เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21 : คนแคระแห่งหุบเขาเดียวดาย

บทที่ 21 : คนแคระแห่งหุบเขาเดียวดาย

บทที่ 21 : คนแคระแห่งหุบเขาเดียวดาย


ค่าสถานะของลูกหมีเลเวล 1 ยังไม่คุ้มที่จะดู

หลังจากที่ลูกหมีตัวที่หนึ่งยอมรับที่จะเป็นสัตว์เลี้ยง สามวันต่อมาวิลเลียมก็รอให้ลูกหมีที่เหลือตื่นขึ้น และยอมรับพวกมันเป็นสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะภายใต้ค่าสถาะนะติดตัว ‘ดูดี’ ของเขาทำให้เหล่าลูกหมีชื่นชอบเขามากขึ้นเป็นพิเศษ

ในเกม ‘Gods’ มีความประทับใจที่ดีอยู่สามประเภท

อย่างแรกคือความประทับใจที่ดีของฝ่ายตน คำนวณเป็นหลักหมื่น

สองคือความประทับใจที่ดีของเพื่อน คำนวณเป็นหลักพัน (รวมถึง NPC)

สามคือความประทับใจที่ดีของสัตว์เลี้ยง คำนวณเป็นหลักร้อย

เมื่อความประทับใจที่ดีของสัตว์เลี้ยงมีค่าถึง 300 หน่วย จะถึงจุดที่มันไม่สามารถหักหลังผู้เป็นเจ้านายได้!

แต่ไม่ใช่ทุกอย่างจะสามารถทำให้เป็นเรื่องปกติได้ ถ้าผู้เล่นทารุณสัตว์เลี้ยงทุกวันเป็นเวลานาน ค่าประทับใจที่ดีก็จะลดลงอย่างสมเหตุสมผล แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเมื่อค่าประทับใจที่ดีเต็มแล้ว จะสามารถทำเรื่องไร้คุณธรรม หรือเริ่มทำสิ่งที่บ้าและน่ารังเกียจต่อสัตว์เลี้ยงได้

ลูกหมีที่น่ารักทั้งสามเติบโตอย่างรวดเร็ว ในบางวันพวกมันก็เดินเล่นรอบเมืองกับวิลเลียมและหมุนไปรอบๆเหมือนกับหมาปั๊ก

และในอีกไม่กี่วันต่อมาความประทับใจที่ดีที่ลูกหมีทั้งสามมีต่อเขาก็เพิ่มขึ้นอีกครั้ง

วิลเลียมมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในการปรับปรุงความประทับใจของสัตว์เลี้ยง ในชีวิตก่อนมีผู้เล่นหลายคนที่จับสัตว์เลี้ยงที่โตเต็มวัยและกว่าที่พวกเขาจะปรับปรุงความประทับใจที่ดีของสัตว์เลี้ยงได้ มันก็ทำให้พวกเขารู้สึดแทบตาย ต่อมาผู้เล่นค่อยๆพบว่าถ้าสัตว์เลี้ยงยังเล็ก พวกมันไม่จำเป็นต้องใช้เงิน, วัตถุดิบ, และความพยายามมากนักเพราะสติปัญญาของสัตว์ที่ยังเล็กไม่ได้สูงมาก แค่เล่นกับพวกมันก็เพียงพอแล้ว

แตกต่างกับสัตว์เลี้ยงที่โตเต็มวัย

หากต้องการความประทับใจที่ดีจากอสูรเวทย์ระดับสูงที่ใกล้จะโตเต็มวัย คุณต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก!

ผู้เล่นต้องตอบสนองต่อความต้องการที่หลากหลายทั้งสัตว์เลี้ยง, อาหาร, ความอบอุ่น, และแม้กระทั่งคู่รัก…

ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว

หากต้องการให้สัตว์เลี้ยงสนับสนุน เขาต้องดูแลมันเป็นอันดับแรก

เขาจำได้ลางๆว่าในชีวิตก่อน มีหญิงสาวที่น่ารักคนหนึ่งมีโชคพอที่จะได้รับความโปรดปรานจากอสูรมังกร นั่นคืออสูรเวทย์ที่มีสายเลือดของมังกรยักษ์

อย่างไรก็ตาม เพราะว่าหญิงสาวไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของอสูรเวทย์ได้ มันจึงกระพือปีกและหนีไป

ดังนั้น พวกขาใหญ่ที่สามารถเลี้ยงสัตว์ได้ พื้นฐานแล้วมักจะเป็นของครอบครัวตนเอง…

หนึ่งในสิ่งที่สำคัญที่สุดคือสัตว์เลี้ยงใน ‘Gods’ นั้นไม่เหมือนกับสัตว์เลี้ยงในเกมอื่นๆ

สัตว์เลี้ยงในเกมอื่นๆจะสามารถฟื้นคืนชีพได้เมื่อพวกมันตาย แต่ค่าสถานะจะต่ำมาก ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณจับอสูรที่ทรงพลังมากมาเป็นสัตว์เลี้ยง ค่าสถานะของมันย่อมลดลงและจะกลับไปอยู่ที่เลเวลศูนย์ ดังนั้นคุณต้องฝึกมันใหม่ แม้ว่าจะมีความเป็นไปได้เล็กน้อยที่สัตว์เลี้ยงอาจหลบหนีจากเจ้าของ

แต่ไม่ว่าเลเวลของสัตว์เลี้ยงใน ‘Gods’ จะอยู่ในระดับใด มันก็ยังอยู่ในระดับนั้น และค่าสถานะยังคงยอดเยี่ยม!

