เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 80 : คนขี้ประจบก็ดูสถานะเหมือนกัน

บทที่ 80 : คนขี้ประจบก็ดูสถานะเหมือนกัน

บทที่ 80 : คนขี้ประจบก็ดูสถานะเหมือนกัน 


“อะไรนะ!!!” เทย์เลอร์เสียงดัง เขาตกตะลึง

องครักษ์ที่เพิ่งส่งข่าวให้เขาได้หายไปแล้ว เขากลับไปจัดระเบียบเอลฟ์ที่กำลังจะย้ายบ้าน

เทย์เลอร์ตกใจมากเมื่อได้ยินว่าเกิดอะไรขึ้น ผู้ดูแลที่ชื่ออาเธอร์เพิ่งบอกเขาว่าทั้งเมืองบลูมูนกำลังจะย้ายไปยังเมืองรุ่งอรุณ เจ้าหญิงแอนนี่ตัดสินใจเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมในชีวิตของเธอ เพราะเธอไม่สบายเมื่ออาศัยอยู่ในเมืองบลูมูน!

เอลฟ์มูนไลท์ทุกตนก็จะไปเช่นกัน ทั้งองครักษ์ชายหญิงใช้ชีวิตในที่แห่งนี้เป็นเวลานาน แต่ชีวิตใหม่จะต้องเกิดขึ้น และองครักษ์เหล่านี้ก็ใกล้ชิดกับเจ้าหญิงมากที่สุด พวกเขาจึงต้องติดตามเธอไป

ส่วนเอลฟ์แบล็คลีฟตนอื่นๆนั้น พวกเขาสามารถติดตามมาได้หากพวกเขาต้องการ แต่ถึงแม้ว่าพวกเขาต้องการที่จะอยู่ที่นี่ก็ไม่เป็นไร แอนนี่ไม่ได้บังคับใคร

แต่…

เธอแค่ทำตัวเป็นลอร์ดของเมืองบลูมูนเพียงชั่วคราว

ช่างมันเถอะ เหล่าเอลฟ์ต่างชื่นชอบเจ้าหญิงแอนนี่เป็นอย่างมาก

อาจกล่าวได้ว่าพวกเขามีชีวิตอยู่มาพร้อมกับเฝ้าดูเจ้าหญิงต่างถิ่นองค์เติบโตนี้…

เธอทั้งน่ารัก ใจดี บริสุทธิ์ หยิ่งทนง แต่ก็มีชีวิตชีวาและนำความสุขไปทุกๆที่

กล่าวโดยย่อก็คือเธอคือเจ้าหญิงที่ไร้ที่ติองค์หนึ่งที่เป็นที่รักของคนทั้งหลาย

ดังนั้น เมื่อเอลฟ์แบล็คลีฟได้ยินข่าวว่าเธอจะย้ายออกไป พวกเขาจึงตัดสินใจที่จะออกไปกับเธอ

สุดท้ายแล้ว

พวกเขาก็ไม่ได้ออกจากป่าแบล็คลีฟ และพวกเขายังคงเป็นเอลฟ์แบล็คลีฟ

แล้วเมืองแห่งรุ่งอรุณล่ะ?

หลังจากที่ทั้งสองเมืองเริ่มมีความสัมพันธ์ทางการค้า บางคนพบว่าท่านลอร์ดวิลเลียมเป็นเจ้าชายในราชวงศ์เอลฟ์

แต่สายเลือดจะช่วยให้คุณปักหลักได้เพียงชั่วขณะเท่านั้น

มีเพียงราชวงศ์เอลฟ์เท่านั้นที่มองว่าสายเลือดมีความสำคัญมาก

พวกเอลฟ์ทั่วไปก็รู้สึกว่าสายเลือดนั้นสำคัญ แต่เมื่อเวลาผ่านไป พวกเขาก็ไม่ได้มองว่ามันมีความสำคัญเท่ากันพวกเขาหลายคนปรารถนาที่จะเป็นมนุษย์

ยิ่งไปกว่านั้น ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา วิลเลียมก็ไม่ได้ทำความผิดร้ายแรงอะไรนี่?

แล้วจะเป็นไรไปหากพวกเขาจะไปอยู่ที่นั่น?

สำหรับเอลฟ์แล้ว การย้ายที่อยู่ควรเป็นเรื่องปกติใช่ไหม?

มีเอลฟ์หลายตนที่พอใจกับการอาศัยอยู่ในเมืองบลูมูน ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆที่สร้างขึ้นเมื่อหลายร้อยปีก่อน แต่ก็มีเอลฟ์ที่ย้ายที่อาศัยบ่อยครั้ง พวกเขาไม่สามารถอาศัยอยู่ในที่เดียวเป็นเวลา 100 ปีได้…

“เป็นไปไม่ได้! ไม่จริงหรอก นี่เป็นบททดสอบจากแอนนี่ใช่มั้ย?”

