เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 57 ราชาซื่อหยาง กองกำลังซื่อหยาง [อ่านฟรี]

ตอนที่ 57 ราชาซื่อหยาง กองกำลังซื่อหยาง [อ่านฟรี]

ตอนที่ 57 ราชาซื่อหยาง กองกำลังซื่อหยาง [อ่านฟรี]


ตอนที่ 57 ราชาซื่อหยาง กองกำลังซื่อหยาง

หลังจากนั้น หลินหานเดินมาถึงด้านหน้าของจวน แวบแรกที่มองเขาเห็นคือสีใบหน้าที่เป็นกังวลของหลินหรูเยียร

"มีอะไรเหรอ?" หลินหานพูด

หลินหรูเยียนที่กำลังก้มศีรษะอยู่ พอได้ยินเสียงของหลินหานในขณะนี้ก็เงยหน้าขึ้นมาทันทีด้วยความดีใจ

"ข้าตกใจหมด หลายวันมานี้ไม่มีข่าวคราวเจ้า ข้าเลยคิดว่า ... ไม่คาดคิดว่าเจ้าจะหลบอยู่แต่ในจวน" หลินหรูเยียนกล่าว

"ตอนเเรกเจ้าคิดว่าอะไร?" ใบหน้าของหลินหานเผยรอยยิ้มออกมา

“เจ้าไม่ได้ยินเลยเหรอ?” หลินหรูเยียนสื่ออารมณ์แปลกใจในดวงตาคู่งาม

"ได้ยินอะไร?" หลินหานถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น

หลินหรูเยียนจ้องมองใบหน้าของหลินหานอย่างละเอียดครู่หนึ่ง เพื่อยืนยันว่าหลินหานไม่ได้แกล้งโง่ ก่อนที่นางจะพูดว่า "ไม่กี่วันก่อน ปรมาจารย์ยุทย์ครึ่งก้าวสามท่านประสบเคราะหะห์ร้ายในป่าทึบที่อยู่ใกล้หมู่บ้านบนภูเขาแห่งเมืองต้วนเทียน ทุกคนตายอย่างน่าอเนจอนาจ มีคนพูดกันว่าเป็นปีศาจในภูเขา ข่าวนี้ดังไปทั่ว เจ้าไม่ได้ยินข่าวเลยเหรอ? "

"ไม่"

หลินหานพูดออกมาด้วยใบหน้าที่ไร้อารมณ์ สายตาไม่เปลี่ยน  "คืนนั้นข้าได้คุยกับลั่วชิงเฉิงสักครู่ แล้วกลับจวนทันที หลังจากนั้น หลายวันมานี้ข้าฝึกฝนอยู่แต่ในห้องตลอด ไม่ได้ออกมาเลย"

"ถ้าอย่างนั้นก็ดี หลยวันมานี้ไม่มีข่าวคราวเจ้าเลย ข้าคิดว่าคืนนั้นเจ้าจะเจอ ... "

“เจอภูติผีปีศาจเหรอ?” หลินหานสื่อรอยยิ้มในดวงตา

"ตาบ้าหลินหาน ห้ามเจ้าล้อข้านะ! ข้าไม่ได้เชื่อเรื่องภูติผีปีศาจสักหน่อย แต่ทุกคนก็พูดอย่างนั้น ก็คิดดูสิ ใครจะฆ่าปรมาจารย์ยุทย์ครึ่งก้าวทีเดียวสามคนโดยที่ไม่มีใครรอดไปได้เลย น่าเหลือเชื่อเกินไป...” หลินหรูเยียนพูดเเก้มป่องด้วยท่าทางกระฟัดกระเฟียด ช่างสวยงามจนทำให้ผู้ได้มองหายใจไม่ออก

เมื่อเห็นอย่างนี้ หลินหานยิ้มเล็กน้อยแต่ไม่พูดอะไร หากหลินหรูเยียนรู้ว่าคนลึกลับที่ฆ่าทั้งสามคนนั้น เป็นชายหนุ่มรูปงามท่าทางไม่มีพิษมีภัยที่ยืนอยู่ต่อหน้าต่อตานาง ไม่รู้ว่านางจะตะลึงไปเลยหรือเปล่า

"จริงสิ เพราะหลายวันก่อนมีผู้แข็งแกร่งสามท่านถูกสังหารทำให้เรื่องนี้โด่งดังไปทั่ว จึงยังไม่ได้รับข่าวเรื่องของเจ้า เกียรติอันดับหนึ่งแห่งผยองนภาที่เจ้าได้รับจากงานชุมนุมชาวยุทธย์ คิดว่าผู้นำนิกายคงยังไม่ทราบ เจ้าน่าจะไปรายงานระดับสูงเสียหน่อย ข้าคิดว่าระดับสูงของตระกูลคงให้รางวัลไม่น้อยอย่างแน่นอน" หลินหรูเยียนเสนอ

ตึ๊งงงงงงง!

