เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

268.พ่ายแพ้

268.พ่ายแพ้

268.พ่ายแพ้


“มอบเคล็ดวิชาของเจ้ามาซะทำลายฐานฝึกตนและแขนขาตนเองเสียบางทีข้าอาจเมตตาผ่อนปรนและยอมให้เจ้าเป็นสุนัขรับใช้ข้างกายนายน้อยหยิงก็เป็นได้” จ้าวจินซากล่าวด้วยน้ำเสียงเหยียดหยันคล้ายหลินเสวียนตกอยู่ในเงื้อมมือของพวกเขาเรียบร้อยแล้ว

เสียงหัวเราะดังกระหึ่มขึ้นพร้อมรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมบนใบหน้าของทุกคน

“พวกเจ้าคิดจะรังแกกันด้วยจำนวนคนหรือ?” กลิ่นอายบนร่างของฮวงห่่าวแปรปรวนเขากำลังจะเข้าช่วยหลินเสวียน ทว่าเขาถูกเป่ยเฉินหลานและผู้อื่นขัดขวางไว้

ไม่รู้ว่าด้วยเหตุใดเถาวัลย์อสูรอมตะนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าหาพวกเขาแต่เถาวัลย์เหล่านั้นขดตัวแน่นขนัดขวางเส้นทางไว้ทุกทิศทางทุกระยะหนึ่งยังมีผู้ฝึกตนยืนเฝ้าแน่นหนา

แท้จริงแล้วหวังเถิงเฟยล่วงรู้มานานแล้วว่าคนที่มากับหลินเสวียนล้วนไม่ธรรมดาแก่นเลือดของพวกเขายังดึงดูดเถาวัลย์อสูรอมตะได้เป็นอย่างดีเมื่อครู่ก่อนขณะที่หลินเสวียนกำลังต่อสู้เขาได้แอบส่งคนไปโปรยหญ้าโลหิตใกล้ฮวงห่่าว

แม้แต่ผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมกายายังไม่คิดใช้หญ้าโลหิตเพื่อฝึกตนเพราะมันแทบไม่ต่างจากหญ้าธรรมดาแต่ทว่าหากถูกบดขยี้มันจะปล่อยกลิ่นเลือดออกมาและสามารถล่อเถาวัลย์อสูรอมตะให้จู่โจมได้

“เลวทราม!” ฮวงห่่าวสบถเสียงกร้าวทว่าก็จนปัญญา เถาวัลย์อสูรอมตะมีจำนวนมากเกินไปไม่อาจสังหารให้สิ้นได้ในเวลาอันสั้นส่วนเป่ยเฉินหลานกับพวกได้แต่กัดฟันทนกลั้นความโกรธไว้

“ขัดขวางพวกเขาไว้ให้หมดข้าจะให้รางวัลเมื่อออกจากที่นี่” องค์ชายสามกล่าวกับผู้ฝึกตนที่ควบคุมเถาวัลย์อสูรอมตะ

“ขอบคุณองค์ชายสาม!”

“ไม่ต้องกังวลข้าจะรับมือพวกมันเอง” หลินเสวียนส่งสายตาไปยังสหายเป็นเชิงให้วางใจได้

เขายกมือขวาขึ้นสีหน้านิ่งเฉยสายฟ้าคำรามเหนือท้องฟ้า พลังสายฟ้าที่ส่งเสียงเปรี๊ยะเปรี๊ยะตกกระหน่ำลงมา เถาวัลย์อสูรอมตะที่อยู่ใกล้เขาถึงกับแหลกสลายเป็นเถ้าธุลี

ฉากการต่อสู้ฝั่งหลินเสวียนดึงดูดสายตาอัจฉริยะจากทุกสารทิศอีกครั้ง

แม้อัจฉริยะหลายคนจะมัวแต่ห้ำหั่นกันเองเพื่อลดจำนวนคู่แข่งซึ่งกลายเป็นเรื่องปกติในหอคอยสวรรค์ทว่าไม่มีใครยอมละสายตาจากการต่อสู้ของหลินเสวียน

“เขาคิดจะรับมือคนพวกนั้นเพียงลำพังหรือ?” อัจฉริยะคนหนึ่งอุทานด้วยสีหน้าตกตะลึง

การต่อสู้ระหว่างผู้ฝึกตนขอบเขตหมุนเวียนปราณเช่นนี้ นับว่ายากนักที่จะได้เห็นแต่ครั้งนี้กลับเป็นภาพที่น่าติดตามยิ่งนัก

เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องสายฟ้าสวรรค์จากเก้าชั้นฟ้าฟาดลงมาพลังทำลายล้างมหาศาลทำให้ผู้คนรอบด้านรู้สึกหัวใจสั่นสะท้าน

หยิงเจาและพรรคพวกพากันถอยกรูดสีหน้าพลันเปลี่ยนไปอย่างพร้อมเพรียงแม้จะรุมล้อมกันหลายคนทว่ากลับไม่อาจได้เปรียบเลยแม้แต่น้อย

“ประกายแสงเยือกเย็น!”

