เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13: หมีใหญ่, หมีสอง, หมีสาม

บทที่ 13: หมีใหญ่, หมีสอง, หมีสาม

บทที่ 13: หมีใหญ่, หมีสอง, หมีสาม


ลูกหมีสามตัวนอนอยู่ในเปล ซุกไซร้กันและกันโดยที่ดวงตายังปิดอยู่ราวกับต้องการที่จะหาที่ๆ อบอุ่นที่สุดในการนอน

อย่างไรก็ตาม ‘หมีใหญ่’ ลูกหมีตัวที่ใหญ่ที่สุดก็บังคับขืนตัวเบียดเข้าไปยังส่วนที่สบายที่สุด ทั้งอุ่นที่สุดและอยู่ในตำแหน่งตรงกลาง ‘หมีสอง’ และ ‘หมีสาม’ ที่ไม่อาจสู้พี่ชายของพวกมันได้ พวกมันจึงไม่มีทางเลือกนอกจากจมลึกลงไปในความฝัน พวกมันกรนเบาๆ อยู่ตรงที่ของตัวเอง

วิลเลียมเพิ่งจะให้นมแกะพวกมันไป เขาลูบไล้ขนของพวกมันอย่างแผ่วเบา เจ้าทารกน้อยสามตัวนี้ไม่ใช่ลูกหมีทั่วไป

เขาเพิ่งจะตรวจพวกมันดูเมื่อกี้

หมีใหญ่นั้นสืบสายเลือดของอสูรเวทย์ระดับสูง ในขณะที่หมีสองและหมีสามทั้งคู่นั้นต่างมีสายเลือดของอสูรเวทย์ระดับกลาง

ในตอนต้นของเกม ต่อให้ผู้เล่นไม่สามารถหาอสูรเวทย์ระดับสูงได้ แต่ถ้าผู้เล่นคนใดที่สามารถหาตัวช่วยเป็นอสูรเวทย์ระดับกลางและค่อยๆ เติบโตได้ คนๆนั้นก็จะเป็นคนที่ดังที่สุดในกิลด์ พวกเขาแทบจะสามารถพูดกับเหล่าขุนทางของประเทศนั้นๆ ซึ่งๆหน้าได้เลย

มันเป็นเรื่องธรรมดา พวกเขานั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกที่เหนือกว่ามาก

แม้ว่าสายเลือดที่มีเลเวลสูงจะมีการเจริญเติบโตที่ช้ากว่า แต่ตราบใดที่พวกเขาสามารถให้อาหารพวกมันได้อย่างเหมาะสม อสูรเวทย์ก็ยังคงโตเร็วกว่าสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญา

วิลเลียมหยิบผ้าห่มปุกปุยอันหนึ่งขึ้นมาห่มให้กับลูกหมีสามตัว โดยเว้นช่วงหัวเล็กๆ ของพวกมันไว้สำหรับหายใจ ก่อนที่เขาจะออกจากห้องไปอย่างเงียบๆ

“ดูแลพวกมันให้ดี ฉันไม่อยากได้ยินเกี่ยวกับเรื่องอุบัติเหตุใดๆทั้งสิ้น!” วิลเลียมพูดกับสาวใช้ที่เฝ้าอยู่ด้านนอกของประตู

“ค่ะท่านลอร์ด ฉันขอสาบานว่าจะดูแลลูกหมีที่น่ารักพวกนี้อย่างดีทุกวินาทีเลยค่ะ!” สาวใช้มองไปที่ลูกหมีสามตัว เธอไม่มีทางคิดว่าพวกมันจะโตขึ้นกลายเป็นหมีป่ายักษ์ที่น่ากลัวได้เลย ในเมื่อตอนนี้พวกมันช่างน่ารักน่าชังเหลือเกิน…

“ฮึ่ม ตั้งแต่นี้ไปฉันจะให้เหรียญเงินกับเธอเพิ่มเป็นรางวัลทุกเดือน” ในฐานะลอร์ด มันเป็นเรื่องที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้สำหรับวิลเลียม แบล็คลีฟที่จะต้องมีคนรับใช้ และยังมีชาวไร่ชาวนาที่อดอยากอีกมากมายที่อยากจะเป็นคนรับใช้ของเขาอย่างไม่คิดชีวิต

