เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 3 สถานการณ์ฉุกเฉินที่ถูกยกระดับ

ตอนที่ 3 สถานการณ์ฉุกเฉินที่ถูกยกระดับ

ตอนที่ 3 สถานการณ์ฉุกเฉินที่ถูกยกระดับ


ตอนที่ 3: สถานการณ์ฉุกเฉินที่ถูกยกระดับ

การงีบหลับของเซี่ยผิงอันกลายเป็นการนอนหลับสนิท แม้ว่าในที่หลบภัยจะไม่มีเครื่องนอนที่สะดวกสบาย แต่เขาก็ยังนอนหลับสนิทเพราะความอ่อนเพลีย

พวกเขาทั้งหมดพักอยู่ในสถานที่หลบภัยทั้งคืน พวกเขาอยู่ที่นั่นนานกว่า 14 ชั่วโม่งแล้ว

ตลอดทั้งคืน ทุกคนในสถานที่หลบภัยต่างก็พากันรอคอยอย่างกระวนกระวายใจ

แต่ในช่วงเวลานั้น ก็ยังมีข้อความเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่าที่แสดงอยู่บนหน้าจอโฆษณาของสถานที่หลบภัยอยู่ตลอดเวลา

[สถานการณ์ภายนอกอยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้า สิ่งมีชีวิตที่บุกรุกเข้ามากำลังค่อยๆ ถูกกำจัดออกไป กรุณารออย่างอดทน]

..เช้าวันรุ่งขึ้น เวลา 7.00 น.ในที่สุดก็มีข้อความอื่นก็ปรากฏบนหน้าจอ..

[สถานการณ์ในเมืองเซียงเหอกำลังได้รับการฟื้นฟู และสถานการณ์ฉุกเฉินได้ถูกยกเลิกแล้ว]

ในตอนนั้นเองไฟสีเขียวก็สว่างขึ้นที่ประตูความฉุกเฉินของที่หลบภับ ขณะที่ประตูกำลังเปิดออก ทุกคนก็พากันออกจากสถานที่หลบภัย ในที่สุดพวกเขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกได้สักที

[การบุกรุกมิติในครั้งนี้คือระดับ F+ ผู้บุกรุกคือหนูปีศาจและหนอนยักษ์ มีหนูปีศาจทั้งหมด 137 ตัว และหนอนยักษ์ 5 ตัว ซึ่งสภาระเบียบแห่งชาติได้สังหารหนูปีศาจไป  133 ตัว และหนอนยักษ์ 5 ตัว ส่วนหนูปีศาจอีกสี่ตัวได้หนีไปทางแม่น้ำแล้ว  และเราก็ได้ส่งทีมออกไปไล่ล่าผู้บุกรุกอยู่ในขณะนี้  ทุกคนที่พบเห็นสามารถให้ข้อมูลใดๆที่ เกี่ยวกับหนูปีศาจที่กำลังหลบหนีอยู่ได้ตลอดเวลา]

[ขณะนี้ภาวะฉุกเฉินในเมืองเซียงเหอได้ถูกยกเลิก น้ำและไฟฟ้าได้รับการฟื้นฟู และการบริการสาธารณะอื่นๆ ก็ค่อยๆ ได้รับการบูรณะเช่นกัน แต่บางพื้นที่ยังคงถูกปิด และกำลังมีการดำเนินการบำบัดป้องกันการแพร่ระบาดและการฆ่าเชื้อตามสุขอนามัยที่จะตามมา...ขอบคุณสำหรับความร่วมมือ...]

