เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 43: อย่าเกรงกลัวไป ข้าไม่เคยข่มเหงผู้อื่น

บทที่ 43: อย่าเกรงกลัวไป ข้าไม่เคยข่มเหงผู้อื่น

บทที่ 43: อย่าเกรงกลัวไป ข้าไม่เคยข่มเหงผู้อื่น


ดาริอัส พี่ชายของเคอรี่ผู้เป็นอัศวินระดับกลางเป็นเป้าหมายของภารกิจนี้

ในวันนี้ เขาให้องครักษ์ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญระดับกลางห้าคนและผู้ติดตามระดับเริ่มต้นยี่สิบคนออกล่าเป้าหมายที่อยู่ทางทิศตะวันตกห่างจากเมืองชายแดนไป 15 ไมล์

วิลเลียมวางกระดาษสีเหลืองลงหน้ากองไฟเพื่อส่องมันให้สว่าง ก่อนข้อมูลของภารกิจจะปรากฏขึ้น

[ภารกิจกระตุ้นใหม่]

[ลอบสังหารไวเคาท์ดาริอัส]

[ระดับภารกิจ : C]

[รายละเอียดภารกิจ : กำจัดเป้าหมายของภารกิจและผู้ติดตามโดยไม่ปล่อยให้เหลือรอดชีวิตสักคน]

[รางวัลภารกิจ : ค่าประสบการณ์ 20000 หน่วย]

[ภารกิจล้มเหลว : เมื่อมีคนเหลือรอดไปได้]

“เป้าหมายภารกิจเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับกลาง และนี่เป็นเพียงภารกิจระดับ C ค่าประสบการณ์น้อยชะมัด!” วิลเลียมขมวดคิ้ว แต่นี่เป็นเพียงแค่สัญญากับเคอรี่เรื่องทาสเท่านั้น ไม่ใช่รางวัลภารกิจที่เขามองหา

ในกระบวนการของการขยายเมือง สิ่งที่ต้องการคือคนจำนวนมาก อาจกล่าวได้ว่าในยุคที่ไม่มีไฟฟ้าและเครื่องจักรกล กำลังคนเป็นทรัพยากรที่มีค่ามากที่สุดเลยก็ว่าได้ มิฉะนั้น อาณาจักรมนุษย์คงไม่มีการจำกัดการค้าทาส

นอกเสียจากว่าผู้วิเศษอย่างโมเสสจะช่วยสร้างเมืองด้วยเวทมนตร์ให้กับเขา ว่ากันแล้วผู้วิเศษที่รอบรู้คนนี้สามารถสร้างเมืองได้เร็วกว่าทาสหนึ่งแสนคน…

เนื่องจากเป็นการลอบสังหาร มันจะดีกว่าหากไม่พาคนไปเยอะเกินไป… วิลเลียมคิดอยู่พักหนึ่งก่อนจะตะโกนออกไป “น็อกซ์ รวบรวมหน่วยลาดตระเวน 100 คน ให้พวกเขาเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม เราจะไปจัดการอะไรสักหน่อย”

“ครับท่านลอร์ด” น็อกซ์วิ่งออกไป

ไม่ต้องสงสัยกับความภักดีของเหล่าเอลฟ์เลย ไม่ว่าวิลเลียมจะสั่งให้พวกเขาไปฆ่าผู้คน หรือแม้แต่การขโมยเล็กๆน้อยๆพวกเขาก็จะยังติดตามไป ไม่อย่างนั้น จะเรียกพวกเขาว่าองครักษ์ส่วนตัวได้อย่างไร?

หากมีการต่อสู้ แล้วด้านหลังของพวกเขาเป็นแม่น้ำ พวกเขาจะไม่หลบหนี แต่จะสู้จนตัวตาย

เพื่อให้สามารถทำสิ่งที่ดีร่วมกันอย่างมีความสุขหรือแม้กระทั่งทำสิ่งที่เลวร้ายร่วมกัน นั่นคือชีวิตขององครักษ์ส่วนตัวอย่างพวกเขา

สิ่งนี้จะส่งผลต่อคุณค่าและมุมมองชีวิตของพวกเขา…

“พวกเขาจะชินกับมัน อย่างไรพวกเขาก็รู้ว่าฉันเป็นครึ่งเอลฟ์ที่มีข้อบกพร่องมากมาย” วิลเลียมยืดตัวใส่ชุดเกราะชั้นใน แล้วสวมชุดเกราะหนังสีน้ำเงินที่สวมใส่สบาย จากนั้นก็หยิบชุดอาวุธแห่งรุ่งอรุณทั้งสามชิ้นขึ้นมาและเตรียมพร้อมที่จะออกเดินทาง

………………..

