เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 4 หนูเป็นคนขี้อาย

ตอนที่ 4 หนูเป็นคนขี้อาย

ตอนที่ 4 หนูเป็นคนขี้อาย


“ผมถามว่าเด็กอยู่ไหน?”

คำกล่าวเหล่านี้ส่งผ่านแรงกดดันรอบข้างไปยังหูของคุณพยาบาลขณะเหงื่อที่บริเวณหน้าผากของเธอหยดลงมาทันที

การที่เด็กหายตัวไปถือว่าทางโรงพยาบาลต้องรับผิดชอบอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่เธอแบกรับเอาไว้ไม่ไหว

และในขณะนี้จีซูหยางได้มาถึงบริเวณลานจอดรถของโรงพยาบาลแล้วและวางร่างของทารกน้อยฮัวลี่ลี่ไว้บนที่นั่งผู้โดยสารด้านข้างคนขับ จากนั้นเขามองไปรอบ ๆ ผ่านกระจกมองหลังและบอกกับฮัวลี่ลี่ที่กำลังนอนอยู่ในผ้าห่ม

“ทุกอย่างโอเคแล้ว ลุงจะพาหนูออกไปเอง!”

…วางเด็กอ่อนอายุสามเดือนไว้ที่เบาะผู้โดยสารเนี่ยนะโอเค?

ลุงช่วยคาดเข็มขัดให้หนูด้วยสิ!

ลุงไม่รู้กฎหมายจราจรเหรอ?

ตอนนี้ฮัวลี่ลี่รู้สึกประหม่ามากแต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี?

เมื่อรถหยุดที่สัญญาณไฟแดงจีซูหยางก็รับโทรศัพท์ จากนั้นเขามองไปที่กระจกมองหลังอย่างประหม่าพร้อมกับคำรามอย่างแผ่วเบา ขณะที่เหยียบคันเร่งจนสุดแล้วออกรถไปโดยมีรถคันหลังตามมาในระยะกระชั้นชิด

โชคดีที่ตอนนี้บนถนนมีรถไม่มากนักจึงไม่มีสิ่งกีดขวาง ดังนั้นการขับรถที่ใช้ความเร็วสูงเช่นนี้จะเกิดการชะลอตัวก็ต่อเมื่อรถจะต้องเลี้ยว ซึ่งมันทำให้เกิดการดริฟท์ที่สวยงาม ส่งผลให้ยางรถยนต์เสียดสีกับถนนยางมะตอยหลายจุดพร้อมกับเสียงเอี๊ยดอ๊าดที่เกิดจากการเสียดสีนั้นและกลุ่มควันที่หนาแน่น

ฮัวลี่ลี่ซึ่งตอนนี้เป็นเพียงแค่ทารกน้อยที่เกือบจะกระเด็นหล่นลงจากที่นั่งผู้โดยสารที่เธอนอนอยู่มีอาการตัวสั่นงันงกอยู่ในผ้าห่มที่ห่อตัวเธอพลางเอื้อมมือเล็ก ๆ อันอวบอ้วนไปกำเข็มขัดนิรภัยเอาไว้แน่นด้วยความตื่นตระหนก!

และในกรณีนี้เห็นได้ชัดว่าการคาดเข็มขัดนิรภัยอาจไม่เป็นประโยชน์!

ในขณะนี้เธอสวดมนต์อยู่ในใจด้วยความรู้สึกกลัวมากจนฉี่แทบจะราด และในเสี้ยววินาทีนั้นฮัวลี่ลี่ตัดสินใจได้ในทันทีว่าจะไม่เชื่อคำกล่าวของเขาเด็ดขาด!

