เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 : หมียักษ์!

บทที่ 9 : หมียักษ์!

บทที่ 9 : หมียักษ์!


มันเป็นเวลาพลบค่ำ ดวงอาทิตย์ได้ลาลับจากสายตาของพวกเขาไปนานแล้ว

ท้องฟ้ากลายเป็นสีเข้มสนิท แสงจันทร์เลือนลางนั้นไร้ประโยชน์เมื่ออยู่ในป่าลึก

อย่างไรก็ตามสิ่งนี้ไม่ได้เป็นภัยต่อเอลฟ์มากเท่าใดนัก แม้แต่นักรบที่ไปตามหาแหล่งเหมืองด้านนอกก็จะไม่หลงทางง่ายๆ

ทุกครั้งที่ออกไปข้างนอกพวกเขาจะได้รับอาหารที่เพียงพอสำหรับสามวันโดยเฉพาะภารกิจที่ยิ่งใหญ่เช่นภารกิจนี้

นอกจากนี้ การมองเห็นในตอนกลางคืนเป็นสิ่งที่เผ่าพันธุ์ส่วนใหญ่ล้วนทำได้อยู่แล้วในโลก

ยกเว้นแต่… มนุษย์

มันเป็นการคัดเลือกโดยธรรมชาติในการที่จะดำรงชีวิตอยู่สำหรับทั้งผู้แข็งแกร่งและผู้อ่อนแอ

แน่นอนว่าหลังจากที่มนุษย์ค่อยๆแข็งแกร่งขึ้นความสามารถของการมองเห็นในตอนกลางคืนของพวกเขาก็จะแข็งแกร่งขึ้นเช่นกัน

ตอนนี้วิลเลียมสามารถใช้แสงดาวจางๆ ในการมองเห็นสิ่งรอบตัวในระยะยี่สิบเมตรได้อย่างชัดเจน ขณะนี้เข้ากำลังนั่งบนกิ่งไม้และจ้องมองไปที่ลิงตัวหนึ่งที่รู้วิธีทักทายและมองกลับมาที่เขา เขาไม่ต้องการที่จะพูดถึงมัน แต่ในตอนที่เขาเห็นลิงนั่นเขากลับสะกิดใจขึ้นมา…

ใต้ร่างของเขาเต็มไปด้วยสิ่งปลูกสร้างและเต้นท์มากมายอยู่ในเผ่าออร์ค

อย่างไรก็ตาม เอลฟ์จะไม่มีทางเลือกไปอยู่ในที่สกปรก พวกเขาเลือกที่จะนอนบนต้นไม้มากกว่าอยู่ในเต้นท์ที่ส่งกลิ่นเหม็นพวกนั้น

แต่ไม่มีตรงไหนที่ส่งกลิ่นชวนดมในที่แห่งนี้…

ในฐานะผู้นำ วิลเลียมจึงไม่จำเป็นต้องไปตามหาเหมืองเหล็กด้วยตัวเอง นี่คือสิ่งที่เขาสามารถสั่งให้คนของเขาจัดการได้

นี่คือความสุขที่แท้จริงของการเป็นลอร์ด โดยที่ผู้เป็นหัวหน้าทำเพียงแค่เปิดปากของเขา จากนั้นคนของเขาก็จะทำทุกอย่างตามทันที

มีเพียงลอทเนอร์และนอร์ตันที่ยังคงอยู่กับเขา

ในฐานะองครักษ์ส่วนตัวของเขา ความสามารถของนอร์ตันนั้นค่อนข้างดีทีเดียว เขาเป็นนักดาบเวทย์ รูปร่างของเขาทั้งสูงและล่ำสันกำลังดี ในขณะที่ออร่าของเขานั้นแข็งแกร่งและดุร้าย เขาเป็นชายที่มีกล้ามเนื้อบึกบึน และนั่นเป็นสิ่งที่ไม่ได้เห็นกันบ่อยๆ ในหมู่เอลฟ์

โดยเฉพาะที่เขานั้นไม่ชอบดาบยาวแบบปกติ และกลับเลือกที่จะใช้ดาบที่มีใบมีดแบบโค้งราวตะขอแทน นั่นทำให้เขาสามารถเกี่ยวศัตรูแล้วฟันพวกมันอย่างบ้าคลั่งได้อย่างสะใจ

