เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

48.ข้าคือหลิ่วเจินจริง ๆ

48.ข้าคือหลิ่วเจินจริง ๆ

48.ข้าคือหลิ่วเจินจริง ๆ


หลิ่วเจินใช้เวลาเฟ้นหาความทรงจำในหัวเป็นนานสองนาน ก็ไม่พบสิ่งใด เป็นครั้งแรก ที่นางรู้สึกอึดอัดใจอย่างที่สุด นางจำไม่ได้เลยจริง ๆว่าเคยมีปฏิสัมพันธ์กับอีกฝ่ายแต่อย่างใด

“ไม่ ไม่ จะเป็นอย่างนั้นได้อย่างไร? ก็แค่ช่วงนี้ข้ายุ่งมากจริง ๆ ก็เลยลืมไปน่ะ” หลิ่วเจินโพล่งออกมา พลางหัวเราะแหะ ๆ

สีหน้าของแม่เฒ่าหนานเองก็ดูไม่มีอะไรผิดสังเกตุ

“ไม่เป็นไร ตอนนี้ข้าควรไปได้แล้ว เจ้าพาข้าไปส่งบ้านได้หรือไม่?” แม่เฒ่าหนานลุกยืนขึ้นอย่างยากลำบาก

หลิ่วเจินวางขนมในมือลงแล้วรีบไปช่วยประคองหญิงชรา

กู้หรูเฟิงผู้ซึ่งเฝ้ามองหลิ่วเจินประคองแม่เฒ่าหนานจากไป ให้รู้สึกแปลกๆในใจ ในวันวิวาห์ของคนทั้งสอง คล้ายว่าไม่เคยเห็นแม่เฒ่าหนานไปปรากฏตัวที่งานเลย ไฉนจู่ ๆ นางถึงเป็นฝ่ายมาเยี่ยมหลิ่วเจินในวันนี้เล่า?

หลิ่วเจินประคองแม่เฒ่าหนานกลับไปถึงบ้านของอีกฝ่าย ตอนที่หญิงสาวกำลังจะจากไป แม่เฒ่าหนานเอ่ยน้ำด้วยเสียงเรียบเรื่อย ไม่รีบร้อน “เจ้าไม่ใช่อาเจิน”

ใจหลิ่วเจินบีบรัดแน่นทันใด

เกิดอะไรขึ้น? ดูเหมือนนางมิได้ทำอะไรผิดสังเกตุไปใช่ไหม?

“แม่เฒ่าหนาน ท่านพูดอะไรของท่านกัน? ข้าคือหลิ่วเจิน!” ฝ่ามือของหลิ่วเจินเริ่มมีเหงื่อซึม ทว่าใบหน้าหญิงสาวยังมิปรากฏคลื่นแห่งความหวาดหวั่น

แม่เฒ่าหนานจับขอบโต๊ะแล้วเอ่ยว่า “ตอนเจ้ายังเด็ก เจ้าไม่ชอบกินขนมนี่เลย ข้าทำให้ขนมนี่ให้พวกเด็กคนอื่น ๆกิน ส่วนเจ้าไม่เคยกิน ทว่าเจ้าชอบให้ข้าทำแป้งทอดฟักทอง มิหนำซ้ำ เจ้าชอบเอะอะโวยวาย มีนิสัยเจ้าอารมณ์และบอกว่าไม่กินแป้งทอดผักชี ต่อมาเจ้าก็อาละวาดตึงตัง  เห็นแบบนี้แล้ว..ข้าเลยตีเจ้าไปทีหนึ่ง พอวันรุ่งขึ้นเจ้าก็มาหาข้าใหม่” แม่เฒ่าหนานจับจ้องหลิ่วเจิน ที่กำลังย้อนนึกถึงเรื่องในอดีต

หลิ่วเจินขมวดคิ้วน้อย ๆ เหตุใดนางถึงไม่เคยรู้ว่ามีเรื่องแบบนี้มาก่อนเล่า?

