เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 82: ลอร์ดที่มีคุณสมบัติยอดเยี่ยม

บทที่ 82: ลอร์ดที่มีคุณสมบัติยอดเยี่ยม

บทที่ 82: ลอร์ดที่มีคุณสมบัติยอดเยี่ยม


โอดอมรอให้คนใต้บังคับบัญชาของเขาออกไปหลังจากเข้าพบวิลเลียมและเจ้าหญิงแอนนี่ จากนั้นเขาจึงเดินออกไปเช่นกัน เขาต้องคอยดูแลการขยายเมืองของเมืองนี้

ผู้วิเศษสายมิติอย่างแบนด์ไม่ได้ต้องการให้เจ้าหญิงของเขาอาศัยอยู่ในสถานที่ทรุดโทรมในเมืองแห่งรุ่งอรุณ

เขาเลือกจุดตั้งดีๆ ในเมืองใหม่แห่งนี้ จากนั้นเขาก็หยิบกล่องใบเล็กกล่องหนึ่งที่เก็บต้นแสงจันทร์ย่อส่วนเอาไว้ด้านในออกมา เขาปลูกต้นแสงจันทร์อีกครั้งบนที่ตั้งนั้น

อย่างที่คาดไว้

เพียงไม่นาน ต้นไม้ขนาดเท่าฝ่ามือก็เติบโตขึ้นเป็นต้นไม้ยักษ์สูง 300 เมตร มันทำให้พลเมืองแถวนั้นตกตะลึงอย่างไม่ต้องสงสัย

ความเคารพของพวกเขาต่อท่านลอร์ดเพิ่มขึ้น พวกเขาเข้าใจว่า แม้แต่นักเวทย์ที่ทรงพลังก็ยังฟังคำสั่งของท่านลอร์ด…

แอนนี่ไม่ได้พูดคุยอะไรมากมายกับวิลเลียม แม้ว่าระดับความสัมพันธ์ของพวกเขาจะเกิน 600 แต้มไปแล้ว ความคิดแปลกๆก็ไม่ได้เกิดขึ้นระหว่างพวกเขา

ที่สุดแล้ว หากนับตามอายุของเอลฟ์ พวกเขาก็ยังเป็นเด็กน้อยกันอยู่ มันยังต้องใช้เวลากว่าพวกเขาจะโตเป็นผู้ใหญ่ เรื่องของความรักยังคงไกลออกไป

แล้วท่านลอร์ดวิลเลียมผู้ยิ่งใหญ่ล่ะ ท่านลอร์ดของเมืองแห่งรุ่งอรุณ?

เขาก็ยังไม่เป็นผู้ใหญ่

เขามีอายุแค่ 16 ปีเท่านั้น

เขายังคงเป็นลูกครึ่งเอลฟ์หนุ่ม

ดังนั้น สำหรับตอนนี้... เขายังไม่สามารถแข็งได้…

เป็นโชคดีที่วิลเลียมไม่ได้สนใจเรื่องนี้มากนัก สำหรับตัวเขาในปัจจุบัน ความแข็งแกร่งของเขาและการพัฒนาของอาณาเขตเขาเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

“ท่านลอร์ด แล้วพิมพ์เขียวต่อเรือล่ะ? ไม่ใช่ว่านี่มันต่างจากจุดประสงค์ของพวกเราไปหน่อยหรอ?” ลอทเนอร์ดูเป็นกังวล

“พิมพ์เขียว? พิมพ์เขียวอะไร? เราเคยบอกว่าเราต้องการพิมพ์เขียวหรอ?” วิลเลียมยกคิ้วของเขาขึ้น

“...” ลอทเนอร์ครุ่นคิด เขากำลังคิดว่าเขานั้นจำผิดไปงั้นหรือ แต่เขาก็เงียบไว้ การโต้แย้งไม่ใช่สิ่งที่คนใต้บังคับบัญชาที่ดีควรทำ

