- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นทารก เสียงของข้าคือเสียงของมหาเต๋า
- 280.หนานหนาน
280.หนานหนาน
280.หนานหนาน
ไม่ว่าพวกมันจะค้นหาในชั้นที่ห้าอย่างสุดกำลังแต่ก็ไร้วี่แววของหลินเสวียน
เมื่อผนวกรวมกับเบาะแสบางส่วนจากเหล่าอัจฉริยะและข้อมูลที่ได้จากเคล็ดวิชาค้นหาก็ยิ่งชัดเจน—หลินเสวียนได้เข้าสู่ชั้นที่หกไปแล้วแน่นอน
ขณะนี้หยิงเจายังสลบไม่ได้สติเหล่าผู้ฝึกตนล้วนอยู่ภายใต้การควบคุมขององค์ชายสาม
ทันทีที่ได้ข่าวองค์ชายสามก็ตะโกนสั่ง “ไปฆ่าหลินเสวียนซะ!”
...
สามวันผ่านไป
หลินเสวียนและฮวงห่่าวกำลังบ่มเพาะอยู่ในรอยแยกของหุบเขาบาดแผลบนร่างกายของทั้งคู่ค่อยๆฟื้นตัวภายใต้สถานการณ์ปกติคงใช้เวลาไม่ถึงครึ่งเดือนก็น่าจะหายสนิทแล้ว
ในชั้นที่หกของแดนลับโบราณมีสถานที่หนึ่งชื่อว่าขอบฟ้าแห่งความตายพื้นที่กว้างกว่าร้อยลี้โดยรอบคลุ้งไปด้วยปราณดาบแถมแต่ละสายยังรุนแรงเทียบเท่ากับการโจมตีเต็มพลังของผู้ฝึกตนขอบเขตสร้างรากฐาน
ที่แห่งนั้นอันตรายยิ่งนักเพียงก้าวพลาดก็อาจจบชีวิตได้ทันที
บางคนลือกันว่าในขอบฟ้าแห่งความตายกำลังมีดาบศักดิ์สิทธิ์ไร้เทียมทานปรากฏขึ้นนั้นเป็นเหตุให้เกิดปรากฏการณ์ปราณดาบปั่นป่วนเช่นนี้
อีกบางคนเชื่อว่าเป็นเพราะยอดฝีมือจากยุคโบราณผู้หนึ่งเคยถูกขังไว้ในหอคอยสวรรค์ผ่านกาลเวลาหลายหมื่นปี เขาสิ้นชีพลงในที่สุดแต่ก่อนตายนั้นเป็นผู้ใช้ดาบระดับสูง จึงทิ้งไว้เพียงสนามพลังอันรุนแรงพร้อมสมบัติมากมายซ่อนอยู่ภายใน
คำบอกเล่าหลากหลายแตกต่างกันแต่ไม่มีใครรู้แน่ชัด
...
หลังการบ่มเพาะมาสามวันกลิ่นอายของหลินเสวียนและฮวงห่่าวยิ่งเข้มข้นทั้งคู่ได้รับข่าวเกี่ยวกับขอบฟ้าแห่งความตายจากโลกภายนอก
“พลังปราณดาบหรือว่าจะเป็นดาบศักดิ์สิทธิ์จริงๆ” หลินเสวียนพึมพำกับตัวเองทันทีที่ออกจากการปิดด่าน
จนถึงตอนนี้เขายังไม่มีอาวุธที่ถูกใจส่วนหอกนั้นทรงพลังดี แต่พกพายากส่วนกระบี่ก็แม้จะคมกริบแต่ทว่ากลับเบาเกินไปไม่เข้ากับสไตล์การต่อสู้ของเขา
แต่ดาบนั้นต่างออกไป
มันคือการผสานพลังของทั้งหอกและดาบเข้าด้วยกันและยังเหนือกว่าทั้งสองแบบในบางแง่มุม
ยามที่ใบดาบมหึมาฟาดฟันลงมาพลังอำนาจที่ระเบิดออกนั้นรุนแรงอย่างยากจะต้านทานฟันแนวตั้งแนวนอนก็เฉียบคมพอจะฉีกฟ้าแผ่นดินราวกับมันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ
ในมุมลึกของจิตใจเขารู้สึกถึงการเรียกขานจากบางสิ่งในชั้นที่หก
แม้จะไม่เข้าใจสาเหตุแต่ความรู้สึกนั้นชัดเจนจนปฏิเสธไม่ได้
“ไปดูกันเถอะ!” หลินเสวียนหันไปพูดกับเจ้าตัวเล็กเขาเองก็ไม่ใส่ใจเรื่องอื่นเท่าผลวิญญาณอยู่แล้ว
“ตกลง!” ฮวงห่่าวตอบกลับทันควัน
...
