เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 84 : ค่าคุ้มครอง

บทที่ 84 : ค่าคุ้มครอง

บทที่ 84 : ค่าคุ้มครอง


หลังจากเจรจากับออกัสตินเสร็จ ก็ได้มีการประชุมกันในห้องหิมะขาว

ลอทเนอร์กับคนที่เหลือตะลึงงัน “ท่านลอร์ด เอาจริงหรือ? ท่าน… ท่านจะสร้างป้อมปราการทางทหารที่อาณาจักรเหล็กเสนอมาจริงๆหรอ?”

ด้วยสถานการณ์ที่จริงจังเช่นนี้ โอดอมกล่าว่า “หากเราปฏิเสธเสียแต่ตอนนี้มันจะไม่กลายเป็นเรื่องใหญ่มากนัก แต่หากเราตกลง เมื่อกองทัพใหญ่ของพวกเขามาถึง เราจะตกอยู่ในอันตรายร้ายแรง”

วิลเลียมยกมือเพื่อให้ทุกคนหยุดพูด เขายิ้มขึ้นมาแทนที่จะทำท่าทางจริงจัง “บอกเรามาว่าต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ในการสร้างฐานทัพที่สามารถจุคนได้พันคน?”

“เอ่อ...ขึ้นอยู่กับจำนวนคนที่สร้างครับ หากมีคนงานน้อย ก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งปี” ในฐานะของรองเจ้าเมือง โอดอมต้องรับผิดชอบการก่อสร้างอยู่เสมอ เขารู้ระดับความยากของงานนี้

การสร้างป้อมปราการทางทหารนั้นแตกต่างจากการสร้างเมืองโดยเฉพาะ

อาคารที่ก่อสร้างทั้งหมดในป้อมปราการจะต้องสร้างให้มีความป้องกันในระดับหนึ่ง กำแพงจะต้องสูงและหนา ต้องมีพื้นที่มากพอและสะดวกในการยิงธนู นอกจากนี้ยังต้องสร้างโกดังอีกสองแห่งเพื่อเก็บผลผลิตและแบ่งสันปันส่วน หากผู้คนไปอยู่ข้างในนั้นอย่างว่าง่าย พวกเขาก็ไม่ต้องมีปัญหามากมายนัก

“แล้วอาณาจักรเหล็กจะใช้คนของเราเพื่อสร้างป้อมปราการหรือเปล่า?”

“แน่นอนว่าไม่อย่างไม่ต้องสงสัย”

“แม้ว่าเขาจะสามารถรวบรวมคนหลายพันคนมาสร้างฐานทัพทางทหารได้ แต่ก็ยังต้องใช้เวลาสามถึงสี่เดือน นอกจากนี้พวกเขายังต้องการการสนับสนุนเกี่ยวกับการดำเนินการอีกด้วย ไม่เพียงแต่การจะเดินทางจะยาวนานเท่านั้น แต่สิ่งของต่างๆก็จะเสียหายทุกครั้งเมื่อขนส่งอีกด้วย”

“จะไม่มีปัญหาแน่หากเราอนุญาตให้เขาสร้างฐานทัพ”

“เมื่ออาณาจักรเหล็กสร้างฐานเสร็จและไม่สามารถละทิ้งสถานที่นี้ได้อีกต่อไป จากนั้นเราจะเริ่มเก็บค่าคุ้มครองทุกเดือน”

“พวกเขาจะต้องมอบทั้งเหรียญทอง, ทาส, และอาหารการกินให้กับเรา”

“หากพวกเขาไม่จ่าย เราก็แค่ตัดอาหารและคนของพวกเขาซะ”

“พวกท่านคิดว่าพวกเขาจะจ่ายหรือไม่?” ดวงตาของวิลเลียมเต็มไปด้วยความโลภและความโหดร้ายเหมือนกับแผนการของเขา

เหล่าคนของเขาตกตะลึงเนื่องจากพวกเขาไม่ได้คาดคิดว่าวิลเลียมจะมีความคิดเช่นนี้ แต่โอดอมลังเลเล็กน้อย เขากล่าวอย่างกังวลว่า “พวกเขาจะต่องจ่ายให้ท่านแน่หากพวกเขาต้องการสร้างฐานทัพ แต่การตอบโต้ที่เราจะต้องเผชิญในอนาคตนั้น...”