[ส่วนเรื่องที่เกี่ยวกับการบาดเจ็บล้มตายและการบาดเจ็บที่ได้รับระหว่างการบุกรุกมิติในครั้งนี้ ยังคงมีการประเมินอยู่ โปรดรอรายละเอียดในการแถลงข่าวและติดตามผล]

ทันทีที่เขาออกจากที่หลบภัย โทรศัพท์ของเซี่ยผิงก็สั่นอีกครั้ง เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาและเห็นข้อความที่ส่งผ่านแอ็ปรักษาความปลอดภัยเรื่องการบุกรุกมิติ จากนั้น ขณะที่เซี่ยผิงอันกำลังอ่านข้อความแล้วก้าวออกจากช่องทางรักษาความปลอดภัยไปยังถนน โทรศัพท์ของเขาก็ได้รับข้อความอีกฉบับหนึ่ง ซึ่งเป็นข้อความที่เจ้านายของเขาส่งมา..

[..เมื่อวานนี้ หนูปีศาจได้บุกเข้ามาในร้านของเรา ซึ่งบริษัทได้รับแจ้งจากฝ่ายบริหารว่าจะปิดทำการในวันนี้และวันพรุ่งนี้ เพื่อดำเนินการฆ่าเชื้อและป้องกันโรคระบาด แล้วจะเริ่มทำงานได้ในวันอาทิตย์ ทุกคนพักผ่อนเยอะๆนะ หากมีเรื่องใดๆเร่งด่วน โปรดติดต่อฝ่ายบริหาร..]

เมื่อเขาได้อ่านการแจ้งเตือนเสร็จแล้ว โทรศัพท์ของเซี่ยผิงอันก็ดังขึ้นอีกครั้ง ซึ่งมันเป็นสายเข้าจากเซี่ยหนิง น้องสาวของเขาเอง...

“..พี่ชาย.. คุณสบายดีไหม?.. เป็นยังไงบ้าง..” เซี่ยหนิงถามอย่างกังวล

"..ฉันสบายดี.. ไม่ต้องกังวล..แล้วเธอล่ะ?.."

...ในตอนที่เซี่ยผิงกำลังคุยอยู่นั้นเขาก็ได้ยินเสียงถอนหายใจด้วยความโล่งอกจากปลายสายอีกด้าน...

"..ฉันสบายดี..เมื่อวาน ตอนที่ได้รับแจ้งเรื่องการบุกรุกมิติ ทางโรงเรียนก็รีบจัดการให้ทุกคนเข้าไปที่สถานที่หลบภัยทันที..” เซี่ยหนิงพูดด้วยความตื่นเต้น

"..ดีแล้ว.. วันนี้ฉันจะกลับไปพักผ่อนที่บ้าน ฉันจะทำอาหารอร่อยๆ ที่บ้าน เธอสามารถกลับมาที่บ้านเพื่อมาทานอาหารเย็นได้ไหม”...

"ได้ๆ.. คุณเก่งที่สุด!”

เซี่ยหนิงพูดอย่างดีใจทางโทรศัพท์และดูเหมือนเธอจะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากการบุกรุกมิติในครั้งนี้

หลังจากวางสาย เซี่ยผิงอันก็วางโทรศัพท์ลงแล้วหายใจเข้ายาวๆด้วยโล่งอก

เมื่อวานนี้ ในระหว่างที่มีการบุกรุกมิติอยู่นั้น ก็มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บมากมาย แต่นั่นก็คือชีวิต

โดยส่วนใหญ่แล้วไม่มีใครมีเวลาไว้อาลัยให้กับผู้อื่น และไม่สามารถคาดเดาได้ว่าอุบัติเหตุจะเกิดขึ้นได้อีกเมื่อใด

ทุกประเทศหวังที่จะลดผลกระทบจากการรุกรานมิติที่มีต่อเมืองและภูมิภาคให้เหลือน้อยที่สุด ดังนั้นการประกาศแจ้งเตือนทั้งหมดจึงทำอย่างรวดเร็ว

แต่พวกเขาก็ไม่ได้ซ่อนอะไรหรือพูดเกินจริงถึงความเจ็บปวดและความสูญเสีย ซึ่งการบุกรุกแต่ละครั้งจะถูกรายงานในข่าวราวกับหิมะถล่มหรืออุบัติเหตุทางจราจร

