เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

270.หุ่นเชิด

270.หุ่นเชิด

270.หุ่นเชิด


เมื่อเถาวัลย์อสูรอมตะถูกสังหารบางอัจฉริยะที่ยังไม่ทันตั้งตัวกลับเผลอถูกโจมตีโดยผู้ฝึกตนข้างกายเสียงกรีดร้องดังระงมไม่ขาดสายผู้ฝึกตนบางคนถึงกับเสียขวัญจนสติหลุดกระเจิงบดขยี้หอคอยเล็กในมือเพื่อยุติการเดินทางในหอคอยสวรรค์อย่างสิ้นหวัง

สุดท้ายอัจฉริยะที่หลงเหลืออยู่กลับมีเพียงสามพันคนเท่านั้น

ชั้นที่สี่คลุ้งไปด้วยกลิ่นเลือดที่หนาแน่นยิ่งผู้ฝึกตนหญิงหลายคนถึงกับอาเจียนออกมาเมื่อได้กลิ่นคาวเลือดรุนแรงนั้น

ในเส้นทางแห่งการบำเพ็ญเพียรผู้แข็งแกร่งคือราชาผู้ที่อ่อนแอย่อมกลายเป็นเหยื่อมันไม่มีคำว่าถูกหรือผิดมีเพียงพลังเท่านั้นที่ตัดสินทุกอย่าง

หากหลินเสวียนไม่มีพลังมากพอวันนี้เขาคงถูกหยิงเจาและคนอื่นสังหารไปแล้วหรือไม่ก็ถูกอัจฉริยะเหล่านั้นลอบโจมตีหลังจากกำจัดเถาวัลย์อสูรอมตะได้ที่รอบกายเงียบสงบเช่นนี้ก็เพราะพลังของเขาเท่านั้น

“ผู้ฝึกตนทั้งหมดที่ผ่านชั้นที่สี่จะได้รับรางวัลลึกลับซึ่งจะเข้าสู่แหวนมิติของเจ้าโดยอัตโนมัติ!”

ทันทีที่เสียงไร้อารมณ์นั้นจางหายร่างของเหล่าอัจฉริยะก็ถูกส่งเข้าสู่ชั้นที่ห้าแสงแดดเจิดจ้าแทบทำให้พวกเขาลืมตาไม่ขึ้นสถานที่นี้ราวกับโลกอีกใบที่แทบไม่ต่างจากโลกภายนอกมีดวงอาทิตย์แขวนอยู่กลางเวหาพลังปราณวิญญาณที่ลอยในอากาศหนาแน่นเป็นสามเท่าของภายนอกแม้แต่พืชพรรณก็เติบโตเกินขอบเขตสามัญ

หญ้าธรรมดากลับเติบโตสูงดั่งต้นไม้ส่วนมดตัวหนึ่งซึ่งควรเล็กจ้อยกลับมีขนาดเท่าสุนัขป่าดุร้ายหากไม่เห็นกับตาคงไม่มีใครเชื่อ

หลินเสวียนมองไปรอบกายและพบว่าเหลือเพียงเจ้าตัวเล็กอยู่ด้วยส่วนเป่ยเฉินหลานและคนอื่นๆหายไปหมดเขาไม่รู้ว่าพวกเขาไปโผล่ที่ใด

ชั้นที่ห้านี้แปลกประหลาดนักมันไม่เหมือนชั้นใดในหอคอยสวรรค์หากมองให้ดีโลกนี้สมบูรณ์ในตัวเองมีแม้แต่เผ่าพันธุ์พื้นเมืองแตกต่างจากโลกเล็กๆในชั้นแรกโดยสิ้นเชิง

ยิ่งไปกว่านั้นหลินเสวียนยังเห็นพระจันทร์เสี้ยวลอยอยู่เหนือดวงอาทิตย์และเมื่อเงยหน้ามองฟ้าเขากลับพบดวงอาทิตย์อีกหนึ่งดวงและพระจันทร์เสี้ยวอีกหนึ่งดวงเช่นกัน

โลกเล็กๆที่มีดวงอาทิตย์สองดวงและพระจันทร์สองดวง?

