เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เล่มที่ 1 ความฝันแห่งจักรวาล ตอนที่ 13 เข้าสู่โลกแห่งความฝัน

เล่มที่ 1 ความฝันแห่งจักรวาล ตอนที่ 13 เข้าสู่โลกแห่งความฝัน

เล่มที่ 1 ความฝันแห่งจักรวาล ตอนที่ 13 เข้าสู่โลกแห่งความฝัน


อู๋ผีฝูเข้าสู่ห้วงนิทราในท่าขดตัว

อันที่จริงนี่เป็นหนึ่งในวิธีการบำรุงร่างกายในวิชาพยัคฆ์อสูร เรียกว่า ท่าพยัคฆ์ซ่อนกาย

วิชาพยัคฆ์อสูรแท้จริงแล้วคือมวยสิงอี้ที่ถูกดัดแปลง รูปดุจพยัคฆ์ จิตดั่งอสูร แต่นี่คือเคล็ดวิชาในการเดินพลัง ในการบำรุงร่างกายและฝึกฝน ส่วนใหญ่มักจะเลียนแบบท่วงท่าของพยัคฆ์เป็นหลัก และยังยึดถือความดุดันและแข็งแกร่งของพยัคฆ์เป็นสำคัญ

ท่าพยัคฆ์ซ่อนกายดูเหมือนจะเป็นท่านอนที่ไม่ดีนัก คนทั่วไปหากนอนเช่นนี้ไม่กล้ามเนื้อก็เส้นเอ็นชา นั่นก็คือตกหมอน สรุปคืออย่าหวังว่าจะสบาย และยังทำร้ายร่างกายอีกด้วย แต่สำหรับเขาแล้วกลับเป็นการโคจรพลังโลหิตอย่างลับๆ สัมผัสถึงการควบคุมพลังโลหิตอย่างละเอียดอ่อน ก้าวหน้าไปอีกขั้นเหนือกว่าพลังซ่อนเร้น สะสมทีละเล็กทีละน้อยจนถึงระดับพลังแปรเปลี่ยน

ศาสตร์ยุทธ์มีเจตจำนง หากต้องการทะลวงจากพลังกระจ่างไปสู่พลังซ่อนเร้น จำเป็นต้องมีเจตจำนงนี้

หากเป็นวิชาของประเทศอื่น ไม่ว่าจะเป็นสิงอี้ ปากว้า ไท่เก๊ก หรืออื่นๆ การจะเข้าใจถึงเจตจำนงระดับนี้ล้วนให้ความรู้สึกเหมือนเสี่ยงโชคอยู่บ้าง ไม่ก็ต้องผ่านการฝึกฝนในความเป็นความตาย หรือไม่ก็ต้องแสวงหาจากสรรพสิ่งทั้งหลาย อาจจะเป็นความรู้สึกรักชาติบ้านเมือง อาจจะเป็นความห่วงใยในปวงประชา หรืออาจจะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน เจตจำนงนี้จะอยู่คู่กับผู้ฝึกยุทธ์ หรือผู้ฝึกฝนศาสตร์ยุทธ์ไปตลอดชีวิต เมื่อใดที่เจตจำนงเสียหาย พลังของเขาก็จะเสื่อมถอยลง กระทั่งอาจจะทำให้พลังโลหิตไหลย้อนกลับจนถึงแก่ความตายได้

………..

มวยไท่เก๊ก (太极拳 - Tàijíquán / Tai Chi Chuan)

太极 (Tàijí - ไท่จี๋ / ไทเก๊ก): หมายถึง "มหาปรมัตถ์" หรือ "ความเป็นที่สุดอันยิ่งใหญ่" เป็นแนวคิดทางปรัชญาจีนโบราณที่อธิบายถึงสภาวะดั้งเดิมของจักรวาลก่อนการแบ่งแยกเป็นหยิน-หยาง (阴阳 - Yīn-Yáng) และเป็นแหล่งกำเนิดของทุกสรรพสิ่ง สัญลักษณ์ที่คุ้นเคยคือวงกลมหยิน-หยาง