แต่เมื่อมันเสียชีวิต มันก็ตายจริงๆ…

สัตว์เลี้ยงใน ‘Gods’ อาจเป็นคู่หูคนที่สองของผู้เล่น!

ในอดีต มีผู้เล่นหลายคนระบายความหงุดหงิดลงบนฟอรั่มเพราะสัตว์เลี้ยงของพวกเขาเสียชีวิต...

มีผู้เล่นที่จับสัตว์เลี้ยงที่พิเศษได้และสามารถต่อสู้กับคนเป็นร้อยด้วยตัวคนเดียวได้อย่างไม่มีปัญหา นั่นเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ผู้เล่นบางคนกลายเป็นคนโปรดของกิลด์เมื่อได้รับสัตว์เลี้ยงระดับสูง

“ดีมาก ดีมาก อสูรเวทย์ระดับสูงในระดับเดียวกันสามารถต่อสู่กับผู้เล่นหลายร้อยคนในช่วงระยะกลางของเกม ตราบใดที่เลเวลของสัตว์เลี้ยงของฉันไม่ตก ผู้เล่นก็เหมือนกระเทียมในอนาคต แค่เสียงคำรามของหมีก็กวาดล้างพวกมันได้!” ในที่สุดวิลเลียมก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกหลังจากที่เขาหนีลูกหมีที่จงรักภักดีทั้งสามไปได้

เขาเดินเข้าไปในเมืองตัวคนเดียว มองไปยังชาวเมืองที่เบื่อหน่าย พวกเขาคุยกันและเล่นไพ่นอกประตูบ้าน ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าเมืองนี้น่าเกรงขามเพียงใด

สองวันที่ผ่านมาดูเหมือนเขากำลังเดินเล่นกับหมี แต่เขาก็สำรวจรอบๆเมืองไปด้วย

เขาจะไม่รู้อะไรเลยถ้าไม่เห็นกับตา

มันน่าตกใจตั้งแต่แรกเห็น

เมืองที่มีคนแค่ 3000 คน

กลับมีผู้เชี่ยวชาญอย่างน้อยถึง 2000 คน…

มีพลเมืองเพียงหกถึงเจ็ดร้อยคนเท่านั้นที่เลี้ยงตนเองด้วยการทำฟาร์ม

“ไม่แปลกใจที่ท่านแม่ให้นักรบเอลฟ์มาอารักขาถึง 500 ตน ถ้าฉันมีองครักษ์ไม่มากพอ ฉันจะไม่ถูกพวกกล้ามปูพวกนั้นรังแกเอาหรอกเหรอ?” วิลเลียมไปที่ขอบหน้าผาและดูละอองน้ำที่เกิดจากน้ำตก

เลียบแม่น้ำด้านล่าง เขาเห็นที่ราบทางเหนือและรู้ว่าอาณาเขตของดยุคในอาณาจักรเหล็กอยู่ที่นั่น แม้ว่ามันจะไกลเกินกว่าที่สายตาจะมองเห็น เขาบ่น “แม้ว่าจะมีบางคนที่ทรงพลังในเมืองแต่ฉันไม่สามารถทำให้พวกเขายอมจำนนได้ในตอนนี้ ทางที่ดีที่สุดคือแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของฉันเพื่อที่พวกเขาจะได้เห็นว่าฉันเป็นลอร์ดที่แข็งแกร่ง เป็นลอร์ดที่สามารถพัฒนาและขยายเมืองออกไปได้”

“และให้พวกเขาเห็นว่าศักยภาพในการเติบโตของฉันนั้นยอดเยี่ยม จากนั้นฉันก็จะสามารถติดต่อไปหรือรอให้พวกเขาติดต่อมาหาฉันด้วยตนเอง!”

“จากนั้นเราก็จะเข้าไปในป่าแบล็คลีฟให้ลึกกว่านี้ ถึงตอนนั้นพวกออร์คก็คงจะโจมตีฉันเพื่อผลประโยชน์ทางเหมืองแร่เท่านั้นหรือไม่ก็เพราะว่าพวกมันคิดว่าจะรังแกพวกเราได้โดยง่าย ฉันคิดว่าเรื่องพวกนี้ไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกับมังกรยักษ์ในภูเขาหิมะฝั่งทะเลตะวันออก”

“เผ่าพันธุ์มังกรทั้งหมดในโลกนี้นั้นล้วนขี้เกียจ ยกเว้นในช่วงฤดูผสมพันธุ์หรือเข้าไปพัวพันกับปัญหาต่างๆ ที่เหลือพวกมันก็ใช้เวลาไปกับการนอนหลับหรืองีบหลับ”

“แต่ถ้าไม่มีพลเมืองก็ไม่สามารถพัฒนาเมืองได้น่ะสิ!” เมื่อเขาคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้วิลเลียมก็ปวดหัวขึ้นมาทันที

การพัฒนาเมืองไม่อาจเกิดขึ้นได้หากปราศจากกำลังคน

พวกออร์คอาจทำการขุดเหมืองได้

แต่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการขยายเมืองล่ะ?