หลินเสวียนเบิกตากว้างอย่างไม่อยากเชื่อเขาพึมพำเบาๆ “นี่คือโลกใบเล็กจริงหรือ?”

“ทำไมครั้งนี้ไม่มีคำแนะนำ?” ฮวงห่่าวกล่าวพลางขมวดคิ้ว เพราะในสี่ชั้นก่อนหน้าวิญญาณหอคอยสวรรค์จะให้คำใบ้อยู่เสมอ

“ไปกันเถอะที่นี่ต้องมีบางอย่างรอเราอยู่แน่” หลินเสวียนกล่าวพลางก้าวออกไปฮวงห่่าวจึงรีบตาม

ทั้งสองเดินมาได้ครู่หนึ่งก็พบถ้ำแห่งหนึ่งจึงเข้าไปภายใน

ตลอดหลายวันที่ผ่านมาในหอคอยสวรรค์จิตใจของพวกเขาถูกขึงตึงอย่างหนักหากยังคงฝืนต่อไปจะส่งผลเสียต่อการฝึกตน

ทั้งสองเก็บเกี่ยวสมบัติมากมายจากสามชั้นแรกจึงตัดสินใจพักชั่วคราว

หลินเสวียนนั่งขัดสมาธิภายในถ้ำเริ่มบ่มเพาะพลังด้วยเคล็ดวิชาลมหายใจปราณม่วงพร้อมหยิบหางมังกรที่ได้มาออกมาเตรียมกลั่นดูดซับ

ในเวลาไม่นานพลังปราณวิญญาณก็แผ่คลุมเต็มถ้ำ

ส่วนฮวงห่่าวกลับทะลวงขอบเขตอย่างแปลกประหลาดเขากินผลวิญญาณทีละลูกร่างปลดปล่อยเสียงอู้อี้และทะลวงขอบเขตได้ทุกครั้ง

แม้หลินเสวียนจะไม่ทะลวงง่ายเหมือนฮวงห่่าวแต่ด้วยร่างเซียนมหาเต๋าเขาไร้ซึ้งอุปสรรคตลอดทางการความเข้าใจก็เพิ่มขึ้นทุกขณะ

ก่อนจะเข้าสู่ขอบเขตจิตวิญญาณเขาแทบไม่พบคอขวดสิ่งเดียวที่เขายังขาดคือพลังปราณวิญญาณและประสบการณ์การต่อสู้จริง

หากเขาต้องการเขาสามารถบรรลุขอบเขตแก่นทองคำได้ในเวลาอันสั้นแต่ทว่าหากทำเช่นนั้นโดยข้ามประสบการณ์ไปก็จะทำให้พลังต่อสู้ของเขาเทียบเท่ากับผู้ฝึกตนทั่วไปในระดับเดียวกันเท่านั้น

หนึ่งวันผ่านไป

เหตุการณ์ประหลาดมากมายเกิดขึ้นในชั้นที่ห้า

ผู้ฝึกตนบางคนต้องเผชิญสิ่งมีชีวิตน่าสะพรึงขณะแย่งชิงสมบัติ บ้างก็สูญเสียคุณสมบัติในทันทีแล้วถูกส่งออกจากหอคอยส่วนบางคนถึงกับเสียชีวิตโดยไม่รู้ตัว

ไม่นานเหล่าอัจฉริยะจากตระกูลใหญ่กล่าวว่าตามบันทึกของตระกูลหอคอยสวรรค์ตั้งแต่ชั้นที่ห้าถึงแปดไม่เคยมั่นคงทุกครั้งที่เปิดใช้งานสี่ชั้นนี้จะเปลี่ยนแปลงตลอด

แต่ละชั้นคือโลกใบเล็กที่แยกขาดจากกันทว่าในบางครั้ง ชั้นที่ห้าถึงแปดจะรวมตัวเป็นหนึ่งเดียวนี่จึงอธิบายได้ว่าทำไมถึงมีดวงอาทิตย์สองดวงและพระจันทร์สองดวงในที่เดียว

พระจันทร์ที่อยู่ห่างที่สุดคือของชั้นที่แปดส่วนดวงอาทิตย์และพระจันทร์ตรงกลางน่าจะเป็นของชั้นหกและเจ็ดและเมื่อผ่านทั้งหมดจะเข้าสู่ชั้นสุดท้าย...ชั้นที่เก้า

แม้ดูสงบแต่แท้จริงแล้วชั้นนี้อันตรายยิ่งหากประมาทแม้แต่น้อยก็อาจพบจุดจบได้ในพริบตา

ตูม!