อย่างไรก็ตาม หลินหานยังไม่ทันเอ่ยปากพูด มีเสียงระฆังดังขึ้นหนึ่งครั้งสนั่นทั้งตระกูลหลิน

"มันเป็นเสียงนาฬิกาโบราณของตระกูล เมื่อระดับสูงมีข่าวด่วนที่จำเป็นต้องการประกาศจึงจะเคาะส่งเสียง ได้ยินมาว่าระฆังนี้ไม่ส่งเสียงมาหลายสิบปีแล้ว วันนี้น่าแปลกจริงๆ ... " หลินหรูเยียนกล่าว แล้วพาหลินหานไปทางส่วนลึกของตระกูล

“เมื่อเสียงระฆังดังขึ้น ทุกคนต้องไปด้วยเหรอ” หลินหานถามระหว่างทาง

"ใช่."

หลินหรูเยียนพยักหน้าและกล่าวว่า "เมื่อเสียงระฆังนี้ดังขึ้น ทุกคนจะต้องรีบไปรวมตัวกันใต้สังเวียนเป็นตายทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกเราที่เป็นศิษย์ทำเนียบภายใน "

ระหว่างทางทั้งสองยังเห็นศิษย์อื่นๆอีกมากมายที่สื่อสีหน้าสงสัยและวิ่งไปในทิศทางเดียวกัน

"เกิดอะไรขึ้นกันแน่?"

"น่าแปลก เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรในระดับสูงขอตระกูลหรือเปล่า?"

ศิษย์ทำเนียบภายในในหลายคนพูดคุยกระซิบกระซาบกันบนถนน สายตาของหลินหานเป็นประกาย คงไม่ได้ตีระฆังเพราะเรื่องที่หลินป้าเตาและผู้เฒ่าไป๋เหมยเกิดเหตุนอกตระกูลจนตายหรอกนะ? แต่พอลองคิดอย่างละเอียดมันก็ไม่สมเหตุสมผล

หลินป้าเตาไม่ได้มีตำแหน่งสูงในตระกูล อีกอย่าง ผู้เฒ่าไป๋เหมยก็ออกจากตระกูลหลินไปตั้งแต่วันนั้น ไม่จำเป็นต้องตีระฆังโบราณของตระกูลเพื่อคนสองคนที่ไม่มีความสำคัญ หลินหานครุ่นคิดในใจ พร้อมมุ่งหน้าไปยังสังเวียนเป็นตายพร้อมกับหลินหรูเยียน

หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วยาม

ด้านล่างสังเวียนเป็นตายของตระกูลหลิน ศิษย์ทำเนียบภายในต่างยืนเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบ หลินหานและหลินหรูเหยียนกำลังจัดแถว ส่วนแถวหน้าสุดคือหลินกู่เทียนลูกศิษย์อันดับหนึ่งแห่งทำเนียบภายใน

ในเวลานี้ศิษย์ทั้งหมดต่างก็จ้องมองดูภาพด้านบนสังเวียนเป็นตายอย่างประหลาดใจ

ด้านบนของสังเวียนเป็นตาย ผู้นำตระกูลอันเป็นที่เคารพสูงสุดในสายตาของลูกศิษย์ทุกคน บัดนนี้เขายืนอนู่ด้านหน้าชายหนุ่มคนหนึ่งอย่างเคารพ แล้วโน้มตัวคำนับเล็กน้อย

ชายหนุ่มคนนั้นสวมเสื้อคลุมสีดำขนาดใหญ่ สูงแปดฟุต อกผายใหล่ผึ่ง หลังตรงประหนึ่งหอกขนาดใหญ่ทะลวงท้องฟ้า  ในขณะนี้เขายืนอยู่ด้านข้างผู้นำตระกูล พลังชีวิตล้นหลาม หว่างคิ้วไม่สื่ออารมณ์เกรี้ยวกราดแต่เปล่งความน่าเกรงขาม บรรดาศิษย์หลายคนมองดูเหตุการณ์นี้ด้วยอารมณ์ตกใจในสายตา

พวกเขารู้ว่าหัวผู้นำตระกูลแข็งแกร่งที่สุดในตระกูลหลิน ในมือมีอำนาจครอบคลุม ทั้งยังเป็นปรมาจารย์ยุทย์สัตตะสวรรค์ แต่ในขณะนี้เขากำลังยืนอยู่ข้างชายหนุ่มเสื้อคลุมสีดำด้วยท่าทางนอบน้อม ดูคล้ายกับหวาดกลัวมาก

หรือว่า ...