ความชอบของเขานั้นช่างแปลกประหลาดเหลือเกิน

เกินกว่าที่วิลเลียมจะสามารถจินตนาการได้…

ลักษณะเฉพาะของเหล่าเอลฟ์นั้นธรรมดามาก พวกเขาจะทำในสิ่งที่พวกเขาพูดหรือต้องการ พวกเขาจะไม่ถอยกลับในระหว่างการต่อสู้ และรู้สึกภาคภูมิใจในตนเองอย่างยิ่งเมื่อพวกเขามองไปที่เผ่าพันธุ์อื่นๆ

แม้ว่าศัตรูของพวกเขาจะแข็งแกร่งและมีความสามารถ หรือต่อให้พวกนั้นจะดูดีกว่าพวกเขา… นั่นมันก็เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว!

อย่างไรก็ตาม เหล่าเอลฟ์ก็จะเงยหน้าขึ้นสูงอย่างภาคภูมิใจ พร้อมใช้รูจมูกของพวกเขาจ้องมองศัตรูและใช้สายตาบอกพวกมันว่า แม้ว่าพวกเขาอาจจะไม่สามารถเอาชนะศัตรูได้แต่พวกเขาก็มีชีวิตยืนยาวยิ่งกว่ารุ่นทายาทของพวกศัตรู ทั้งรุ่นลูก, รุ่นหลาน, รุ่นเหลน และแม้กระทั่งพวกมันไม่มีทายาทเหลืออีกต่อไป!

มันไม่มีทางอื่นหรอก…

ความเย่อหยิ่งของพวกเขามาจากรูปลักษณ์, อายุที่ยืนยาว, และความสามารถของพวกเขา

คำพูดและการกระทำของพวกเขานั้นเหมือนกับชนชั้นสูงของมนุษย์ อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่ได้มีกฎระเบียบหรือมารยาทมากเท่าพวกชนชั้นสูง ซึ่งนั่นทำให้พวกเขาดูเป็นธรรมชาติมากกว่า

และแน่นอนว่า

บางคนก็บอกว่าพวกเขาเหมือนกับชนชั้นสูง

แต่บางคนก็บอกว่า น่าจะเป็นมนุษย์ถูกปกครองโดยเอลฟ์ เขาคิดว่า ‘ชนชั้นสูง’ นั้นเลียนแบบวิธีการพูดและการกระทำของเอลฟ์

วิลเลียมไม่รู้ว่าใช้เวลาไปนานเท่าใด แต่ในที่สุดเขาก็หลับไปบนกิ่งไม้ที่กว้างขวาง

ทันใดนั้นเองก็มีเสียงร้องดังขึ้น

ลอทเนอร์ปลุกเขาให้ตื่น

หน่วยลาดตระเวนเอลฟ์สองตนเดินเข้ามา มือซ้ายของพวกเขาทาบลงบนอกขณะพูดด้วยความภาคภูมิใจว่า “ท่านลอร์ด ทีมของพวกเราค้นพบเหมืองเหล็กแล้ว ทีมที่เหลืออีกสามคนของพวกเรากำลังรออยู่ที่นั่นในขณะที่เรากลับมารายงานท่านในตอนนี้”

“ดีมาก เยี่ยมมากๆเลย พวกท่านทั้งห้าคนจะได้รับเหรียญเงินคนละสิบเหรียญเป็นรางวัล!”

“ขอบคุณท่านลอร์ด!” หัวหน้าทีมโค้งคำนับเล็กน้อย เงินนั้นเป็นสิ่งที่ดีจริงๆ แน่นอนว่าพวกเขายังคงความเย่อหยิ่งและปั้นหน้านิ่ง จึงทำเพียงโค้งคำนับเพราะว่ามันเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ

สำหรับชาวนาแล้ว เหรียญทองแดงห้าเหรียญก็มากพอที่จะทำให้พวกเขามีวันที่ดีซักหนึ่งวัน พวกเขาจะสามารถซื้อขนมปังดำได้สี่ชิ้น แม้ว่ามันจะแข็งแต่พวกเขาก็จะจุ่มมันลงในน้ำและกินมัน

หากพวกเขาอยากจะฟุ่มเฟือยอีกซักหน่อย เหรียญทองแดงที่เหลือก็อาจจะถูกนำไปซื้อวิสกี้คุณภาพยอดแย่ซักแก้ว และพวกเขาจะสามารถนอนหลับเต็มอิ่มได้จนกระทั่งรุ่งสาง

ถ้าพวกเขาต้องการที่จะประหยัดมากกว่านี้ล่ะ?