ส่วนในเรื่องของการเสียชีวิตนั้น มีคนเสียชีวิตในโรงพยาบาลทุกวัน การบุกรุกมิติขนาดเล็กจะมีผู้เสียชีวิตน้อยกว่าการเสียชีวิตรายวันในโรงพยาบาลในเมืองมาก แต่ในสาธารณรัฐเกรทเฟรมมีจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุการจราจรบนท้องถนมที่มีมากกว่าผู้ที่เสียชีวิตที่เกิดระหว่างการบุกรุกมิติสะอีก

......

ขณะที่หลายคนที่กำลังเดินออกจากศูนย์หลบภัยกลับไปที่รถของพวกเขา เพื่อนำรถที่จอดอยู่ออกจากบริเวณนั้นทันที ซึ่งตำรวจจราจรและรถบรรทุกพ่วงที่ค่อยๆ ปรากฏตัวบนท้องถนน พวกเขาเริ่มจัดระเบียบการจราจรและขจัดสิ่งกีดขวางบนท้องถนน จึงทำให้การจราจรในเมืองค่อยๆ กลับมาเป็นปกติ

ส่วนผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตต่างก็ถูกนำส่งโรงพยาบาลหรือถูกบุคคลอื่นนำออกไป

ในส่วนของซากศพของหนูปีศาจต่างก็ถูกกำจัดออกไปแล้ว ไม่มีเหลืออยู่แม้แต่เส้นผมแม้แต่เส้นเดียว แต่ยังมีเฉพาะในสถานที่พิเศษบางแห่งเท่านั้นที่มีการตั้งแนวของเจ้าหน้าตำรวจเพื่อปิดล้อมพื้นที่เอาไว้ก่อน เพื่อให้สำนักงานเทศบาลได้ดำเนินการฆ่าเชื้อและซ่อมแซมความเสียหายบนถนน แต่ในส่วนความเสียหายต่อยานพาหนะก็จะได้รับการคุ้มครองโดยบริษัทประกันภัย

ในขณะนั้น รถพยาบาลและรถดับเพลิงก็แล่นผ่านไปด้วยเสียงไซเรนดังเต็มที่ ทุกคนก็จะหลีกทางให้พวกเขาอย่างเร่งรวดเร็ว

หลายคนที่ยังคงซ่อนตัวอยู่ในศูนย์หลบภัยเมื่อวานนี้ มักจะต้องทำงานต่อในวันนี้ ทันทีที่พวกเขาออกมา

...ไม่ใช่ว่าผู้คนจะไม่รู้สึกตกใจกับเรื่องนี้ แต่พวกเขาจำเป็นต้องทำความคุ้นเคยกับวิถีชีวิตแบบนี้ต่อไป ต่อเหตุการณ์ของการรุกรานจากมิติ

.....

เมื่อออกมาจากที่หลบภัยแล้ว เขาก็ขึ้นรถรางบนถนนสาย11หลังจากรอรถรางสักพัก คนขับก็กลับมาและรถรางก็เริ่มเคลื่อนตัวอีกครั้ง …

กว่า 20 นาทีต่อมา รถรางบนถนนสาย11 ก็มาถึงพื้นที่ทางด้านทิศใต้ของเมืองเซี่ยงเหอ  รถรางจอดที่ป้ายรถเมล์โทรมๆ และ เซี่ยผิงอันก็ลงจากรถ

แต่ก่อนกลับบ้าน เขาก็ได้แวะซื้อบะหมี่ ซีอิ๊ว และวัตถุดิบอื่นๆ สำหรับมื้อเย็นในตลาดเล็กๆ ริมถนน

