- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นทารก เสียงของข้าคือเสียงของมหาเต๋า
- 284.ดาบจักรพรรดิโลหิต
284.ดาบจักรพรรดิโลหิต
284.ดาบจักรพรรดิโลหิต
เฉียนถิงถือเหรียญทองแดงในมือก่อนจะกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ผู้ฝึกตนคนอื่นๆพอเห็นเช่นนั้นก็รีบหยุดการเคลื่อนไหวทันที
ในเวลาเดียวกันร่างของหลินเสวียนค่อยๆลดระดับลง อักขระนับไม่ถ้วนพลันปรากฏขึ้นกลางท้องฟ้าล้อมรอบตัวเขาไว้อักขระแต่ละตัวเปล่งแสงเรืองรองราวกับแฝงไว้ด้วยมหาเต๋าแห่งฟ้าดินเพียงแค่เหลือบมองหลินเสวียนก็รู้สึกเหมือนเสียงของมหาเต๋าดังก้องอยู่ในจิตใจภาพอันน่าสะพรึงกลัวปรากฏตรงหน้าแต่เขาไม่กล้าชำเลืองมองไปรอบด้านแม้แต่น้อย
แรงกดดันจากด้านล่างรุนแรงยิ่งกว่าด้านบนหลายเท่ามันบีบอัดจนร่างของหลินเสวียนแทบบิดเบี้ยว
พื้นหินที่พังทลายส่งผลให้ก้อนหินนับไม่ถ้วนร่วงลงมาจากเบื้องบนหลินเสวียนต้องรับมือทั้งแรงกดดันและหลบหลีกหินที่ตกลงมาพร้อมกันหากพลาดแม้เพียงก้าวเดียวเขาอาจถูกกระแทกจนร่วงลงสู่ข้างล่างของเหว
เหวนี้ลึกอย่างน้อยหมื่นจั้งหากถูกเหวี่ยงกระแทกลงไปจริงๆเกรงว่าจะเหลือเพียงเศษเนื้อเท่านั้น
ทันใดนั้นเสียงร้องแหลมดังขึ้นอสูรนกนับไม่ถ้วนกระพือปีกถาโถมเข้ามาโจมตีหลินเสวียนอย่างดุดัน
อสูรนกอาศัยกันเป็นฝูงและถือกำเนิดมาด้วยพลังสูงสุดในขอบเขตสร้างรากฐานหากถูกพวกมันกัดเข้ามีหวังไม่ตายก็พิการ
“เคล็ดมังกรเพลิง!”
“เคล็ดมหาวัชระ!”
“สายฟ้าสวรรค์เก้าชั้นฟ้า—จงมา!”
หลินเสวียนจะยอมถูกสังหารได้อย่างไรเขาใช้สามเคล็ดวิชาทันที!
เกราะทองปรากฏขึ้นปกคลุมทั่วร่างมังกรเพลิงและมังกรสายฟ้าแปรเปลี่ยนพันรอบตัวเขาก่อนจะพุ่งเข้าใส่อสูรนกทั้งฝูง!