拳 (Quán - ฉวน): หมัด, มวย

ดังนั้น 太极拳 (Tàijíquán) จึงหมายถึง "มวยมหาปรมัตถ์" หรือ "มวยที่ดำเนินตามหลักการของไท่จี๋ (หยิน-หยาง)"

มวยปากว้าจ่าง (八卦掌 - Bāguàzhǎng / Pa Kua Chang)

八卦 (Bāguà - ปากว้า / ปาขว้า): หมายถึง "อัฏฐลักษณ์" หรือ "แปดตรีลักษณ์" ซึ่งเป็นสัญลักษณ์พื้นฐาน 8 อย่างในคัมภีร์อี้จิง (易经 - I Ching) ใช้แทนปรากฏการณ์ทางธรรมชาติและหลักการของจักรวาล (เช่น ฟ้า, ดิน, น้ำ, ไฟ, ลม, ฟ้าร้อง, ภูเขา, ทะเลสาบ)

掌 (Zhǎng - จ่าง): ฝ่ามือ

ดังนั้น 八卦掌 (Bāguàzhǎng) จึงหมายถึง "มวยฝ่ามืออัฏฐลักษณ์" หรือ "มวยฝ่ามือที่เคลื่อนไหวตามหลักการของปากว้า"

…………

แต่วิชาพยัคฆ์อสูรกลับแตกต่างออกไป การเริ่มต้นนั้นยากอย่างยิ่ง สิบคนเก้าคนล้วนตายอย่างกระทันหัน แต่เมื่อใดที่เข้าใจถึงการที่ประกายจิตญาณที่ไม่หลับใหลท่ามกลางความคิดฟุ้งซ่านและความคิดด้านลบอย่างรุนแรงนับไม่ถ้วน เจตจำนงนี้ก็ถือว่าสำเร็จแล้ว ก้าวขึ้นสู่โถงใหญ่เข้าสู่ห้องใน จากพลังกระจ่างไปสู่พลังซ่อนเร้นก็เป็นไปโดยธรรมชาติ

อู๋ผีฝูนอนหลับเต็มอิ่มสิบชั่วโมง เขาลุกขึ้นยืดเส้นยืดสาย รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า

ก่อนหน้านี้เขายุ่งอยู่ตลอดเวลา ไม่ดิ้นรนเอาชีวิตรอดในโลกแห่งความฝัน ก็ต่อสู้กับยักษา กลับมารักษาตัวและปลุกคนอื่น ยังต้องเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ผิดเพี้ยนและร่างปรสิต ไม่มีเวลาว่างมาจัดระเบียบผลลัพธ์ที่ได้มาอย่างละเอียดเลยแม้แต่น้อย ขณะเดียวกันก็ไม่มีเวลาพักผ่อนด้วยซ้ำ

หลังจากการนอนหลับสิบชั่วโมงนี้ อู๋ผีฝูรู้สึกราวกับว่าตนเองได้เกิดใหม่ ข้อต่อทั่วร่างส่งเสียงดังเปรี๊ยะปร๊ะ

เขาเริ่มค่อยๆ ร่ายรำท่ากรงเล็บพยัคฆ์ ท่าพยัคฆ์กระโจน ท่าหางพยัคฆ์ เมื่อร่ายรำไปหลายกระบวนท่า เขาก็รู้สึกว่าแขนขาทั้งสองข้างมีพละกำลังเหลือเฟือ ทั่วทั้งร่างไม่มีส่วนใดที่ไม่รู้สึกสบาย ในทันใดนั้นก็อดไม่ได้ที่จะคำรามขึ้นฟ้า เสียงดุจสายฟ้าฟาด และดุจเสียงคำรามของพยัคฆ์

เนิ่นนานให้หลัง อู๋ผีฝูจึงค่อยหยุดกระบวนท่า ค่อยๆ โคจรพลังโลหิตกลับสู่สภาวะปกติ

เขาได้เข้าใจถึงแก่นแท้ของวิชาพยัคฆ์อสูรแล้ว

การกดข่ม!