เซี่ยผิงและเซี่ยหนิงอาศัยอยู่ในย่านเก่าแก่ของเมือง สภาพแวดล้อมไม่มีอะไรหรูหรา แต่ก็ค่อนข้างสะดวก แต่ย่านนั้นมีชีวิตชีวา ไม่วุ่นวายมากนัก และค่าเช่าก็ไม่แพงจนเกินไป  ที่สำคัญกว่านั้นคือมีสถานีตำรวจอยู่ไม่ไกลจากที่พักมากนัก  ซึ่งมีตำรวจออกตรวจตราพื้นที่อยู่บ่อยครั้ง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุด

หลังจากที่พ่อแม่ของพวกเขาเสียชีวิต เซี่ยผิงอันก็มาตั้งรกรากที่นี่กับเซี่ยหนิง พ่อแม่ของเซี่ยผิงอันเป็นผู้อพยพ ในอดีตเมื่อพวกเขาอพยพมายังสาธารณรัฐเกรทเฟรม จากฮั่วเซียเป็นครั้งแรก พวกเขาต้องจ่ายเงินดาวน์เพื่อซื้อบ้าน แต่หลังจากที่พวกเขาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ธนาคารก็ยึดบ้านไปและมีกรมสวัสดิการทางสังคมของสาธารณรัฐเกรทเฟรมก็ได้เคยจัดให้มีครอบครัวอื่นมารับเลี้ยงเซี่ยผิงกับเซี่ยหนิง  แต่ทั้งสองคนปฏิเสธที่จะให้รับการเลี้ยงเพื่อเป็นบุตรบุญธรรม เนื่องจากไม่ต้องการแยกจากกัน

หลังจากที่พ่อแม่ของพวกเขาเสียชีวิต ในตอนนั้นเซี่ยผิงอันก็ได้ลาออกจากโรงเรียนและไปทำงานในร้านขายรถยนต์ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พวกเขาพยายามหาเงินเลี้ยงชีพด้วยตนเอง

อพาร์ทเมนท์ที่เซี่ยผิงเช่ามีขนาดเพียง 60 ตารางเมตรพร้อมห้องใต้หลังคา ก่อนหน้านี้ ห้องใต้หลังคามีปัญหาน้ำรั่วซึมอยู่บ้าง หลังจากรบกวนเจ้าของบ้านไปสองสามครั้ง  ในที่สุดเจ้าของบ้านก็เอาช่างมาซ่อมให้ ...

.....

เซี่ยผิงอันสนับสนุนเซี่ยหนิงในการเรียนศิลปะ ซึ่งการเรียนศิลปะมีค่าใช้จ่ายที่สูง แต่ค่าจ้างของเซี่ยผิงเป็นแหล่งรายได้เพียงแหล่งเดียวของพวกเขา โชคดีที่สวัสดิการของพลเมืองสาธารณรัฐเกรทเฟรมนั้นดี เกือบไม่มีค่าใช้จ่ายเลยสำหรับเซี่ยหนิงที่จะเข้าเรียนในโรงเรียนมัธยมต้นและมัธยมปลาย พวกเขายังได้ประกันสุขภาพทุกครั้งที่ไปพบแพทย์อีกด้วย ในฐานะพลเมืองที่เกิดในสาธารณรัฐเกรทเฟรม ทำให้เซี่ยผิงกับเซี่ยหนิงมีสิทธิ์ได้รับผลประโยชน์ของเด็กทุกเดือนตั้งแต่วันที่พวกเขาเกิดจนถึงอายุ 18 ปี เมื่อเซี่ยหนิงเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย เธอก็จะได้รับเงินช่วยเหลือด้านการศึกษาอีกด้วย …

....