“ที่แห่งนี้แหละครับ นายน้อย” หน่วยลาดตระเวนระดับกลางชี้ไปยังสถานที่ใกล้เคียงและกล่าวว่า “ตามรายงานของหน่วยลาดตระเวน รังของหมาป่าดำกลายพันธุ์ควรอยู่ที่นี่”

“ข้าหวังว่ามันจะเป็นเพียงอสูรเวทย์ระดับกลาง มิฉะนั้น การล่าสัตว์ประจำฤดูใบไม้ผลิคงไร้ความหมายแล้ว!” ดาริอัสหรี่ตาเล็กน้อย

มีบางคนหัวเราะก่อนจะกล่าวว่า “ทำไมท่านไม่ให้ทาสระดับเริ่มต้นบางคนวิ่งเป็นเหยื่อล่อ แล้วท่านค่อยตามล่าทีหลังล่ะ?”

ดาริอัสปรบมือเบาๆ “ฮ่าฮ่า ความคิดดียิ่ง แต่มาดูกันว่าหมาป่าสายฟ้านั้นร้ายกาจแค่ไหน มันสามารถเอาชนะแม้กระทั่งหน่วยลาดตระเวนทั้งกลุ่มด้วยตัวของมัน!”

“ฮ่าฮ่า กลุ่มนั่นอ่อนแอเองต่างหาก!”

“มีนายน้อยเพียงคนเดียวก็เท่ากับหน่วยลาดตระเวนสิบกลุ่มแล้วครับ!”

ดาริอัสหัวเราะร่วน ก่อนจะกล่าวอย่างจริงจัง “หยุดกล่าววาจาไร้สาระได้แล้ว เดินหน้าต่อและเบิกตาของพวกเจ้าไว้เสมอ หากเราปล่อยให้หมาป่าดำกลายพันธุ์หนีไปได้ พวกเจ้าจะกลายเป็นเหยื่อแทน”

“ครับท่านลอร์ด” นอกจากองครักษ์ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญระดับกลางสี่คนแล้ว คนที่เหลือต่างสั่นกลัวเพราะท่านไวเคาท์ตรงหน้านั้นดูวิปลาสจริงๆ…

หรืออาจกล่าวได้ว่า

ขุนนางของพวกมนุษย์ส่วนใหญ่มักสืบทอดลักษณะแปลกๆมาเสมอ

…………………………..

เคอรี่มองคนสิบคนตรงหน้าเขา มีผู้เชี่ยวชาญระดับเริ่มต้นแปดคนและคนที่เพิ่งขึ้นมาเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับกลางสองคน พวกเขาทั้งหมดถูกฝึกขึ้นมาอย่างลับๆ

เขากล่าวอย่างเคร่งขรึมว่า “เหล่าพี่น้องทั้งหลาย ขึ้นอยู่กับพวกท่านแล้วว่าข้าจะสามารถสืบทอดตำแหน่งท่านเคาท์ได้หรือไม่”

“พวกมันมีมากกว่า 20 คน แล้วเราจะหยุดยั้งพวกมันได้อย่างไร? ทำไมเราไม่เรียกคนมาเพิ่มกัน? เห็นได้ชัดว่าเรากำลังจะไปตาย” นักรบคนหนึ่งพูดขึ้นมาด้วยความหงุดหงิด

“ข้าไม่ได้บอกว่าเราต้องจัดการด้วยตนเอง เมื่อถึงเวลาจะมีบางคนมาช่วยพวกเรากำจัดเป้าหมาย เราเพียงแค่รับผิดชอบอยู่ที่นี่และป้องกันไม่ให้พวกมันหนีออกไป” เคอรี่ส่ายศีรษะเบาๆ เมื่อเขามองไปยังคนที่กล่าวขึ้นมา ร่องรอยความเย็นชาก็ประกายขึ้นในดวงตาของเขา

…………………………….

ลอทเนอร์มองไปยังที่ที่มีคนรวมตัวกันและคิดว่าพวกเขามาล่าอสูรเวทย์หรือล้างเผ่าเล็กๆใกล้เคียงอาณาเขต แต่ตอนนี้เขาตระหนักได้แล้วว่ามันคือการลอบสังหารต่างหาก…

“ท่านลอร์ด ท่านเข้าใจคำว่า ‘ลอบสังหาร’ ผิดไปหรือไม่?” ลอทเนอร์กลัดกลุ้มเล็กน้อย

วิลเลียมยักไหล่และพูดอย่างงุนงงว่า “การลอบสังหารหนึ่งคน สองคน หรือร้อยคน มันแตกต่างกันด้วยเหรอ?”