จีซูหยางเฝ้าดูสถานการณ์ของรถที่ตามมาด้านหลังขณะที่เขากำลังขับรถพุ่งไปข้างหน้าด้วยความกระวนกระวายใจ พลางทุบพวงมาลัยด้วยความโกรธเมื่อเห็นรถหลายคันไล่ตามตนเองมาอย่างไม่ลดละ

และในจังหวะนั้นรถของคุณลุงก็เกือบจะสูญเสียการทรงตัวที่บริเวณสี่แยก เพราะเขาต้องการขับรถออกจากเมือง แต่หนทางข้างหน้ากลับกำลังก่อสร้าง ซึ่งมันทำให้ถนนถูกกีดขวาง

ตอนนี้แม้ว่าจีซูหยางจะต้องการหาทางออกอื่นก็ทำไม่ได้เสียแล้ว เพราะรถที่ตามหลังเขามาจอดขวางทางเรียงเป็นแนวอยู่ทางด้านหลัง

ทำให้สถานการณ์ตอนนี้คือมีผู้ไล่ล่าอยู่ด้านหลังอีกทั้งยังมีทางตันอยู่ข้างหน้า เมื่ออยู่ท่ามกลางความกดดันทำให้จีซูหยางจำเป็นต้องตัดสินใจอย่างเร่งด่วน เขาจึงรีบอุ้มฮัวลี่ลี่ออกจากรถแล้ววิ่งหนีไปในความมืด อย่างไรก็ตามในไม่ช้าเขาก็ถูกล้อมโดยไม่มีทางหนีรอดไปได้

ตอนนั้นฮัวลี่ลี่รู้สึกว่าหัวใจที่อ่อนโยน ตับ ม้าม ปอดและไตของเธอกำลังถูกกระแทกกระทั้นจนแทบจะหลุดออกมาทางปาก จากนั้นความรู้สึกแปลก ๆ ได้แผ่ซ่านจากบริเวณกระดูกสันหลังลงไปสู่ส่วนล่างของเธอ

เอ่อ… ไม่นะ... อั้นเอาไว้ก่อน!

รถทั้งสามคันโอบล้อมจีซูหยางไว้ตรงกลางและทันใดนั้นไฟหน้าของรถทุกคันพลันถูกเปิดขึ้นจนแทบจะพร้อมเพรียงกัน ทำให้เขาไม่สามารถลืมตาได้ด้วยอาการตาพร่ามัวในทันที

เมื่อสภาพแวดล้อมกดดันด้วยแสงจ้าที่รุนแรงเขาจึงยกมือขึ้นเพื่อปิดตาตนเองอย่างลืมตัว อย่างไรก็ตามเมื่อทำเช่นนั้นเด็กที่อยู่ในมือของเขาก็ถูกกระชากไปอย่างง่ายดาย โดยสิ่งที่เหลืออยู่ในมือของเขาคือผ้าห่มที่ใช้พันตัวของฮัวลี่ลี่ จากนั้นเขาก็ถูกเตะให้ลงไปกองกับพื้นอย่างรวดเร็ว

และสภาพร่างกายขอจี้ซูหยางนั้นอ่อนแอเกินไปส่งผลให้การต่อสู้ในครั้งนี้เขาไม่มีโอกาสตอบโต้กลับเลยแม้แต่ครั้งเดียว

และในที่สุดนายใหญ่ก็เดินทางมาถึง ท่ามกลางสายตาหลายคู่ที่จะจัองมองมายังชายหนุ่มผู้มีความเย่อหยิ่งซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากฮัวซุ่ยเฉิง

โดยเขาเดินออกจากรถและยืนอยู่ตรงหน้าจีซูหยางขณะที่ยืนพิงไฟหน้ารถ ทำให้ร่างสูงใหญ่ถูกปกคลุมด้วยความมืดมิดและไม่สามารถมองเห็นการแสดงออกบนใบหน้าของเขาได้

เวลานี้มีคนอุ้มทารกน้อยเอาไว้และยืนอยู่ตรงหน้าฮัวซุ่ยเฉิง ส่วนฮัวลี่ลี่ที่ถูกถอดผ้าห่มพันตัวออกไปแล้วจึงสวมแค่เพียงชุดจั๊มสูทสีขาวของทางโรงพยาบาลเท่านั้น

