- หน้าแรก
- ระบบสุดโกง ฉันอยากไปไหนก็ได้ แถมฆ่าไม่ตายอีกต่างหาก
- บทที่ 99: ลวงศัตรูด้วยคาราวาน (ฟรี)
บทที่ 99: ลวงศัตรูด้วยคาราวาน (ฟรี)
บทที่ 99: ลวงศัตรูด้วยคาราวาน (ฟรี)
บทที่ 99: ลวงศัตรูด้วยคาราวาน
เซี่ยวจ้านส่ายหน้าเบาๆ แล้วกล่าวว่า
“ข้าก็ไม่รู้รายละเอียดนักหรอก แต่เพราะผู้อาวุโสใหญ่ของตระกูลโจวกับคุณชายใหญ่ของตระกูลหยางถูกฆ่าตาย ทำให้ทั้งสองตระกูลโกรธมาก ถึงกับประกาศล่าตัวชายร่างกำยำคนนั้นเพื่อชำระแค้น ตอนนี้เลยส่งคนออกไปตามล่ากันให้วุ่น”
“คนที่ถูกฆ่าตายล้วนเป็นบุคคลสำคัญของตระกูล ถ้าปล่อยไว้โดยไม่ตอบโต้ ก็เหมือนถูกตบหน้าเข้าให้เต็มแรง”
“เพราะอย่างนี้ ข้าถึงสามารถเกณฑ์ผู้ฝึกตนมาช่วยเจ้าได้โดยไม่มีใครขัดขวาง”
เมื่อได้ยินเซี่ยวจ้านอธิบาย ทุกคนก็พลันเข้าใจสถานการณ์ทันที
ไป่เฟยเอ่ยด้วยน้ำเสียงแน่วแน่
“ถ้ามีผู้ฝึกตนของพี่เซี่ยวมาช่วย พวกโจรเถื่อนพวกนั้นก็คงไม่ใช่ปัญหาใหญ่อีกต่อไป ขั้นตอนต่อไปก็คือวางแผนกวาดล้างพวกมันให้สิ้นซาก”
เซี่ยวจ้านถามกลับ “มีแผนอะไรในใจหรือยัง?”
เวินเสวี่ยเอ๋อร์ หวงเตี๋ยอี หวังเทียนฟาง และหลิวต้าฝู ต่างหันไปมองใบหน้าหล่อเหลาของไป่เฟย รอฟังคำตอบอย่างตั้งใจ
ไป่เฟยยิ้มบางๆ แล้วกล่าวอย่างมั่นใจ
“แน่นอน ข้ามีแผนเรียบร้อยแล้ว”
“พวกโจรเถื่อนพวกนั้นซ่อนตัวอยู่ในป่าศิลาดำมาตลอด ถ้าเราบุกเข้าไปโดยตรงมีแต่จะเสียเปรียบ ดังนั้น…เราต้องล่อเสือออกจากถ้ำ”
“ทางเดียวก็คือ ปลอมตัวเป็นคาราวาน!”
“เพราะถ้าไม่มีเหยื่อให้ปล้น พวกมันก็ไม่คิดจะออกจากที่ซ่อนแน่”
“ปลอมเป็นคาราวานงั้นรึ?” หลิวต้าฝูพึมพำพลางพยักหน้า
“เป็นความคิดที่ดีจริงๆ!”
แต่เซี่ยวจ้านขมวดคิ้วแล้วกล่าว
“แต่ถ้าพวกเรามีกำลังคนมากขนาดนี้ พวกมันจะไม่ระแวงแล้วหนีไปก่อนหรือ?”
ไป่เฟยเพียงส่ายหน้าแล้วยิ้มตอบ
“ยิ่งพวกเราขนเอาคนมามากเท่าไหร่ พวกมันจะยิ่งเชื่อว่าเราเป็นคาราวานจริงๆ”
“เพราะคาราวานที่เดินทางออกนอกเมืองช่วงนี้ ย่อมต้องมีการ์ดคุ้มกันมากเป็นพิเศษอยู่แล้ว ไหนจะคนซ่อนในลังอีก ช่วยให้ดูเหมือนมีคนน้อยกว่าความจริง เวลาลงมือโจมตีจริงๆ ก็จะได้เปรียบ”
“พวกโจรเถื่อนเลือกตั้งฐานในป่าศิลาดำก็เพราะเส้นทางการค้าระหว่างเมืองมู่อวิ๋นกับภายนอกต้องผ่านที่นั่น”
“ตอนนี้ไม่มีคาราวานใดกล้าเดินทางออกจากเมือง พวกมันย่อมกระวนกระวายใจ เพราะถ้าไม่มีเหยื่อให้ปล้น มันก็ไร้ประโยชน์ที่จะปักหลักอยู่ที่นั่น”
“แค่เห็นคาราวานขบวนใหญ่ผ่านออกไป พวกมันต้องรีบลงมือแน่นอน เพราะความโลภจะทำให้พวกมันมองไม่เห็นกับดัก”
การวิเคราะห์ของไป่เฟย ลึกซึ้งและมีเหตุมีผลอย่างยิ่ง
เซี่ยวจ้านพยักหน้าทันที
“ในเมื่อเป็นเช่นนั้น งั้นก็ทำตามแผนของเจ้าเถอะ ไป่เฟย! ตั้งแต่นี้ไป เจ้ารับผิดชอบจัดการทั้งหมด”
หวงเตี๋ยอีก็เอ่ยว่า
“ศิษย์น้องไป่เฟย หากมีอะไรให้ข้าช่วย ก็บอกมาได้เลย ข้าจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่”
“ข้าก็ด้วย!”