“นั่นจะเกิดก็ตั้งอีกห้าถึงหกเดือน!” วิลเลียมค่อยๆหรี่ตา “หากป้อมปราการไม่ได้ถูกสร้างขึ้นในตอนนั้น เราก็แค่กำจัดและขโมยของพวกเขาซะ”

“นี่… เราจะดำเนินการตามแผนนี้จริงๆหรือ?” ลอทเนอร์ไม่แน่ใจ เขาไม่เข้าใจว่าทำไมท่านลอร์ดถึงต้องทำเช่นนี้ มันหมายถึงการประกาศสงครามอย่างชัดเจน

วิลเลียมหัวเราะอย่างเยือกเย็น “เป็นไปได้หรือที่พวกเขาจะปักหลักอยู่ใกล้กับเมืองรุ่งอรุณ?  เชื่อเราเถอะ เมื่อเราให้บ้านใหม่แก่พวกเขา เราจะได้กำไรเป็นอย่างมาก จากนั้น เรายังสามารถสร้างความสูญเสียอย่างแสนสาหัสให้แก่อาณาจักรเหล็กได้”

“นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาถึงสถานการณ์ที่พวกเขาจะต้องเผชิญในตอนนั้น พวกเขาจะไม่สามารถบุกโจมตีเราได้อย่างง่ายดายแน่”

อเล็กซ์ไม่รู้ว่าต้องทำเช่นไร

แต่ในตอนนี้ พวกเขาทำได้เพียงฟังคำสั่งเท่านั้น

พวกเขาไม่ทราบว่าแผนของอาณาจักรเหล็กจะต้องเสร็จสิ้นภายในครึ่งปี

ในช่วงเวลานั้น วิลเลียมจะส่งคนไปทำลายฐานทัพ ในเวลานั้นฐานทัพจะว่างเปล่าอย่างแน่นอน อาจดูว่ามีทหารจำนวนมากอยู่บนกำแพงเมือง แต่มันจะเป็นแค่การจัดฉากของพลังที่ว่างเปล่า

ฐานทัพที่ถูกทำลายจะเป็นจุดเริ่มต้นของเกมเบต้า นอกจากนี้สถานการณ์ระหว่างอาณาจักรหล็กและอาณาจักรลาวาดำจะตึงเครียดเป็นอย่างมาก การเกิดสงครามจะห่างออกไปเพียงผมเส้นเดียว อาณาจักรเหล็กจะกล้าโจมตีเมืองแห่งรุ่งอรุณง่ายๆ เหรอ?

สำหรับโอกาสในการโจมตีป้อมปราการนั้นไม่ควรเป็นปัญหาใหญ่

หน่วยลาดตระเวนเอลฟ์มีทักษะการสังเกตการณ์ที่ยอดเยี่ยม หากพวกเขาไม่รู้แม้กระทั่งว่ามีคนพร้อมม้าจำนวนมากออกจากป้อมปราการไป นั่นก็เป็นปัญหาแล้ว

ในขณะเดียวกัน

เขายังต้องคอยติดตามกลุ่มของบุตรนอกสมรถและแกะรอยของพวกนั้นอีก พวกเขาอาจจะต้องมุ่งหน้าไปยังภูเขาหิมะใกล้กับทะเลตะวันเพื่อดูว่าจะได้รับผลประโยชน์อะไรได้อีกหรือไม่

สรุปแล้วนี่คือการต่อสู้ที่สำคัญที่สามารถชี้ชะตาการพัฒนาของเขาในอนาคตเลยก็ว่าได้

หากทำสำเร็จเขาจะถูกเรียกว่าราชา แต่ถ้าล้มเหลวเขาจะกลายเป็นโจร ทำไมไม่ลองเสี่ยงดูสักหน่อยล่ะ?