องค์ชายสามเป็นผู้ลงมือก่อนพลังปราณวิญญาณทั่วฟ้าดินถูกดึงเข้าหาเขาปราณกระบี่บนร่างเขาซ้อนทับเป็นชั้น ๆ ราวกับไม่ใช่องค์ชายสามแห่งราชวงศ์เซียนสวรรค์อีกต่อไป แต่เป็นดั่งกระบี่แห่งสวรรค์

กลิ่นอายกระบี่นั้นทำให้หวังเถิงเฟยและผู้อื่นรู้สึกสะท้านในใจ

“นี่คือเคล็ดวิชาลับที่ทำให้องค์ชายสามมีชื่อเสียงเด็กนั่นจะลำบากแล้ว” แม้หวังเถิงเฟยจะหลบซ่อนตัวมาเนิ่นนานแต่ย่อมมีความเข้าใจในราชวงศ์เซียนสวรรค์ไม่น้อย

“เก้าคำลับ รวม!”

หลินเสวียนมิได้หลบหลีกเขาใช้พลังสิบเท่าที่เสริมร่างเข้าเผชิญหน้ากับองค์ชายสามก้าวที่เข้าสู่ขอบเขตหมุนเวียนปราณแล้วเขาจึงต้องใช้พลังอย่างเต็มกำลัง

พลังทั้งสองปะทะกันอย่างรุนแรงฟ้าดินแปรเปลี่ยนสีของโลกพลันมืดมัวพื้นที่นับร้อยลี้ถูกแรงสั่นสะเทือนห่อหุ้มจนไม่อาจมองเห็นสถานการณ์ภายในได้ถนัด

สีหน้าองค์ชายสามเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดพลังของเขาค่อยๆถูกสลายประกายแสงเยือกเย็นของเขามลายหายราวกับถูกกลืนกิน

หมัดของหลินเสวียนประหนึ่งดาวตกอานุภาพรุนแรงจนองค์ชายสามต้านทานแทบไม่ไหวทุกครั้งที่ปะทะกันร่างเขาพลันสะเทือนปราณโลหิตแปรปรวนรุนแรงดั่งต้องประมือกับอสูรโบราณ

“มัวรอสิ่งใดรีบลงมือ!”

องค์ชายสามตะโกนก้องพลางมองหยิงเจาและคนอื่นหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปเขาจะต้องตายคามือหลินเสวียนแน่เมื่อถึงตอนนั้นพวกเขาย่อมไม่อาจอยู่เป็นสุขได้

หยิงเจาสะดุ้งรีบเร่งลงมือกระบี่ยาวในมือแทงตรงมายังหลินเสวียนดั่งอสรพิษร้ายบีบบังคับให้เขาต้องหันไปต้าน

หลินเสวียนเบนหมัดที่เกือบจะถึงตัวองค์ชายสามแล้วหันไปชกใส่กระบี่ของหยิงเจาแทนทำให้มันกระเด็นออกไป

“วิญญาณรวมเป็นหนึ่ง!”

หวังเถิงเฟยใช้เคล็ดวิชาบางอย่างและปราณวิญญาณทั่วฟ้าดินราวกับมีจิตสำนึกถูกดึงดูดเข้าสู่ร่างของเขาและเกาะติดแน่นกับแขนของเขาราวกับเป็นสมบัติวิเศษ

“ค้อนปฐพี!”

จ้าวจินซากระโดดขึ้นสูงยกค้อนยักษ์ที่ควบแน่นด้วยพลังไร้สิ้นสุดขึ้นทุบลงใส่หลินเสวียนอีกครั้ง

การโจมตีของผู้ฝึกตนขอบเขตสร้างรากฐานนับสิบเริ่มขึ้นพร้อมกันราวกับโลกจะล่มสลาย

“เจ้าเด็กนี้เป็นตัวประหลาดระวังตัวไว้!” องค์ชายสามที่เกือบถูกชกจมหายตะโกนออกมาด้วยความหวาดกลัวที่ยังไม่จางหาย

หยิงเจารู้ดีว่าหลินเสวียนน่าหวาดหวั่นเพียงใดเขาจึงตั้งใจจบศึกนี้ให้เร็วที่สุดหากยังยื้อต่อไปเขาเองคงถูกเด็กคนนี้สังหารไม่ช้าก็เร็ว