เหรียญทองแดงสามเหรียญสามารถซื้อขนมปังดำได้สามชิ้น

พวกเขาสามารถเก็บออมเหรียญทองแดงได้อีกสองเหรียญ…

อย่างไรก็ตาม นี่คือทหารผู้พิทักษ์ของวิลเลียม แบล็คลีฟ

เอลฟ์สายเลือดบริสุทธิ์กลุ่มนี้จะไม่มีวันมีชีวิตที่ยากลำบาก เอลฟ์โดยปกติแล้วจะเป็นพวกมัธยัสถ์มาก แม้ว่าพวกเขาจะกำลังกินอาหารที่แย่ที่สุดอยู่ พวกเขาก็จะกินมันอย่างผู้ดี

ทหารเหล่านี้มาจากอาณาจักรเอลฟ์ พวกเขาคุ้นเคยกับชีวิตที่ดีและขนาดที่นำทรัพย์สินบางส่วนมาด้วยเมื่อย้ายมาที่เมืองชายแดน

นั่นเป็นสาเหตุว่าทำไมวิลเลียมถึงไม่ควรใจแคบมากนัก ยิ่งทำดีต่อพวกเขามากเท่าไหร่ พวกเขาก็จะภักดีมากขึ้นเท่านั้น

“นอกจากนั้น พวกเขาอาจเป็นคนที่ช่วยรับหน้าให้ฉันในช่วงเวลาที่สำคัญอีกด้วย!”

วิลเลียมคนก่อนอาจไม่เป็นที่รักเท่าใดนักเพราะว่าเขาเป็นคนขี้เหนียวเกินไป…

มันอาจเป็นเพราะว่าเขายากจนมากยังไงล่ะ!

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เขาได้เหรียญทองมาจำนวนหนึ่งแล้ว แม้เขาจะไม่รู้ว่าออร์คไปยึดมันมาจากผู้โชคร้ายที่ไหนก็ตาม แต่เหรียญทองก็เป็นโชคลาภที่ยิ่งใหญ่สำหรับเขา

เขาจำได้ตั้งแต่ตอนแรกว่าความมั่งคั่งนั้นแสดงให้เห็นเป็นตัวเลข เขาอาจจะถูกมองข้ามไปบ้างแต่ผลลัพธ์ที่ได้จากการแบ่งปันความมั่งคั่งของเขานั้นสำคัญยิ่งกว่า

ความภักดีอาจเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น แต่ก็มีประโยชน์แน่นอนเมื่อจำเป็น

ลอร์ดที่ตระหนี่เกินไปจะไม่สามารถประสบความสำเร็จได้มากเท่าใดนัก

“พวกท่านควรไปพักผ่อนเช่นกัน โอ้ มีออร์คเฝ้าเหมืองอยู่รึเปล่า?” วิลเลียมถามขึ้นอย่างกระทันหัน

“ไม่พบครับ แต่เราพบรอยเท้าของหมีป่ายักษ์ที่ปากทางเข้าเหมืองเหล็ก นั่นเป็นเหตุว่าทำไมเราถึงไม่กล้าทำอะไร ทำได้แค่ให้อีกสามคนเฝ้าระวังเผื่อเกิดเหตุอะไรขึ้น!”