เวลาผ่านไป

วิลเลียมเสร็จสิ้นภารกิจที่เขามีอย่างเช่นเคย

หากเขาไม่มีภารกิจที่ต้องทำแล้ว เขามักจะไปเพิ่มความสัมพันธ์กับผู้คน

เมื่อเร็วๆนี้ คุณสมบัติสามมิติของเซียได้เปลี่ยนไปอีกครั้ง วิลเลียมรู้สึกสับสนนิดหน่อย

โดยเฉพาะเธอได้ไปสนใจการวิจัยในการพัฒนาเครื่องมือเวทย์ที่สามารถไว้ใช้สังหารได้!

“เธอเป็นผู้วิเศษสองสายอย่างชัดเจน ได้แก่ธาตุน้ำและธาตุไม้ เธอคงไม่สนุกกับสิ่งนั้นจริงๆ เธอจะเปลี่ยนทิศทางอีกหรือเปล่า? หากเธอทำวิจัยเกี่ยวกับปืนใหญ่เวทมนตร์ในอนาคตก็คงดี”

ในวันนั้น

วิลเลียมได้เดินไปรอบๆเมืองและได้พบเข้ากับทาสกลุ่มใหม่ โอ้ พวกเขาควรถูกเรียกว่าชาวเมืองกลุ่มใหม่

ทาส 50,000 คนจากอาณาจักรเหล็กได้มาถึงแล้ว

เขาโบกมือและกำจัดสถานะของพวกเขาในฐานะอาชญากรและทาส เขาอนุญาตให้พวกเขาเป็นพลเรือน พวกเขากลายเป็นผู้อยู่อาศัยในเขตใหม่ อย่างไรก็ตาม เขตใหม่นี้ถูกแยกออกเป็นสองพื้นที่คือเขตเอลฟ์และเขตมนุษย์

เขตแห่งใหม่ยังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง เมื่อชาวเรือนพักผ่อน พวกเขาชอบมายังเมืองและเดินไปรอบ ๆ

แน่นอนว่าเหรียญทองและสินค้าที่เหลือก็ถูกส่งมาด้วย

อาณาจักรเหล็กยังส่งกองทัพและทาสนับพันมาสร้างป้อมปราการทางทหารอีกด้วย

เมื่อวานวิลเลียมได้ส่งสัญญาณเวทย์ไปยังออกัสตินเพื่อขอ ‘ค่าคุ้มครอง’ ของเดือนนี้ ซึ่งหมายความว่าวิลเลียมจะส่งกองกำลังไปโจมตีมนุษย์เงือกและมนุษย์หมาป่าให้ พวกเขาจะปกป้องพันธมิตรของพวกเขาและป้องกันไม่ให้พวกเขาได้รับบาดเจ็บ และด้วยเหตุนี้พวกเขามีเหตุผลในการเรียกค่าคุ้มครองชดเชยความช่วยเหลือ

วิลเลียมยังกล่าวอีกด้วยว่าหากเขาไม่ส่งกองกำลังป้องออกไป อาณาจักรเหล็กจะต้องเสียหายอย่างแสนสาหัสเป็นแน่…

สรุปแล้วในทุกๆเดือนพวกเขาก็ต้องจ่ายทั้ง 10,000 เหรียญทอง ธัญพืข 50,000 กิโลกรัม และทาส 2,000 คน