“ตอนนี้เราจะทำอย่างไรดีครับ องค์ชาย?” องครักษ์ของเทย์เลอร์เดินไปเดินมา  พวกเขาไม่สามารถหยุดยั้งเรื่องนี้ได้และก็ไม่มีสิทธิ์จะทำอีกด้วย

ราชาเอลฟ์ได้มอบทั้งตำแหน่งเจ้าหญิงและอำนาจให้แก่แอนนี่ด้วยพระองค์เอง เทย์เลอร์เปรียบได้แค่เจ้าชายเท่านั้น เขาไม่มีอำนาจอันใดที่จะไปหยุดยั้งเธอได้

เธอสามารถไปได้ทุกที่ที่เธออยากจะไป…

เทย์เลอร์ยังคงคิดว่านี่เป็นบททดสอบจากแอนนี่ เขาเชื่อว่าแอนนี่ยังคงชอบเขาอยู่ เอลฟ์ล้วนมีอายุขัยยืนยาว เธออาจเป็นหนึ่งในคนที่คิดว่าระยะทางทำให้หัวใจเติบโตขึ้น!

แต่เขาโทษวิลเลียมเพราะแค้นที่แอนนี่จากไป

“ให้ตายสิ ต้องเป็นมันแน่ๆ สมควรตาย” เทย์เลอร์อดไม่ได้ที่จะด่าทอ องครักษ์ที่ยืนอยู่ข้างๆดูเหมือนว่าอยากจะกล่าวอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่สามารถหยุดเทย์เลอร์ได้

โชคดีที่เทย์เลอร์รู้สถานะและขีดจำกัดของตัวเองดี เขาหายใจลึกๆ และยิ้มอย่างเย็นชา "บอกคนอื่นๆ ว่าเราจะออกไปจากที่นี่ หลังจากเรากลับมา เราจะบอกท่านพ่อว่าวิลเลียมลักพาตัวเจ้าหญิงแอนนี่ไป และในฐานะเจ้าหญิงของเธอนั้นทำให้เหล่าเอลฟ์ทั้งหมดในเมืองบลูมูนอพยพไปยังเมืองแห่งรุ่งอรุณ"

“เจ้าจำได้หรือไม่?”

“ครับองค์ชาย ข้าจำได้คำต่อคำ!”

“อืม นำไปบอกองครักษ์ตนอื่นด้วย อย่าให้ผิดพลาดล่ะ”

เทย์เลอร์ที่แต่งกายด้วยชุดหรูหราและงดงามมองไปยังวิลเลียมที่ตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง เขาสวมชุดเกราะนั่งอยู่บนหลังม้า ทั้งลูกธนูและอาวุธสะพายอยู่บนหลังของเขา

“ดูเขาสิ ดูเหมือนเจ้าชายเอลฟ์ไหมล่ะ? เขาดูเหมือนอัศวินมากกว่าอัศวินจริงๆซะอีก สายเลือดสกปรกเช่นนั้นไม่ควรมีอยู่บนโลกด้วยซ้ำ ทำไมอลิซถึงไปตกหลุมรักมนุษย์แล้วยอมให้สืบทอดนามสกุลของราชวงศ์กัน? น่าละอายยิ่งนัก”

เทย์เลอร์อวดดีมากเกินไป

แค่นามสกุลของเขาก็เพียงพอแล้วที่จะแทนทุกสิ่ง มันเป็นความภาคภูมิใจของเขา

นอกจากนี้ ทั้งมรดก ชื่อเสียง และศักดิ์ศรีของเอลฟ์แบล็คลีฟก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เขาภาคภูมิใจได้

เทย์เลอร์จ้องมองไปยังวิลเลียม

วิลเลียมก็หันกลับมามองเขาเช่นกัน พวกเขาไม่ได้สื่อสารกัน ไม่จำเป็น พวกเขาไม่ได้กล่าวสาบานและเริ่มต่อสู้กันอย่างไร้เหตุผล เพราะมันจะเป็นเพียงความอับอายต่อตัวตนในฐานะเอลฟ์ของพวกเขา

“การกระทำที่กล้าหาญและเกียรติภูมิในตำนานของบรรพบุรุษนั้นคุ้มค่ากับความภาคภูมิใจ”

“แต่การดำรงอยู่ไม่ได้หมายความว่าคุณจะพักผ่อนได้อย่างสบายอกสบายใจได้ตลอดไป”

“การทำลายและการเกิดใหม่นั่นคือจุดสิ้นสุดของเนื้อเรื่องในทุกๆเวอร์ชันของ Gods”

“ฉันผู้ที่ฟื้นคืนชีพกำลังมีชีวิตอยู่อย่างเลวทรามต่ำช้าเพื่อที่ฉันจะได้อยู่ต่อไปในอนาคต แล้วคุณล่ะ คุณมีอะไร? คุณคิดว่าเผ่าพันธุ์เอลฟ์แบล็คลีฟนั้นปลอดภัยเพราะแค่คุณมีตัวตนเช่นนี้น่ะเหรอ?”