หนึ่งคนประจันหน้าหนึ่งคนทางซ้ายอีกหนึ่งทางขวาพวกเขาก่อตัวโจมตีบีบหลินเสวียนราวกับฟ้าดินประกบหากไม่ระวังย่อมประสบเคราะห์หายนะ

แต่ยิ่งพวกเขาร้อนรนหลินเสวียนกลับสงบนิ่งยิ่งขึ้นในยามนี้ ผู้ใดใจร้อนก่อนย่อมเผยจุดอ่อน

เขาลืมตาขึ้นสายตาแลเห็นทุกการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายราวกับช้าลงจุดอ่อนนับไม่ถ้วนเผยออกต่อหน้าเขา

หลินเสวียนกำหมัดกลิ่นอายบนร่างแปรเปลี่ยนคล้ายหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับโลกทุกครั้งที่ลงมือคล้ายเขาคือตัวแทนของฟ้าดิน

“นี่มัน...เจตจำนงหมัด!”

จ้าวจินซาร้องลั่นด้วยความตื่นตระหนกหลินเสวียนมีอายุเพียงสิบกว่าปีแท้ ไปแต่กลับสามารถใช้หยั่งรู้ถึงเจตจำนงหมัด

การหยั่งรู้เจตนาหมัดยังถือว่าไม่ยากแต่ทว่าเจตจำนงหมัดนั้นหมายถึงการหลอมรวมกับเต๋าแห่งฟ้าดินโดยสมบูรณ์ซึ่งมักจะพบในผู้อาวุโสตระกูลใหญ่หรือเหล่าผู้ฝึกตนจากยุคโบราณที่มีอายุนับพันนับหมื่นปีเท่านั้น

หากโลกภายนอกรู้ถึงการมีอยู่ของหลินเสวียนคงแย่งกันรับเขาเป็นศิษย์โดยไม่ลังเล

ยอดฝีมือคนอื่นๆยิ่งตกใจมากขึ้น

ตอนนี้พวกเขายังฝึกฝนเจตนาหมัดอย่างยากลำบากแต่ทว่าอีกฝ่ายกลับหยั่งรู้เจตจำนงหมัดไปแล้วมันช่างเป็นภาพที่น่าอับอายเกินทานทน

“อย่าปะทะกับเขาตรงๆ!ถอยก่อน!”

ร่างของหยิงเจาถอยหนีอย่างรวดเร็วสีหน้าของทุกคนซีดเผือดต่างรู้ว่าหากยังฝืนอยู่ต่อมีแต่ตายสถานเดียวพวกเขาจึงได้แต่ถอนตัวไปชั่วคราวและรอหาโอกาสใหม่

เจตจำนงหมัดของหลินเสวียนถึงจุดสูงสุดแปรเปลี่ยนเป็นพยัคฆ์เพลิงยักษ์คำรามพุ่งเข้าหาเหล่าศัตรู

หยิงเจาและพรรคพวกกลายเป็นลำแสงหลบหนีออกไปทิ้งเพียงอัจฉริยะขอบเขตสร้างรากฐานสิบกว่าคนไว้รับเคราะห์แทน

เจตจำนงหมัดบดขยี้คนเหล่านั้นพวกเขากระอักโลหิตและตายอย่างอนาถแม้แต่ร่างยังบิดเบี้ยวแหลกเหลว

หลังจากจัดการแล้วหลินเสวียนหันมองไปยังทิศทางที่พวกนั้นหลบหนีแต่ไม่คิดไล่ตาม

ทุกชั้นของหอคอยสวรรค์ต่างเป็นโลกอิสระหากอีกฝ่ายเลือกซ่อนตัวจริงๆเกรงว่าจะเสียเวลาไปกว่าครึ่งวันการไล่ล่าเช่นนี้ไม่มีความจำเป็นยังไงเสียคนพวกนั้นก็ไม่รอดมือเขาแน่นอน

ยิ่งไปกว่านั้นอีกฝ่ายยังอาจกลับไปยังชั้นที่สามเพิ่มความยากในการตามหาเข้าไปอีก

หลินเสวียนไม่ไยดีเขาก้าวเพียงหนึ่งก้าวก็ข้ามระยะพันลี้

เขามองไปยังผู้ฝึกตนที่ควบคุมเถาวัลย์อสูรอมตะเหล่านั้น แล้วมังกรเพลิงพันจั้งก็ปรากฏขึ้นทันที

จบบทที่ 268.พ่ายแพ้

คัดลอกลิงก์แล้ว