“เอ่อ...เสียงจะไม่ดังเกินไปหรือ?”

“เสียงจะดังมากไหมน่ะเหรอ? หากท่านใช้พลังการต่อสู้และตะโกนในป่า ไม่มีใครมาช่วยท่านภายในสามร้อยเมตรหรอก แม้ว่าท่านจะตะโกนจนเสียงแหบแห้งก็ตาม!”

“แล้วทำไมข้าต้องตะโกนจนเสียงแหบแห้งด้วย? ลำคอข้าก็ยังดีอยู่มาก”

“...”

วิลเลียมเลิกคิ้ว ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าลำคอของคุณดีมากกันล่ะ?

พวกเขาทั้ง 100 คนไม่มีใครที่ขี่ม้า เหล่าเอลฟ์เดินขบวนเข้าไปในป่า ซึ่งมันจะเร็วกว่าตอนที่พวกเขาขี่ม้า

เนื่องจากการเดินทางครั้งนี้ล้วนเป็นเอลฟ์หน่วยลาดตระเวน ซึ่งมีความรวดเร็ว และไม่มีใครที่สวมใส่เกราะเหล็กทั้งนั้น พวกเขาทั้งหมดสวมเกราะหนังทำให้ในขณะที่เดินบนพื้นหรือปีนต้นไม้อยู่นั้นไม่มีเสียงเลยสักนิด นอกจากนี้ความว่องไวของเหล่าเอลฟ์สูงมากและใช้ค่าสเตมินาเพียงเล็กน้อย

เมื่อใกล้จะเที่ยงวัน

ดวงอาทิตย์เหนือศีรษะของพวกเขานั้นทั้งกลมและยิ่งใหญ่ แต่มีเพียงแสงอาทิตย์เพียงเล็กน้อยที่สามารถผ่านเหล่าใบไม้และเปล่งประกายบนใบหญ้าแห้งกรอบที่พื้นดินได้

กลุ่มถูกแยกเป็นกลุ่มละ 10 คน พวกเขาสามารถสอดแนมและต่อสู้ได้ทุกเวลา

วิลเลียมกล่าวอย่างชัดเจนว่าภารกิจครั้งนี้คือสังหารคน

องครักษ์เอลฟ์ต่างประหลาดใจ แต่เขาก็ได้อธิบายไปนิดหน่อยว่าดาริอัสเป็นขุนนางมนุษย์ไร้จริยธรรมที่ฆ่าอสูรเวทย์ และพวกเราตั้งใจที่จะฆ่าเขา…

แต่ดาริอัสเป็นอย่างว่าไว้จริงหรือ?

เรื่องนี้ไม่สำคัญแม้แต่น้อย เมื่อวิลเลียมบอกว่าดาริอัสเป็น ‘ขุนนางมนุษย์ผู้ชั่วช้า’ เหล่าเอลฟ์ก็จะคิดถึงอดีตที่น่าเศร้า พวกเขาไม่เคยอ่อนข้อให้กับขุนนางมนุษย์ประเภทนี้ หากพวกมันมีหมื่นคน พวกเขาก็จะฆ่าทั้งหมื่นคน ด้วยวิธีอันแสนบ้าคลั่งมากมาย พวกเขาจะสามารถผลัดกันทรมานเหยื่อได้…

เวลาผ่านไป

วิลเลียมรู้สึกโชคดี เขาได้พบเข้ากับดาริอัสและคนของมันก่อน

“เราจะเริ่มเลยหรือ?” ลอทเนอร์, วิลเลียม, และน็อกซ์หลบอยู่บนต้นไม้ต้นเดียวกัน

มุมปากของวิลเลียมขยับเล็กน้อย “ไม่ใช่ น็อกซ์ ไปบอกให้คนอื่นๆล้อมพวกมันไว้ และปล่อยให้หมาป่าสายฟ้าระดับกลางกินแรงพวกมันซักพัก”

เขาเฝ้าดูดาริอัสตะโกนและแผดเสียงไม่ให้เหล่าผู้เชี่ยวชาญรอบๆหมาป่าสายฟ้าทำลายขนของมันเสียหาย

แต่ด้วยการกระทำแบบนั้น ทำให้ผู้เชี่ยวชาญสามคนถูกหมาป่าสายฟ้ากัด

นอกจากนี้ยังมีบางคนที่ผิวหนังถูกเผาไหม้จนเป็นสีดำและมีควันสีเขียวลอยออกมา เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไฟฟ้าจากหมาป่าช็อต