เซียยืนเงียบๆ อยู่ที่ด้านข้าง หลุบตาและจมลงไปในความคิดราวกับเธอนั้นข้องใจอย่างมากกับการที่เด็กหนุ่มคนนี้ ดูเปลี่ยนไปมากขนาดนี้ได้อย่างไรกัน

พวกเขาเก็บเกี่ยวของมากมายจากการเดินทางครั้งนี้

พวกเขากำจัดออร์คไปเผ่าหนึ่งและยังได้โอกาสในการได้รับเหมืองเหล็กหนึ่งเหมืองและลูกหมีอสูรเวทย์สามตัวอีกด้วย

พวกเขาแค่ต้องรอให้พวกลูกหมีลืมตาในอีกสามวันและรับรู้ถึงเจ้าของๆ พวกมันผู้ที่พวกมันเห็นเป็นคนแรก

แน่นอนที่สุด

เหล่าลูกหมีนั้นไวต่อกลิ่นอย่างมากอีกด้วย

พวกคนรับใช้ต้องดูแลป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุใดๆ กับเหล่าลูกหมีและทำความสะอาดสิ่งที่พวกมันขับถ่ายออกมาในเวลาเดียวกัน ส่วนในเวลาอื่นๆ นั้น ทั้งการให้อาหารและการทำความสะอาดก็จะถูกจัดการโดยวิลเลียมเป็นการส่วนตัว

“เซีย เธอชอบลูกหมีพวกนี้มั้ย?” วิลเลียมเดินไปหยุดตรงหน้าของเธอแล้วถาม

“ฉันชอบค่ะ พวกมันน่ารักมากๆ…” เซียตอบอย่างขอไปที

“แล้วถ้าฉันให้เธอตัวนึงล่ะ?”

“จริงหรอคะ? ไม่ ไม่ ช่างมันเถอะ ฉันไม่สามารถที่จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงหมีป่ายักษ์ซักตัวได้หรอกค่ะ…” เซียส่ายหัวของเธอไวๆ ด้วยรายรับขี้ปะติ๋วของเธอ โดยธรรมดาเธอก็หมดเงินไปกับพวกส่วนผสมเวทย์แล้ว ดังนั้นเธอจะไปเอาที่ไหนมาเลี้ยงดูอสูรเวทย์อีกตัว?

วิลเลียม แบล็คลีฟหัวเราะเบาๆ “ถึงอย่างนั้น เธอก็สามารถมาที่นี่และเยี่ยมพวกมันได้นะ! อสูรเวทย์ประเภทหมีจะไม่โจมตีคนที่มีกลิ่นที่มันคุ้นเคยอยู่ อีกอย่างฉันเองก็สามารถสั่งพวกมันได้”

“ฉันมาที่นี่ทุกวันได้หรอคะ? แล้วถ้าพวกมันลืมตาแล้วบังเอิญเห็นฉันล่ะ?” เซียถามด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง

“ก็ไม่เป็นไร ฉันแค่อาจต้องช่วยเธอเลี้ยงพวกมัน!” วิลเลียมพูดอย่างใจกว้าง

“ถ้าอย่างนั้น… ขอบคุณมากค่ะท่านลอร์ด!” เซียไม่รู้ว่าเธอควรพูดอะไรอีก ดังนั้นเธอจึงออกไปอย่างรีบร้อน

วิลเลียมจ้องไปยังเซียที่กำลังวิ่งห่างออกไป ขณะที่ถูมือของเขา “นักเวทย์มนตราผู้มีสายเลือดระดับอีปิก… ก็จะเป็นผู้วิเศษคนหนึ่งสินะ ท่านแม่ ท่านให้คนที่มีความสามารถกับผมมาไม่น้อยเลย เช่นเดียวกับอุปกรณ์อีกหลากหลายด้วย…”

ชื่อ: เซีย

เผ่าพันธุ์: เอลฟ์แบล็คลีฟ

อาชีพ: นักเวทย์ธาตุน้ำระดับกลาง

เลเวล: 41

ศักยภาพของสายเลือด: อีปิค (คุณสมบัติพื้นฐาน +28%)

ความสามารถติดตัว: ชีวิตระดับกลาง, ทุกความแข็งแกร่งทางกายภาพจะมีค่าเท่ากับแต้มชีวิต 40 แต้ม

ความสามารถติดตัว: แสงแห่งน้ำ ผลลัพธ์จากการใช้เวทมนต์ธาตุน้ำใดๆ จะเพิ่มขึ้น 30% ค่าสติปัญญา 100 แต้มจะลดเวลาคูลดาวน์1สำหรับสกิลธาตุน้ำ 20%