จู่ๆถ้ำที่หลินเสวียนนั่งสมาธิก็ระเบิดออกเขาพลางเดินออกมาด้วยร่างที่เปื้อนฝุ่น

เดิมการกลั่นหางมังกรเป็นไปอย่างราบรื่นแต่กลับมีตราประทับมังกรทองห้ากรงเล็บซ่อนอยู่มันแปรเปลี่ยนเป็นเงามังกรสูงลิ่วแล้วจู่ๆก็ถามว่า “เจ้าเป็นใคร?”

สามคำนี้ทำเอาหลินเสวียนเกือบสิ้นใจด้วยความตกใจแต่กลับกลายเป็นโชคในเคราะห์เขาได้รับมรดกเผ่ามังกร… ร่างจักรพรรดิมังกร

หลังจากนั้นทั้งสองมุ่งหน้าไปตามทิศของดวงอาทิตย์ เพราะไม่มีเบาะแสใดให้ตามได้อีก

หลายวันผ่านไปพวกเขาไม่พบผู้ใดวิญญาณหอคอยก็ไร้ซึ่งคำใบ้พวกเขาเหมือนแมลงวันไร้หัวที่วิ่งพล่าน

ทันใดนั้นหลินเสวียนหยุดฝีเท้ากระชากเจ้าตัวเล็กถอยกลับ ทันใดนั้นจุดที่เคยยืนระเบิดออกเป็นจุณ

แววตาของหลินเสวียนหดลงพลังระเบิดนั้นไม่น้อยไปกว่าขอบเขตหมุนเวียนปราณขั้นสูงแต่จากที่เห็นไม่มีผู้ใดในหอคอยที่มีพลังถึงขั้นนั้น

“มีอะไรแปลกๆนั่น?” เจ้าตัวเล็กมองเงาดำที่ปรากฏขึ้นมันเคลื่อนไหวอีกครั้งทั้งสองประสานโจมตีเข้าที่เอวของมันจู่ๆมันก็แตกออกเป็นชิ้นโลหะ

“หุ่นเชิด!” หลินเสวียนอุทาน

ไม่แปลกใจเลยที่ไม่มีพลังชีวิตใดแผ่ออกมามันเป็นหุ่นเชิดระดับหมุนเวียนปราณแต่เนื่องจากถูกปล่อยทิ้งไว้นานนัก จึงอ่อนแอจนรับหมัดธรรมดาไม่ไหว

ในยุคโบราณศาสตร์หุ่นเชิดเคยรุ่งเรืองไม่แพ้นักปรุงยาถือเป็นแขนงหนึ่งของค่ายกลโดยแกะสลักลายค่ายลงในวัสดุพิเศษชะล้างวิญญาณอสูรแล้วผนึกไว้ในหุ่นเชิดโดยสั่งการให้ต่อสู้แทนตนได้

บางสำนักหุ่นเชิดสามารถสร้างหุ่นเชิดที่มีพลังฝ่าด่านเคราะห์ ศิษย์ระดับสร้างรากฐานยังได้รับการยกย่องจากทั่วทั้งโลกและไม่มีผู้ใดกล้าล่วงเกิน

หากสำนักเหล่านี้โยนหุ่นเชิดขอบเขตฝ่าด่านเคราะห์ออกมาเล่นๆก็เท่ากับส่งคนตายชัด ๆ

น่าเสียดาย... หุ่นเชิดเบื้องหน้าพังไปแล้วไม่เช่นนั้นหลินเสวียนคงได้ศึกษามันต่ออีกหน่อย

จบบทที่ 270.หุ่นเชิด

คัดลอกลิงก์แล้ว