“ข้าเองก็พร้อมช่วย!”
หลิวต้าฝูและหวังเทียนฟางต่างสนับสนุนทันที
เวินเสวี่ยเอ๋อร์ยิ้มอ่อน มองไปยังไป่เฟยแล้วกล่าวเบาๆ
“ไป่เฟย ข้าก็อยากช่วยเหมือนกันนะ”
ไป่เฟยมองนางอย่างอ่อนโยน แล้วกล่าว
“เสี่ยวเสวี่ย ข้าก็มีงานชิ้นหนึ่งที่ต้องรบกวนเจ้าจริงๆ”
นัยน์ตาของเวินเสวี่ยเอ๋อร์เป็นประกายทันที
“ไม่มีปัญหา! มอบหมายมาได้เลย ข้าสัญญาจะทำให้ดีที่สุด!”
ไป่เฟยหัวเราะเบาๆ
“ข้าเชื่อว่าเจ้าย่อมทำได้แน่นอน”
หลังจากแจกแจงหน้าที่ให้ทุกคนเสร็จ ไป่เฟยก็หันไปหาเซี่ยวจ้าน
“พี่เซี่ยว รบกวนเจ้าช่วยอยู่ต่ออีกหน่อย ข้ามีเรื่องจะคุยด้วยเป็นการส่วนตัว”
เซี่ยวจ้านเลิกคิ้วเล็กน้อย แม้จะแปลกใจ แต่ก็พยักหน้า
“ได้สิ”
เมื่อคนอื่นออกไปหมดแล้ว ไป่เฟยก็ยื่นถุงผ้าขนาดกลางให้
“พี่เซี่ยว ครั้งนี้ต้องขอบคุณเจ้ามาก ข้าเตรียมหินวิญญาณระดับต่ำหนึ่งหมื่นห้าพันก้อนไว้ เป็นค่าตอบแทนสำหรับพี่น้องผู้ฝึกตนที่เจ้าพามา ช่วยแบ่งให้พวกเขาด้วย”
เซี่ยวจ้านเบิกตากว้างอย่างตกใจ
“ไป่เฟย เจ้านี่มันเกินไปแล้ว ข้าช่วยเจ้าก็เพราะเราเป็นพี่น้องกัน ไม่ได้หวังผลตอบแทนสักนิด”
“อีกอย่าง…เจ้าคิดว่าตระกูลเซี่ยวของข้าจะขาดหินวิญญาณพวกนี้รึ?”
“ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าที่ผ่านมา เจ้าเคยช่วยชีวิตข้าหลายครั้ง การที่ข้าช่วยเจ้าตอนนี้ก็ถือเป็นเรื่องที่ควรทำอยู่แล้ว”
แต่ไป่เฟยก็ส่ายหน้า
“ถึงพี่จะเต็มใจช่วย แต่พี่น้องที่เจ้าพามาไม่มีหน้าที่ต้องช่วยข้า ข้าว่ามอบหินวิญญาณนี้ให้พวกเขา ยังจะเหมาะสมกว่า”
เซี่ยวจ้านยิ้มแล้วโบกมือ
“ไม่จำเป็นเลยจริงๆ ทางตระกูลเซี่ยวจะดูแลสวัสดิการของพวกเขาเอง”
“พวกเขาเป็นคนของตระกูล ก็ต้องทำงานให้ตระกูลอยู่แล้ว ถ้าเจ้ารู้สึกติดค้างใจนัก งั้นก็คิดเสียว่าเป็นหนี้บุญคุณข้าก็แล้วกัน ไว้วันหลังค่อยชดใช้มาเถอะ เป็นไง?”
คำพูดของเซี่ยวจ้านทำเอาไป่เฟยชะงักเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะออกมา
“ที่แท้เจ้าขุดหลุมรอข้าไว้แต่แรกนี่เอง!”
“ข้าไม่ได้ขุดหลุม! แค่พูดตรงๆ ว่าอยากได้บุญคุณจากเจ้าเท่านั้น!” เซี่ยวจ้านตอบพลางหัวเราะ
ไป่เฟยยิ้มแล้วกล่าว
“เข้าใจล่ะ งั้นก็ได้…ข้าจะถือว่าข้าเป็นหนี้บุญคุณเจ้าหนึ่งครั้ง”
เซี่ยวจ้านโบกมือทันที
“อย่าเลย ข้าแค่พูดเล่น อย่าจริงจังนักเลย”
ไป่เฟยมองเขาแล้วยิ้ม
“หืม? ไม่อยากได้บุญคุณแล้วรึ? บอกไว้ก่อนนะ บุญคุณจากข้าน่ะไม่ได้ได้กันง่ายๆ หรอกนะ”
“ฮ่าๆ จริงด้วย! งั้นข้าขอรับไว้ละกัน!”
เซี่ยวจ้านหัวเราะเสียงดัง แล้วทำหน้าจริงจังขึ้น
“ว่าแต่…ข้ามีเรื่องหนึ่ง อยากถามเจ้าหน่อย!”
จบ