ความสามารถติดตัว: เวทมนต์ระดับกลาง ค่าสติปัญญา 1 แต้ม = ค่าการโจมตีโดยเวทมนต์ 1.2 แต้ม

พลังชีวิต: 8800

ความแข็งแกร่ง: …

เวทมนต์: …

บางอย่างที่น่าสังเกตคือการที่ทั้งพลังการต่อสู้และเวทมนต์นั้นเป็นสิ่งที่ตัวละครเลเวล 10 ขึ้นไปเท่านั้นจะมีหลังจากที่พวกเขาเลือกอาชีพแล้ว

ในตอนนั้น ไม่สำคัญว่าจะเป็นผู้เล่นหรือ NPC พวกเขาก็จะสามารถเรียนรู้คำภีร์ของพลังการต่อสู้และการรักษาได้

ระดับเลเวลของหนังสือเหล่านี้จะต่างกันออกไประหว่าง เริ่มต้น, กลาง, สูง, มาสเตอร์, อีปิค, รีเจนดารี ฯลฯ

ที่สุดแล้ว ยิ่งเลเวลของคำภีร์เหล่านั้นสูงขึ้น เวทมนต์หรือพลังการโจมตีก็จะเพิ่มมากขึ้น ในเวลาเดียวกันนั้น มันก็มีผลลัพธ์พิเศษบางอย่าง

อย่างเช่น การเพิ่มขึ้นของความแข็งแกร่งของสกิลหรือการเปิดใช้งานเกราะพลังการต่อสู้ระดับหนึ่ง

เมื่อผู้เล่นกำลังมองหาอาชีพจาก NPC  ส่วนใหญ่แล้วพวกเขาจะสามารถเรียนรู้ได้แค่คำภีร์ระดับเริ่มต้นหรือระดับกลางเท่านั้น

คำภีร์ระดับสูงต้องใช้การจบภารกิจที่ยากขึ้น แต่ผู้เล่นก็สามารถรับมันได้ถ้าพวกเขาอดทนมากพอ

อย่างไรก็ตาม คำภีร์ระดับมาสเตอร์และระดับสูงกว่าต้องใช้การประชุมพิเศษ, การประมูล, NPC พิเศษ, ตลาดมืด, วาณิชผู้ลึกลับ หรือแม้แต่กลุ่มส่วนตัวของที่ปรึกษาประจำอาชีพ

อีกอย่าง ราคาของคำภีร์สักเล่มนั้นแพงอย่างน่าขนลุก

คำภีร์ระดับเริ่มต้นใช้แค่ 10 เหรียญเงิน หรือก็คือถ้าผู้เล่นที่สามารถเดินออกจากหมู่บ้านเริ่มต้นได้ สามารถสะสมเงินได้ พวกเขาก็สามารถซื้อคำภีร์และเรียนรู้สกิลทุกอย่างที่พวกเขาสามารถมีได้เมื่อพวกเขาเลือกอาชีพแล้ว

อย่างไรก็ตาม คำภีร์ระดับกลางนั้นต้องใช้อย่างน้อย 1 เหรียญทอง…

1 เหรียญทองอาจจะดูไม่แพงมากนัก แต่มันก็สามารถทำให้ผู้เล่นที่เพิ่งจะเริ่มเล่นเกมเงิบได้เลย ถ้าพวกเขาไม่ได้เจอมันโดยบังเอิญหรือไม่ต้องการที่จะใช้เงินจริง พวกเขาก็แค่ต้องเก็บสะสมเงินอย่างระมัดระวัง

อย่างไรก็ตาม ต่อให้คุณจะใช้เงินจริงในเกมนี้ คุณก็ไม่สามารถเปลี่ยนมันเป็นเหรียญทองได้…

นอกจากว่าพวกเขาจะขายเสื้อผ้าหรือใช้ช่องโหว่ในการจ่ายแบบรายเดือนเพื่อขายคุณสมบัติของพวกเขา แต่ถึงอย่างนั้น ในช่วงเวลาแบบนี้บริษัทเกมที่ไหนจะกล้าทำแบบนั้นกัน?

บริษัทหวังอี้ล้มละลายได้ยังไง?