ทันทีที่ทั้งสองออกจากถ้ำแต่ถูกเหล่าอัจฉริยะบางกลุ่มพบเข้า
“รีบแจ้งนายน้อยหยิงกับพวกนั้นเร็วพวกมันคือขุมทรัพย์เดินได้!”
สายตาของอัจฉริยะเหล่านั้นจับจ้องหลินเสวียนราวกับสมบัติล้ำค่าขอแค่ล่อพวกเขาไปได้สมุนไพรวิญญาณพันปี กับเคล็ดวิชาระดับมนุษย์ก็ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป
...
ระหว่างทางหลินเสวียนสะดุดตากับตุ๊กตาหยกตัวหนึ่ง
เด็กหญิงผู้มีรูปร่างหน้าตาราวกับเครื่องลายครามน่าทะนุถนอมทำให้หัวใจของเขาอ่อนยวบลงโดยไม่รู้ตัว
“น่ารักสุดๆ!” ฮวงห่่าวตื่นเต้นจนเผลอกระโดดออกมาเขาไม่ค่อยได้เจอใครวัยเดียวกันนักยกเว้นหลินเสวียน
เด็กหญิงเองก็มองกลับมาอย่างระแวดระวังแต่พอเห็นสายตาห่วงใยของทั้งคู่ก็ลดการป้องกันลงอย่างไม่รู้ตัว
“พวกเจ้าเป็นใคร?” น้ำเสียงนุ่มนวลของเด็กหญิงเอ่ยถาม ขณะกะพริบตาใสซื่อ
หลินเสวียนและฮวงห่่าวถอนเคล็ดวิชาปลอมตัวเผยรูปลักษณ์ที่แท้จริงเป็นเด็กน้อยสองคนราวหยกสลัก
“เจ้าเปลี่ยนรูปร่างได้ด้วยหรือ!” เด็กหญิงร้องขึ้นมาทันที
หลินเสวียนอดหัวเราะไม่ได้ “เราถูกตามล่าเลยต้องปลอมตัวให้ดูโตกว่าเดิมนี่แหละตัวจริงของพวกเรา”
“เจ้าชื่ออะไร?” เขาถามอย่างสุภาพ
“หนานหนาน”
“หลินเสวียน”
“ฮวงห่่าว”
เมื่อได้ยินชื่อของหนานหนานหลินเสวียนรู้สึกคุ้นหูแปลกๆ แต่ก็นึกไม่ออกว่าเคยได้ยินที่ไหน
“เจ้านี่เองที่ชื่อหลินเสวียนคนพวกนั้นกำลังตามล่าเจ้าอยู่นะ” หนานหนานพูดอย่างไร้เดียงสา
หลินเสวียนถึงกับพูดไม่ออกเด็กหญิงตรงหน้าอายุเพียงหกเจ็ดขวบแต่บรรลุถึงขั้นที่5ในขอบเขตสร้างรากฐานแล้วไม่แปลกเลยที่เขาจะรู้สึกทึ่ง
“แต่ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นคนดีคนพวกนั้นน่ะแหละเลว!” หนานหนานพูดอย่างมั่นใจ
คำพูดนั้นทำให้หลินเสวียนไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดีเด็กคนนี้น่ารักเกินไปแล้ว
“เจ้ามาคนเดียวหรือ?” ฮวงห่่าวถามด้วยความอยากรู้
“ข้ายังมีพี่ชายอยู่แต่เขาไม่มีพรสวรรค์เท่าไรแต่เพราะมีคนหมายตาข้าเพราะร่างกายข้าแปลกประหลาดข้ากลัวเขาจะเดือดร้อนเลยหนีออกมาแบบไม่ตั้งใจ...” ยิ่งพูดยิ่งอัดอั้นน้ำตาของหนานหนานก็ไหลพราก
นางซบลงที่อกของหลินเสวียนโดยไม่รู้ตัว
ฮวงห่่าวลอบบ่นในใจ — เราก็เป็นมนุษย์เหมือนกันทำไมถึงซบแต่เขาไม่ซบข้าบ้าง?