หมาป่าดำแยกเขี้ยวที่เต็มด้วยเลือดที่ไหลออกจากปากของมัน ดูเหมือนว่ามันจะพ่นสายฟ้าออกมาตลอดเวลา แม้ว่าศักยภาพทางสายเลือดของหมาป่าสายฟ้าจะเฉลี่ยเท่าๆกัน แต่รูปร่างและขนของมันนั้นดูดีเป็นอย่างมาก

ในตอนแรกมีผู้เล่นหลายคนชอบที่จะจับลูกหมาป่าสายฟ้ามาเป็นสัตว์เลี้ยง

หากความภักดีของหมาป่าสายฟ้าที่โตขึ้นสูงมากพอ มันก็สามารถเป็นสุดยอดคู่หูได้อย่างแน่นอน มันเร็วและแข็งแกร่งมากเมื่อกัดคู่ต่อสู้ในระยะใกล้ แต่ค่าพลังชีวิตของมันเมื่อเทียบกับอสูรเวทย์ตนอื่นๆแล้วก็เปรียบได้กับน้องชายตัวเล็ก การเตะที่เอวของมันจะเป็นการโจมตีแบบติดคริติคอล…

การแสดงออกของดาริอัสนั้นเยือกเย็น เขามองดูหมาป่าสายฟ้าฆ่าคนของเขาไปทีละคนๆ และตอนนี้เขาก็หมดความอดทนแล้ว เมื่อเขายกคันธนูและลูกศรขึ้นมาข้างๆ เขาก็กดมือลงบนไหล่และพึมพำว่า “มีบางคนกำลังมา แม้ว่าจะไม่มีเสียงหรือเจตนาที่จะฆ่า ฉันก็ยังรู้สึกถึงมัน”

“ฮ่าฮ่า หรือว่าจะเป็นนักฆ่าที่ถูกส่งมาโดยน้องชายที่น่ารักของฉันกัน? ฉันรู้ว่าเขานั้นไม่ซื่อตรงหรอก” ดาริอัสหัวเราะก่อนจะยกมือขึ้นยิงธนู หมาป่าสายฟ้าที่ไม่เหลือพลังที่จะสู้แล้วถูกยิงเข้าที่หัวด้วยลูกศรและเต็มไปด้วยเลือดที่พุ่งออกมา

เขาเดินไปที่ผลงานของเขาและมองไปรอบๆอย่างไร้ระเบียบ “ออกมา ในฐานะนักฆ่า ข้าชื่นชมทักษะการซ่อนตัวของพวกเจ้า ทำไมพวกเจ้าไม่ไปฆ่าน้องชายของข้าแทนล่ะ? ข้าจะจ่ายให้พวกเจ้าสองเท่าเลย ดีไหม?”

ยังคงมีแต่ความเงียบ

“พวกเจ้ากลัวอะไรกันหรือ? แม้ว่าข้าจะมีคนอยู่มากมาย แต่ข้าจะไม่ทำอะไรพวกเจ้าเลย อย่างที่ข้ากล่าวก่อนหน้านั้นว่า ข้าจะจ่ายให้พวกเจ้าสองเท่าเพื่อให้ไปฆ่าน้องชายของข้า!” ดาริอัสตะโกนอีกครั้ง

ทันใดนั้นวิลเลียมก็โผล่ศีรษะออกมาจากต้นไม้และกล่าวอย่างไม่ชอบมาพากลว่า “จริงหรือ?”

ดาริอัสหรี่ตา “โอ้ เจ้าเป็นเอลฟ์หรือครึ่งเอลฟ์กันล่ะ? อย่าได้กลัวไปเลยเพื่อนตัวน้อย ข้าดาริอัสผู้ดำรงตำแหน่งไวเคาท์นั้นไม่เคยห่มเหงรังแกผู้อื่น!”

“โอ้ ออกมาทุกคน อย่าเกรงกลัวไป ไอ้ขยะนี่จะไม่รังแกผู้อื่น” วิลเลียมปรบมือ

เสียงการเคลื่อนไหวขยับไปมาดังขึ้น

เหล่าเอลฟ์ลาดตระเวนที่ติดอาวุธพรั่งพร้อมออกมาจากหลังต้นไม้

ดาริอัสตื่นตระหนกและกระวนกระวายใจ

ผู้เชี่ยวชาญระดับกลางสี่คน…

และคนอื่นๆอีกมากมาย…

จบบทที่ บทที่ 43: อย่าเกรงกลัวไป ข้าไม่เคยข่มเหงผู้อื่น

คัดลอกลิงก์แล้ว