“ไม่ใช่ว่าคุณอาศัยแต่เกียรติและมรดกของบรรพบุรุษหรอกหรอ?”

“เหอะ เหอะ...” วิลเลียมทำเพียงหัวเราะและนิ่งเงียบ

เทย์เลอร์นำองครักษ์ 100 ตนจากไปอย่างหดหู่ นี่คือป่าแบล็คลีฟ อาณาเขตของเอลฟ์แบล็คลีฟ ไม่จำเป็นต้องนำองครักษ์ไปมากมายนัก

นอกจากนี้เขายังเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับกลางที่มีสายเลือดรีเจนดารี เขาค่อนข้างแข็งแกร่งเลยที่เดียว

อย่างไรก็ตาม…

มี NPC จำนวนมากที่มีสายเลือดระดับรีเจนดารีในทวีปรีเจนดารี

แต่มากกว่าครึ่งหนึ่งจะตายในอนาคต พวกเขาจะถูกสังหารโดยผู้เล่นเนื่องจากเวอร์ชันของเกมยังคงดำเนินต่อไปจะมี 'รีเจนด์’ มากขึ้นเรื่อย ๆ

สายเลือดก็ยังคงเป็นแค่สายเลือด

ไม่ได้หมายความว่าคนที่มีสายเลือดรีเจนดารีจะกลายเป็นรีเจนด์ หากพวกเขาไม่มีโอกาส ก็ไม่สามารถเป็นได้!

วิลเลียมที่สังหารบอสระดับรีเจนดารีมาอย่างน้อยห้าตนมีสิทธิ์ที่จะกล่าวเช่นนั้น

“นี่มัน...” ทันใดนั้นดวงตาของวิลเลียมเบิกกว้าง เขาเห็นผู้วิเศษเอลฟินวัยกลางคนกำลังร่ายเวทมนต์บนต้นไม้แสงจันทร์ขนาดใหญ่

อากาศผันผวนและคลื่นเวทย์มนตร์ก็พุ่งออกไปทุกทิศทาง

ต้นไม้แสงจันทร์ที่สูงหลายร้อยเมตรนั้นค่อยๆหดตัวลง มันถูกย่อได้ถึง 100 เมตร จากนั้นก็เหลือไม่กี่สิบเมตรและในที่สุดก็เป็นต้นไม้ขนาดเท่าต้นปาล์มเท่านั้น!

ผู้วิเศษเช็ดเหงื่อ เขาเดินไปหยิบ“บ้าน” ของพวกเขาขึ้นมา แล้ววางไว้ในกล่องเล็ก ๆ จากนั้นก็เสร็จเรียบร้อย ...

“จอมเวทย์มิติ?” วิลเลียมเอามือปิดปาก เขาค้นพบสิ่งที่น่าสนใจเข้าให้แล้ว

แบนด์ วอซเนียร์

อาชีพ: ผู้วิเศษมิติ

เผ่าพันธ์ุ : เอลฟ์มูนไลท์

ศักยภาพทางสายเลือด : อีปิค

ระดับ : ???

เลเวล : ???

ค่าสถานะอื่นๆ : ???

“แบนด์คนนี้น่าสนใจนัก เขาต้องเป็นจอมเวทย์อย่างแน่นอน ด้วยขีดจำกัดของเวอร์ชันนี้ยังไปถึงระดับนั้นไม่ได้ แต่เขากำลังจะไปยังเมืองแห่งรุ่งอรุณแล้ว เขาต้องเป็นบอสของขีดจำกัดเวอร์ชันอย่างแน่นอน ใครจะไปรู้กันว่าเขาอยู่ห่างไกลจากการเป็นจอมเวทย์ผู้วิเศษแค่ไหน?”

“ไม่ มันไม่ถูกต้อง มีผู้อาศัยอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้มากกว่าขีดจำกัดของเวอร์ชันเกินไป นี่เป็นเพียงแค่ส่วนน้อยของพวกเขา และนี่ยังเป็นพื้นที่ห่างไกลและเขตพัฒนาแห่งใหม่ เป็นไปได้รึเปล่าว่า….”