กดข่มความคิดฟุ้งซ่าน ความคิดด้านลบอย่างรุนแรง ความคิดชั่วร้าย

ประกายจิตญาณที่ไม่หลับใหล จิตญาณดวงนี้คือเขา และความคิดฟุ้งซ่านและความคิดด้านลบอย่างรุนแรงนับไม่ถ้วนเหล่านั้นคือโลกใบนี้

รูปดุจพยัคฆ์ จิตดั่งอสูร ตัวตนที่แท้จริงคือการกดข่มทั้งพยัคฆ์และอสูรพร้อมกัน!

เช่นนี้ จึงจะถือว่าได้รับแก่นแท้ของวิชาพยัคฆ์อสูรนี้แล้ว จึงจะมีเสบียงสำหรับการก้าวหน้าต่อไปได้

เมื่ออู๋ผีฝูได้สติกลับคืนมา ก็เห็นยามาไดและสวีซือหลานยืนมองเขาเงียบๆ อยู่ไม่ไกล จนกระทั่งเขามองไปยังคนทั้งสอง คนทั้งสองจึงยิ้มให้เขา ขณะเดียวกันสวีซือหลานก็ถือสมุดบันทึกเล่มหนึ่งเดินเข้ามาพูดว่า “เมื่อวานคุณพูดถึงประเภทของสิ่งแปลกประหลาดหลักๆ หลายประเภท ได้แก่ การกลายพันธุ์ผิดเพี้ยน การปนเปื้อน การกัดกร่อน และการปรสิต นอกจากจะรู้ว่าการกลายพันธุ์ผิดเพี้ยนเป็นการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพและจิตสำนึกล้วนๆ แล้ว การปนเปื้อน การกัดกร่อน และการปรสิต สิ่งเหล่านี้มีลักษณะเฉพาะและความแตกต่างยังไงบ้าง?”

อู๋ผีฝูนึกถึงข้อมูลที่ได้มาจากพวกรุ่นพี่ เขาก็ตอบไปอย่างสบายๆ ว่า “การปนเปื้อนคือประเภทของงูสีชมพูที่เราเคยเจอมาก่อนหน้านี้ เพียงแค่การดำรงอยู่ของมันก็จะทำให้สภาพแวดล้อมโดยรอบเปลี่ยนแปลงไป ทำให้สิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิตทั้งหมดในสภาพแวดล้อมนั้นมีแนวโน้มที่จะคล้ายคลึงกับมัน”

สวีซือหลานถามอย่างจริงจังว่า “เป็นรังสี? หรือจุลินทรีย์? คงไม่ใช่ระบบนาโนอัจฉริยะใช่ไหม?”

อู๋ผีฝูแบมือพูดว่า “ขอโทษด้วย ผมก็ไม่รู้จริงๆว่าเป็นอะไร แม้แต่งูสีชมพูตัวนั้น ผมก็รู้เพราะรุ่นพี่พูดถึงบ่อยครั้ง อยู่ใกล้กับเขตพื้นที่ของเราที่สุด และเผอิญไปเจอกับผู้มาใหม่ที่ถูกมันสิงสู่เข้าพอดี ไม่อย่างนั้นผมก็ยังไม่เคยเจอสิ่งมีชีวิตที่ปนเปื้อนเลยสักตัวด้วยซ้ำ”

สวีซือหลานพยักหน้าบันทึกว่า “การปนเปื้อนคือการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตโดยรอบอย่างช้าๆ โดยไม่รู้ตัว บันทึกแบบนี้ไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม? แล้วการกัดกร่อนคืออะไรล่ะ?”

อู๋ผีฝูกล่าวว่า “คำสาป… เคยดูจูออนไหม?”