“จริง ๆรึ? มันนานมากแล้ว ข้าเลยจำไม่ได้แล้วล่ะ” หลิ่วเจินฉีกยิ้ม

แม่เฒ่าหนานรู้สึกว่าหลิ่วเจินดูจะนุ่มนวลเกินไปหน่อย “เจ้าไม่เคยพูดกับผู้คนอย่างนุ่มนวลมากแบบนี้”

ใช่ เมื่อก่อนนี้หลิ่วเจินมีอารมณ์ด้านร้ายทุกรูป ซ้ำยังเกิดโทสะง่ายด้วย จู่ ๆนิสัยหญิงสาวก็เปลี่ยนไปราวฟ้ากับเหวในฉับพลัน ซึ่งทำให้คนสงสัยขึ้นมาจริง ๆ

“จริง ๆ รึ ภายหลังข้าแต่งงานแล้ว ก็เลยเข้าใจ ว่าไม่ควรโวยวายอย่างไร้เหตุผลและเอาแต่ใจแบบในอดีตอีก”  คำพูดนี้ฟังดูสมเหตุสมผลมาก

ทันใดนั้นแม่เฒ่าหนานก็ไม่รู้ว่าจะตอบโต้อย่างไร เพราะมันฟังดูมีเหตุผลนัก สตรีหลายคนที่แต่งงานไปแล้ว หลายคนก็มีนิสัยเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เพราะโดนชีวิตหลังแต่งเคี่ยวกรำจนเลิกเอาแต่ใจไปเลย

“ที่บ้าน ไม่แย่ใช่ไหม?” แม่เฒ่าหนานพลันเปลี่ยนมาคุยเรื่องชีวิตคู่กับหลิ่วเจินแทน

หลิ่วเจินนิ่งงันไปชั่วครู่ ในหัวพยายามคิดหาวิธีแก้ต่างอย่างรวดเร็วตามเคย? ตอนเริ่มต้น นางเพียงรู้ว่าความสัมพันธ์ของเจ้าของร่างเดิมกับกู้หรูเฟิงตึงเครียดมาก แต่ดูเหมือนจะคลี่คลายลงไปโขหลังนางเข้ามายึดครองร่างนี้แทน

“ก็ไม่แย่  ก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ ทีละนิด ๆ น่ะ”หลิ่วเจินตอบ

แม่เฒ่าหนานพยักหน้า แล้วเดินเข้าตัวบ้านไป ครั้นแล้วก็ออกมาพร้อมกับห่อกระดาษน้ำมันในมืออีก

หลิ่วเจินกำลังคิดว่า นี่เป็นกับดักอีกอันหรือไม่?

แม่เฒ่าหนานคลี่กระดาษห่อน้ำมันตรงหน้านาง “เจ้าไม่ชอบแป้งทอดผักชี แต่เจ้าชอบแป้งทอดฟักทอง ดังนั้นข้าเลยทำมาให้ เจ้าลองชิมดูสิ” มีแป้งทอดฟักทองสี่ถึงห้าชิ้นในนั้น แต่พวกมันเย็นหมดแล้ว

ยามนี้หลิ่วเจินลังเลอยู่เป็นนาน นางควรกินหรือไม่กินดี ขนมนี่ดูคล้ายแป้งทอดผักชี และหากกินเข้าไปแล้ว จะโดนสงสัยหรือไม่

“ไฉนไม่กินเล่า?” แม่เฒ่าหนานเอียงคอเล็กน้อย มองหลิ่วเจินด้วยสีหน้าเอ็นดู

หลิ่วเจินครุ่นคิดอยู่เป็นนาน และในที่สุดก็หยิบขึ้นมากินชิ้นหนึ่ง

สีหน้าของแม่เฒ่าหนานชัดเจนว่าดูไม่ผิดปกติแต่อย่างใด

หลิ่วเจินไม่ใช่คนเลือกกิน ความจริงแล้ว นางกินอะไรก็ได้ แต่ยายตัวแสบที่เป็นเจ้าของร่างเดิมนี้ยากจะบอกได้ว่าเป็นเช่นใด เหนืออื่นใด พวกนางทั้งสองคนแตกต่างกัน จะหนึ่งคนหรือครึ่งคน ไม่มีใครหรอกที่จะเหมือนกันได้ทุกกระเบียดนิ้ว

จบบทที่ 48.ข้าคือหลิ่วเจินจริง ๆ

คัดลอกลิงก์แล้ว