เมื่อวิลเลียมเห็นสีหน้ายุ่งเหยิงของลอทเนอร์ เขาก็หัวเราะออกมาเสียงดัง “อย่าเครียดไป เรารู้ว่าท่านกังวลอะไรอยู่ เราคิดไว้แล้ว แต่ตอนนี้ สิ่งที่เราต้องทำคือการตั้งตารอ”

“พวกเรายังคงสร้างท่าเรือเหมือนเดิม แต่เราไม่จำเป็นต้องใช้พิมพ์เขียวอีกต่อไป”

“ทำไมล่ะ?” ลอทเนอร์งง เขาไม่สามารถเข้าใจความคิดของท่านลอร์ดของเขาได้ เขาคิดแผนแยบยลอะไรอีกล่ะคราวนี้?

“มีช่างหลวงที่รับใช้แอนนี่อยู่ หนึ่งในนั้นเป็นนักต่อเรือระดับมาสเตอร์!” วิลเลียมตบโต๊ะด้วยความตื่นเต้น เขาไม้ได้คาดหวังว่าแอนนี่จะมีคนมากมายอยู่ใต้อำนาจของเธอ

ราชาของเอลฟ์มูนไลท์เป็นชายที่อยู่เบื้องหลัง เขาทำเช่นนั้นเพื่อปูทางให้อนาคตของแอนนี่ คนที่อยู่ใต้อำนาจเธอเหล่านี้จะกลายเป็นสินสอดทองหมั้น หากเธอเลือกที่จะแต่งงานกับเจ้าชายสักคน!

“ราชาเอลฟ์เฒ่านั่นไม่โง่เลย ดูเหมือนว่าเขาจะรู้ถึงปัญหาของเหล่าลูกชายของเขาแล้ว แต่เขาก็ไม่ใช่คนโหดร้าย เขาไม่ได้เด็ดขาดเหมือนตอนที่เขายังหนุ่มเช่นกัน”

เอลฟ์มูนไลท์อาศัยอยู่บนเกาะตรงกลางของทวีปรีเจนดารี ที่ล้อมรอบพวกเขาคือทะเลสาบอันไร้ขอบเขตที่ดูกว้างราวกับมหาสมุทร

แต่เอลฟ์มูนไลท์ที่ดูเหมือนจะอยู่ในที่ๆ อันตรายน้อยที่สุดเหล่านี้กลับเป็นเผ่าพันธ์ุแรกที่ถูกจู่โจมในทวีปรีเจนดารี

เมื่อราชาเอลฟ์ตนใหม่ โครนอส ขึ้นครองบัลลังก์ ป่ามูนไลท์ก็ดูสงบปลอดภัยมากขึ้น แต่เอลฟ์ที่แข็งแกร่งบางตนก็ค่อยๆ แทรกซึมเข้ามาในความมืด แม้แต่รีเจนด์ตัวจริงบางคนยังต้องจมลงไปในความมืดมิด

ใช่แล้ว

ในเวอร์ชั่นที่สอง ความมืดไม่ได้ปรากฏในชายแดนของทวีปรีเจนดารี

มันก็เหมือนกับสิ่งที่ชีวิตจากความมืดที่เมืองแห่งรุ่งอรุณพบเจอ ทั้งอ่อนแอและไม่มีค่าให้พูดถึง

แต่ในไม่ช้าความมืดที่ทำให้ผู้คนสิ้นหวังก็ได้แทรกซึมเข้ามาในอาณาจักรมนุษย์ และเลยมาถึงแม้แต่ที่ป่ามูนไลท์ สถานที่ที่ครั้งหนึ่งเคยอยู่เหนือสิ่งมีชีวิตแห่งความมืดอีกด้วย

นั่นมันคือสมรภูมิที่แท้จริง และเป็นสถานที่ที่เกิดดันเจี้ยนนับไม่ถ้วนให้ผู้เล่นในอนาคต

มันเป็นเพราะสิ่งนี้ที่ทำให้ทวีปรีเจนดารีเกิดความไม่ลงรอยกันในทางสงคราม ส่งผลให้อาณาจักรเหล็กไม่สามารถจัดหากองกำลังสำรองได้ พวกเขาถูกลดจำนวนลงโดยสิ่งมีชีวิตจากความมืดเรื่อยๆ!