ภายใต้การโจมตีอันรุนแรงพวกมันเกือบครึ่งหมดสภาพบิน ถูกพลังซัดตกลงไปในเหวลึกเสียงกระแทกดังสนั่นอสูรที่เหลือเห็นดังนั้นก็รีบถอยด้วยความหวาดกลัว
ขณะหลินเสวียนใกล้จะถึงพื้นจู่ๆความรู้สึกสยดสยองก็ถาโถมเข้าใส่ราวกับพายุเขารู้สึกเหมือนถูกกลืนกินทั้งร่าง
สติของเขาพร่าเลือนก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบไป…
เมื่อรู้สึกตัวอีกครั้งร่างของเขาถูกโอบล้อมด้วยใบดาบโค้งนับไม่ถ้วนราวกับอยู่กลางค่ายกลดาบพลังของมันทะลวงเกราะทองจนสีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที
“นี่มัน...กฎแห่งปราณดาบ!” หลินเสวียนเบิกตากว้าง
เฉพาะผู้ฝึกตนขอบเขตจิตวิญญาณขึ้นไปเท่านั้นที่สัมผัสถึงพลังแห่งกฎได้และเมื่อเข้าสู่ขอบเขตฝ่าด่านเคราะห์ก็จะสามารถควบคุมกฎแห่งฟ้าดินได้ดั่งใจทำลายล้างได้ด้วยพลังเพียงหนึ่งกระบวน
ส่วนการควบแน่นปราณเป็นอาวุธกฎมีเพียงผู้ฝึกตนระดับสูงสุดของขอบเขตฝ่าด่านเคราะห์เท่านั้นที่สามารถทำได้ และพวกเขาก็มีจำนวนน้อยยิ่ง
เมื่อเห็นปราณดาบที่เต็มท้องฟ้าหลินเสวียนก็แน่ใจว่าเจ้าของพลังนี้ต้องเหนือกว่าขอบเขตฝ่าด่านเคราะห์อย่างแน่นอนมันไม่ใช่สิ่งที่เขาจะต้านทานได้
ภายใต้แรงกดดันของปราณดาบและกฎแห่งเต๋าบาดแผลนับไม่ถ้วนผุดขึ้นทั่วร่างของเขาแม้เก้าคำลับและสายฟ้าสวรรค์เก้าชั้นฟ้าจะคอยฟื้นฟูแต่เมื่อบาดแผลเก่าหาย บาดแผลใหม่ก็ปรากฏขึ้นไม่ขาดสาย
แม้หลินเสวียนจะมีพลังฟื้นฟูเหนือสามัญแต่ก็ไม่อาจทนได้นานเขาไม่ได้เป็นพวกชอบทรมานตัวเองเสียหน่อย
“ดาบอยู่ไหนกันแน่?”
เขาขมวดคิ้วด้วยความงุนงงดาบที่เห็นดูเหมือนจริงแต่ล้วนแล้วแต่เป็นผลจากการควบแน่นของปราณดาบและกฎแห่งเต๋าทั้งสิ้น
เขาเดินไปข้างหน้าร้อยลี้และพบศพของอสูรและผู้ฝึกตนมนุษย์มากมายไม่รู้ว่ามียอดฝีมือมากแค่ไหนที่สิ้นชีพลงที่นี่
อาวุธวิญญาณระดับสวรรค์กระจัดกระจายอยู่ทั่วแต่เพียงสัมผัสเบาๆก็สลายทันทีไม่ว่าครั้งหนึ่งจะทรงพลังแค่ไหนก็ไม่อาจต้านทานกาลเวลาได้
สุดท้ายหลินเสวียนก็ประเมินความลึกของเหวนี้ต่ำไปวันที่สามแรงกดดันรอบตัวรุนแรงขึ้นจนเขาต้องใช้เคล็ดวิชากลืนดวงดาวกลืนกินพลังปราณวิญญาณรอบข้างเพื่อบรรเทาความกดดันไม่เช่นนั้นอาจถูกบดขยี้ตายก่อนจะพบดาบด้วยซ้ำ
จนถึงวันที่ห้าแรงกดดันเหล่านั้นพลันหายไปและเมื่อเขากวาดตามองรอบด้านก็พบแต่ความมืดมิดมันเงียบงันราวกับเป็นเพียงสถานที่ธรรมดา
ทันใดนั้นเขารู้สึกถึงปราณดาบอันทรงพลังดวงตาเต็มไปด้วยแสงสีแดงเลือดเงาดาบอันคลุมเครือปรากฏอยู่เหนือเหว
“กลิ่นอายแบบนี้... หรือจะเป็นอาวุธที่เกินระดับวิญญาณ?”
ดวงตาของหลินเสวียนส่องประกายคลุ้มคลั่งสมบัติระดับนี้ แม้แต่ตระกูลโบราณบางแห่งยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ!
เขาไม่คิดเลยว่าจะได้พบของล้ำค่าเช่นนี้ในหอคอยสวรรค์ เหมือนโชคชะตาส่งมาให้เขาโดยเฉพาะ!
“ดาบที่สั่นสะเทือนโลก ดาบที่ทะลวงกาลเวลา ดาบที่ผ่าสวรรค์ ดาบที่ทำลายทุกภพ!”
“ทุกสิ่งบนเส้นทางแห่งเต๋าคือดาบ!”
“ดาบเดียว!”