เพราะว่าการเป็นสมาชิกรายเดือนของหวังอี้อนุญาตให้ขายคุณสมบัติได้ มันทำให้ผู้เล่นในศตวรรษที่ 23 ใช้จ่ายจนพวกเขาหมดตัว และทำให้พวกเขายกเลิกเกมทุกเกมที่เป็นของบริษัทหวังอี้!

ในทางกลับกัน เห็นได้ชัดว่าคุณสมบัตินั้นเป็นสิ่งที่ไม่สามารถเพิ่มลงไปในเสื้อผ้าได้ สิ่งเดียวที่พิเศษสำหรับเสื้อผ้าคือการที่มันสวยงามและสามารถใส่รวมกับอุปกรณ์ต่างๆ ได้

อย่างไรก็ตาม เครื่องแต่งกายที่ถูกที่สุดก็ยังต้องใช้ 100 ดอลลาร์ แน่นอนว่าเครื่องแต่งกายสามารถขายให้กับขุนนาง NPC บางคนได้อีกด้วย

ถึงอย่างนั้น การจะทำแบบนั้นได้ก็ต้องมีระดับมิตรภาพประมาณหนึ่งกับ NPC คนนั้นและการสังเกตว่า NPC คนนั้นสนใจเครื่องแต่งกายนั้นๆ หรือไม่

ถ้ามี NPC สักคนที่ต้องการซื้อเครื่องแต่งกายจริงๆ พวกเขาก็อาจจะได้รับเหรียญทองจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว

ร้านขายของนั้นไม่ขายเหรียญคืนชีพ เกมนี้เองก็ไม่มีการฟื้นคืนอาชีพเช่นกัน เมื่อผู้เล่นขึ้นไปถึงเลเวล 30 พวกเขาจะเกิดใหม่ได้แค่ 6 ครั้งเท่านั้น พวกเขาจะเสียแต้มประสบการณ์จำนวนหนึ่งทุกครั้งที่พวกเขาเสียชีวิต พวกเขาอาจจะถูกลดเลเวลลงหรือเสียอุปกรณ์บางอย่างไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากที่พวกเขาตายมากกว่า 6 ครั้ง พวกเขาก็อาจจะตกเข้าสู่โหมดที่ไม่สามารถล็อกอินเข้าไปในเกมได้เป็นเวลา 10 ชั่วโมง

แน่นอนว่าข้อจำกัดเหล่านี้จะถูกเริ่มใช้งานเมื่อผู้เล่นส่วนใหญ่เป็นมืออาชีพระดับกลาง

นี่ยังทำให้การต่อสู้สมดุลขึ้นระหว่างผู้เล่นด้วยกัน และทำให้โลกระหว่างผู้เล่นและ NPC สมดุลขึ้นเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ที่สุดแล้วมันก็คือเกมๆ หนึ่ง

บริษัทเกมต้องการรายได้ แต่พวกเขาก็ต้องการได้รับมันผ่านวิธีการที่ดีและไม่ต้องการที่จะสูญเสียเงินไป ดังนั้นพวกเขาจึงเปิดระบบการขายที่อนุญาตให้ผู้เล่นใช้เงินจริงในการซื้ออุปกรณ์และเหรียญทอง

ส่วนเดียวที่ยังเหลืออยู่คือสโมสร เพราะสโมสรทุกที่จะมีกิลด์ย่อยๆ อยู่ ผู้เล่นจะไปรวมตัวกันในกิลด์นั้นๆ เพื่อไอดอลของพวกเขา

โดยปกติแล้ว ผู้เล่นมืออาชีพที่ได้รับการสปอนเซอร์จะแข็งแกร่งขึ้นได้อย่างรวดเร็ว เพราะพวกเขาพร้อมที่จะจ่ายสำหรับอุปกรณ์และเหรียญทอง

อย่างไรก็ตาม สิ่งจำเป็นที่ต้องมีก็คือการที่ผู้เล่นมืออาชีพต้องได้รับการเคารพนับถือเสียก่อน!

มันไม่ใช่แค่การเล่น ถ้าพวกเขาแพ้ พวกเขาจะตกต่ำเสียยิ่งกว่าหมา

หมายเหตุ

เวลาคูลดาวน์1 หมายถึง ระยะเวลาจากช่วงที่ใช้สกิลไปแล้วจนถึงช่วงที่สามารถใช้สกิลได้อีกครั้งหนึ่ง

จบบทที่ บทที่ 13: หมีใหญ่, หมีสอง, หมีสาม

คัดลอกลิงก์แล้ว