เซี่ยผิงอันทักทายเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยซึ่งประจำอยู่ที่ล็อบบี้ของอพาร์ทเมนท์แล้วขึ้นบันไดไปบนชั้นเจ็ด เขาดึงกุญแจออกแล้วเปิดประตูเข้าไปในห้อง ซึ่งเป็นขนาด 60 ตร.ม. มีเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าบางอย่าง จากเจ้าของบ้าน ห้องประกอบด้วยห้องครัว ห้องนั่งเล่น ห้องน้ำ และห้องนอน 2 ห้อง

เซี่ยหนิงมีห้องนอนส่วนตัวของเธอเอง ในขณะที่เซี่ยผิงจะพักอยู่ในห้องใต้หลังคาเล็กๆ

พี่น้องทั้งสองช่วยกันดูแลบ้านหลังเล็กๆ ให้สะอาดและเป็นระเบียบ ห้องนั่งเล่นยังตกแต่งไปด้วยนกกระเรียนกระดาษหลากสีสันที่ทำโดยเซี่ยหนิง ที่ข้างผนังก็แขวนภาพสัตว์และภาพทิวทัศน์มากมายที่เธอวาด ด้วยการตกแต่งเหล่านี้ทำให้บ้านน่าอยู่มากยิ่งขึ้น

ในตอนนี้เซี่ยผิงกำลังรู้สึกหิวแล้ว เนื่องจากอาหารมื้อสุดท้ายของเขาคือเมื่อเกือบ 20 ชั่วโม่งที่แล้ว สิ่งแรกที่เขาทำเมื่อกลับถึงบ้านคือเข้าครัวแล้วทำบะหมี่ให้กับตัวเองกินรองท้องไปก่อน

หลังจากกินมาม่าเรียบร้อยแล้ว เซี่ยผิงก็รู้สึกดีขึ้นกว่าเดิม

หลังจากนั้นเขาก็ไปนั่งเล่นที่หน้าต่างที่ห้องนั่งเล่น ซึ่งเขาสามารถมองเห็นวิวทิวเขาที่งดงาม ยอดเขาถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ เซี่ยผิงไม่เคยเบื่อที่จะมองมุมมองที่ดูเหมือนปกตินี้สำหรับผู้อื่น แต่สำหรับตัวเขาแล้วมันเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมมาก

เทือกเขาด้านนอกคือเทือกเขาพันมังกรแห่งสาธารณรัฐเกรทเฟรมอันยิ่งใหญ่สาเหตุที่เรียกเช่นนี้ก็เพราะว่ามันได้เกิดจากเทือกเขาเล็กๆหลายลูกที่มาบรรจบกันของธรรมชาติ เทือกเขาพันมังกรทอดยาวกว่า 4,800 กิโลเมตรและทอดยาวผ่านส่วนใหญ่ของทวีปแสงเหนือ

.....

...สกีรีสอร์ทที่ดีที่สุดในสาธารณรัฐเกรทเฟรมตั้งอยู่ภายในเทือกเขาพันมังกรแห่งนี้...

สำหรับเซี่ยผิง เทือกเขาพันมังกรเหล่านี้มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าเทือกเขาร็อกกี้นั่นเอง

ในปีคริสตศักราช 1421 กองเรือของทวีปศักดิ์สิทธิ์ที่นำโดยขันที  ได้มาค้นพบทวีปใหม่แห่งนี้และได้ตั้งชื่อทวีปดังกล่าวว่าทวีปแห่งแสง ซึ่งเป็นเวลาหลายร้อยปีแล้ว ที่ในแต่ละทวีปศักดิ์สิทธิ์ได้เผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ หรือเกิดจากที่มนุษย์สร้างขึ้น และยังมีสถานการณ์ทางการเมืองที่ปั่นป่วน เมื่อราชวงศ์ได้เปลี่ยนไป

พลเมืองฮั่วเซียจำนวนมากจะอพยพมายังทวีปแห่งนี้เพื่อแสวงหาชีวิตใหม่และความเจริญรุ่งเรือง