ชุดชายหนุ่มชุดสีดำคนนี้คือปรมาจารย์อัฏฐสวรรค์ หรือระดับสูงสุดอย่างนวสวรรค์?

“ผู้นำหลิน คนเหล่านี้ล้วนเป็นเด็กอัจฉริยะในตระกูลหลินทั้งหมดเหรอ” ชายหนุ่มในชุดคลุมสีดำพูดอย่างช้าๆ เสียงของเขาหนักแน่นและทรงพลังดั่งเสียงระฆังตัวใหญ่ดังสะเทือน

"เรียนนายท่าน ศิษย์ตระกูลหลินของข้าล้วนมาถึงแล้ว" ผู้นำพูดพลางยกมือขึ้นคำนับ

ฉากนี้ให้หลินหานรู้สึกสั่นไหวในดวงตาเล็กน้อย ผู้นำตระกูลเป็นหนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลแห่งเมืองเมืองต้วนเทียน เป็นถึงผู้นำคนหนึ่ง แต่กลับแสดงที่ทางเช่นนี้ต่อชายหนุ่มคนหนึ่ง?

"ดี ข้าได้รับข่าวเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา มีอัจฉริยะเป็นเลิศปรากฏขึ้นในตระกูลหลิน การที่ข้ามายังสถานที่เล็กๆอย่างเมืองต้วนเทียน ก็เพื่อมาหาอัจฉริยะที่ไม่มีใครเทียบได้คนนั้น พร้อมนำไปที่ตำหนักแห่งราชาซื่อหยาง นี่คือ คำสั่งของราชาชื่อหยาง" เมื่อชายหนุ่มสวมเสื้อคลุมสีดำพูดจบ ด้านล่างสังเวียนเริ่มมีเสียงดังโหวกแหวกทันที

สีหน้าของศิษย์ทำเนียบภายในเปลี่ยนแปลงอย่างมาก แม้แต่หลินกู่เทียนและหลินหานยังตกตะลึง

ราชาชื่อหยาง!

ชื่อนี้ในรัฐหยานทั้งหมดแสดงถึงตำนาน ตามตำนานเล่าว่าราชาชื่อหยางมีพลังที่ท้าทายสวรรค์ ได้สัมผัสขอบข่ายลึกลับที่เหนือกว่านวสวรรค์ หนึ่งกระบวนท่าหนึ่งการโจมตี มีพลังอย่างน่าเกรงขาม

ราชวงค์แห่งรัฐเยียนยอมรับอย่างไม่ปกปิดว่าราชาชื่อหยางคือผู้แข็งแกร่งอันดับหนึ่งแห่งรัฐเยียน หากเขาต้องการกลายเป็นจักรพรรดิ คงได้เป็นผู้นำของรัฐเยียนไปนานแล้ว แต่ดูเหมือนราชาชื่อหยางไม่มีความทะเยอทะยานนั้น นอกเหนือไปจากการฝึกตน งานอดิเรกเพียงหนึ่งเดียวของราชาซื่อหยางคือการตามหาอัจฉริยะที่มีพรสวรรค์ชั้นยอดในรัฐเยียน

ถ้าใครถูกรับเลือกให้เข้าสู่ตำหนักแห่งราชาชื่อหยาง หนทางภายหน้าก็จะพุ่งทะยาน กลายเป็นฟินิกซ์จริงๆ

อย่างไรก็ตาม ชื่อของราชาซื่อหยางในรัฐเยียนนั้นยิ่งใหญ่กว่าราชวงศ์แห่งรัฐเยียน เป็นบุคคลในตำนาน แต่ในขณะนี้ชื่อของเขาถูกพูดออกมาจากปากของชายหนุ่มในชุดคลุมสีดำบนสังเวียนเป็นตาย

"กองกำลังซื่อหวางเ!"