ยามาไดและสวีซือหลานส่ายหน้าพร้อมกัน

อู๋ผีฝูกุมศีรษะพูดว่า “ลืมไปเลย พวกคุณมันคนหลายร้อยปีให้หลังนี่นา… ก็ประมาณว่าเป็นผลกระทบจากคำสาปที่ไม่มีตัวตน ตอนแรกจะไม่ปรากฏชัดเจน หรือมีลางบอกเหตุเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผลกระทบจากการกัดกร่อนนี้จะเปลี่ยนแปลงไปเป็นความน่าสะพรึงกลัวต่างๆ นานา กระทั่งย้อนกลับเหตุและผลได้ เช่น การกัดกร่อนกลายเป็นปีศาจร้ายที่ไม่มีใครเทียมทานได้ หลังจากฆ่าคุณแล้ว ก็ส่งร่างของคุณย้อนกลับไปในวันที่คุณเพิ่งถูกกัดกร่อน ทำให้คุณกินมันเข้าไปแล้วติดเชื้อถูกกัดกร่อน เกิดเป็นวงจรเวลาที่คล้ายคลึงกัน สรุปคือ ผมก็ไม่เคยเจอการกัดกร่อนเหมือนกัน แต่มันไม่มีตัวตนที่แน่ชัด เป็นเหมือนคำสาปอะไรทำนองนั้น”

อู๋ผีฝูเดิมคิดว่าคนทั้งสองจะไม่เข้าใจ แต่เมื่อเขาพูดจบ สีหน้าของคนทั้งสองก็เปลี่ยนไป ต่างก็มีสีหน้าเคร่งขรึม

“มีม” (มีม คือ“แนวคิด ความเชื่อ พฤติกรรม หรือข้อมูล ที่แพร่จากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง และสามารถเปลี่ยนแปลง พัฒนา หรือมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของผู้รับได้ เหมือนไวรัสทางวัฒนธรรม”)

คนทั้งสองพูดคำสองคำนี้ออกมาพร้อมกัน

แต่ดูเหมือนว่าคนทั้งสองจะมีข้อห้ามบางอย่าง หรือไม่ต้องการพูดถึงเรื่องนี้ลึกซึ้ง ดังนั้นสวีซือหลานจึงถามต่อไปว่า “การกลายพันธุ์ผิดเพี้ยน การปนเปื้อน การกัดกร่อน ทั้งสามอย่างนี้มีแล้ว แล้วการปรสิตล่ะ?”

อู๋ผีฝูยังคงพูดตามข้อมูลในความทรงจำต่อไปว่า “สิ่งที่เรียกว่าการปรสิต หมายถึง ในขณะที่คุณไม่ทันสังเกต ความน่าสะพรึงกลัวก็จะเกาะติดอยู่กับคุณ จากนั้นก็ดูดซับสารอาหารของคุณ ในที่สุดก็จะดูดกลืนคุณจนหมดสิ้น”

เรื่องนี้คนทั้งสองเข้าใจได้ง่าย สวีซือหลานก็พลางบันทึกพลางพูดว่า “เป็นเหมือนการติดเชื้อจุลินทรีย์แบบนั้นใช่ไหม?”

อู๋ผีฝูกลับส่ายหน้าพูดว่า “ไม่ใช่ หมายถึงทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งที่เป็นวัตถุและไม่ใช่วัตถุ เช่น ความน่าสะพรึงกลัวแบบปรสิตสามารถปรสิตอยู่ในเงาของคุณ เสียง หรือแม้แต่ความทรงจำ และสิ่งที่มันดูดซับไปนั้นไม่ใช่แค่เลือดเนื้อเท่านั้น ผมเคยได้ยินรุ่นพี่พูดว่า เคยมีคนถูกปรสิตดูดกลืนจนกระทั่งแนวคิดเรื่องการดำรงอยู่ของเขาหายไป จากนั้นรุ่นพี่ก็ลืมไปว่าคนคนนั้นคือใคร เคยทำอะไร สิ่งเดียวที่ยังจำได้ก็คือมีความน่าสะพรึงกลัวแบบปรสิตตัวหนึ่งฆ่าคนบางคนในกลุ่มพวกเขาที่ไม่มีตัวตนไป”

คนทั้งสองตะลึงงันไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็รู้สึกขนลุกซู่ขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจ

สวีซือหลานยังอยากจะถามต่อ อู๋ผีฝูก็ส่ายหน้าพูดว่า “เรื่องพวกนี้พักไว้ก่อน ตอนนี้พวกเราต้องรีบไปโลกแห่งความฝันทันที”

คนทั้งสองต่างก็พยักหน้า แต่สวีซือหลานก็ยังคงถามว่า “ทำไมต้องรีบร้อนขนาดนี้?”