กลุ่มคนกลุ่มแรกสุดที่มาถึงทวีปนี้คือคนงานเหมืองทอง ซึ่งเป็นตำนานของการถลุงทอง โดยการค้นหาทองคำในทวีปแห่งแสงมีอิทธิพลต่อผู้คนมากมาย แต่มีหลายกรณีที่ผู้คนได้มาที่ทวีปนี้ เนื่องจากความฝันที่จะมีชีวิตที่ดีขึ้นและความร่ำรวยเป็นเหตุมาหลายร้อยปีแล้ว

ปัจจุบัน สาธารณรัฐเกรทเฟรมมีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่กว่า 2.278 ล้านตารางกิโลเมตร เกือบครอบคลุมทั่วทั้งทวีปแสงเหนือ ซึ่งเป็นประเทศมหาอำนาจที่มีประชากรกว่า 680 ล้านคน สาธารณรัฐเกรทเฟรมยังเป็นหนึ่งในห้าสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติอีกด้วย...

..ทวีปศักดิ์สิทธิ์ก็ยังคงเป็นทวีปศักดิ์สิทธิ์  ฮั่วเซียก็ยังคงเป็นฮั่วเซีย  แต่อย่างไรก็ตาม โลกที่อยู่นอกเหนือจากฮั่วเซียก็ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากแล้ว ซึ่งในอดีตขันทีมาพบกับหุบเขาลึกที่มีแม่น้ำตัดผ่านแผ่นดินและเขาก็สงสัยว่าดวงอาทิตย์ได้ขึ้นจากที่นั่น จนเขาได้ตั้งชื่อหุบเขาแห่งนี้ในทวีปแห่งแสงนี้ว่า 'หุบเขาอันรุ่งโรจน์' สถานที่นั้นจริงๆแล้วคือ..'แกรนด์แคนยอน'.. จนถึงทุกวันนี้ แกรนด์แคนย่อนยังคงมีงานแกะสลักหลงเหลืออยู่มากมาย เมื่อมีนักสำรวจมาค้นพบมันครั้งแรก

....

ในช่วงนั้นเองเซี่ยผิงก็เดินเข้าไปในห้องครัวเพื่อไปล้างจาน ขณะนั้นเสียงกริ่งที่ประตูก็ดังขึ้น...ดิงดอง!ๆ..

“...ยังเร็วเกินไปที่เจ้าของบ้านจะมาเก็บค่าเช่า...”

เซี่ยผิงงอันพึมพำแล้วเช็ดมือในห้องครัว เขารีบเดินไปที่ประตู เขาไม่ได้มองผ่านรูตาแมว แต่ในทางกลับกัน วิสัยทัศน์ของเขาได้มองทะลุผ่านประตูโดยตรงไปแล้ว และเขาก็มองออกไปข้างนอก หัวใจของเซี่ยผิงอันสั่นไหวทันทีที่เขาเห็นบุคคลนั้นอยู่นอกประตู ผู้ที่ยืนอยู่หลังประตูคือชายสวมแว่นกันแดดและเสื้อกันลมหนังสีดำ...เขาดูเท่มาก...

เมื่อเซี่ยผิงอันเห็นชายคนนี้ เขาก็นึกถึงภาพลักษณ์ของชายคนหนึ่งที่เขาตามล่าหนูปีศาจและหนอนยักษ์ ชายผู้นี้เป็นผู้อัญเชิญภายใต้สภาระเบียบแห่งชาติ  ชายคนนั้นถอดแว่นกันแดดออก เผยให้เห็นใบหน้าอันเคร่งขรึมของเขา ชายผู้นี้ดูมีอายุประมาณ 30 ปี และมีดวงตาสีเข้มเข้ม เมื่อมองผ่านประตูหนา สายตาของเขาจ้องมองอย่างสงบกับเซี่ยผิงอัน...

...0...0...00...000...!!(O_O)!!///

จบบทที่ ตอนที่ 3 สถานการณ์ฉุกเฉินที่ถูกยกระดับ

คัดลอกลิงก์แล้ว