“คำพูดที่ครอบงำเช่นนี้! ดาบเดียวทำลายทั้งอดีตและปัจจุบัน ดาบเดียวกวาดล้างทุกสิ่งในใต้หล้า” หลินเสวียนอดไม่ได้ที่จะอ่านคำที่สลักไว้บนแท่นหิน
ยอดฝีมือคนๆนี้ช่างเกินหยั่งถึงพวกเขาต้องการใช้ดาบเดียวสั่นสะเทือนโลกเจ้าของดาบเล่มนี้เมื่อยังมีชีวิตอยู่ไปถึงขอบเขตใดกันแน่?
“จักรพรรดิดาบเต่าดำ…”
เมื่ออ่านถึงชื่อนั้นหลินเสวียนขมวดคิ้วแน่น
ดูเหมือนไม่มีผู้ฝึกตนชื่อเช่นนี้ในทวีปสวรรค์หรือจะมาจากภายนอก?
“ช่างเถอะข้าจะรับดาบเล่มนี้ไว้!”
หลินเสวียนก้าวเข้าไปมองดาบสีเลือดที่ปักแน่นอยู่ในแท่นหินเขายื่นมือคว้ามันทันทีแต่แรงสะท้อนอันมหาศาลซัดเขากระเด็นไปไกลหลายสิบจั้ง
ดาบเพียงเล่มเดียวกลับทรงพลังถึงเพียงนี้!
“ข้าไม่เชื่อหรอก!” หลินเสวียนกัดฟันกล่าวเสียงต่ำเกราะทองห่อหุ้มร่างอีกครั้ง
“เคล็ดมหาวัชระ!”
มือขวาของเขาห่อหุ้มด้วยมังกรเพลิงส่วนมือซ้ายแปรเปลี่ยนเป็นมังกรสายฟ้าพลังปราณพุ่งทะยานขณะเขาเดินเข้าหาดาบทีละก้าว
ในเวลาเดียวกันที่เบื้องบนของเหว
เฉียนถิงและคนอื่นๆรอมานานเกือบสิบวันแล้วแต่ปราณดาบที่แผ่ออกมากลับยิ่งรุนแรงขึ้นผู้ฝึกตนบางคนพยายามเข้าใกล้แต่กลับถูกตัดขาดเป็นชิ้นในพริบตาทำให้ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้อีก
ทันใดนั้นเฉียนถิงมองเห็นฮวงห่่าวกับหนานหนานเข้าโดยบังเอิญแววตาของเขาเปล่งประกายทันที
“จับสองคนนั้นมา” เขายิ้มเหี้ยม “ต่อให้จับหลินเสวียนไม่ได้แต่จับพวกมันได้ไม่ใช่หรือ?”
ทันทีที่คำสั่งดังออกผู้ฝึกตนหลายสิบคนพุ่งล้อมฮวงห่่าวกับหนานหนานไว้
“ดูสิว่าใครจะกล้าลงมือ” ฮวงห่่าวกล่าวเสียงเข้มแววตาเหี้ยมเกรียมเขายืนขวางอยู่หน้าหนานหนานไว้ไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้
“แค่พวกเจ้าสองคนหากยอมจำนนโดยดีจะได้เจ็บตัวน้อยลง” เฉียนถิงเอ่ยอย่างเย็นชา
“เคล็ดวิชาเหรียญทอง!”
เมื่อเสียงเฉียนถิงดังขึ้นเหรียญทองแดงในมือพลันแปรเปลี่ยนเป็นเก้าเหรียญพุ่งเข้าใส่ฮวงห่่าวแต่ละทิศ
“ร่างเกล็ดเขียว!”
หมัดของฮวงห่่าวแปรเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้มชกสวนออกไป กระแทกเหรียญสามเหรียญกระเด็นแต่เหรียญอีกหกกลับติดแน่นบนร่างมันปลดปล่อยพลังแปลกประหลาดทำให้เขาไม่อาจเคลื่อนพลังปราณได้ชั่วขณะ
“ไป!”
อัจฉริยะทั้งหลายกรูกันเข้าใส่แม้ฮวงห่่าวจะยังมีพลังกายแต่ในไม่ช้าเขาก็ถูกกระหน่ำโจมตีจนกระอักเลือดถูกจับไว้ในที่สุด
“ปล่อยพี่ฮวงห่่าวนะ!”