อู๋ผีฝูพาคนทั้งสองเดินไปยังแคปซูลพักตัว พลางเดินพลางพูดว่า “นี่ก็เป็นบทเรียนจากประสบการณ์ พวกคุณคงจะหิวกันแล้วใช่ไหม? ผมก็เหมือนกัน และหิวมากด้วย ก่อนหน้านี้เคยมีรุ่นพี่ของรุ่นพี่เคยได้รับบทเรียนที่เจ็บปวดมาแล้ว คือหลังจากอดอาหารมาหลายวันจึงจำเป็นต้องเข้าสู่โลกแห่งความฝัน แต่พอเข้าไปก็ถูกโจมตีทันที แม้จะไม่ใช่สิ่งแปลกประหลาด สัตว์ประหลาด หรือความน่าสะพรึงกลัว แต่ถึงแม้จะเป็นเพียงการโจมตีของคนธรรมดา หากหิวโซจนไม่มีเรี่ยวแรง ก็แทบจะต้านทานไม่ได้เลย ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเข้าไปในขณะที่เรายังมีเรี่ยวแรงอยู่ เพื่อรับมือกับสิ่งที่ไม่รู้จักในโลกแห่งความฝัน”

คนทั้งสองต่างก็เข้าใจ แล้วพวกเขาก็ตามอู๋ผีฝูมาถึงห้องแคปซูลพักตัว มองดูอู๋ผีฝูนอนลงบนเตียงว่างเตียงหนึ่ง จากนั้นอู๋ผีฝูก็ส่งสัญญาณให้คนทั้งสองนอนลงด้วย เมื่อคนทั้งสองทำตามแล้ว อู๋ผีฝูก็พูดว่า “สมองกลหลัก เปิดการทะลวงลงสู่โลกแห่งความฝัน โหมดทีม”

ในม่านตาและในสมองของคนทั้งสองก็มีเสียงของสมองกลหลักดังขึ้นเช่นกัน

“เปิดการทะลวงลงสู่โลกแห่งความฝัน ยินยอมเข้าร่วมทีมหรือไม่ เปิดการทะลวงหรือไม่?”

ทั้งสามคนเลือกยืนยันพร้อมกัน ในวินาทีถัดมา ทั้งสามคนก็หายไปจากแคปซูลพักตัวพร้อมกัน

…..

“เสื้อคลุมแดง โคมแดงส่องสว่าง ขับไล่ปิศาจต่างชาติ ฟื้นฟูราชวงศ์ชิง มีอิทธิฤทธิ์!”

“พลังเทพคุ้มกาย ฟันแทงไม่เข้า!”

“แกะขาวจุติ หลักธรรมหมุนเวียน แดนสุขาวดีแห่งความว่างเปล่า พระแม่ผู้ทรงธรรมโดยมิได้ถือกำเนิด ประทานอิทธิฤทธิ์ให้ข้า โปรดสรรพสัตว์”

ค.ศ. 1900 วันที่ 3 เมษายน นอกเมืองซวนฮว่าของราชสำนักชิง

โลกแห่งความฝันของโลกความเป็นจริงพื้นฐาน 0.9 สมองกลหลักจะแจ้งเวลาและสถานที่ให้เจ้าหน้าที่ซ่อมบำรุงรับรู้เมื่อเข้าสู่โลกแห่งความฝัน ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่โลกที่ต่ำกว่าโลกความเป็นจริงพื้นฐาน 0.9 ไม่มี