แม้ตอนถูกล้อมด้วยคนนับพันหลินเสวียนยังไม่หวั่นแต่พอเจอเรื่องแบบนี้กลับทำตัวไม่ถูกได้แต่ลูบหลังปลอบโยน “ถ้าอย่างนั้น...เจ้าก็มีพี่ชายเพิ่มอีกคนและน้องชายอีกคนแล้ว”
ว่าแล้วเขาก็หันไปยิ้มให้ฮวงห่่าว
ฮวงห่่าวอยากร้องประท้วงเต็มที่แต่พอเห็นหนานหนานร้องไห้ก็ยอมจำนน
นี่มันตรรกะอะไรฟะ!?
หนานหนานอายุมากกว่าหลินเสวียนและหลินเสวียนก็อายุน้อยกว่าฮวงห่่าวแล้วไอ้พี่น้องนี่มันจัดอันดับกันยังไง!?
ในขณะนั้นเองหลินเสวียนสัมผัสได้ถึงพลังลึกลับในร่างของหนานหนานมันเป็นพลังอ่อนโยนกว้างใหญ่แต่แฝงความน่ากลัวเอาไว้หากระเบิดออกมาอาจปลิดชีพศัตรูได้ในพริบตา
เห็นชัดว่า...หนานหนานมีร่างกายพิเศษเพียงแต่ยังไม่ถูกกระตุ้น
หากกลับไปถึงตระกูลหลินเขาจะช่วยกระตุ้นร่างกายให้เธอได้แน่นอนหากสำเร็จนางอาจก้าวเข้าสู่ขอบเขตตำหนักม่วงได้ทันที
ความเร็วในการฝึกตนแบบนี้แม้แต่หลินเสวียนก็อดอิจฉาไม่ได้
ในขณะที่เขาต้องฝ่าฟันอย่างยากลำบากกว่าจะบรรลุ ขอบเขตหมุนเวียนปราณแต่เด็กหญิงตรงหน้ากลับมีศักยภาพก้าวกระโดดเพียงเพราะร่างกายที่แปลกประหลาดนี่มันจะเทียบกันได้อย่างไร?
...
ขณะที่พูดคุยกันอย่างอบอุ่นทันใดนั้นเสียงแหบห้าวก็ดังขึ้นจากไม่ไกล
“เฮ้ย เด็กสามคน?”
ชายร่างอ้วนผู้หนึ่งเดินมาพร้อมรอยยิ้มชั่วร้ายเขากวาดตามองพวกเขาราวกับล่าเหยื่อ
“ดูเหมือนเพิ่งหย่านมมาไม่นานแต่กล้าบุกมาถึงที่นี่?”
“ฆ่าเด็กผู้ชายสองคนนั่นซะส่วนเด็กหญิงคนนี้น่ารักดี...อีกไม่กี่ปีคงโตเป็นสาวสวย” ชายอ้วนหัวเราะเจือลามก
เพียงประโยคสุดท้ายดวงตาของหลินเสวียนพลันเย็นเยียบ จิตสังหารพุ่งพล่านพวกมันไม่เว้นแม้แต่เด็ก!
“เจ้าตัวเล็กพาเธอไปปิดตาไว้” เขากระซิบกับฮวงห่่าวก่อนจะดันหนานหนานไปอยู่ด้านหลัง
จากนั้นเงาร่างของเขาก็หายไปในพริบตา...
(นี้มันแก๊งเด็กชัดๆ555)