โครนอส เขาเป็นราชาแห่งเอลฟ์ผู้ที่ถูกกลืนกินโดยความมืด

เขาเป็นคนที่ใช้กระดูกจากคนของเขามาสร้างบัลลังก์กระดูกขึ้น

เขาใช้เลือดจากคนของเขาเพื่ออัญเชิญกองทัพแห่งความมืด

เขาทำการบูชาดวงวิญญาณจากคนของเขากว่าพันดวงเพื่อสร้างดาบแห่งเสียงร่ำไห้สำหรับตัวเขา เขาเป็นราชาของยุคนั้น เขาเป็นเทพเจ้าแห่งความตายผู้ไม่เคยล้มแม้จะผ่านไปหลายเวอร์ชั่น… โครนอส!

ความมืดมิดยังคงแผ่ขยายไปทั่วและ เอลฟ์มูนไลท์หลายล้านตนถูกกำจัด

แม้ว่าโครนอสจะเป็นสาเหตุหลักของเรื่องนี้ สาเหตุอีกอย่างที่ทำให้เกิดความตายอันเลวร้ายนี้ก็คือเจ้าชายตนอื่นๆ ที่ไม่หลีกเลี่ยงสงคราม

พวกเขาคิดว่าแสงสว่างจะเอาชนะปีศาจได้ และเริ่มสงครามมากมายที่ไม่มีใครเข้าใจเหตุผลที่แท้จริง จำนวนผู้เสียชีวิตของเอลฟ์มูนไลท์นั้นเกินกว่า 5 ล้านตน

“เอลฟ์เหล่านี้ใช้เลือดและชีวิตของพวกเขาในการพิสูจน์ให้โลกเห็นว่าพวกเขาไม่กลัวสงคราม แม้ว่าหากศัตรูของพวกเขาจะเป็นพระราชาที่พวกเขากล่าวคำสัตย์ปฏิญาณต่อก็ตาม พวกเขาก็จะยังคงเคลื่อนกองกำลังไปด้านหน้า”

“แม้ว่าเหล่าศัตรูจะแข็งแกร่งมากขนาดที่พวกเขาไม่อาจป้องกันตัวเองได้”

“พวกเขาก็จะยังคงรีบรุดไปสู่สนามรบโดยไร้ซึ่งความกลัว พวกเขาจะไม่หันหลังหนี…”

“แต่ความตายของพวกเขานั้นน่าเศร้าเหลือเกิน!” ในขณะที่วิลเลียมคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเศร้า

มันไม่มีทางเลือก

เขาหมกมุ่นอยู่กับเกมในตอนนั้นมากเกินไปความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่นั้นหนักหนาเกินไปสำหรับเขา

ในพริบตาเดียว ผู้เล่นทุกคนก็พ่ายแพ้ให้กับสนามรบระดับล่าง พวกเขาไม่แม้แต่จะมีโอกาสเข้าร่วมการต่อสู้ที่อารีน่าหลัก

เมื่อนักข่าวจำนวนหนึ่งได้ข่าว พวกเขาก็ใช้วิธีมากมายในการรีบรุดเข้าไปที่นั่นอย่างเร็วที่สุดที่พวกเขาทำได้ พวกเขาแค่ต้องการชื่อเสียงความโด่งดังจากมัน

แต่พวกเขาใช้วิธีที่แตกต่างในการบันทึกสถานการณ์ที่ยากจะลืม

การต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่และพลุ่งพล่าน  ห้องโถงจักรพรรดิที่ถูกย้อมเป็นสีแดงด้วยเลือด  ความกล้าหาญที่แสดงโดยเอลฟ์มูนไลท์ผู้ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเพศใดก็ต่อสู้อย่างกล้าหาญเพื่อไปสู่ชัยชนะ