อู๋ผีฝูทั้งสามคนยืนอยู่ข้างถนนนอกเมืองซวนฮว่า พร้อมกับกลุ่มชาวบ้านที่ผอมโซมองดูกลุ่มสตรีสวมเสื้อผ้าสีแดง กางเกงสีแดง ถือโคมไฟสีแดง ตะโกนคำขวัญเดินเข้าไปในเมืองซวนฮว่า

“ปี 1900? สมาคมโคมแดง?” (แสงโคมแดง)

อู๋ผีฝูลูบคางพลางครุ่นคิดอย่างละเอียด

หลังจากฝึกฝนศาสตร์ยุทธ์แล้ว ไม่เพียงแต่ร่างกายแข็งแรงเท่านั้น จิตใจก็ยังปลอดโปร่งอีกด้วย ความทรงจำในอดีตหลายอย่างสามารถจดจำได้อย่างง่ายดาย

“วันที่ 3 เมษายน… เหลือเวลาอีกสามเดือนกว่าที่กองทัพพันธมิตรแปดชาติจะยึดเทียนจินได้ในวันที่ 14 กรกฎาคม เช่นนั้นเวลานี้น่าจะเป็นช่วงเวลาที่หวานชื่นมื่นของซูสีไทเฮากับกบฏนักมวยพอดี” (เทียนจิน (天津 / Tiānjīn) คือเมืองสำคัญทางตอนเหนือของประเทศจีนที่มีบทบาทอย่างมากทั้งในประวัติศาสตร์ การทหาร และเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในช่วงปลายราชวงศ์ชิง)

อู๋ผีฝูไม่ได้เรียนประวัติศาสตร์มาโดยตรง แต่สิ่งเหล่านี้เป็นความรู้ที่เขาเรียนมาจากตำราประวัติศาสตร์ชั้นมัธยมต้นและมัธยมปลาย

ค.ศ. 1900 กองทัพพันธมิตรแปดชาติรุกรานจีน เริ่มจากวันที่ 14 กรกฎาคม ยึดเทียนจินได้ จากนั้นวันที่ 14 สิงหาคม ก็ยึดปักกิ่งได้ ทำให้ซูสีไทเฮาหนีไปทางตะวันตก กองทัพพันธมิตรแปดชาติเผาพระราชวังหยวนหมิงหยวน…

ข้อมูลพวกนี้อู๋ผีฝูยังคงจำได้ ขณะเดียวกันเขาก็ยังรู้เรื่องกบฏนักมวย และสาขาของกบฏนักมวยคือสมาคมโคมแดง องค์กรชาวบ้านเหล่านี้ก่อนที่กองทัพพันธมิตรแปดชาติจะรุกรานจีน ได้รับความสำคัญจากซูสีไทเฮา นับเป็นองค์กรเอกชนที่ได้รับการยอมรับกึ่งทางการ ถูกมองว่าเป็นพลังที่สามารถต่อต้านชาวต่างชาติได้ แต่หลังจากที่กองทัพพันธมิตรแปดชาติรุกรานจีนแล้ว ซูสีไทเฮาก็เปลี่ยนท่าทีไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ซูสีไทเฮาผู้หวาดกลัวพลังอันแข็งแกร่งของชาวต่างชาติได้ออกคำสั่ง ร่วมมือกับชาวต่างชาติกวาดล้างกบฏนักมวยและสมาคมโคมแดง

แต่ก่อนหน้านั้น กบฏนักมวยและสมาคมโคมแดงสามารถเดินทางและปฏิบัติการในเขตจื๋อลี่ได้อย่างอิสระ แน่นอนว่า อาจจะเป็นความคลาดเคลื่อนทางประวัติศาสตร์ เป็นจุดพิเศษของโลกนี้ก็ได้

โครก

เสียงดังมาจากในท้องของอู๋ผีฝู เขาลูบท้อง แล้วก็ไม่มองดูกลุ่มสมาคมโคมแดงอีกต่อไป หันไปพูดกับยามาไดและสวีซือหลานว่า “ไป พวกเราเข้าเมืองกินข้าวกัน”