ในเวลานี้หัวใจของทุกคนฉุกคิดชื่อนี้

กองกำลังซื่อหวาง ขุมอำนาจลึกลับสุดพิเศษ มีข่าวลือว่ามีสมาชิกทั้งหมดเก้าคน แต่ละคนเป็นปรมาจารย์ยุทย์ที่มีพลังแก่กล้า อุทิศตนเพื่อช่วยเหลือราชาซื่อหวางในการค้นหาอัจฉริยะเป็นเลิศทั่วรัฐเยียน ถ้าเช่นนั้นชายหนุ่มผู้มีอาภรณ์สีดำยืนอยู่บนเวทีในเวลานี้คือ ...

สมาชิกคนหนึ่งของกองกำลังซื่อหยาง!

ศิษย์ตระกูลหลินทั้งหมดรู้สึกเข้าใจในทันใด ไม่แปลกใจเลยที่ผู้นำตระกูลจะสุภาพต่อชายหนุ่มคนนี้ อย่างที่ทราบ ต่อให้เป็นอันดับสุดท้ายของกองกำลังซื่อหยาง ก็ยังมีเกียติสูงส่งกว่าผู้นำตระกูลคนหนึ่งไม่รู้ตั้งกี่เท่า

"จากรายงานขององค์8และองค์9 (องครักษ์) เมืองต้วนเทียนมีอัจฉริยะชั้นเลิศสองคนที่คู่ควรให้ข้าพากลับไป คนหนึ่งอยู่ในตระกูลซู่ แต่ตอนข้าไปหา อันดับหนึ่งแห่งตระกูลซู่ก็ออกจากตระกูลไปอย่างไร้ข่าวคราวซะแล้ว นอกจากนี้ ยังมีอัจฉริยะชั้นเลิศอีกคนหนึ่งอยู่ในตระกูลหลินของพวกเจ้า แต่ด้วยความที่ข้ามาอย่างรีบร้อน จึงลืมถามชื่อพวกเขา" ชายเสื้อคลุมสีดำพูด ขมวดคิ้วเล็กน้อย

ผู้พูดไม่ได้สนใจแต่ผู้ฟังตั้งใจ หลินหานยืนอยู่ด้านล่างท่ามกลางฝูงชนอย่างเงียบๆด้วยสายตาเปล่งประกายเล็กน้อย

อัจฉริยะอันดับหนึ่งของตระกูลซู่ที่ออกจากปากของชายหนุ่มเสื้อคลุมสีดำ น่าจะเป็นแม่น้ำซูเหอ แต่หลินหานไม่คาดคิดว่าเขาจะออกจากเมืองต้วนเทียนไปทั้งอย่างนั้น

ในเวลานี้ หลังจากชายหนุ่มในชุดคลุมสีดำเงียบเล็กน้อย เขาพูดต่อทันที "ผู้นำตระกูลหลิน ใครคืออัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งตระกูลหลินของเจ้า"

อัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งตระกูลหลิน?

ผู้นำตระกูลตกตะลึง ในหัวใจปรากฏชื่อของคนสองคน

หลินกู่เทียนและหลินหาน

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเรื่องหลินป้าเตาและคนอื่นๆถูกฆ่าอย่างลึกลับในหลายวันมานี้เป็นที่โจษจันไปทั่ว ข่าวคราวเรื่องที่หลินหานได้กลายเป็นอันดับหนึ่งแห่งผยองนภาแห่งเมืองต้วนเทียนเฉิงจึงยังไม่แพร่มาถึงตระกูลหลิน

ส่วนหลินกู่เทียน เป็นธรรมดาที่เขาจะอิฉาและขุ่นเคืองใจ เขาจึงไม่ได้บอกข่าวนี้แก่ระดับสูงของตระกูล

ด้วยเงื่อนไขนี้และในฐานะที่หลินกู่เทียนเป็นศิษย์สายเลือดตรง เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วจึงดูน่าเชื่อถือกว่า ผู้นำตระกูลย่อมให้ความสำคัญกับหลินกู่เทียนมากกว่า

ผู้นำตระกูลจึงกล่าวโดยไม่คิดอะไรมากมาย "อัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งตระกูลหลิน ยังเป็นหลินกู่เทียน"

…………………………..

จบบทที่ ตอนที่ 57 ราชาซื่อหยาง กองกำลังซื่อหยาง [อ่านฟรี]

คัดลอกลิงก์แล้ว