“หมีป่ายักษ์หรอ?” วิลเลียมเลิกคิ้ว พวกเขาต้องล่ามันตอนนี้ ไม่แปลกใจที่เหล่าออร์คไม่ได้ให้ใครเฝ้าเหมืองไว้ ดูเหมือนว่าถ้ำใหม่แห่งนี้จะเป็นบ้านของหมีป่ายักษ์

หมียักษ์ระดับกลางประเภทนี้ไม่อ่อนแอแน่นอน

ไม่เพียงแต่หนังที่หนาเท่านั้นแต่พวกมันก็แข็งแกร่งเช่นกัน โดยทั่วไปใครก็ตามที่โดนพวกมันโจมตีจะเสียชีวิต การมีอยู่ของพวกมันเป็นอะไรที่บ้าบิ่นยิ่งกว่าพวกออร์ค

หมีป่ายักษ์เหล่านี้รู้จักเวทมนตร์ด้วยเช่นกัน ทักษะที่หลากหลายของพวกมันยิ่งทำให้น่ารำคาญ

ในช่วงเริ่มต้นของเกมจนกระทั่งถึงกลางเกม โดยทั่วไปผู้เล่นนั้นต้องเจอกับพวกหมีป่ายักษ์ที่ยากจะจัดการ…

เนื่องจากพวกมันมีโอกาสเติบโตเป็นอสูรเวทย์ระดับสูง ถ้าเป็นหมีป่ายักษ์ที่เพิ่งเพิ่มเลเวลหรือกำลังจะเลื่อนระดับ ถ้าลอทเนอร์ไม่ได้อยู่ที่นี่ด้วย แม้ว่าพวกเขาจะสามารถฆ่ามันได้ ทหารเอลฟ์ทั้งสามร้อยตนคงจะบาดเจ็บสาหัส

นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมออร์คถึงเลือกที่จะยกธงขาวไม่เตะต้องเหมืองเหล็ก มันเป็นตัวเลือกที่ชาญฉลาด หรือไม่พวกมันเองก็อาจจะประสบกับความเดือดร้อนไปแล้ว

ลอทเนอร์คว้าดาบยาวที่แขวนไว้กับเอวและพูดด้วยความลังเลว่า “เจ้ารู้หรือไม่ว่าหมีป่ายักษ์นั้นอยู่ในระดับใด?”

“พวกเราไม่รู้ครับ แต่ดูจากรอยเท้าแล้วมันน่าจะใหญ่พอๆ กับเกราะของผม!”

วิลเลียม แบล็คลีฟตกอยู่ในห้วงความคิดก่อนจะพูดว่า “ท่านลุงลอทเนอร์สามารถกำจัดมันด้วยตัวคนเดียวได้รึเปล่า?”

“...” มุมปากของลอทเนอร์กระตุก “มันอาจจะเป็นหมีป่ายักษ์ที่กำลังจะกลายเป็นอสูรเวทย์ระดับสูง ไม่ต้องห่วงกับการจัดการมันด้วยตัวคนเดียว ฉันหล่อและแข็งแรงมาก ถ้าฉันรังแกมันฝ่ายเดียวพวกที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของฉันจะนินทาเอาได้”

วิลเลียมมองไปที่เขาก่อนจะพยักหน้า…

แม้ว่าจะมีระดับอีปิคมันก็ไม่ได้หมายความว่าจะฟันไม่เข้าหรืออยู่ยงคงกระพัน ลอทเนอร์ยังคงนับว่ายังหนุ่มในหมู่เอลฟ์ ทุกคนที่ติดตามวิลเลียมนั้นเพิ่งเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น พวกเขายังเด็กมากและยังไม่เติบโตขึ้นอย่างเต็มที่นัก แต่ศักยภาพของพวกเขานั้นสูงมาก

การที่ลอทเนอร์มีสายเลือดระดับอีปิคไม่ได้หมายความว่าเขามีความสามารถในระดับอีปิค เขาเองก็ยังไม่ได้พัฒนาศักยภาพของสายเลือดระดับอีปิคอย่างเต็มที่

เช่นเดียวกับวิลเลียมที่มีสายเลือดระดับรีเจนดารี…

ในสายตาของผู้เล่นคนอื่นในระดับเดียวกัน เขาคือบอสระดับรีเจนดารี เพราะสำหรับพวกผู้เล่นแล้วเขาจะถูกกำกับด้วยสัญลักษณ์ระดับรีเจนดารี แม้จะดูที่ค่าสถานะหรือส่วนเพิ่มเติมต่างๆ เขาก็เป็น NPC บอสระดับรีเจนดารีเลเวล 9 จริงๆ