คนทั้งสองย่อมไม่ใส่ใจ

พวกเขานั้นห่างไกลจากยุคสมัยนี้มากเกินไป ไม่เหมือนอู๋ผีฝูที่ยังต้องเรียนประวัติศาสตร์ช่วงนี้ตอนเรียนหนังสือ เช่นยามาไดเกิด เติบโต และรอดชีวิตในสนามรบ เป็นทหารผ่านศึก ความเชี่ยวชาญด้านอาวุธ การต่อสู้ ความรู้บางอย่างเกี่ยวกับอาวุธหรือสัตว์กลายพันธุ์ชีวภาพเขาก็คุ้นเคยดี แต่ถ้าจะถามเรื่องประวัติศาสตร์… เขาก็คงจะรู้แค่เรื่องฝ่ายตะวันออกกับฝ่ายตะวันตกที่ทำให้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 เท่านั้น

ส่วนสวีซือหลานคาดว่าคงจะรู้เรื่องยุคสมัยนี้อยู่บ้าง แต่เธอก็ห่างไกลจากยุคสมัยนี้ถึงแปดเก้าร้อยปี และยุคสมัยที่เธออยู่นั้นก็พอเหมาะพอเจาะ เกิดสงครามโลกครั้งที่ 4 ขึ้นพอดี ดังนั้นคาดว่าเธอคงจะไม่ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของยุคสมัยนี้เช่นกัน

คนทั้งสองไม่คุ้นเคยกับโลกแห่งความฝันนี้ ดังนั้นจึงทำได้เพียงติดตามอู๋ผีฝูไปเท่านั้น

ขณะที่กำลังเดินไปยังเมืองหลวง ยามาไดก็ถามขึ้นว่า “พวกเราไม่มีเงินนี่ จะกินข้าวได้ยังไง?”

สวีซือหลานก็กล่าวว่า “หรือว่าพวกเราต้องไปหาเงินก่อน? โลกนี้มีลักษณะเด่นยังไงบ้าง? อะไรที่ทำเงินได้เร็วที่สุด?”

ยามาไดมองดูผู้คนรอบข้าง และมองดูกำแพงเมืองแบบโบราณนี้ เขาหายใจเข้าลึกๆ กล่าวว่า “ฉันได้กลิ่นสงคราม ในเมื่อเป็นสงคราม ถ้าอย่างนั้น ไม่พ่อค้าอาวุธ ก็นักรบรับจ้าง สองอย่างนี้ทำเงินได้มากที่สุด ถ้าเป็นแบบนี้ พวกเราก็ไปเป็นนักรบรับจ้างกันเถอะ”

อู๋ผีฝูกลับส่ายหน้า เขาพาคนทั้งสองเดินไปยังประตูเมือง หางตามองไปยังจุดหนึ่งในฝูงชน

มีคนสองสามคนที่เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ชาวบ้าน พวกเขากำลังมองดูยามาไดด้วยสายตาเคียดแค้น สองคนในนั้นแขนขายาว แม้จะจงใจก้มตัวลง แต่ความสูงของพวกเขาก็เห็นได้ชัดว่าสูงกว่าชาวบ้านที่ผอมเล็กกว่าช่วงตัว และในดวงตาของพวกเขามีประกายแสง ฝ่ามือมีหนังด้าน…

พวกผู้ฝึกยุทธ์สินะ

“ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินทอง…”

“จะมาส่งถึงที่เอง…”

(จบตอน)

………..

-กลุ่มชาวบ้านชาวนาในจีนตอนเหนือ ก่อตั้งขึ้นราวปลายศตวรรษที่ 19

-ชื่อเต็มว่า “กลุ่มชาวนาผู้รักชาติและฝึกฝนพลังอี้เหอ” (义和拳/义和团)

-เชื่อว่าการฝึกฝนกายและจิตสามารถทำให้ “ฟันแทงไม่เข้า” มีพลังพิเศษ

-เป้าหมายหลัก: ต่อต้านต่างชาติ ศาสนาคริสต์ และพวกที่เกี่ยวข้องกับตะวันตก

-มีคำขวัญว่า “ขับไล่ปิศาจต่างชาติ ฟื้นฟูราชวงศ์ชิง” (扶清灭洋)