หลังจากที่พวกเขาได้รับสารจากวิลเลียม ออกัสตินและโกธี นาซิส ต่างสาปแช่งเขาไม่หยุด

โดยเฉพาะโกธีที่สาปแช่งบรรพบุรุษเขาถึง 18 รุ่นไปหลายครั้งเลยทีเดียว

พวกเขาตำหนิว่าวิลเลียมนั้นเป็นคนโลภมากที่น่ารังเกียจ

แต่พวกเขาก็ต้องถอนหายใจด้วยความโล่งอก เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคนโลภอย่างวิลเลียม พวกเขาก็แค่ต้องเลี้ยงเขาให้ดีเสียก่อน แต่ไม่นานหรอก พวกเขาจะเอากำไรและเมืองคืนมาทั้งหมด ในขณะเดียวกัน เมืองรุ่งอรุณก็จะตกอยู่ในกำมือของพวกเขาอีกด้วย นี่คือผลประโยชน์ที่แท้จริงของพวกเขา

นี่เป็นวิธีที่พวกเขาจัดการกับชนชั้นสูงบางคนในที่ลับ

พวกเขาจำเป็นต้องอดทน จะได้ไม่เกิดการสูญเสีย!

ดังนั้น

อาณาจักรเหล็กจึงจ่ายค่าคุ้มครองเดือนนี้ให้กับเมืองรุ่งอรุณอย่างโดยดี

วิลเลียมมายังกระท่อมพยากรณ์ลึกลับอีกครั้ง โมเสสกำลังกอดจูบแมวของตนเองเช่นเคย เมื่อเห็นเขาเดินเข้ามา สีหน้าของโมเสสก็ยังคงเป็นธรรมชาติ

ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาเกิน 500 แต้มไปแล้ว แต่พวกเขาก็ยังไม่ได้พูดคุยกันมากนัก มีคำกล่าวไว้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างลูกผู้ชายนั้นร้อนแรงดั่งสุรา นี่เหมาะสำหรับนักดื่มแอลกอฮอล์อย่างพวกเขา

มันชัดเจนมาก

วิลเลียมค้นพบหนึ่งในความสนใจของโมเสสแล้ว

เพื่อความแม่นยำว่าเขาได้ทราบถึงความสนใจของโมเสสแล้ว อย่างไรก็ตามค่าความสัมพันธ์และเลเวลของเขายังไม่สูงมากพอ เขาจึงไม่มีสิทธิ์ที่จะดื่มกับโมเสส

แต่ตอนนี้ค่าความสัมพันธ์ของพวกเขานั้นเกิน 500 มาแล้ว ในที่สุดเขาก็ได้ดื่มเสียที

“ทาสเยอะเกินไปแล้ว! ท่านไม่กลัวว่าจะมีปัญหาเกิดขึ้นในเมืองงั้นหรือ?” โมเสสอยากรู้

วิลเลียมโบกมือของเขาอย่างเมินเฉย “ทุกอย่างอยู่ในการควบคุมน่า”

โมเสสดื่มสุราในจอกเดียว เขาไม่ได้พูดอะไรอีก

เขายังอยากรู้ว่าวิลเลียมจะพัฒนาเมืองรุ่งอรุณไปได้ไกลเท่าไหร่

หากอัตราการพัฒนาในปัจจุบันถูกนำมาพิจารณา เมืองแห่งรุ่งอรุณนั้นมีศักยภาพมากมาย แต่ความคืบในการพัฒนาหน้าเร็วมากเกินไป อาจเป็นอันตรายได้ มันจะเปลี่ยนพวกเขาให้เป็นเป้าหมาย...

โมเสสลูบคาง “เขายังเด็กเกินไป แต่ถ้าเมืองนี้กำลังเผชิญกับการถูกกวาดล้างและผู้คนกำลังถูกฆ่าตาย ฉันควรช่วยเขาดีหรือไม่? แต่ฉันก็มีความรู้สึกที่ดีต่อเพื่อนคนนี้ เขามีศักยภาพบางอย่าง บางทีเขาอาจจะช่วยฉันได้ในอนาคต”

จบบทที่ บทที่ 84 : ค่าคุ้มครอง

คัดลอกลิงก์แล้ว