ไม่ต้องพูดถึงที่เขามีสัญลักษณ์พิเศษของบอสระดับรีเจนดารี

การฆ่าเขาอาจจะทำให้เกราะชั้นในเติบโตขึ้นเป็นระดับอีปิค…

เวร

อย่างไรก็ตามในโลกของGodsนั้น ไม่ว่าจะสายเลือดระดับนอร์มอล, อีลิท, ชีฟ, มาสเตอร์, อีปิค, หรือรีเจนดารี ก็จะแสดงถึงศักยภาพ, พรสวรรค์ และค่าสถานะ ไม่ใช่ระดับตำแหน่งของพวกเขา

ผู้เล่นและ NPC มองจุดนี้ต่างกัน

ท้ายที่สุดแล้วผู้เล่นก็สนใจที่ระดับสายเลือดมากกว่าและไม่สนใจในระดับตำแหน่งเพราะพวกเขาจะไม่สามารถเอาชนะคนอื่นที่มีตำแหน่งสูงกว่าและทำได้เพียงประจบเท่านั้น…

แต่สำหรับ NPC แล้วค่าสถานะเพิ่มเติมในเลเวลต่างๆมีดังนี้…

เลเวลระดับเริ่มต้น +0.1% โดยเลเวลที่ 10 ถึง 39 จะอยู่ในเลเวลระดับเริ่มต้น

เลเวลระดับกลาง +0.2% โดยเลเวลที่ 40 ถึง 69 จะอยู่ในเลเวลระดับกลาง

เลเวลระดับสูง +0.3%  โดยเลเวลที่ 70 ถึง 99 จะอยู่ในเลเวลระดับสูง

ระดับมาสเตอร์ +0.5%

ระดับอีปิค +0.7%

ระดับรีเจนดารี +1%

ในเลเวลโดยรวมของ NPC ทุกเลเวลจะเพิ่มตามค่าสถานะพื้นฐานด้วยเปอร์เซ็นต์ที่แน่นอน

วิลเลียม แบล็คลีฟคือตัวอย่าง ตอนนี้เขาอยู่เลเวล 9 เขาจะได้ค่าสถานะเพิ่มเติม 9% เมื่อเทียบกับค่าสถานะพื้นฐาน มันจะเพิ่มต่อไปจนถึงเลเวล 100 หลังจากนั้นเมื่อพวกเขาเพิ่มเลเวล ระดับสายเลือดจะไม่เพิ่มค่าสถานะให้อีกต่อไป อย่างไรก็ตาม เมื่อระดับรีเจนดารีมีเลเวล 100 ค่าสถานะจะสูงขึ้นเป็นสองเท่า

สรุปก็คือสายเลือดระดับรีเจนดารีนั้นน่ากลัวและบ้าคลั่งเป็นอย่างมาก

สำหรับหมีป่ายักษ์แม้ว่าพวกมันจะยังไม่โตเต็มที่แต่เลเวลของพวกมันนั้นสูงกว่าลอทเนอร์ หากเลเวลของมันสูงมากกว่านี้มันก็จะแข็งแกร่งกว่าลอทเนอร์อย่างแน่นอน

โดยสรุป ไม่ว่ามันจะมีค่าสถานะระดับพื้นฐานหรือค่าพลังชีวิตพื้นฐาน อสูรเวทย์ก็ยังคงแข็งแกร่งมากกว่าสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญาอื่นๆ

“เตรียมตัวให้พร้อม รอจนถึงวันพรุ่งนี้แล้วทำยาสลบที่ไม่ใช่พิษร้ายแรง”

“แน่นอนว่าเราต้องใช้กับดักด้วยเช่นกัน! เมื่อเราเตรียมทุกอย่างเสร็จก็ไปออกล้มมัน!” วิลเลียมไม่มีทางเลือกนอกจากนี้ ท้ายที่สุดเขาก็ยังไม่เห็นหมีตัวนั้นและไม่รู้ว่ามันอยู่เลเวลใด

จบบทที่ บทที่ 9 : หมียักษ์!

คัดลอกลิงก์แล้ว