ตอนนี้ด้วยใบหน้าเล็ก ๆ ที่แดงก่ำและน่องถูกยืดออกอีกทั้งนิ้วเท้ากับนิ้วมือมือยังแข็งเกร็งจนกล้ามเนื้อตึงไปทั้งร่าง มันทำให้ดูราวกับว่าเธอกำลังหนาวสั่น แต่ในความเป็นจริงแล้วความมุ่งมั่นทั้งหมดของเธอกำลังต่อสู้กับระบบประสาทซึ่งไม่สอดคล้องกัน โดยที่เธออดไม่ได้ที่จะให้กำลังใจตัวเอง

...อดทนเอาไว้...

เด็กสาวอายุสิบแปดที่ขี้อายจะทำแบบนี้ตอหน้าคนจำนวนมากได้ยังไง? ฉันไม่สามารถทำสิ่งที่น่าอับอายเช่นนี้ได้อย่างแน่นอน!

เดี๋ยวก่อน! เราต้องอดทน!

เมื่อมองเห็นใบหน้าจิ้มลิ้มของฮัวลี่ลี่ที่ยู่ยี่ ฮัวซุ่ยเฉิงเริ่มรู้สึกผิดปกติเล็กน้อยขณะที่ทารกน้อยถูกอุ้มด้วยมือข้างเดียวของผู้ชายที่ยืนอยู่ด้านข้าง โดยนึกชมอยู่ในใจว่าทารกน้อยคนนี้ค่อนข้างกล้าหาญที่ไม่ส่งเสียงร้องไห้ออกมาเลย

และในช่วงเวลาสุดท้ายนี้ ในที่สุดสมรรถนะทางร่างกายที่มีอายุไม่กี่เดือนของเธอก็สามารถเอาชนะจิตวิญญาณของเด็กสาวอายุสิบแปดปีได้อย่างสิ้นเชิง เพราะตอนนี้เธอไม่สามารถควบคุมการทำงานตามธรรมชาติของร่างกายตนเองได้อีกต่อไปเพราะในที่สุดมันก็ถูกปล่อยออกมา

ไม่! ฉันจะไม่ฉี่แตกตรงนี้!

ต่อหน้าผู้คนมากมายเนี่ยนะ!

ต้องควบคุม! ควบคุมให้ได้!!!

จากนั้นเธอรู้สึกราวกับว่ามีสายลมเย็นพัดผ่านมาจากทุกทิศทุกทางจนขนลุกไปทั้งร่าง ขณะที่เกิดความรู้สึกเหมือนไฟฟ้าช็อตแพร่กระจายอย่างรวดเร็วจากปลายกระดูกสันหลังของเธอ ซึ่งมันทำให้หัวใจของเด็กทารกฮัวลี่ลี่เต้นรัวเหมือนกลอง

…เสร็จแล้ว… อ๊ะ... อา.อา.ควบคุมไม่ได้แล้ว !!!

หยดสิ…

ติ๋ง... ติ๋ง... ติ๋ง...

“คุณฮัวครับ… เอ่อ...”

ตอนนั้นในจิตใจของฮัวลี่ลี่ว่างเปล่าขณะที่หรี่ตามองไปยังใบหน้าของผู้ชายคนที่อุ้มร่างอันเปียกปอนของเธอด้วยความรู้สึกหดหู่ใจเป็นอย่างยิ่ง

และแม้ว่าเธอจะยังมีชีวิตอยู่ แต่เธอก็รู้สึกอับอายจนไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงและไม่รู้ว่าจะทำหน้าอย่างไรดี?








*******

จบบทที่ ตอนที่ 4 หนูเป็นคนขี้อาย

คัดลอกลิงก์แล้ว