วิลเลียมเลิกคิ้ว ด้วยการคาดเดาเช่นนี้ ทำให้เขายืนยันได้ว่าเขาไม่จำเป็นจะต้องตื่นตระหนก

แอนนี่นำเอลฟ์ 45,000 ตนออกเดินทาง แต่พวกเขาทั้งหมดก็ไม่ตกอยู่ใต้อาณัติของเขาในทันที

พวกเขาเพียงแค่ย้ายไปอยู่อาศัยที่เมืองแห่งรุ่งอรุณเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องภักดีต่อท่านลอร์ดอย่างเขา

แน่นอนว่าคนทั่วไปจะต้องไม่ยินยอมให้กลุ่มคนขนาดใหญ่มาตั้งถิ่นฐานในอาณาเขตของพวกเขา…

แต่วิลเลียมกลับสะบัดผมยาวๆนี่ใส่ เขามั่นใจเป็นอย่างมาก!

เขาจะจับกระต่ายขาวทั้งหมดนี่ไปไว้บนลานบ้านของเขาให้ได้

สำหรับการย้ายถิ่นอย่างกะทันหันนี้ โดยธรรมชาติแล้วเมืองแห่งรุ่งอรุณ ... ไม่สามารถสนับสนุนพวกเขาได้ แต่วิลเลียมได้วางแผนมาแล้วเขาจะอนุญาตให้พวกเขาอาศัยอยู่นอกเมืองทางตอนใต้

วิลเลียมได้วางแผนไว้สำหรับห้าปี สิบปี และมีแม้กระทั่ง 100 ปีในอนาคต

เป้าหมายสุดท้ายของเขาคือการสร้างเทือกเขาตลอดแนวทิศเหนือจรดทิศใต้ให้เป็นเมืองของเขา!

เขาจะขยายเมืองแห่งรุ่งอรุณอย่างต่อเนื่อง แผนการของเขานั้นรวมถึงการเชื่อมทะเลตอนใต้กับทุ่งนาตอนเหนือ จากนั้นเขาจะสร้างอาณาเขตขนาดใหญ่

“ท่านพี่วิลเลียม!”

“ห้ะ?” วิลเลียมหันไปมององค์หญิงที่ปรากฏอยู่ด้านหลังเขาอย่างกระทันหัน

“เรื่องคริสตัลเวทมนตร์ทั้ง 999 ชิ้นนั้นพี่พูดจริงหรือเปล่า?” แอนนี่เดินข้างๆเขาอย่างระมัดระวัง ก่อนจะกระซิบข้างหู

วิลเลียมกลืนน้ำลายก่อนจะพยักหน้า

ท้ายที่สุดแล้ว ในสายตาของเขามันไม่สำคัญว่าเขาจะให้คริสตัลเหล่านี้ไปจำนวนเท่าไหร่ เพราะพลังงานของพวกมันนั้นไม่สามารถใช้ในปริมาณมากได้ มันเป็นประโยชน์สำหรับเขาที่จะใช้พวกมันแทนเงินในขณะที่เขาไม่สามารถใช้มันเพื่อเพิ่มพลังการต่อสู้ได้ และเขาก็สามารถค้นหาผลึกเวทมนตร์ได้อย่างง่ายดาย

เงินที่ไม่สามารถใช้จ่ายได้นั้นไร้ค่า ถ้าเขาใช้เงินก้อนใหญ่ บางทีเขาอาจจะได้รับผลประโยชน์ที่เขาไม่เคยจินตนาการไว้ก็ได้

เห็นแก่ตัว? แล้วมันทำไมล่ะก็เขาเป็นลอร์ดนี่? มันจะดีแค่ไหนกันถ้าเขาสามารถครอบครองขุมทรัพย์ของเหล่าขุนนางในอาณาจักรมนุษย์ได้!

แน่นอนว่าเขาต้องเจ็บปวดหัวใจ

แต่แอนนี่ไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ เมื่อเธอยิ้ม ก็ดูเหมือนว่าตาเสี้ยวพระจันทร์ของเธอจะทำให้รอยยิ้มนั้นดูหวาดหยดย้อยมากยิ่งขึ้น

เมื่อผู้ดูแลอาเธอร์ที่ยืนอยู่ด้านข้างเห็นดังนั้นก็รู้สึกโศกเศร้า มือกำดาบแน่น

อัศวินกับเจ้าหญิง?

แล้วยังไง

เขาอาจจะอยู่รับใช้จนกระทั่งถึงจุดจบ จนกระทั่งไม่เหลืออะไร

แต่ทว่า

มันช่างแตกต่างจากเจ้าชายรูปงาม

จบบทที่ บทที่ 80 : คนขี้ประจบก็ดูสถานะเหมือนกัน

คัดลอกลิงก์แล้ว