่อยลูกบอลแสงห้าสีออกไปโครงกระดูกก็ยกแขนกระดูกขึ้นอย่างช้าๆ

เพียงคลื่นพลังอันดูสงบแต่กลับก่อให้เกิดลมเยือกเย็นรุนแรงพร้อมเสียงร้องของวิญญาณเสียงเหล่านี้ทำให้ร่างกายของผู้คนสั่นสะท้านโดยไม่รู้ตัว

ลูกบอลแสงห้าสีปะทะเข้ากับอันหนาวเหน็บเกิดเป็นพายุพลังงานรุนแรงกลุ่มควันรูปเห็ดพุ่งขึ้นฟ้าพลังทำลายล้างที่เกิดขึ้นทำให้มิติของหอคอยสวรรค์สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

พลังธาตุทั้งห้าคำรามกึกก้องพร้อมกับเสียงคำรามของหัวผีที่ดังก้องหากมีอัจฉริยะคนใดอยู่ใกล้ๆคงถูกพลังนี้บดขยี้จนไม่เหลือซาก

มิติของหอคอยสวรรค์แตกร้าวไม่หยุดพายุมิติกวาดไปทั่ว สิ่งมีชีวิตที่อยู่ภายในต่างพากันหลบหนีด้วยความหวาดกลัว

ด้านนอกหอคอยสวรรค์บรรยากาศตกอยู่ในความเงียบงัน

ราวกับถูกตบหน้าด้วยพลังที่มองไม่เห็นแม้จะไม่อาจสัมผัสแรงปะทะได้แต่พลังอันน่าสะพรึงที่สัมผัสด้วยตาเพียงอย่างเดียวก็เพียงพอให้พวกเขาตกตะลึง

“เขา...แข็งแกร่งขนาดนั้นเชียวหรือ?”

ใบหน้าของคนที่เคยเยาะเย้ยก่อนหน้านี้ร้อนผ่าวขึ้นมาทันที ราวกับโดนตบฉาดใหญ่

“ข้ารู้อยู่แล้วว่าเขาคือคนที่แข็งแกร่งที่สุด!” ฮวงห่่าวตะโกนขึ้นก่อนจะโยนผลวิญญาณเข้าปากไปอีกลูก

“สายฟ้าสวรรค์เก้าชั้นฟ้า! จงตกลงมา!”

หลินเสวียนคำรามลั่นสายฟ้าสีม่วงผ่าลงจากฟ้ามังกรสายฟ้าสีม่วงก่อร่างขึ้นและฟาดหางขนาดมหึมาลงไปยังโครงกระดูกนั้น!

ทุกการเคลื่อนไหวของหลินเสวียนนั้นน่าสะพรึงกลัวถึงขีดสุดแขนกระดูกของโครงกระดูกดูเหมือนธรรมดายามที่มันเหวี่ยงออกไปแต่พลังที่แผ่ออกมากลับรุนแรงกว่าหลินเสวียนเสียอีก

เมื่อเห็นว่าการโจมตีของตนถูกสลายหลินเสวียนก็แววตาแข็งกร้าวขึ้นแสงเจิดจ้าพุ่งออกจากดวงตาขณะที่เขากวาดมองหา “จุดอ่อน” ของโครงกระดูกตนนั้นเขาผลักดันพลังของ “เจ็ดก้าวย้อนสวรรค์” ไปถึงขีดสุด ซึ่งนั่นเป็นหนทางเดียวที่เขาจะใช้เพื่อกดดันอีกฝ่ายได้

ร่างโครงกระดูกขนาดมหึมานั้นเคลื่อนไหวได้ไม่คล่องแคล่วจึงไม่อาจไล่ตามเขาได้ทัน

แม้หลินเสวียนจะอยู่เพียงขั้นแรกของขอบเขตตำหนักม่วง แต่ตำหนักในตันเถียนของเขากลับแกร่งกว่าผู้ฝึกตนระดับเดียวกันอย่างเทียบไม่ติดประกอบกับเคล็ดวิชาอันลึกล้ำมากมายทำให้เขาสามารถต่อกรกับผู้ฝึกตนขอบเขตตำหนักม่วงขั้นปลายได้อย่างไม่เป็นรอง

“หนึ่งนิ้วกักขังสวรรค์ปฐพี!”

หลินเสวียนชูนิ้วขึ้นเพียงหนึ่งในพริบตาเดียวท้องฟ้าก็แปรเปลี่ยนอย่างรุนแรงพลังอำนาจนับไม่ถ้วนปั่นป่วนขึ้นพร้อมกันเขาชี้ไปยังโครงกระดูกพลังกดดันรุนแรงราวทำลายล้างโลกแผ่ออกมาทันที

เมื่อพลังนั้นปะทะเข้ากับแขนของโครงกระดูกเกิดเสียงกึกก้องมหาศาลควันฝุ่นตลบอบอวลบดบังสายตาของหลินเสวียนจนไม่อาจมองเห็นสภาพของโครงกระดูกได้

ทั้งสองประมือกันอย่างต่อเนื่องด้วยความเร็วของหลินเสวียนเขาจึงได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยแต่ก็ไม่อาจทำอะไรโครงกระดูกได้เลยเคล็ดวิชาทุกอย่างที่เขาใช้ล้วนถูกอีกฝ่ายสลายอย่างง่ายดาย

นอกหอคอยสวรรค์บรรดาอัจฉริยะชั้นยอดต่างตกตะลึง

“เคล็ดวิชาของเขาทำให้บรรยากาศลุกไหม้ได้งั้นหรือ?”

พลังอันน่าหวาดหวั่นเช่นนี้ย่อมต้องใช้พลังปราณวิญญาณปริมาณมหาศาลในการใช้แต่ละครั้งการต่อสู้ของหลินเสวียนครั้งนี้ได้ทำลายความเข้าใจเกี่ยวกับการฝึกตนของพวกเขาไปโดยสิ้นเชิง

เมื่อการต่อสู้ยืดเยื้อต่อไปหลินเสวียนก็เริ่มหอบหายใจหนัก หน่วงพลังฝึกตนของโครงกระดูกนั้นสูงกว่ามากกระดูกแต่ละชิ้นแข็งแกร่งอย่างหาใดเปรียบเขาไม่อาจเจาะทะลุแนวป้องกันของมันได้เลย

กระทั่งในที่สุดดวงตาของหลินเสวียนก็เปล่งแสงขึ้นมา

“หรือว่าจุดอ่อนของมันจะอยู่ที่เท้า?”

ตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ไม่ว่าเขาจะโจมตีไปกี่ครั้งโครงกระดูกก็ใช้แขนปัดป้องมาตลอดแต่ขากลับไม่ขยับแม้แต่น้อยต้องมีบางอย่างผิดปกติแน่

เมื่อพบจุดอ่อนแล้วทุกอย่างก็ง่ายขึ้น

“กลืนกินดวงดาว!”

“เก้าคำลับ รวม!”

หลินเสวียนตะโกนเสียงต่ำทันใดนั้นแรงดูดมหาศาลก็ปรากฏขึ้นเหนือศีรษะของโครงกระดูกในขณะเดียวกัน พลังต่อสู้ของเขาเพิ่มขึ้นสิบเท่าทันทีกลิ่นอายทั้งร่างสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

จบบทที่ 302.จุดอ่อน

คัดลอกลิงก์แล้ว