เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 10:พี่เลี้ยงเด็ก

ตอนที่ 10:พี่เลี้ยงเด็ก

ตอนที่ 10:พี่เลี้ยงเด็ก


เมื่อเห็นว่าบิดาของตนเองยังคงหลับสนิท เด็กทารกน้อยจึงไม่กล้ารบกวนเขา

"จ๊อกกก!!!"

แต่ทันใดนั้นท้องของเธอเริ่มส่งเสียงร้องอีกครั้ง ดังนั้นมือเล็ก ๆ ของฮัวลี่ลี่จึงเอื้อมไปแตะที่ไหล่ของฮัวซุ่ยเฉิงสองครั้ง แต่เขายังไม่มีทีท่าว่าจะขยับแม้แต่น้อย

จากนั้นเธอลองเอามือน้อย ๆ ดันคางของฮัวซุ่ยเฉิง แต่เขาก็ยังไม่ตื่น และลองบีบหูของฮัวซุ่ยเฉิงอีกครั้ง แต่ยังคงไม่มีการตอบสนองใด ๆ

.         ขณะนี้ฮัวลี่ลี่กลืนน้ำลายด้วยความหิวโหยและเริ่มรู้สึกหิวมากขึ้น เธอจึงพยายามที่จะตีแขนของฮัวซุ่ยเฉิงอย่างรุนแรง

แต่หลังจากผ่านไปสิบนาทีก็ยังไม่มีเสียงตอบรับของบิดาแม้แต่น้อย

.         พ่อจะนอนหลับสบายไปแล้ว?

ทำไมพ่อไม่ตื่น!

ตื่นเดี๋ยวนี้นะ!

ลุกขึ้นมาเลี้ยงหนูสิคะ!

.         ฮัวลี่ลี่หิวมากจนเผลอตบหน้าบิดาของตนเองอย่างแรง

ป๊าบ!!!…

เมื่อเสียงคมชัดดังขึ้นภายในห้อง ในที่สุดคิ้วของฮัวซุ่ยเฉิงก็เริ่มขยับ ทำให้ฮัวลี่ลี่รู้สึกผิดและเป่าฝ่ามือที่บวมเป่งของตนเองอย่าแผ่วเบา แต่ดูเหมือนว่ามันได้ผล

ทันทีที่เธอเห็นว่าบิดาของตนกำลังจะลืมตา ทันใดนั้นเด็กทารกน้อยก็แกล้งหลับตาและกางแขนออกทันทีราวกับว่าเธอไม่ได้ทำอะไรเลย

.        ต่อมาฮัวซุ่ยเฉิงค่อย ๆ ลืมตาขึ้นด้วยความงงงวยและจ้องมองดูบุตรสาวที่นอนอยู่ด้านข้างตนเอง

.         “…เมื่อกี้อะไรตกใส่คิ้วเรา!”

“…”

และในตอนนี้อารมณ์ของฮัวลี่ลี่ก็ซับซ้อนเช่นกัน

พ่อหลับลึกจัง!

หนูยังเป็นแค่เด็กอายุสามเดือน พ่อไม่กลัวว่าจะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นกับหนูเหรอ?

ทำไมพ่อไม่มีความรับผิดชอบเลย?!

...อารมณ์เสียโว้ย!

ตอนนี้ดวงตาของฮัวซุ่ยเฉิงเบิกกว้างขึ้นและแอบสังเกตบุตรสาว แต่ทันใดนั้นพวกเขาก็บังเอิญสบตากันพอดี  ขณะที่เด็กทารกน้อยจ้องมองเข้าไปในดวงตาที่ซ่อนอยู่ในความมืดของฮัวซุ่ยเฉิง

อ่าวเห้ย!

เธอถูกจับได้ว่าแกล้งหลับ!

ศัตรูเจ้าเล่ห์เกินกว่าที่เธอจะหลอกเขาได้ด้วยการแกล้งนอนหลับตา!

หลังจากเด็กทารกน้อยถูกจับได้ก็ไม่มีอะไรที่จะต้องเสแสร้งอีกต่อไปแล้ว ดังนั้นเธอจึงเงยหน้าขึ้นและร้องจ้าทันที

อย่างไรก็ตามเธอยังเป็นเด็ก และตอนนี้รู้สึกหิวจึงร้องไห้ออกมาพร้อมกับทุบตีบิดาของตนโดยไม่ได้ตั้งใจ

พ่อเป็นอะไรมากหรือเปล่า? ต้องการให้หนูโมโหเหรอ?

ต่อมาฮัวลี่ลี่ร้องไห้ออกมาเสียงดังกว่าเดิมด้วยความสิ้นหวัง ฮัวซุ่ยเฉิงจึงรีบยัดจุกนมหลอกใส่เข้าปากเล็ก ๆ ของบุตรสาวซึ่งมันทำให้เด็กทารกน้อยที่ร้องไห้อยู่หยุดลงเมื่อฮัวลี่ลี่ดูดจุกนมของเธอได้สักพัก

พ่อใครวะ? ทำไมใจร้ายจัง?

หลังจากที่ฮัวซุ่ยเฉิงจัดการกับบุตรสาวของตนแล้ว เขามองดูเวลา ทำให้ทราบว่าขณะนี้เป็นเวลาเจ็ดโมงเช้าแล้ว

ฮัวซุ่ยเฉิงจึงขยี้เปลือกตาที่เหนื่อยล้า ขณะที่ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ คนนี้จะร้องไห้ก็ต่อเมื่อเธอหิวและไม่สามารถอดทนได้อีกต่อไปแล้ว

เขาลุกจากเตียงนอนเพื่อเดินไปยังโต๊ะที่มีอุปกรณ์ของเด็กทารก จากนั้นเขากรอกนมผงพร้อมกับน้ำต้มสุกใส่ขวดแล้วเขย่าก่อนที่จะนำมาใส่ปากเด็กทารกน้อย

และทันทีที่ฮัวลี่ลี่ได้ดูดนมขวดไปสักพัก เธอรู้สึกได้ว่าอาการหิวนั้นได้บรรเทาลงไปในพริบตา

“พอใจหรือยัง?”