สิ่งนี้ได้กินใจเหล่าผู้เล่นที่ดูการต่อสู้นี้อยู่ ถ้าผู้เล่นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการต่อสู้กับความมืด มีคนไม่มากนักที่จะเข้าร่วมในการต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่นี้

เพราะพวกเขาจะตาย

แต่ผู้เล่นก็ไม่ได้กลัวความตายขนาดนั้น

พวกเขากลัวมากกว่าที่จะเห็น NPC ที่มีชีวิตถูกส่งไปตายทีละคนๆ

สิบปีกับการเล่นเกม แต่ภายในเกม มันยิ่งกว่าสิบปี วิลเลียมไม่สามารถไล่ประวัติการณ์ที่เขาเคยเห็นได้ รวมถึงความทรงจำที่เขาได้สร้างขึ้นด้วย

ลอทเนอร์เห็นว่าวิลเลียมจมลงไปความคิดอีกครั้ง เขาจึงยืนอยู่ด้านข้างเงียบๆ…

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

น็อกซ์เปิดประตูออกและวิ่งเข้ามาในห้องประชุม เขาพูดขึ้นทันที “ท่านลอร์ด คนส่งสารจากอาณาจักรเหล็กมาที่นี่ครับ”

“คนส่งสาร?”

“ครับ เขามาพร้อมทหารม้า 100 นายอยู่นอกเมืองและอ้างว่าเป็นทูตจากอาณาจักรเหล็กครับ เขาบอกว่ามีเรื่องที่ต้องสนทนากับท่าน ท่านลอร์ด” น็อกซ์อธิบาย

“เรื่องที่ต้องคุยกับเรา แค่นั้นเองหรอ?” วิลเลียมหัวเราะ “รอให้เรากินอาหารเที่ยงเสร็จก่อนหลังจากนั้นก็นำตัวพวกเขามาเจอเรา”

“ครับ ท่านลอร์ด!” น็อกซ์เดินออกจากห้องประชุมไป

ลอทเนอร์พูดเสียงต่ำ “ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่ได้มาด้วยเจตนาที่ดีเท่าไหร่ เราควรเตรียมตัวเริ่มสงครามหรือไม่?”

“เราไม่เคยเป็นเพชณฆาต เราไม่อยากเริ่มสงคราม นอกจากว่าพวกเขาจะนำทั้งกองทัพมาจ่ออยู่ที่ประตูเมือง ในกรณีนั้น เราจะสั่งสอนพวกมันให้สาสมไปเลย” วิลเลียมยกคิ้วขึ้นและพูดต่อ “พวกเขาน่าจะเห็นบรรยากาศนอกเมืองแล้ว ท่านลุงคิดว่าอาณาจักรเหล็กจะกล้าโจมตีเราจริงๆ หรอ?”

เมื่อลอทเนอร์ได้ยินดังนั้น เขาก็เข้าใจขึ้นมาทันที เขาตกอยู่ในอาการช็อคและทำได้เพียงพยักหน้าขณะที่เดินออกไป

“เพชณฆาต? ไม่มีอะไรจะพูดเลย คำพูดทุกคำที่ท่านลอร์ดพูดช่างลึกซึ้งกินใจจริงๆ” ลอทเนอร์นึกภาพเผ่าหนึ่งที่วิลเลียมทำการสำเร็จโทษไป ทันใดนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้นมองดวงอาทิตย์และรู้สึกพึงพอใจ ตามที่คาดไว้ มีเพียงลอร์ดที่มีคุณสมบัติยอดเยี่ยมเท่านั้นที่จะทำให้เขาพัฒนาได้อีกมาก

จบบทที่ บทที่ 82: ลอร์ดที่มีคุณสมบัติยอดเยี่ยม

คัดลอกลิงก์แล้ว