การสร้างป้อมปราการ?

หรือจัดทำอุปกรณ์อื่นๆ?

หรือว่าเขาควรจะใช้งานพวกเชลยออร์คดี?

นั่นเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน!

“หรือฉันต้องซื้อทาส?” วิลเลียมขมวดคิ้ว ไม่คิดว่านี่เป็นไอเดียที่ดี อย่างน้อยก็ตอนนี้ล่ะนะ เมืองนี้ขาดเงินและอาหาร และไม่มีที่พักสำหรับทาสหลังจากซื้อพวกเขามา

แม้ว่าเขาจะซื้อทาสมา เขาก็ต้องซื้อพวกมันผ่านดยุคของอาณาจักรเหล็กและอาณาจักรหินดำ อย่างไรก็ตาม ดยุคทั้งสองก็มีสายตาที่เต็มไปด้วยความโลภ พวกมันมีเจตนาที่ซ่อนเร้นเป็นเวลานานและต้องการครอบครองเมือง พวกมันอาจจะปล่อยให้เขาซื้อสายลับเป็นจำนวนมากไปแทน

ท้ายที่สุดแล้ว มันเป็นไปได้สูงที่ดยุคของอาณาจักรทั้งสองจะเป็นผู้ลอบสังหารเขาในชีวิตก่อน

แม้ว่าพวกมันจะไม่ได้ทำ แต่ทั้งสองก็จะไม่นั่งเฉยๆและไม่ทำอะไรเมื่อเห็นเขาพัฒนาเมืองแน่ และจะต้องสร้างปัญหาให้กับเขาอย่างแน่นอน

แม้ว่าที่ตั้งของเมืองจะยอดเยี่ยม มีหน้าผาสูงกว่า 80 เมตรเป็นปราการธรรมชาติ แต่ถ้าหากดยุคของอาณาจักรทั้งสองจะเข้ามาโจมตี มันก็ยากมากสำหรับเมืองชายแดนที่จะใช้กำแพงธรรมชาตินี้มาป้องกัน

“ถ้าอย่างนั้นฉันต้องทำตัวให้ดูอ่อนแอเมื่อลงมือทำอะไรสักอย่าง!” วิลเลียมถอนหายใจ และในขณะที่เขามีปัญหาเกี่ยวกับการพัฒนาเมืองอยู่นั้น… ก็ได้ยินข่าวที่คาดไม่ถึง!

“พวกออร์คกับคนแคระกำลังต่อสู้กันหรอ?” วิลเลียมสับสนเล็กน้อย เขาไม่คิดว่าจะมีเหล่าคนแคระซ่อนตัวอยู่ใกล้กับเมือง!

“ถูกแล้ว ห่างไป 30 ไมล์จากเหมืองเหล็ก มีคนแคระอยู่ ฉันได้ยินมาว่าเป็นคนแคระจากหุบเขาเดียวดาย พวกออร์คต้องรวบรวมกองกำลังเพื่อโจมตีพวกเขา แต่เรากำจัดพวกมันก่อน...” ลอทเนอร์ยักไหล่ แสดงให้เห็นว่าเขาสงสัยว่าทำไมเหล่าคนแคระถึงมาที่นี่

“เหล่าคนแคระจากหุบเขาเดียวดายหรอ?”

ลอทเนอร์พยักหน้า “ก็ควรเป็นอย่างนั้น นับตั้งแต่ราชาคนแคระแห่งหุบเขาเดียวดายได้เสียชีวิตลงเมื่อพันปีก่อน จักรวรรดิคนแคระอันยิ่งใหญ่ก็ถูกแบ่งออกเป็นเจ็ดแว่นแคว้น อย่างไรก็ตาม ยังมีคนแคระอยู่หลายตนที่เข้าไปยังภูเขาหรือในป่าที่แห้งแล้ง และฉันได้ยินมาว่ามีกลุ่มของคนแคระซ่อนตัวอยู่ในป่าแบล็คลีฟ บางทีอาจจะเป็นพวกเขา”

“ถ้าอย่างนั้นเราควรติดต่อไป หากเราช่วยได้ เราก็ควรช่วยเพื่อนบ้านที่ดีเหล่านี้!”

จากนั้นทั้งคู่ก็กล่าวออกมาในเวลาเดียวกัน “เอลฟ์และคนแคระ สหายที่ดีต่อกันตลอดไป!”

ทันทีที่เสียงของพวกเขาสิ้นสุดลง ลอทเนอร์สบตากับเขาและยิ้มออกมาอีกครั้ง แต่รอยยิ้มนั้นแสนที่จะซับซ้อน…

จบบทที่ บทที่ 21 : คนแคระแห่งหุบเขาเดียวดาย

คัดลอกลิงก์แล้ว