ฮัวซุ่ยเฉิงเอ่ยถามบุตรสาวของเขาขณะที่ฮัวลี่ลี่ยังคงดูดขวดนมของเธอและไม่ได้ส่งเสียงร้องอะไร

และใบหน้าของฮัวซุ่ยเฉิงซ่อนอยู่ภายใต้เงาของแสงสลัวขณะที่เขากล่าวว่า

“บางครั้งฉันก็สงสัยนะว่าเธอเป็นเด็กทารกจริงหรือเปล่า? แต่ไม่เป็นไร! เรื่องแค่นี้มันไม่ได้น่ารำคาญอะไรสำหรับฉัน”

ตราบใดที่ฮัวลี่ลี่ไม่ได้เล่าอะไรย่อมไม่มีใครรู้ว่าเธอคือวิญญาณของหญิงสาวอายุสิบแปดปีที่เข้ามาอยู่ในร่างของเด็กทารกน้อย อย่างไรก็ตามคงไม่มีใครล่วงรู้ความลับนี้ได้

แต่เมื่อลองนึกทบทวนดูแล้ว บิดาของเธอก็ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น เนื่องจากตั้งแต่เจอกันครั้งแรกเขาไม่ได้ทำอะไรให้เธอรู้สึกแย่เลย แถมเขายังคงเอาใจใส่เธออย่างสุดความสามารถเท่าที่บิดาคนหนึ่งพึงกระทำให้กับบุตรของตนเอง

หรือสุภาษิตที่กล่าวเอาไว้ว่า แม้แต่เสือที่โหดร้ายยังไม่ยอมกินลูกของมันเองจะเป็นความจริง?

หลังจากดูดดื่มนมจนอิ่มเอมใจแล้ว ฮัวลี่ลี่ก็หาวด้วยความเหนื่อยล้าและค่อย ๆ หลับตาลงจนเข้าสู่ห้วงนิทราในที่สุด

เมื่อฮัวซุ่ยเฉิงเห็นบุตรสาวนอนหลับแล้วเขาจึงปิดไฟสองดวงที่อยู่ด้านบนหัวเตียงและหลับตาลงเพื่อพักผ่อน

ต่อมาฮัวลี่ลี่นอนหลับจนถึงตอนสาย จากนั้นเธอได้ยินเสียงดังมากจนทำให้สะดุ้งตื่นจนต้องค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ทำให้มองเห็นแสงไฟสีขาวอยู่บนเพดานเหนือศีรษะของเธอ

จากนั้นมีมือคู่หนึ่งยื่นมาอุ้มทารกน้อยขึ้นมาจากเตียง และพบว่าผู้หญิงคนนี้น่าจะอายุประมาณสี่สิบปี และเธอทักทายเด็กทารกน้อยด้วยรอยยิ้มกว้าง

“ตื่นแล้วเหรอ? หิวไหมคะ?”

จากนั้นผู้หญิงคนนี้ร้องตะโกนว่า “เสี่ยวเสี่ยวเอานมอุ่นมาให้หน่อยสิ”

เมื่อเสียงนี้สิ้นสุดลงต่อมาไม่นานขวดนมก็ถูกยัดเข้าไปในปากเล็ก ๆ ของฮัวลี่ลี่ ทำให้เด็กน้อยไม่มีเวลาคิดที่จะคิดเรื่องอื่นนอกจากการดูดนม

ซึ่งในความเป็นจริงไม่มีอะไรให้คิดอยู่แล้ว เนื่องจากทารกน้อยรู้ว่าสองคนข้างหน้าควรจะถูกสั่งให้มาดูแลเธอเป็นพิเศษหลังจากที่เกิดเหตุการณ์เมื่อคืน และเธอไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะมีความอดทนเพียงพอที่จะดูแลทารกน้อยด้วยตนเอง

“ป้าจ้าว! เด็กคนนี้น่ารักมากเลย”

“ใช่! นี่เป็นครั้งแรกของฉันที่ได้ดูแลเด็กทารกที่น่ารักแบบนี้ ดูสิ! ตื่นขึ้นมาเเล้วไม่ร้องไห้งอแงเลยสักนิด”

“ป้าจ้าว ป้าคิดว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของคุณฮัวจริง ๆ หรือป่าว?”

ป้าจ้าวตกตะลึงทันทีพร้อมกับมองไปที่อีกฝ่าย

ขณะที่เด็กทารกน้อยที่มีความอยากรู้อยากเห็นรีบเงี่ยหูฟังในทันที ซึ่งดูเหมือนว่าเธออยากรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับสิ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อนและนี่ไม่ใช่นิสัยที่ดีเลย

“เสี่ยวเสี่ยว เราได้รับคำสั่งจากคุณฮัวให้มาดูแลเด็กคนนี้ แล้วเธอจะให้ฉันจะไปสอดรู้สอดเห็นกับเรื่องส่วนตัวของเขาทำไม?”

เสี่ยวเสี่ยวค่อนข้างละอายใจและรีบยิ้มอย่างรวดเร็ว “ฉันเข้าใจเเล้ว ยังไงป้าจ้าวก็พูดถูก ฉันจะไม่ถามเรื่องนี้อีกก็ละกัน”

*******




จบบทที่ ตอนที่ 10:พี่เลี้ยงเด็ก

คัดลอกลิงก์แล้ว