-ช่วงแรกไม่ถูกยอมรับจากราชสำนัก แต่หลังจากแสดงพลังและได้รับความนิยม ราชสำนัก (โดยเฉพาะซูสีไทเฮา) ก็เริ่มสนับสนุน

-เป็นกลุ่มของ ผู้หญิง ที่เกี่ยวข้องกับกบฏนักมวย

-เชื่อว่าฝึกฝนได้พลังจิตวิญญาณ ป้องกันกระสุนและใช้เวทมนตร์ได้

-สมาชิกส่วนใหญ่เป็นหญิงสาวที่ไม่แต่งงาน เป็นเหมือน “แขนขา” ทางจิตวิญญาณของนักมวย

-ทำหน้าที่ดูแลด้านสนับสนุน พิธีกรรม และบางครั้งก็รบด้วย

-ถือเป็นสัญลักษณ์ของความศรัทธาและการปฏิเสธอิทธิพลตะวันตกแบบหญิงสาว

-ผู้สำเร็จราชการตัวจริงของราชวงศ์ชิงในช่วงปลายศตวรรษที่ 19

-เริ่มแรก ไม่ได้สนับสนุนกบฏนักมวย เพราะหวั่นเกรงว่าคือกลุ่มก่อความไม่สงบ

-ต่อมา เมื่อสถานการณ์ต่างชาติรุกคืบ ซูสีไทเฮา เปลี่ยนใจและสนับสนุนกบฏนักมวย อย่างเปิดเผย หวังใช้เป็นแนวร่วมต้านตะวันตก

-ถึงขั้นประกาศ สงครามกับชาติตะวันตก ในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1900

-เป็นกองกำลังจาก 8 ชาติ:

🇬🇧 อังกฤษ

🇫🇷 ฝรั่งเศส

🇩🇪 เยอรมนี

🇷🇺 รัสเซีย

🇯🇵 ญี่ปุ่น

🇺🇸 สหรัฐอเมริกา

🇮🇹 อิตาลี

🇦🇹 ออสเตรีย-ฮังการี

-จัดตั้งขึ้นเพื่อตอบโต้เหตุการณ์ที่ชาวต่างชาติถูกโจมตีในจีน และเพื่อยุติการล้อม “เขตสัมปทาน” ในปักกิ่ง

-ยกพลขึ้นบก ยึดเทียนจินในวันที่ 14 กรกฎาคม 1900

-ยึดกรุงปักกิ่งได้ในวันที่ 14 สิงหาคม 1900

-ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อจีน ทั้งในแง่การเมือง เศรษฐกิจ และเกียรติภูมิ

-ซูสีไทเฮาต้อง หลบหนีออกจากพระราชวัง พร้อมจักรพรรดิกวางซวี่

ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งหมด (แบบสรุป):

ตัวละคร/กลุ่ม

ความสัมพันธ์

ซูสีไทเฮา

เริ่มต้นไม่สนับสนุนกบฏ → ภายหลังสนับสนุนกบฏเพื่อใช้ต่อต้านต่างชาติ

กบฏนักมวย

ต่อต้านต่างชาติ ได้รับการหนุนหลังจากราชสำนักช่วงหลัง

สมาคมโคมแดง

พันธมิตรของกบฏนักมวย เสริมพลังทางจิตใจและพิธีกรรม

พันธมิตร 8 ชาติ

ตอบโต้การลอบสังหารและการล้อมสถานทูต → บุกจีนจนราชสำนักพ่ายแพ้

ตัวเลขอาจจะไม่ตรงกับในนิยายนะครับ เพราะผมเอาความหมายที่อิงกับประวัติศาสตร์จริงๆมาอธิบาย ในนิยายอาจใช้ตัวเลขอื่นครับ แต่ความหมายของแต่ละบริบทเหมือนกัน

………….

จบบทที่ เล่มที่ 1 ความฝันแห่งจักรวาล ตอนที่ 13 เข้าสู่โลกแห่งความฝัน

คัดลอกลิงก์แล้ว